ตอนที่แล้วซัพที่18: ลาจากวังทั้งที่ปวดบั้นท้าย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปซัพที่20: ภารกิจเลือกเฟ้นฮ่องเต้อะไร ข้าไม่ทำมันแล้ว!

ซัพที่19: การปกป้องที่ดีที่สุด คือการสอนให้เขาปกป้องตัวเอง!


ซัพที่19: การปกป้องที่ดีที่สุด คือการสอนให้เขาปกป้องตัวเอง!

หลังจินหลงตกลงกับท่านหมอเสร็จสรรพ ว่าจะพาเด็กในกลุ่มมาช่วยงาน เขาจึงมุ่งหน้าเข้าป่า เมื่อมาถึงจึงพบเหล่าเด็กกำพร้ากำลังฝึกซ้อมวรยุทธ์

“น้องอยู่ร์มาแล้ว!” เด็กคนหนึ่งตะโกนบอก ทุกคนจึงหันมาด้วยความดีใจ

“พี่อยู่ร์ๆ วันนี้จะสอนอะไรพวกเราหรือ” เด็กหญิงวัยสามปีคนนึงวิ่งเตาะแตะมาถาม จินหลงฉีกยิ้มให้เธอ

“เรื่องสอนน่ะก็มีอยู่ แต่ไว้ทีหลังดีกว่า พวกเจ้าไปฝึกเถอะ” เจ้าตัวแสบยังไม่บอกความจริง เขาเดินไปทักทายเด็กทุกคน ก่อนจะมาเลือกที่จะนั่งดูฝีมือและนิสัยแต่ละคน

หากจื่อจงรู้เรื่องนี้ คงอยากไปทำงานกับเจ้าหมอกำมะลอแหง

แต่ก็นะ ทำไมเวลาถึงได้เหมาะเจาะราวกับเป็นนิยายอย่างนี้

จินหลงนั่งพิจารณาเด็กแต่ละคน ดูความกระตือรือร้น ความตั้งใจ ความขยัน และฝีมือ ก่อนเขาจะลุกขึ้นยืนแล้วตบมือสองครั้งเป็นสัญญาณให้ทุกคนสนใจ

“วันนี้ข้ามีเรื่องจะมาบอกล่ะ” จินหลงเกริ่นทันทีที่ทุกคนเงียบและหันมาทางเขา เด็กบางคนหันไปถามจื่อจง ว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่จื่อจงส่ายหน้าปฏิเสธ

ก็แหงสิ ข้าเพิ่งรับงานมามาดๆ

“ให้เด็กโตมายืนตรงนี้ก่อน” เหล่าเด็กโตหันมามองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะมายืนเรียงกันสิบคนจินหลงด้วยความไม่เข้าใจ

“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” จื่อจงใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อ

“พอดีเมื่อครู่ข้าไปคุยกับท่านหมอคนนึงมา เขาบอกว่าอยากจ้างพวกเราสองคนไปช่วยงานที่โรงหมอน่ะ” จื่อจงตาเป็นประกาย จินหลงเดาไม่ผิดว่าจื่อจงต้องการจะไป

“แต่ว่างานนี้ไม่ใช่แค่การช่วยงานที่โรงหมอ แต่ยังมีเรื่องการคุ้มกันท่านหมอจากคนร้ายที่ไม่รู้จะมาตอนไหนด้วย ฉะนั้นข้าจึงต้องคัดคนอย่างเข้มงวด มีแค่สองคนที่ชนะเท่านั้นที่จะได้ไป แน่นอนว่ามีทั้งค่าจ้าง อาหาร และที่พัก” จินหลงอธิบาย ก่อนจะนิ่งคิด

“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้ากังวล คือข้ายังสอนวิชาพวกพี่ไม่หมด เพิ่งสอนไปเพียงส่วนเดียว จึงคิดว่าจะให้พลัดเปลี่ยนกัน เป็นรอบกลางวันกลางคืน รอบละสองคน ซึ่งจากที่ข้าดูฝีมือแล้ว.. เอ้อหู่ ไท่หนานจิง การทดสอบเมื่อวานพวกเจ้าสองคนทำได้ดีที่สุด ฉะนั้นข้าจะให้พวกเจ้าอยู่กะกลางคืน อี้หลานถิง อี้หลานหรง พวกเจ้าสองคนมีความรอบคอบระแวดระวังสูง ให้อยู่กะกลางวัน” ใบหน้าจื่อจงถอดสีทันทีที่จินหลงพูดจบ

“รับทราบ!” ทั้งสี่ฉีกยิ้มแป้น ดวงตาเป็นประกาย ตื่นเต้นจะได้ทำภารกิจ

“งั้นพวกพี่ก็รีบไปเตรียมตัวเถอะ ทุกคนเองก็กลับไปฝึกได้แล้ว” จินหลงเอ่ย เด็กทั้งหลายจึงแยกย้าย ยกเว้นเพียงจื่อจงที่ยังคงยืนนิ่ง กำหมัดไม่เข้าใจการตัดสินใจของจินหลง

“ทำไมล่ะ? น้องอยู่ร์ เจ้าก็รู้ว่าข้าอยากเป็นหมอ ทำไมเจ้าถึงไม่ให้ข้าไป?” จินหลงถอนหายใจ

“เอาจริงๆ ข้าก็อยากส่งพี่ไป..” เจ้าตัวแสบไม่ทันเอ่ยจบ จื่อจงกลับพูดแทรก

“แล้วทำไมล่ะ!”

“งั้นข้าจะไล่เหตุผลให้ท่านฟัง” จินหลงจ้องตาจื่อจง

“ข้อแรกตอนนี้ท่านเปรียบเสมือนหัวหน้ากลุ่ม เป็นศูนย์รวมจิตใจของกลุ่ม ทุกคนในที่นี้ต้องพึ่งพาท่าน” จื่อจงกำหมัดเม้มปากแน่น

“ข้อสองจุดประสงค์ของท่านคืออะไร? ท่านเป็นหมอไปเพื่ออะไร?” จื่อจงจ้องตาร่างเล็ก

“ก็เพื่อปกป้องทุกคน เพื่อช่วยรักษาทุกคน” เด็กชายตอบทันใด จินหลงเผยยิ้มจางๆ

“ท่านพี่จื่อจง จำคำข้าไว้ ท่านมิอาจปกป้องใครได้ทุกคน จำนวนเด็กในกลุ่มเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้สิ่งที่ควรทำไมใช่การปกป้องพวกเขา แต่เป็นการสอนให้พวกเขาปกป้องตัวเอง” จินหลงพยายามพูดให้จื่อจงได้คิดตาม

ชีวิตเขาเกิดมาสองชาติ ได้เห็นผู้คนแต่ละยุคสมัย การปกป้องนั้นฝังดูอาจเป็นเรื่องดี แต่แท้จริงกลับเป็นการฆ่าอีกฝ่าย ทำให้คนผู้นั้นอ่อนแอ ไม่คิดเข้มแข็ง เอาแต่รอการปกป้อง ส่วนผู้ปกป้องก็จะกลายเป็นมีภาระติดตัว เป็นพะวงแต่กับอีกคน

“ข้อสาม การที่ข้าส่งท่านไปที่นั่นในตอนนี้ จิตใจท่านก็จะวนเวียนอยู่กับวิชาแพทย์ ไม่ได้อยู่กับภารกิจ” องค์ชายน้อยเอ่ยต่อไป

“ตัวข้าไม่ได้ห้ามหรือขัดขวางท่านเรียนวิชาแพทย์ แต่ข้าเพียงจะบอกท่านว่ามันยังไม่ถึงเวลา ไว้ท่านอ่านออก เขียนได้เมื่อไหร่ ข้าจะช่วยท่านเอง” ..แต่เอาจริงๆ เขาก็ไม่ไว้ใจหมอกำมะลอนักหรอก สรุปหมอนั่นเป็นหมอจริงๆ ใช่ไหม?

“เช่นนั้นก็ได้” จื่อจงมีสีหน้าหมองลง จินหลงถอนหายใจอีกครั้ง

“หรือท่านจะดึงดันไป? ถ้าท่านอยากไปจริงๆ ข้าก็ไม่ห้าม” องค์ชายน้อยเปิดโอกาส จื่อจงหลับตาคิดกับตัว เขาหันไปมองพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ในกลุ่ม

หากไม่มีเขาอยู่ คงได้เกิดเรื่องดังที่อยู่ร์หานว่าแน่

“ว่ายังไงล่ะ?” จินหลงถามย้ำ จื่อจงจึงหันมา

“อย่างที่น้องอยู่ร์บอกนั่นแหละ หากข้าไม่อยู่คงได้มีปัญหา.. แต่เจ้าต้องสัญญานะ ว่าจะช่วยให้ข้าได้เรียนเป็นหมอ” จินหลงยกนิ้วโป้งให้จื่อจง

“แน่นอน!” จื่อจงกระพริบตาปริบๆ

“แล้วสัญลักษณ์นี้คืออะไร?” เจ้าตัวแสบยิ้มแหย ลืมไปว่าสมัยนี้ยังไม่มีสัญญาณมือ

“แปลว่าดีเยี่ยม ตกลง แล้วก็ชอบไงล่ะ แบบว่ากดไลค์” จื่อจงเอียงคอไม่เข้าใจ

“เออๆ ช่างเถอะ เอาเป็นว่าฝากท่านดูทุกคนต่อไปด้วย ข้าจะไปพาสี่คนนั้นไปหาท่านหมอ” จินหลงตอบปัดๆ ขี้เกียจอธิบาย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเขาบ้าอีก

เมิ่งชงหยวนนอนคว่ำแผ่อยู่บนเตียง หลังใช้เวลาทำความสะอาดบริเวณนี้ครึ่งวัน ใบหน้าของท่านหมอดูเหนื่อยล้านัก

ให้ตายเถอะ บังคับเขามาอยู่นี่ไม่พอ ทำไมไม่รู้จักทำความสะอาดห้องไว้ให้เขาด้วย! ตูดก็เจ็บยังต้องมาทำบ้าทำบออะไรแบบนี้อีก

“เกลียดการทำความสะอาดโว้ยยยยย” ท่านหมอแหกปาก เอาหน้าซุกหมอนและทุบเตียงอย่างไม่พอใจ

“งั้นก็จ่ายเพิ่มสิ เดี๋ยวข้าให้พวกหลานถิงทำให้” จินหลงโผล่งขึ้น ทำเอาท่านหมอสะดุ้งเฮือก

“องค์ชา... ผลั๊ก!!” ไม่ทันที่ท่านหมอจะเอ่ยจบ ห่อผ้าของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็ถูกปาใส่หน้าเจ้าของอย่างแรง

“ท่านลืมแล้วหรือไง ข้าชื่อเหออยู่ร์หาน คุณชายผู้น่ารักแห่งตระกูลเหอ” จินหลงถลึงตามองหน้าท่านหมอให้เล่นตามแผนการณ์

...ไม่ใช่ว่าปกติชื่อปลอมต้องคล้ายชื่อจริงเรอะ! แล้วไหง เจิ้งจินหลง ถึงกลายเป็น เหออยู่ร์หานได้เล่า!

“...เออ คุณชายเหอ เหตุใดท่านจึงมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” จินหลงเลิกคิ้ว แอบรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ ที่เมิ่งชงหยวนเรียกเขาว่าคุณชายเหอ แอบดูคล้ายๆ เวลาเรียกเจียงสงว่าคุณชายอู๋

“เหตุใดเจ้าจึงกล่าวหาข้าเช่นนี้ เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้าส่งเสียงหรือ” ใบหน้ากวนโทสะของเด็กน้อยปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทำเอาท่านหมอนึกอยากเดินไปตีก้นเล็กๆ ซะให้เข็ด

ไหนๆ ก็ไม่อยู่ในวังแล้ว จับตีสักทีดีไหม!

“ข้าหมายถึงส่งเสียงกุกๆ กักๆ หรือเสียงเดินตึกๆ ก่อนน่ะ” เมิ่งชงหยวนพยายามระงับอารมณ์ ตอนเด็กชายอย่างใจเย็น พยายามมองโลกในแง่ดีว่าองค์ชายน้อยยังเด็ก อาจไม่เข้าใจความหมายนึก

“กุกๆ กักๆ ตึกๆ ตักๆ” จินหลงเอ่ยออกมาแทนอย่างยียวน ท่านหมอแยกเขี้ยว

“เดี๋ยวข้าจะได้จับเด็กตีก้นวันนี้แหละ!!” เมิ่งชงหยวนลุกขึ้น ทว่าเด็กทั้งสี่ที่อยู่ด้านหลังจินหลงกลับเข้ามาขวางอย่างรวดเร็วชนิดที่คนทั่วไปไม่อาจทำได้ เมิ่งชงหยวนอ้าปากค้าง จินหลงยกมือห้ามพวกเขา ทั้งสี่จึงถอยหลังกลับไปยืนที่เดิม

“จุ๊ๆ ข้าบอกแล้วว่าอย่าดูถูกเด็กในกลุ่มข้า” จินหลงยืดอกอย่างภาคภูมิ

“นี่ท่าน...ฝึกยังไงให้เด็กพวกนี้เร็วได้ขนาดนี้?!” เมิ่งชงหยวนตะลึง เจ้าตัวแสบฉีกยิ้ม

“ฮุๆ ความ ลับ จ้า” ท่านหมอทนไม่ไหว ฝืนเดินเข้ามาหยิกยืดแก้มทั้งสองข้างขององค์ชายน้อย

“โอ้ย์ๆๆ อ่อยอ้าอ๊า” จินหลงดีดดิ้น ดันมือท่านหมอออก

“มันน่าหยิกให้แก้มฉีกนัก!” ท่านหมอยอมปล่อยมือ จินหลงลูบแก้มที่แดงเถือกของตนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปถึงตาพี่ๆ ทั้งสี่ที่กลั้นเสียงหัวเราะอยู่ด้านหลัง

ทีเมื่อกี้ล่ะช่วยข้า ทำไมทีงี้ไม่ช่วย!

“แล้วสรุปเด็กพวกนั้นเป็นใคร?” เมิ่งชงหยวนยืนถาม เด็กชายทั้งสองจึงเดินเข้ามาแนะนำตัวก่อน

“ข้าสกุลเอ้อ ชื่อหู่ อายุสิบห้าปี” เด็กชายท่าทางซุกซนแนะนำตัวเป็นคนแรก

“ส่วนข้าสกุลไท่ ชื่อหนานจิง อายุสิบสามปี” หนานจิงยิ้มหวาน

“สองคนนี้จะมาคอยดูแลท่านช่วยกลางคืน” จินหลงแนะนำ ก่อนจะหันไปทางสองพี่น้องตระกูลอี้

“ข้าสกุลอี้ ชื่อหลานหรง อายุสิบหกปี” เด็กหญิงที่อายุมากที่สุดในกลุ่มเด็กกำพร้าเอ่ยแนะนำตัว

“ข้าสกุลอี้เช่นกัน ชื่อหลานถิง อายุสิบห้าปี” หลานถิงผู้เป็นน้องชายเอ่ย

“สองคนนี้จะคอยดูแลท่านในตอนกลางวัน ข้าคิดว่าหมอเร่ร่อนอย่างท่านคงห่วยแตกเรื่องงานบ้านงานเรือน จึงให้หลานหรงมาช่วยดูแล... แน่นอนว่าคิดตังเพิ่มนะ” จินหลงแสยะยิ้ม แล้วทำมือเป็นรูปเงิน

“ท่านก็รวยอยู่แล้ว จะขูดเงินข้าไปทำไม” เมิ่งชงหยวนย้อน จินหลงยักไหล่

“เงินครึ่งนึงที่ท่านจ่ายให้ทั้งสี่คน ข้าจะเก็บไว้เป็นเงินกลุ่ม เพื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน ส่วนเงินอีกครึ่งที่เหลือเป็นเงินของพวกเขา ยังไงซะท่านก็ให้ทั้งอาหารและที่พักนี่ ไม่น่ามีเหตุต้องใช้เงินมาก” จินหลงอธิบาย แม้ในตอนแรกเขาต้องการจะเก็บเงินเพียง20%ไว้ก็ตาม แต่เด็กทั้งสี่กลับยินดีให้ถึงครึ่งหนึ่ง นับว่าเป็นสัญญาณดี

“แต่ที่นี่มีเพียงสองเตียง คิดว่าเพียงพอกับแค่สองคนนะ” เมิ่งชงหยวนแย้ง

“ข้าถึงได้บอกว่าแบ่งเป็นกะกลางวันและกลายคืน ในตอนกลางวันพวกเอ้อหู่และหนานจิงจะเป็นคนนอน ส่วนตอนกลางคืนเป็นสองพี่น้องตระกูลอี้” เวลาที่เหลือหลังตื่นนอนก็ให้กลับไปฝึกวิชาที่กลุ่ม

“เอางั้นเลยหรือ?” เมิ่งชงหยวนถามอย่างไม่อยากเชื่อ จินหลงจึงพยักหน้า

“อืม เอางั้นเลยสิ”

อีกด้านหนึ่ง ทางด้านเหมยไป๋ฮวาหรือโจวหรงหรง ที่ถูกพระเจ้าส่งตัวลงมาเป็นผู้ช่วยของจินหลง ตอนนี้เธอกำลังถูกเลี้ยงดูโดยเหมยกุ้ยเหรินและผู้เป็นแม่อยู่ที่กระท่อมร้างกลางป่า

เพราะทั้งสองคิดว่าตัวเธอเป็นเด็กที่เกิดจากชาวต่างชาติ จึงรับเธอมาดูแล โดยไม่ได้คิดว่าตัวเธอนั้นเป็นปีศาจ แต่เรื่องที่เธอต้องตกใจนักก็คือ..

“ท่านแม่ วันนี้ข้าล่ากระต่ายป่าได้ล่ะ” กุ้ยเหรินที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดเดินเข้ามาทางประตู ในมือถือกระต่ายป่าสองตัวที่โชกเลือดไว้

กรี๊ดดด ท่านพี๊! ได้โปรดอย่าเอามันมาให้ข้าเห็น โอ้! แม่ขา กลิ่นมันจะทำข้าอ้วกแล้ววว

ไป๋ฮวาใช้มือทั้งสองข้างอุดจมูกน้อยๆ เธอไม่คิดเลยว่าเด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างกุ้ยเหรินจะมีความสามารถในการล่าสัตว์และสามารถล่าน้องต่ายได้อย่างไม่ใจสั่นกับความน่ารักนุ่มนิ่มของมัน

“แค่ก..ก..ๆ ดีนัก...ที่มีเจ้าอยู่ด้วยกุ้ยเหริน ท่าทาง..เจ้าค..งได้พรสวรรค์ของพ่อเจ้า.. แค่กๆ มามากนัก” ผู้เป็นแม่ไอออกมา สีหน้าดูย่ำแย่นัก

“ท่านแม่ ข้าว่าท่านไปหาหมอเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปล่าสัตว์เก็บสมุนไพร แล้วจะนำของพวกนี้ไปขายแลกเงิน หาเงินมารักษาท่าน” กุ้ยเหรินวางซากกระต่ายไว้ข้างไป๋ฮวา ก่อนจะเดินมากอดผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่

ข้าก็ไม่อยากขัดความซึ้งของพวกท่านนักหรอกนะ แต่ได้โปรดอย่าเอากระต่ายมาวางตรงนี้!!

กรี๊ดดด ดูหน้าน้องสิ ดูตาของน้องต่ายนี่สิ โอ้ยยย ตายแล้ว หัวใจข้าล่ะหวั่นไหว ฮรือ

“อย่าเลย แค่กๆ อย่าเลยกุ้ยเหริน แม่เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา ต้มสมุนไพรดื่มทุกวันก็หายแล้ว” ผู้เป็นแม่ปลอบ กุ้ยเหรินส่ายหน้า

“ไม่ ท่านแม่ ข้าว่าอาการของท่านต้องหนักกว่านั้นแน่ ข้าเห็นท่านดื่มน้ำสมุนไพรมาก็นาน เหตุใดจึงไม่หายสักที” เด็กหญิงเป็นกังวล ไป๋ฮวาตัวน้อยจึงหันมามองแม่บุญธรรมของเธอ

อย่างที่กุ้ยเหรินว่านั่นแหละ หากต้มยาสมุนไพรกินนานขนาดนี้ก็ควรจะหายได้แล้ว

เอ้ะ? หรือว่าจะกินยาไม่ถูกโรคกัน

ไป๋ฮวาเหลือบมองสมุนไพรที่อยู่ในตระกร้าใกล้ๆ กับเธอ ตอนนี้เด็กน้อยนึกอยากดูสมุนไพรด้านใน จึงพยายามคลาน แต่ก็ไม่เป็นผล ร่างกายของเธอในตอนนี้ยังไม่แข็งแรงพอจะคลาน เธอจึงตัดสินใจจะกลิ้งไปดูสมุนไพรบริเวณนั้น

ฮึบ! ฮึบบบบ

ไป๋ฮวาพยายามพลิกตัวอยู่ไม่กี่นาที ก่อนเธอจะทำสำเร็จ กุ้ยเหรินที่เห็นอะไรแวบๆ ที่หางตาจึงหันไปมองที่ไป๋ฮวาที่นอนคว่ำ

“ไป๋ฮวาทำอะไรน่ะ?” กุ้ยเหรินถามขึ้น ทำให้ผู้เป็นแม่ต้องหันไปมอง ในจังหวะที่ไป๋ฮวาพลิกตัวได้อีกครั้ง กลับมานอนหงาย

“น้องพลิกตัวได้แล้ว!!” ผู้เป็นแม่ร้องยินดี สีหน้าของนางสดใสขึ้นมาก ต่างจากกุ้ยเหรินที่งุนงง

“ท่านแม่ ท่านจะดีใจทำไม น้องแค่พลิกตัวได้เองนะ” เด็กน้อยถาม ขณะที่ผู้เป็นแม่ลุกขึ้นไปอุ้มไป๋ฮวามาชมเชย

“กุ้ยเหริน เจ้าไม่รู้อะไร เด็กแรกเกิดนั้นมีร่างกายยังไม่สมบูรณ์นัก ไม่อาจพลิกตัวได้ การได้เห็นไป๋ฮวาพลิกตัวได้ในเวลาเพียงสองเดือน ช่างเป็นอะไรที่มหัศจรรย์นัก นับว่าเป็นสัญญาณดีว่าเด็กคนนี้โตมาจะแข็งแรง” ผู้เป็นแม่เอ่ยชื่นชม ตื่นเต้นจนลืมอาการป่วยของตน

“เห สุดยอดไปเลย ไป๋ฮวาเจ้าเก่งมาก!” กุ้ยเหรินกระโดดดีใจชื่นชมน้องน้อย ต่างจากเจ้าตัวเล็กที่ทำหน้าเหลอหลา

เดี๋ยว! แค่ข้าพลิกตัวได้ก็ดีใจกันขนาดนี้แล้วหรือ แล้วสมุนไพรล่ะ? สมุนไพรล๊า~!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด