ตอนที่แล้วบทที่ 23 หญิงสาวและหอนางโลม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 25 เปิดเผยและปิดบัง

บทที่ 24 ความคิดถึงและคาดไม่ถึง

แม้ว่าคำเรียกหอนางโลมอาจจะฟังอยู่แย่และไม่น่าอยู่สำหรับหญิงสาว แต่ลี่ถิงมาอยู่ที่นี่เป็นวันที่สองแล้วเธอพบว่าที่นี่ก็เป็นอีกที่ๆสงบสุข เธอช่วยงานตั้งแต่ทำอาหารยกอาหารและทำความสะอาดในช่วงกลางวันแต่กลางคืนก็นอนเงียบอยู่ในห้อง แม้จะมีเสียงแปลกตอนกลางคืนไปบ้างแต่เพราะลี่ถิงเป็นเด็กที่นอนหลับง่ายจึงไม่ได้ยินอะไร

วันที่สองลี่ถิงก็ยังคงทำงานเช่นเดิม วันนี้เธอแวะไปทักทายพี่สาวที่รู้จักทุกคนเธอรู้ว่านางโลมที่นี่ชอบการได้พูดคุยเรื่อยเปื่อย จะข่าวลือก็ดีจะเรื่องจริงก็ดี การได้จับเข่าคุยกับพวกพี่สาวทำให้เธอรับรู้ข่าวต่างๆภายในเมืองและนอกเมืองเยอะแยะเลยทีเดียว

“นี่ๆ ลี่ถิงจ้ะ รู้รึยังว่าสำนักหยางกำลังจะมาที่เมืองนี่เร็วๆนี้”พี่สาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาในขณะที่นั่งเล่นที่ชั้นล่างของร้าน

“..สำนักหยาง?”ลี่ถิงไม่รู้จักสำนักอื่นเยอะเท่าไหร่ รู้ก็เพียงชื่อ แต่สำนักอื่นจะมาที่นี่ทำไมกัน ที่นี่ก็มีสำนักเฉินรุ่ยอิ๋งอยู่แล้วมิใช่หรือ?

“ได้ข่าวว่ามาเพื่อหาลูกศิษย์เข้าสำนักน่ะสิ ไม่รู้ว่าท่านเฉินกับท่านโหยงจะว่าอย่างไร ให้สำนักอื่นมาหาศิษย์ในเขตของตัวเองแบบนี้”พี่สาวนางโลมคนหนึ่งเอามือขึ้นปกปากแล้วเลี่ยงสายตาไปข้างๆ

“…ขะ…ข้าคิดว่าท่านอาจารย์คงไม่ขัดข้อง หากที่นี่มีเด็กที่ตรงตามความต้องการของสำนักหยาง ท่านอาจารย์คงไม่ใจร้ายให้เด็กที่มีความฝันคนหนึ่งต้องดับฝันตัวเองหรอกเจ้าค่ะ”ลี่ถิงยิ้มเจื่อนๆ

“…ก็ แหม ทำแบบนี้น่ะ เหมือนกับมาแย่งของในที่ของตัวเองเลยนะ แถมเคยได้ข่าวมาว่า พวกสำนักหยางน่ะ ชอบแย่งศิษย์จากสำนักอื่นมาด้วย บางทีอาจจะถูกใจศิษย์คนไหนในสำนักเฉินรุ่ยอิ๋งแน่เลย”

“ระ…เรื่องนั้น ข้าเองก็..ไม่ค่อยทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ”

ลี่ถิงนั่งอยู่ท่ามกลางดอกไม้งามแห่งหอนางโลมแต่ก็ไม่ได้ขัดตาแต่อย่างใด ในตอนนี้ลี่ถิงสวมชุดของสตรีแล้วก็ดูงดงามไม่ต่างไปจากพวกเธอเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านั้นพวกเธอกำลังคุยกันเรื่องหัวขโมยท้ายตลาดอยู่ดีๆ ก็ดันมาเข้าเรื่องสำนักหยางขึ้นมาเสียนี่

สำนักหยางเป็นสำนักจอมยุทธ์ที่ใหญ่เป็นสามอันดับต้นๆ ครอบครองโดยตระกูลหยางมีสัญลักษณ์ดวงตะวัน ว่ากันว่าพวกเราสามารถใช้พลังไฟได้อย่างอิสระ มีสำนักรองอยู่หลายที่ทั่วดินแดน ลี่ถิงสงสัยว่าสำนักที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นทำไมถึงต้องมาสนใจเมืองเล็กๆเมืองนี้ด้วย?

คงไม่ใช่…ถูกใจศิษย์คนไหนของสำนักหรอกนะ ? หากเป็นเช่นนั้นคนที่มีโอกาสมากสุดก็คงเป็นศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองที่ได้ลงแข่งในการประลอง พวกเขามีผลงานอันเป็นที่เตะตาผู้คนมาก แต่ทั้งสองรักสำนักเฉินรุ่ยอิ๋งอย่างกับบ้านคงไม่มีทางย้ายสำนักอยู่แล้ว

“พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่ ไม่มีงานกันรึไงหา?”ทว่าในตอนที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนามเสียงของสตรีที่ทรงอำนาจก็แทรกเข้ามา

ท่านฟูหลินเดินก้าวแทรกเข้ามาในวงสนทานี้ ไม่มีผู้ใดตกใจเวลานี้ยังมิใช่เวลางานของพวกเธอ งานที่แท้จริงของเธอจะเริ่มเริ่มตะวันตกดินเท่านั้น

“นายหญิง พวกเรากำลังพูดถึงสำนักหยางอยู่พอดีเลย ท่านพอจะรู้ข่าวอะไรไหม?”นางโลมคนหนึ่งเอ่ยถามนายหญิงใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว

“สำนักหยาง? ได้ข่าวว่าพวกเขากำลังมาที่นี่ เมืองข้างก็เอะอะกันใหญ่ เจ้ารู้ไหม…เมืองนั้นว่ากันว่าอย่างไร?”ฟูหลินเดินเข้ามานั่งบนเก้าที่ยังว่างด้วยท่าทางเป็นกันเอง

“แบบไหนๆ ท่านอย่าทำให้พวกข้าต้องลุ้นสิ”

“พวกเขาบอกว่าอาจจะมีลูกชายของตนได้เข้าสำนัก แต่พวกสำนักหยางมาพักแค่คืนเดียวก็เดินทางออกไปทันที อุหุหุ น่าหัวเราะให้ฟันหลุด”

“ฮ่าๆๆ ว้าย! ท่านพูดอะไรนี่ข้าหยุดหัวเราะไม่ได้เลย!”

“อุหุหุ เมืองเล็กอย่างกับหมู่บ้านแบบนั้นนับคนอยู่ได้ไม่ถึงสามสิบคนเลย คนยังน้อยกว่าแขกที่เข้าร้านเราซะอีก!”

“จะให้ทำยังไงได้กันเล่า ก็คนที่นั่นส่วนใหญ่ก็พากันย้ายมาที่นี่ เจ้าเมืองๆนั้นดูแลคนก็แย่ แถมยังติดผู้หญิงอีก วันก่อนข้ายังเห็นเขามาเที่ยวหอนางโลมแถวนี้อยู่เลย!”

เหล่าพี่สาวต่างพูดจากันไปมาอย่างสนุกปากตามประสาวงสนทนาของหญิงสาว ยามที่ไม่มีแขกเจ้าร้านแบบนี้พวกเธอก็ดูเหมือนสตรีปกติทั่วไป แต่เมื่อแสงจากดวงตะวันตกลงสู่พื้นพวกเธอจะต้องกลับสู่ร่างของนกหงส์หยกผู้เย้ายวน และวนเวียนในค่ำคืนแห่งทำงานอันยาวนาน

ลี่ถิงอยู่ตรงนี้เพื่อคอยดูไม่ให้แก้วชาแก้วไหนเย็นชืด และคอยตอบรับทุกบทสนทนาไม่ให้การพูดคุยต้องอารมณ์กร่อย เธอรู้ดีว่าควรปฏิบัติตนเช่นไรในกลุ่มสนทนาของสตรี จนกระทั่ง…

“แต่ว่า…ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพวกเจ้าทุกคน”ฟูหลินเอ่ยในขณะที่เพิ่งสนทนาเรื่องอื่นจบไป

ทุกคนต่างเงียบเพราะเมื่อใดที่นายหญิงกว่างว่าเรื่องสำคัญ เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ทำเป็นเล่นไม่ได้ พวกเธอรู้จักนายหญิงดี ท่านแม้จะดูเข้มงวดแต่ก็ใจดี แต่เมื่อถึงเวลางานจะจริงจังยิ่ง จนไม่ว่าใครก็ต้องยำเกรง

“พรุ่งนี้เราจะรับแขกใหญ่ ร้านของเราจะปิดเพื่อรับแขกกลุ่มนี้กลุ่มเดียว”

เสียงร้องอย่างตกใจของเหล่านางโลม หอนางโลมแห่งนี้เป็นหอที่ใหญ่ที่สุดในย่าน ผู้ที่กล้าเหมาหอนางโลมเพื่อสังสรรค์คงเป็นพวกกระเป๋าหนักใหญ่เท่าหลังคาบ้านแน่ๆถึงได้กล้าจองที่นี่ทั้งวันแบบนั้น

“รึว่า…จะเป็นสำนักหยาง!?”เสียงของพี่สาวคนหนึ่งพูดขึ้น นางหญิงไม่ได้ปฏิเสธแต่เธอกลับพยักหน้าอย่างช้าๆ

“…ใช่ พวกเขาจะมา”

“ทำไมท่านไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า! มานั่งคุยตั้งนาน!”

“ข้าไม่อยากขัด เห็นพวกเจ้ากำลังคุยสนุกๆ”

“โถ่ ท่านหญิง!!”

ฟูหลินหัวเราะในลำคอเบาๆจากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน “เอาล่ะ ไปเตรียมตัวเถอะ ตะวันใกล้จะตกดินแล้ว”

เมื่อเสียงประกาศของนางหญิงสั่งขึ้นพวกเธอก็พากันลุกขึ้นแล้วแยกย้ายกันไปคนล่ะทาง ลี่ถิงบอกว่าวันนี้จะเข้าไปช่วยเตรียมอาหารก่อนแล้วจะขึ้นไปที่ห้อง ฟูหลินก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรปล่อยให้เธอได้ทำตามใจชอบ

วันนี้แม่ครัวคนหนึ่งไม่มาเพราะปวดเอว ลี่ถิงกับแม่ครัวอีกคนจึงต้องช่วยงาน ลี่ถิงอาสาทำให้ส่วนของของหวานและอาหารจานย่อยวันนี้ลี่ถิงเหนื่อยเรียกว่าสายตัวแทบขาด แต่ด้วยความพยายามยิ่งเธอก็ทำอาหารเสร็จตามเวลา ก่อนที่หอนางโลมจะเปิดลี่ถิงออกมาจากห้องครัว ในตอนนั้นเขาเห็นอาจารย์โหยงอยู่ที่หน้าประตู

“อาจารย์โหยง!?”ลี่ถิงรีบเดินเข้าไปหาร่างของอาจารย์โหยงที่อยู่หน้าร้านทว่า…

..เงาของเด็กคนหนึ่งก็วิ่งออหมาจากหลังท่านอาจารย์พร้อมวิ่งเข้ามากอดเธอแน่น

“พี่เสี่ยวถิง..!”เฟยหรงกอดเอวเธอแน่นไม่ยอมปล่อย วันนี้ใบหน้าของเขาดูหม่นหมองนักราวกับคนที่ไม่ได้นอน

“ฟะ…เฟยหรง? มาที่นี่ได้ยังไง?”ลี่ถิงตกใจยิ่ง ถึงเขาจะเป็นเด็กแต่ก็ยังเป็นผู้ชาย จะให้มาเข้าหอนางโลมตั้งแต่อายุน้อยแบบนี้ได้ยังไง มันไม่ควรเลยนะ!

“…พี่เสี่ยวถิง ข้านอนไม่หลับ ท่านคิดถึงท่าน”

“โถ่ เด็กดื้อ แค่คืนเดียวเอง”

เฟยหรงยังคงกอดเอวเธอไม่ปล่อยจนเหล่าพี่สาวนางโลมมองมาที่หน้าประตูร้านกันเป็นตาเดียว เด็กผู้ชายเป็นสิ่งที่พวกเธอไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก เหล่าพี่สาวรุมเข้ามาล้อมเฟยหรงอย่างรวดเร็ว

“น้องชายลี่ถิงรึ น่ารักจริงเชียว”พี่สาวคนหนึ่งเดินเข้ามาย่อตัวแล้วจับเฟยหรงหยิกแก้มเบาๆ

“พ่อหนุ่ม ชื่ออะไรจ้ะ น่ารักจังเลย”

“สนใจมากอดพี่สาวคนนี้บ้างไหมจ้ะหนุ่มน้อย”

พวกเธอใช้น้ำเสียงอันยั่วเย้ารุ่มจับนิดจับหน่อยเฟยหรงเป็นว่าเล่น ลี่ถิงกอดน้องชายแน่นพร้อมพยายามบอกให้พวกเธอหยุด

“อยะ…อย่านะเจ้าคะ”

“แหม ทำเป็นห่วงไปได้”พอเห็นลี่ถิงท่าทางหวงก้างไม่ยอมให้จับน้องชายพวกพี่ๆหรือจะอดกลั้นใจกลั่นแกล้งเธอได้ลง?

“นิดๆหน่อยๆนะ อุหุหุ”จำนวนของนางโลมที่เข้ามามุงดูเฟยหรงมากขึ้นทุกที จนลี่ถิงห้ามแทบไม่ไหว

“นี่ๆอย่ามุงที่หน้าร้านสิ ไปเตรียมตัวทำงานซะ”

ดั่งเสียงระฆังห้ามทัพ พอฟูหลินเข้ามาห้ามพวกเธอทั้งหลายก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ท่านฟูหลินดั่งท่านธิดามาโปรดยิ่ง เธอโล่งอกจนต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ

“ต้องขอโทษด้วย เฟยหรงร้องอยากเจอเจ้าทั้งวันจนข้าต้องพามา”อาจารย์โหยงยืนอยู่หน้าร้านเขาส่ายหัวเบาๆ ทั้งวันนี้ศิษย์คนนี้เอาแต่ถามว่าเขาเอาลี่ถิงไปไว้ที่ไหน รบเร้าจนเขาต้องพามาเจอจนได้

“ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่พากลับก่อนดีไหม? ที่นี่เด็กผู้ชายเข้าไม่ได้นะ”ฟูหลินเดินกรีดพักเล็มเดินเข้ามา

หอนางโลมเป็นสถานที่สำหรับผู้หญิง และชายผู้มาใช้บริการ เด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ห้ามเข้าถือมีความผิดทางกฎหมาย หอนางโลมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากอนุญาตให้เด็กผู้ชายเข้ามา ฟูหลินยังไม่อยากให้ใครมองหอของนางไม่ดีจึงต้องขอให้เฟยหรงกลับไป

“เฟยหรง…ข้ามาอยู่ที่นี่แต่แปบเดียวเท่านั้น ข้าสัญญาจะรีบกลับไป เจ้าเป็นคนเก่งอยู่ที่สำนักได้ใช่ไหม?”ลี่ถิงจับแก้มทั้งสองของเฟยหรงไว้เบาๆ ดวงตาที่หมองคล้ำบ่งบอกว่าเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้เธอก็กลับไปไม่ได้และคงไม่สามารถให้เขาอยู่ด้วยได้

“แล้วอีกนานแค่ไหน…? พี่เสี่ยวถิง”เฟยหรงทำดวงตาคลอน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“ปะ…ประมานสามสี่วัน ก็คง…กลับได้แล้วล่ะ อย่าอดนอนนะเฟยหรง กินข้าวให้ครบด้วย ช่วงที่ข้าไม่อยู่เจ้าอยู่ได้ใช่ไหม คนเก่งของข้า?”

“….อื้ม ข้าจะรอ”

“เจ้าทำได้อยู่แล้ว…”

ลี่ถิงกอดลาน้องชายครั้งสุดท้ายก่อจะปล่อยให้เขากลับไปกับอาจารย์โหยง หากไม่ติดว่ายังเป็นระดูอยู่เธอก็อยากกลับไปกับเขาตอนนี้เลย น้องชายไม่เคยอยู่ห่างเธอไม่ว่าเมื่อใด เขาคงต้องเหงามาแน่ที่เธอไม่อยู่

          ….อา!! แบบนี้ข้าก็ยิ่งรู้สึกอยากกลับขึ้นมาน่ะสิ!    

ลี่ถิงเดินขึ้นห้องไปแล้วก็ได้แต่เอาหัวมุดหมอนอย่างสิ้นหวังอารมณ์หงอย ทำไมผู้หญิงต้องมีวันนั้นด้วยนะ? ลี่ถิงล่ะอยากจะเปลี่ยนเพศตัวเองซะตอนนี้ แต่ในตอนนั้นเอง…

ตุบ ตุบ ตุบ!!

เสียงบางอย่างก็ดังมาจากข้างหน้าต่าง ลี่ถิงสงสัยว่าอาจจะเป็นนกมาติดอยู่ที่หลังคาก็เป็นได้ จึงเปิดหน้าต่างออกไปจังแสงยามเย็นทว่าในตอนนั้น…

ปึง!

“โอ๊ยๆ เท้าข้าๆ!!”

เมื่อเธอเปิดหน้าต่างไปก็พบว่าเธอเปิดหน้าต่างไปใส่เท้าของใครคนหนึ่ง! ลี่ถิงนั้นตกใจสุดขีดแต่ก็กลั้นเสียงของตัวเองไว้ เมื่อเจ้าของเท้าคู่นั้นกระโดดลงมาจากหลังคา เขากุมเท้าตัวเองเอาไว้แล้วค่อยๆหันมา…

“อา…ข้าขอโทษๆ ข้าไม่รู้ว่าห้องนี้มีคน อะ…นี่เจ้า..?”

“….!!!!!!”

เมื่อชายผู้นั้นหันมาลี่ถิงก็ต้องผวาจนหน้าซีด ทั้งชุดที่เขาใส่เป็นชุดเของสำนักเฉินรุ่ยอิ๋ง ใบหน้านั่นไม่ต้องคิดให้มากมายเลย…

…ศะ…ศิษย์พี่รอง!!?

“นี่เจ้า….คะ…คือลี่ถิงหรือ?”

ใบหน้าของศิษย์พี่รองเองก็ดูตกใจไม่แพ้กับเธอ เขาถึงกับยืนนิ่งแล้วมองลี่ถิงค้างนานกว่าหลายนาที จะจริงสิ…ตอนนี้ลี่ถิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้…

ลี่ถิง….กำลังสวมชุดของผู้หญิงอยู่!!

 

เมื่อคืนก่อนนั้น…

เฟยหรงเมื่อได้รับรู้ว่าลี่ถิงไปช่วยงานที่หอนางโลมที่เป็นสหายเก่าแก่กับท่านอาจารย์ ศิษย์ทุกคนในสำนักต่างรับรู้กันท้วนหน้า ทว่าเฟยหรงนั้น…กลับรู้สึกโหวงเหวงในจิตใจยิ่งนัก

          ไม่ได้เจอพี่เสี่ยวถิง…ไม่ได้เจอพี่เสี่ยวถิง…

ทั้งวันเขาอย่างกับพวกร่างไร้วิญญาณ ที่เอากระบี่ไม้เดินฟาดไปเรื่อยๆ ศิษย์พี่รองเห็นสภาพแบบนั้นก็ตั้งใจจะแกล้งเขาสักหน่อยแต่ความว่องไวของเฟยหรงยังคงอยู่ ศิษย์น้องคนนี้ยังคงหลบการโจมตีของเขาได้ทุกเม็ด

กลางคืนเฟยหรงก็นอนไม่หลับ เขาออกมาซ้อมกระบี่ปีศาจอยู่ข้างนอก เห็นศิษย์น้องทำตัวเป็นร่างไร้วิญญาณเช่นนี้ศิษย์พี่ใหญ่ไม่สบายใจยิ่ง เขาออกมาดูเฟยหรงซ้อมดาบอยู่กลางลานฝึกซ้อม เขาจำต้องฝึกการควบคุมกระบี่แม้จะยังเด็กแต่เฟยหรงก็ทำได้ดียิ่ง

          ‘เฟยหรง เจ้าอย่าเหงาเพียงเพราะพี่สาวเจ้าหายไปเลย ไม่นานข้าเชื่อว่านางจะต้องกลับมา’ กระบี่ปีศาจสื่อสารกับเขาภายในจิตใจ

“….หอนางโลม…มีผู้ชายเยอะ ข้าไม่อย่าให้พี่เสี่ยวถิงไปอยู่ที่แบบนั้น”เฟยหรงพูดกับจิตของกระบี่เบาๆ

          ‘อืม…ที่เจ้าพูดมาก็ถูก ข้าเห็นด้วยเพราะลี่ถิงแม้จะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่นางก็ถือเป็นสตรีที่น่ารักคนหนึ่ง’

“….”

          ‘ใบหน้าตอนยิ้มคงทำให้ชายหลายคนหลงใหลไม่ได้นอนเลยทีเดียว หากข้าไม่ได้เป็นจิตแห่งกระบี่ข้าก็คงหมายนางเป็นภรรยาไปแล้ว สายตาของเจ้านี่เฉียบคมไม่น้อย…’    

“…..”

เฟยหรงอยู่ๆก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เขาเก็บกระบี่ไว้ข้างกายแล้วเดินไปทางกองเพลิงที่จุดยามค่ำคืนช้าๆ

‘ดะ…เดี๋ยว…เฟยหรง…นั่นเจ้าจะทำอะไร?’

กระบี่ปีศาจสัมผัสได้ถึงจิตสังหารในใจของเขา และสิ่งนั้นที่เขาไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น…เฟยหรงยื่นกระบี่ปีศาจเข้าไปในกองเพลิงกับลุกโชน…!

          ‘อ้า!! หยุดนะ!! ข้าเจ็บ!! ข้าแค่ล้อเล่น!! ข้าเป็นกระบี่จะไปทำอะไรแบบนั้นได้ที่ไหน!!’

          “ฟะ…เฟยงหรงนั่นเจ้าจะทำอะไรกระบี่ปีศาจน่ะ!!”

ศิษย์พี่ใหญ่รีบวิ่งเข้าไปห้ามปราณเขาในทันที แม้กระบี่จะไม่แตกหักแต่ความร้อนเป็นสิ่งทีทำให้มันศึกหรอได้ นับจากวันนั้นกระบี่ปีศาจก็สาบานในใจว่าจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับลี่ถิงให้นายตัวเองฟังอีกแล้ว!!

จะพี่จะน้อง…ก็ไม่ต่างกันเลยสักนิด!!

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...