ตอนที่แล้วTQF:บทที่ 31 การรั่วไหลของข้อมูล
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปTQF:บทที่ 33 ยกระดับอีกครั้ง

TQF:บทที่ 32 ตกอยู่ในความทุกข์อีกครั้ง


TQF:บทที่ 32 ตกอยู่ในความทุกข์อีกครั้ง

หมอซู ยังคงรู้สึกโกรธเคืองถึงแม้ว่าเขาจะไล่ผู้ช่วยของเขาออกไปแล้ว ตอนนี้ข้อมูลเกี่ยวกับคนป่วยของเขาได้ถูกขายออกไปและไม่มีทางแก้ไขได้

“สวัสดี หมอซู”

ด้านนอกประตูมีร่างอ้วนเล็กน้อยยืนอยู่  หมอซู เลยหน้าขึ้นและพบกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยม  จูจาง  ทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนดังนั้น หมอซู จึงค่อยๆดึงรอยยิ้มกับมาบนใบหน้าและพูดว่า

“เถ้าแก่จูนั่นเอง วันนี้มาหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”

“หมอซูนานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน คราวนี้ถ้ามีเรื่องให้ท่านหมอช่วย หวังว่าท่านหมอจะไม่ปฏิเสธ”ใบหน้าของเถ้าแก่จูเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เมื่อ หมอซู ได้ยินคำพูดของเถ้าแก่จูหัวใจของเขารู้สึกเป็นกังวลเพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาได้ยินคำขอที่คล้ายกันดวงตาของเขาแสดงออกอย่างเย็นชาและพูดว่า

“ข้าไม่รู้ว่า เถ้าแก่จูต้องการจะพูดอะไร?”

“โอ้  หมอซู มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เพียงแต่ข้าต้องการขอข้อมูลจากท่าน หวังว่าท่านจะไม่ปฏิเสธ!”

ข้อมูลอีกแล้ว!

ทันใดนั้นใบหน้าของ หมอซู ก็เปลี่ยนไปน้ำเสียงของเขาเยือกเย็นและพูดว่า

“ข้อมูลอะไร!”

“หมอซู  เรื่องมันเป็นอย่างนี้ เราได้สั่งซื้ออาหารจากแม่และลูกสาวครอบครัวเฉิง แต่เราไม่เห็นว่าเขานำอาหารมาส่งในช่วงนี้ ดังนั้นเราจึงคิด-”

“หยุด!” หมอซู ขัดจังหวะและชี้ไปที่ประตูก่อนพูดว่า

“ข้าไม่รู้จักครอบครัวเฉิง ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือลูกสาวข้าก็ไม่รู้จัก โปรดกลับไป!”

“อ่า  หมอซู เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?”

เถ้าแก่จูไม่คิดว่าใบหน้าของ หมอซู จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นและพูดว่า

“หมอซู ข้าเคยได้ยินว่านางเฉิงได้ขอให้เจ้ากลับไปรักษาคนป่วย ทางที่ดีท่านควรบอกข้าว่าครอบครัวเฉิงนั้นอยู่ที่ไหนจะขอบคุณมาก!”

“สหายจู ได้ยินที่ข้าบอกก่อนหน้านี้หรือไม่ ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”

“โอ้  หมอซู เกิดอะไรขึ้นกับท่าน-..”

“ออกไป! ชายชราคนนี้จะไปเยี่ยมผู้ป่วย ดังนั้นเชิญออกไป!”

“ท่านหมอ-”

“ออกไปได้แล้ว! ชายชราคนนี้ไม่รู้อะไรเลย ออกไป!”

เถ้าแก่จู ถูกขับไล่ออกมาโดย หมอซู  ด้วยใบหน้าขมขื่น เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม หมอซู ถึงปฏิเสธเสียงแข็ง เขาแค่อยากจะถามถึงที่อยู่ของพวกนางก็เท่านั้น ถ้าเขาไม่สามารถพบแม่และลูกสาวของครอบครัวเฉิงได้อีกครั้งเขาจะไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ ดังนั้นเขาควรจะทำอย่างไร?

ที่ตระกูลหนิง

“หมู่บ้านต้นไม้?”ผู้เฒ่าหนิงไม่เคยได้ยินชื่อหมู่บ้านนี้มาก่อน

เกาหยางอธิบายอย่างรวดเร็ว “นายท่านหมู่บ้านต้นไม้นั้นอยู่ไม่ไกลจากเมืองของเราห่างออกไปเพียง 10 ไมล์ใช้เวลาเดินเพียง 2-3 ชั่วโมงหากขี่ม้าไปจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น”

“เยี่ยม  เกาหยาง  เจ้าควรไปดูว่าแม่และลูกสาวอยู่ในหมู่บ้านต้นไม้จริงหรือไม่ในเวลาเดียวกันเจ้าจงตรวจสอบว่าพวกนางเอาสัตว์วิญญาณมาจากที่ใด”

“นายท่าน ตอนนี้มันเป็นเวลาเย็นแล้วคงจะไม่สะดวกหากไปเยี่ยมเยียนพวกนางในเวลานี้ ข้าจะเตรียมของขวัญและนำไปให้พวกนางในเช้าวันรุ่งขึ้น!” เกาหยาง แนะนำ

“โอ้ ดี!  ชายชราคนนี้ใจร้อนเกินไป”เมื่อได้รับข้อมูลผู้เฒ่าหนิงเริ่มอารมณ์ดีและพูดอย่างมีความสุข

“เกาหยาง  เจ้าต้องซื้อของขวัญอย่างดีให้กับครอบครัวเฉิง และในวันพรุ่งนี้ห้ามหยาบคายต่อพวกนาง หากเจ้าเห็นสัตว์วิญญาณเจ้าควรที่จะซื้อมันกลับมาด้วย”

“ครับนายท่าน!”

“ถ้าพวกเขาสามารถเลี้ยงสัตว์วิญญาณได้จริง เจ้าต้องบอกพวกเขาว่าในอนาคตทั้งหมดสัตว์ที่พวกเขาเลี้ยงบ้านตระกูลหนิงจะรับซื้อไว้ทั้งหมด”

----

เมื่อ เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เห็นว่าใกล้จะเย็นแล้ว เจอจึงตะโกนบอกพ่อของเธอ

“ท่านพ่อแล้วควรที่จะกลับกันได้แล้ว เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ไม่อย่างนั้นเราคงหาทางกลับบ้านไม่เห็น”

เฉิงไป๋หยวน หยุดและเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้าจากนั้นเขาตระหนักว่า ช่วงเวลานี้ใกล้จะเย็นแล้วเขาพยักหน้าและพูดว่า

“ตกลง กลับบ้านกันเถอะ!”

โฮก-

มีเสียงดังมาจากที่ไกลๆ เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ตกใจกับเสียงคำรามมันเหมือนเสียงฟ้าร้องที่ก้องอยู่ในหูของเธอ

สัตว์วิญญาณระดับ 3?

เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ไม่มีเวลาคิดถึงสัตว์วิญญาณระดับ 3 พ่อของเธอรีบพาเธอออกไปทันที

ในเวลานั้นเอง หยูเฮง ปรากฏตัวออกมาจากอากาศและพูดว่า

“คุณหนู สัตว์ตัวนั้นมันควรเป็นสิงโตเพลิงซึ่งมีระดับประมาณ 3-4  ถ้าเราสามารถจับมันได้มันจะทำให้มิติยกระดับขึ้นหลายระดับ!”

เมื่อได้ยินคำพูดของ หยูเฮง พ่อและลูกสาวหยุดทันที  เฉิงเสี่ยวเสี่ยว อาปากค้างและถามว่า

“หยูเฮง เจ้าแน่ใจอย่างนั้นหรอ?”

พูดตามตรงหัวใจของ เฉิงเสี่ยวเสี่ยว นั้นรู้สึกตื่นเต้น หากสิงโตเพลิงสามารถจับเข้าไปในมิติมันจะเพิ่มระดับให้กับมิติเป็นจำนวนมาก อีกครั้งมันสามารถเป็นตัวหลักในการต่อสู้ในอนาคต เมื่อมันถูกอัญเชิญออกมา

โฮก-

เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งเงาสีแดงเพลิงปรากฏขึ้น ร่างกายของ เฉิงไป๋หยวนขยับมาป้องกันลูกสาวของเขาไว้ด้านหลังและพูดว่า

“เสี่ยวเสี่ยว เจ้าต้องระวังตัวด้วย!”

“ท่านพ่อข้าสบายดี!” เฉิงเสี่ยวเสี่ยว เหงื่อตกเธอสังเกตเห็นได้ชัดว่าสัตว์ที่อยู่ด้านหน้าของเธอเป็นสิงโตเพลิงเป็นสัตว์วิญญาณระดับ 3!

มันยืนอยู่บนที่โล่งใต้ต้นไม้ที่สูงถึง 2 เมตร ลำตัวของสิงโตนั้นแข็งแรงเหมือนกับควาย แผงคอของมันเหมือนกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ กรงเล็บทั้ง 4 ของมันมีเปลวเพลิงติดอยู่ เสียงลมหายใจของมันรุนแรงราวกับการสั่นระฆัง ดวงตาของมันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อในขณะที่มันจ้องมองมายังพ่อและลูกสาว

เฉิงไป๋หยวน กระซิบ

“เสี่ยวเสี่ยว สิงโตเพลิงตัวนี้อย่างน้อยระดับ 3 - 4  พ่อไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน!”

“ท่านพ่อปล่อยให้ หยูเฮง เป็นคนจัดการเถอะ!”

เฉิงเสี่ยวเสี่ยว พยายามสงบสติอารมณ์ทุกอย่างต้องมอบหน้าที่ให้กับ หยูเฮง เท่านั้น เมื่อมองไปที่ หยูเฮง ตัวเล็กที่พุ่งเข้าไป สิงโตเพลิงจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่พุ่งมาหามันดูเหมือนว่าเป็นครั้งแรกที่มันเคยเห็นสิ่งมีชีวิตแบบนี้

“หยูเฮง  ระวังตัวด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!”

“ไม่ต้องกังวลไม่ว่ามันจะเก่งแค่ไหนข้าก็สามารถนำมันเข้าไปในมิติได้!”

โฮก-

ดูเหมือนคำพูดของ หยูเฮง จะทำให้สิงโตเพลิงโกรธ มันเปิดปากและพ่นลูกไฟออกมาเพื่อยิงใส่พวกเขา

เสียงคำรามของสิงโตดังมากจนใบหน้าของ เฉิงเสี่ยวเสี่ยว ตกใจดวงตาของมันทำให้เธอตกตะลึงอย่างไม่รู้ตัว   เฉิงไป๋หยวน ผู้ซึ่งปกป้องอยู่ด้านหน้ารีบใช้พลังของเขาปัดลูกไฟออกไป และไม่ลืมที่จะบอก หยูเฮง ว่า

“นางฟ้าข้าจะล่อมันเอาไว้ท่านรีบจัดการเร็วเข้า!”

บูม!

เสียงของลูกไฟที่ถูกปัดพุ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง

เฉิงเสี่ยวเสี่ยว กรีดร้องอย่างเป็นกังวล

“  หยูเฮง  เร็วเข้า!”

“ผ่อนคลายเอาไว้คุณหนู”

หยูเฮง กระพริบพุ่งไปยังในอากาศแล้วพุ่งเข้าหาสิงโตเพลิงโดยตรง  หยูเฮง ไม่ปล่อยโอกาสให้มันพ่นลูกไฟออกมาจากนั้น หยูเฮง ตะโกนว่า

“เข้ามา!”