ตอนที่แล้วบทที่ 26 ชายผู้นั้นที่น่าปวดหัว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 28 ทดสอบและคาดคั้น

บทที่ 27 คืนสู่สำนัก

สองวันต่อมาลี่ถิงหายจากระดูอย่างถาวรในเดือนนี้ เธอจึงกลับไปสำนักตั้งแต่เช้าโดยมีอาจารย์โหยงมารับกลับ พวกพี่สาวทั้งหลายต่างมอบขนมให้เธอเอากลับไปอย่างไม่มีหวง ในมือของเธอจึงมีแต่ห่อขนมเต็มไม้เต็มมือ พี่สาวคนหนึ่งอยากจะมอบชุดที่นางไม่ได้ใส่ให้แต่ลี่ถิงต้องปฏิเสธไปเพราะหากมีชุดสตรีที่สำนักจะทำให้ลำบาก

ลี่ถิงเดินทางออกมาจากหอนางมายังสำนักก่อนเวลาอาหารเช้า เธอโค้งขอบคุณอาจารย์โหยงที่พามาส่งและรีบวิ่งกลับไปยังเรือนพักของตน เธอเดินเข้าไปในเรือนหอลี่ถิงเก็บของฝากและเงินค่าชดเชยเอาไว้ในตูเก็บของตัวเองแล้วเดินไปดูเฟยหรงที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง…แต่ทว่านั่นเป็นเตียงของเธอ

“เฟยหรง…เช้าแล้วนะ”เธอนั่งลงบนเตียงแล้วสะกิดน้องชายเบาๆ

“อึก….อือ…พี่เสี่ยวถิง?”

เฟยหรงขยับตัวหันมาทางลี่ถิงแล้วลืมตาขึ้น สองมือของเขากอดเอวลี่ถิงและเอาหัวมาเงยที่ต้นขาของพี่สาว ท่าทางเหมือนกับลูกแมวน้อยที่อยากจะอ้อน ลี่ถิงลูบหัวน้องชายตัวเล็กเบาๆ หลายวันมานี้เขาคงต้องเหงาคนเดียวมานานจึงปล่อยให้เขาอ้อนไปตามใจอยาก

“…ข้ากลับมาแล้ว อยู่คนเดียวเหงารึเปล่า? เหนื่อยไหม?”ลี่ถิงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“…เหงามาก…แต่ไม่เหนื่อยเลย พี่เสี่ยวถิงล่ะเหนื่อยไหม?”เฟยหรงส่ายหัวเบาๆ

“…ข้าก็ไม่เหนื่อย แต่ตอนนี้เจ้ารีบตื่นไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวออกไปทำครัวไม่ทันนะ”

“อื้อ..”

ลี่ถิงอาบน้ำมาก่อนออกจากหอนางโลมแล้วจึงไม่อาบต่อ เธอช่วยน้องชายไปตักน้ำมาอุ่นที่กองไฟ เมื่อแต่งกายจนเรียบร้อยลี่ถิงก็นำไปที่ห้องครัว วันนี้มีวัตถุดิบหลักวันนี้เป็นไก่กับเนื้อวัว เฟยหรงบอกว่าช่วงที่เธอไม่อยู่เขาก็เป็นคนทำอาหารกับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง ต้องให้น้องชายมาดูแลเรื่องครัวแทนลี่ถิงรู้สึกผิดยิ่งนัก

วันนี้ทำแกงไก่กับเนื้อตุ๋นเครื่องเทศ และผักเห็ดใส่ไก่ ส่วนเนื้อเอาไปอบทำให้นุ่มๆดีกว่า เนื้อวัวหากเอาไปบ่างไม่ดีจะเหนียวเคี้ยวยาก ต้องเริ่มจากหมักจนได้ที่และเอาไปเอาเตาไฟอบเอาออกมาดูบ่อยๆจะได้รู้สุกนุ่มดีแล้วหรือยัง

ไม่นานนักศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองก็เข้ามาในห้องครัว ศิษย์พี่ใหญ่ตรงเข้ามาหาลี่ถิงเขาดูใจดีมากที่ลี่ถิงกลับมาแล้ว เอาแต่ถามว่าอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้างสบายดีรึเปล่า หากไม่ติดเรื่องดูแลสำนักเขาก็อยากจะไปเยี่ยมบ้าง ลี่ถิงบอกว่าได้ช่วยงานที่นั่นสบายดี แถมพี่สาวที่นั่นก็ใจดีทุกคนศิษย์พี่รองก็เอาแต่หยอกล้อเขาใหญ่ เขานึกว่าลี่ถิงจะหลงสาวๆที่นั่นจนกลับมาไม่ได้เสียงอีก

เมื่อเริ่มเวลาอาหารเช้าศิษย์พี่ทุกคนต่างรุมล้อมลี่ถิงกันใหญ่ถามว่าเป็นอย่างไรไม่ได้เห็นหน้าตั้งนาน ลี่ถิงตอบทุกคำถามแบบอ้อมๆ ยังดีที่ศิษย์พี่รองไม่ได้เอาไปเล่าให้ใครฟังว่าเธอใส่ชุดผู้หญิง

ลี่ถิงกลับมาเรียนเช่นเดิมวันนี้เธอแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องเพราะเนื้อหาที่เรียนไปถึงไหนต่อไหมเสียแล้ว ยังดีที่มีเฟยหรงคอบสอนให้ ต้องให้น้องชายสอนให้อีกแล้วเธอรู้สึกผิดพลาดในฐานะพี่อีกคราแต่ครั้งนี้เธอจำเป็นต้องเพิ่งเขาจริงๆ

เมื่อถึงช่วงเวลาพักเที่ยงของวันลี่ถิงวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วรีบจัดแจงทำอาหารจนเสร็จ วันนี้เธอทำอาหารได้ไวกว่าวันอื่นเพราะได้เทคนิคมาจากที่หอนางโลมวิธีทำอาหารได้ไวและวิธีลัดอื่นๆ แต่ในตอนที่เธอกำลังยกอาหารไปวางที่โต๊ะนั้น

“…เอาจริงสิ พวกนั้นจะมาที่นี่จริงๆด้วย”

“พวกนั้นมาทำอะไรที่นี่ รึว่าข่าวลือที่ว่า ชอบแย่งศิษย์จากสำนักอื่นจะเป็นเรื่องจริง?”

“…หวา ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองต้องโดนชวนเข้าสำนักแน่เลย”

ในตอนที่ลี่ถิงช่วยกับศิษย์พี่จำนวนหนึ่ง กำลังยืนคุยกันเบาๆ หัวของพวกเขาชะโงกออกไปด้านนอกกันเกือบครึ่ง ลี่ถิงใครรู้นักว่าอะไรทำให้พวกเขาต้องสนอดสนใจขนาดนั้นจึงชะโงกหน้าออกไปบ้าง

“…มะ..มีอะไรหรือขอรับ ศิษย์พี่?”เธอเอ่ยถามในขณะที่ยื่นหัวออกไปด้านนอก

“อา…ก็พวกสำนักหยางน่ะสิ อยู่ๆก็ส่งคนมาที่นี่สองสามคน เมื่อครู่นี้เห็นเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับท่านอาจารย์ทั้งสองอยู่นานสองนาน”ศิษย์พี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วแน่น

“สะ…สำนักหยาง..?”

ลี่ถิงขมวดคิ้วตาม จะว่าไปชายคนที่กล่าวหาเธอก็เป็นคนจากสำนักหยางเช่นกันมิใช่หรือ? ลี่ถิงกังวลนักแต่ว่า…หวังว่าจะไม่ต้องพบหน้าเขาคงจะดีที่สุด

“นี่พวกเจ้าดูอะไรกัน! ชะโงกหน้ากันเป็นลาหมดแล้ว”เสียงเอ็ดของศิษย์พี่ใหญ่ดังขึ้นเรียกให้พวกเขาทั้งหมดต้องหันกลับเข้ามาที่ห้องทานอาหาร

ลี่ถิงเดินไปหาน้องชายในทันทีแล้วช่วยเขาจัดจานไปยิ้มเจื่อนๆไปจนเสร็จ เหล่าศิษย์จะยังทานอาหารไม่ได้หากอาจารย์ยังไม่มา วันนี้ท่านอาจารย์ทั้งสองมาช้านัก ลุกศิษย์ที่อยู่ในห้องต่างนั่งจ้องอาหารที่แตะต้องไม่ได้น้ำลายยืด จนในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็มา…

ไม่สิ…ไม่ใช่สอง…แต่เป็นห้าคน!!?

ชายในเครื่องแต่งกายสีขาวประดับแดงเดินตามหลังท่านอาจารย์มาอย่างสง่างาม พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กผู้ชายวัย 15-16ปี ทั้งสามคน ลักษณะท่าทางดูเข้มแข็งสมบุรุษและหนึ่งในนั้น….

…ก็คือชายผู้นั้น!! ชายที่กล่าวหาลี่ถิงที่หอนางโลม!!

“อะ…แฮ่ม! วันนี้ข้ามีเรื่องเร่งด่วนที่จะมาประกาศ….”

อาจารย์เฉินยืนขึ้นที่หน้าห้องอาหาร ต่อหน้าศิษย์ทุกคนและคนจากสำนักหยางอีกสามคน ลี่ถิงเอาแต่ก้มหน้าไม่อยากให้ชายคนนั้นเห็นเกรงว่าเขาจะจำเธอได้

“…ข้าเพิ่งได้รับจกหมายจากสำนักหยางมาเมื่อไม่นานนี้ ทั้งสามคนนี้เป็นศิษย์จากสำนักหยางตั้งแต่วันนี้พวกเขาจะมาร่วมเรียนในสำนักของพวกเรา เป็นเวลาสองอาทิตย์”

แซ่ด แซ่ด แซ่ด

เมื่ออาจารย์เฉินประกาศเหล่าลูกศิษย์ก็ต่างหันไปซุบซิบกันอย่างตกใจ เขาไม่เคยร่วมเรียนกับคนในสำนักอื่นมาก่อน และไม่คิดว่าจะมีวันที่สำนักหยางที่ยิ่งใหญ่จะมาขอร่วมเรียนกับพวกเขาแบบนี้

หารู้ไม่…นี่เป็นวิธีที่สำนักหยางมักใช้กันมาหลายต่อหลายสำนัก พวกเขาจะส่งเด็กมาเรียนในสำนักอ้างว่าเพื่อมาเรียนรู้ร่วมกัน กล่าววาจาสวยหรูว่าเพื่อการศึกษาและขอให้สำนักอื่นร่วมมือด้วยอำนาจของตน หลังจากนั้นพวกเขาจะคอนสังเกตว่าศิษย์คนไหนในสำนักที่เป็นที่เตะตาและจะทาบทามให้ย้ายสำนักโดยจะมอบสิ่งที่มากกว่าสำนักที่อยู่ให้

มันคือวิธีการแย่งศิษย์จากสำนักที่เลือดเย็นนัก..

อาจารย์ทั้งสองไม่มีทางอื่นให้เลือกมากมายนัก การปฏิเสธความร่วมมือกับสำนักหยางเท่ากับฆ่าตัวตายทางอ้อม สำนักหยางมีอำนาจล้นมือไม่อาจกล้าขึงขังได้โดยตรงทางที่ดีที่สุดคือต้องยอมรับข้อตกลงที่เพิ่งได้จดหมายมาเพียงสองวันที่แล้วเท่านั้น!

ช่างเป็นวิธีที่แยบยลนัก สำนักหยางส่งจดหมายมาในเวลาสั้นๆและส่งคนมาอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการกดดัน สำนักเฉินรุ่ยอิ๋งถึงไม่ได้เล็กกระจ้อยร่อยแต่ก็ไม่อาจสู้จำนวนกับสำนักหยางได้

“เอาล่ะ…พวกเจ้าทั้งสาม แนะนำตัวให้ได้รู้จักกันสิ”อาจารย์โหยงบอกให้คนจากสำนักหยางได้แนะนำตัวทีละคน

“…สวัสดีศิษย์แห่งเฉินรุ่ยอิ๋งทุกคน ข้าชื่อ หยางหลี่ฟู่ เป็นคุณชายสี่แห่งสำนักหยาง แต่ตอนนี้ข้าคือศิษย์สำนักเช่นพวกเจ้า เรียกข้าว่าหลี่ฟู่กันได้ตามสบายเลย ข้าหวังว่าจะได้สนิทกับพวกเจ้าในเร็ววัน”

ชานคนแรกเอ่ยแนะนำตนเองอย่างเป็นมิตร เขายิ้มอย่างสดใสร่าเริงดั่งดวงตะวัน เขาสร้างภาพลักษณ์น่าคบหาตั้งแต่แรกพบเป็นความประทับใจแรกที่อาจจะได้ผลกับใครหลายๆคน แต่กับลี่ถิงนั้น…

…เธอไม่กล้าหันไปมองเขาจนดูน่าสงสัย

“ข้า จางเว่ยหวง ยินดีที่ได้รู้จัก”ชายคนที่สองทักทายสั้นๆ

“ข้ามีนามว่า เจียงอวี้เฟียง ข้าก็หวังว่าจะเข้ากับพวกเจ้าทุกคนได้”ชายคนที่สามยังมีรอยยิ้มที่สงบนิ่ง

เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วท่านอาจารย์ก็ให้พวกเขาหาที่นั่งทานข้างกลางวันได้ตามสบาย ทั้งสามหันมามองหน้ากันแล้วแยกไปนั่งกันคนละทางอย่างมิได้นัดหมายทว่า…

“…แหม ที่ตรงนี้ว่างพอดีเลย ข้าขอนั่งด้วยคนได้ไหม?”ชายที่มีนามว่าหยางหลี่ฟู่ตรงเข้ามานั่งข้างลี่ถิง อีกด้านหนึ่งตรงกับข้างกับที่นั่งที่เฟยหรงนั่งยังว่างอยู่ เขาเบียดกายเข้ามานั่งอย่างถือวิสาสะ

“…ขะ…ขอรับ”ลี่ถิงพยักหน้าแล้วหันหน้าไปอีกทางแต่ยิ่งทำก็ยิ่งน่าจับพิรุธในสายตาชายคนนั้น

“เอ…ข้าเหมือนเคนเห็นเจ้าที่ไหนมาก่อนรึเปล่านะ? เจ้าชื่ออะไรหรือ?”เขายังคงถามต่อโดยไม่ปล่อยช่องว่างให้ลี่ถิงตอบอะไร

“…อะ…เอ่อข้าไม่รู้ขอรับ ข้าได้พบเจอคนเยอะในช่วงนี้…จำใครต่อใครไม่ค่อยได้”

“เช่นนั้นหรือ..?”

หยางหลี่ฟู่หยิบอาหารมาทานใส่จานตัวเอง และเมื่อคีบอาหารเข้าปากเขาก็ต้องร้องสะดุ้งออกมาด้วยแววตาเป็นประกาย

“อื้อ! นี่มันอะไรกันนี่!? อาหารที่นี่อร่อยเหลือเกิน”เขาร้องออกมาเสียงดังจนคนรอบข้างได้ยินกันหมด

“ฮะๆ ใช่ไหมล่ะ ศิษย์น้องถิงที่นั่งข้างๆเจ้านั่นแหละเป็นคนทำ”ศิษย์พี่คนหนึ่งเอ่ยบอกเขาจากฝั่งตรงข้าม

“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย อาหารของศิษย์น้องถิงอร่อยที่สุด อร่อยกว่าออกไปกินข้างนอกซะอีก!”

“ระวังจะติดใจอาหารที่นี่จนหาทางกลับสำนักหยางไม่ถูกซะล่ะ!”

ศิษย์พี่ต่ออื่นก็ตามยกยอปอปั้นกันถ้วนหน้า หยางฟลี่ฟู่แม้จะเป็นคุณชายจากสกุลใหญ่แต่ก็มิได้ถือสา พูดคุยหัวเราะกับคนที่นี่อย่างเป็นกันเอง

“นั่นสินะ ถ้าข้าหาทางกลับไม่ได้คงต้องขออยู่ที่นี่ยาวขึ้นอีกหน่อยกระมัง?”หยางหลี่ฟู่หัวเราะเบาๆและกวาดสายตามาหาลี่ถิงที่นั่งก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขา

“เจ้าคงเป็นศิษย์น้องเจ้าของฝีมือทำอาหารอันเลิศรสนี้สินะ เจ้ามีชื่อว่าอะไรล่ะ?”หยางหลี่ฟู่ท่าทางจะเพ่งเล็กเธอมากเป็นพิเศษ หากบอกชื่อไปซะก็เขาจะต้องรู้ทันทีแน่ๆ แต่…แต่…เธอก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

“…ขะ…ข้าชื่อลี่ถิง ขอรับ”

“…ลี่ถิง…อ้อ….ลี่ถิงนี่เอง…”

รอยยิ้มที่มุมปากของชายคนนั้นปรากฏขึ้น เขารู้แล้ว…รู้ว่าเธอคือคนเดียวกันกับลี่ถิงในหอนางโลม ลี่ถิงตอนนี้พยายามจะเก็บอาการตื่นตกใจเอาไว้แล้วนั่งทานข้าวไปอย่างเงียบๆ

จนกระทั่งชายคนนั้นจับคางของลี่ถิงหันไปสบตากับเขาตรงๆ!!

“…ว่าแต่ลี่ถิง เจ้านี่…หน้าตาก็ดูน่ารักไม่หยอก นี่เจ้าเป็นผู้หญิงรึว่าผู้ชายกันแน่?”หยางหลี่ฟู่ใช้ใบหน้าที่งดงามลวงล่อให้ลี่ถิงจนมุม

“…ขะ…ข้าเป็นผู้ชายนะขอรับ”ลี่ถิงยังคงรักษาใบหน้าไม่ให้ตื่นตกใจไปมากกว่าเก่า

“ท่านหยางหลี่ฟู ถึงจะเป็นแบบนั้นศิษย์น้องถิงก็เป็นผู้ชายนะ! แต่ข้าเห็นด้วยที่เจ้าบอกว่าศิษย์น้องถิงหน้าตาน่ารัก”ศิษย์พี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นทันควัน

“…เจ้าอย่าไปกล่าวแบบนั้นสิ”

“ใช่ๆ เจ้าจะรู้สักยังไงที่ถูกมองว่าน่ารักหะ?”

ในขณะที่เหล่าศิษย์พี่ต่างพูดโต้กันเองนั้น เฟยหรงก็ลุกขึ้นมาจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินอ้อนหลังลี่ถิงมาตรงกลางระหว่างลี่ถิงและหยางหลี่ฟู เขาแทรกตัวเข้ามามานั่งคั่นพวกเขาออกจากกันด้วยใบหน้าส่ออารมณ์ไม่ดี บรรยากาศทะมึนจากรอบตัวของเฟยหรงทำเอาบทสนทนาทั้งหลายต้องหยุดลง

“….ไม่กินข้าว…เดี๋ยวก็หมดเวลาซะหรอก”เฟยหรงเอ่ยเรียบๆทว่าสายตาที่จ้องมานั้นเชือดเฉือนยิ่งกว่า!

“…ฮะๆ นั่นสินะ กินข้าวๆกันเถอะ”หยางหลี่ฟู่หันหลับมาทานข้าวดั่งเดิม

ลี่ถิงถอนหายใจออกมาเบาๆไม่ให้ใครได้เห็น อย่างน้อยเฟยหรงก็ควบคุมอารมณ์ได้ดีไม่ไปท้าชกต่อยกับใคร เวลาทานอาหารผ่านไปอย่างช้าๆ ช่วงบ่ายนี้ลี่ถิงก็ต้องแยกไปเรียนกับอาจารย์โหยงคนเดียวอีกเช่นเคย

วันนี้เริ่มบทเรียนการใช้ยันต์ธาตุทั้งห้า ลี่ถิงแทบไม่มีสมาธิเรียนเลยด้วยซ้ำไปเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่หยางหลี่ฟู่จำเธอได้จากหอนางโลม ลี่ถิงถอนหายใจหลายครั้งจนอาจารย์โหยงรู้สึกเหนื่อยใจไปด้วย

“…ลี่ถิง เจ้าเป็นอะไรไป วันนี้ดูไม่มีสมาธิเลยนะ ยังไม่หายดีหรือ?”อาจารย์โหยงถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“…ขะ..ข้า…เอ่อ”ลี่ถิงชั่งใจนักว่าจะบอกอาจารย์ไปดีไหม หากเป็นแค่เรื่องหอนางโลมไม่ได้บอกเรื่องที่หยางหลี่ฟูเข้าห้องของเธอคงจะไม่เป็นไร

“…มีอะไรล่ะ?”

“หยะ…หยางหลี่ฟู เห็นข้าที่หอนางโลมขอรับ เมื่อสองวันก่อน…พวกเขาไปที่นั่น…”

“…หะ…ห้ะ!?”

อาจารย์โหยงตกใจเป็นอย่างมาก เขาทำหนังสือตกจากมือแล้วกุมขมับแน่น เขาไม่นึกเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ทุกอย่างในวันนี้เกิดขึ้นเร็วมากเกินไป

“เอาล่ะๆ ตอนนี้เราต้องดูสภาพการณ์ไปก่อน หากเขาสงสัยอะไรเจ้าก็ว่าไปว่าตอนนั้นทำเพราะเหตุจำเป็น ศิษย์ทุกคนรู้อยู่แล้วคงไม่ถูกจับได้”

“ขะ…เข้าใจแล้วขอรับ”

ลี่ถิงคอตกไปเป็นวา เธอต้องปิดบังอาจารย์อีกแล้วแต่หากมองในระยะยาวเรื่องนี้ควรจะปิดเอาไว้ก่อนจะดีเสียกว่า หยางหลี่ฟู่ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับหอนางโลมเพราะคงยังกังวลเรื่องที่เขาเข้าห้องลี่ถิงในตอนนั้น

ในตอนนั้นเองลี่ถิงก็หันมองออกไปด้านนอกที่ศิษย์คนอื่นกำลังเรียนอยู่ที่ลาน สายตาของลี่ถิงจ้องไปจนเห็นเฟยหรงกำลังเผชิญหน้ากับหยางหลี่ฟู่

พวกเขากำลังถือกระบี่ไผ่เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด…ดะ…เดี๋ยวสิ ถึงจะเป็นการซ้อม…นั่นมันไม่รุนแรงเกินไปหน่อยเหรอ!!?

 

 

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...