ตอนที่แล้วบทที่ 18 จากกระบี่สู่พันธะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 20 หวนมาก็กลับไป

 

บทที่ 19 หวนคืนและกลับคืน

                เป็นเขา…เป็นเขาคนนั้น

                ไม่ผิดแน่…

            เพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าของชายผู้นั้นลี่ถิงก็ก้มหน้าลง ศิษย์พี่รองอาสาแบกเฟยหรงขึ้นหลังให้ ลี่ถิงเกาะชายเสื้อของศิษย์พี่แน่น ในหัวก็คิดหาทางหนีอย่างไงจึงจะไม่เป็นที่สังเกต จะต้องทำเช่นไรจึงจะออกไปให้เร็วที่สุด!!

            ไม่ได้…เธออยู่ตรงนี้ไม่ได้..!!

            หากเขาจำเธอได้ล่ะก็…หากเขารู้ว่าเฟยหรงเป็นใครล่ะก็…!!

            “ศิษย์น้องถิง…เจ้าเป็นอะไรไป? เจ้าไม่สบายรึ?”ศิษย์พี่รองเห็นว่าศิษย์น้องตัวสั่นไปหมดเขาเป็นห้วงยิ่ง เมื่อครู่เธออยู่ท่ามกลางพลังปีศาจของกระบี่ปีศาจมาแม้แต่ศิษย์น้องหรงยังสลบเขาเกรงว่าศิษย์น้องถิงจะเป็นอะไรตามไป

            แต่ในตอนนั้นเองที่ลี่ถิงตระหนักได้…

            ใช่แล้ว…ไม่สบาย!! ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม!!

            “แค่กๆ!! ข้า…ข้ารู้สึก…แค่กๆๆ!!”

            ลี่ถิงแสร้งทำเป็นล้มลงและไอค่อกแค่กอย่างเอาเป็นเอาตาย ในตอนนี้ทั้งเฟิงฮุ่ยเจียงและชายคนนั้นก็มองมาที่เธอเป็นตาเดียว ลี่ถิงยังก้มหน้าลงกับพื้นไม่สบตา ขอร้องล่ะ…พาเธอออกไปจากตรงนี้เร็วๆที!!

            “ลี่ถิง เจ้ารู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง เจ้าลุกไหวรึไม่?”เฟิงฮุ่ยเจียงก้มตัวลงถาม

            “…ขะ…ข้ายังลุกไหว ข้าอยากไปหาอาจารย์โหยง..แค่กๆ”ลี่ถิงแกล้งทำเป็นพูดออกมาอย่างยากเย็น 

            “ศิษย์น้องถิง ข้าจะรีบพาเจ้าไป ท่านไป๋ซานอี้ ข้าข้าคงขอตัวก่อน ศิษย์น้องข้าติดอยู่ในลานประลองนี้ตั้งแต่กระบี่ปีศาจคลุ้มคลั่ง ข้าต้องรีบพาศิษย์น้องไปรักษา”จ้งจิ้นฝูรับลี่ถิงขึ้นอุ้มไหล่ข้ารีบแจงเหตุอธิบายแก่ท่านจอมยุทธ์อาวุโส

            ชายคนนั้นจ้องมามาที่ลี่ถิงแล้วพยักหน้าเบาๆ จ้งจิ้นฝูขึ้นกระบี่คู่กายแล้วบินขึ้นสู่ฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ลี่ถิงไม่แม้แต่จะสบตาชายคนนั้น ไม่แม้แต่จะหันไปมอง คนที่อันตรายที่สุดอยู่ใกล้กว่าที่คิด

            ชายคนนั้นแม้แต่ศิษย์พี่รองก็รู้จักแสดงว่าฐานะของเขานั้นต้องไม่ธรรมดา ลี่ถิงยังคงสั่นเทาไม่หายเมื่อคิดถึงคราที่เขาหวังจะปลิดชีพเฟยหรงด้วยเม็ดเงิน สั่งสังหารคนราวผักปลา จะมีที่ใดที่ปลอดภัยอีก? ยามนี้หากเขารู้ว่าเป็นเธอและเฟยหรงคงไม่ดีแน่

            อย่างร้ายแรงที่สุดเขาจะต้องใช้อำนาจเพื่อปิดปากพวกเธอทั้งสอง ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังต้องการเลือดของเฟยหรงอยู่ ฉะนั้นแล้ว…

            จะให้เขารู้ไม่ได้…!!

            ไม่ว่าใครก็ตาม ต่อให้เป็นคนในสำนักเฉินรุ่ยอิ๋งก็ให้รู้ไม่ได้!!

            “ศิษย์น้องถิง เจ้าทนอีกหน่อยอีกเดี๋ยวก็ถึงโรงเตี้ยมแล้ว”ศิษย์พี่รองคอยปลอบใจศิษย์น้อง คนหนึ่งก็แบกที่หลัง อีกคนก็กอดคอเขาแน่นแถมยังสั่นจนใจหาย จ้งจิ้นฝูรีบขี่กระบี่พุ่งไปบนฟ้าและลงจอดที่หน้าโรงเตี้ยม

            ที่นั่นอาจารย์โหยงและทุกคนต่างรอการกลับมาของทั้งสาม อาจารย์โหยงเมื่อเห็นเฟยหรงและลี่ถิงอาการไม่ดีก็โวยวายสั่งให้คนพาขึ้นไปชั้นบนเพื่อตรวจอาการ

            เขาไล่ทุกคนออกจากห้องเหลือเพียงลี่ถิงและเฟยหรงในห้องนอนของทั้งคู่ อาจารย์โหยงเดินเข้ามาตรวจอาการของลี่ถิงที่ตัวสั่นแต่ว่า…

            “ไม่ต้องหรอกท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้เป็นอะไร…”ลี่ถิงกลับมานั่งที่ขอบเตียง เธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมเมื่อครู่ถึงตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า? อาจารย์โหยงขมวดคิ้วแน่น

            “…แล้วทำไมเจ้า”

            “ได้โปรดรีบตรวจอาการของเฟยหรงก่อนเถิด ท่านอาจารย์…”

            “….”

            เมื่อเห็นสีหน้าที่เศร้าสร้อยของศิษย์ตนเองหากอาจารย์โหยงจะเร่งคาดคั้นก็คงไม่ดีนัก อาจารย์โหยงเดินไปอีกเตียงหนึ่งที่เฟยหรงกำลังนอนหลับอยู่ ท่านอาจารย์ตรวจชีพจรของเฟยหรงและแผลตามร่างกาย

            “….เฮ้อ แค่สลบไปเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”

            พอได้ยินแบบนั้นลี่ถิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่านอาจารย์เลิกผ้าห่มขึ้นห่มศิษย์ชายตัวน้อยให้หลับสบาย จากนั้นสายตาของเขาก็จ้องมองมายังลี่ถิงอย่างตำหนิ

            “ข้าจะให้เวลาเจ้าเล่าทุกอย่างมา อย่าคิดปิดบัง”

            “….ท่านอาจารย์”

            “เล่ามา…”

            “…”

            สายตาที่หนักอึ้งของท่านอาจารย์ราวกับพญาอินทรีย์ที่จ้องล่าเหยื่อ แต่ลี่ถิงก็คือเหยื่อของเขา สายตาคู่นั้นช่างน่าเกรงขามยิ่ง อาจารย์โหยงถึงจะเข้มงวดแต่ก็ใจดีตั้งแต่มาอยู่สำนักนี้เธอยังไม่เคยเห็นท่านอาจารย์ทำสายตาแบบนี้ใส่ใครเลยด้วยซ้ำไป

            “…ข้า…ข้าเห็นเฟยหรงท่าทางไม่สบายจึงพาออกมาพักที่นอกลานประลอง จากนั้นแผ่นดินก็ไหวข้าจึงพลัดหลงกับเขาเพราะฝูงคน และท่านเฟิงฮุ่ยเจียงบอกข้าว่าเฟยหรงอยู่ในนั้นข้าจึงเข้าไปหาเขาจนพบเฟยหรงนอนสลบอยู่…เท่าที่ข้าจำได้มีเพียงเท่านี้ขอรับ”

            ลี่ถิงเลี่ยงบางสิ่งที่ไม่ควรพูดและเล่าตามความจริงทุกอย่าง แต่หารู้ไม่…นั่นไม่ใช่สิ่งที่โหยงหลี่ผิงต้องการรู้!!

            “…ข้าไม่ได้ถามถึงเรื่องนั้น”

            “…เอ๊ะ?”

            ลี่ถิงเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้จริงใยท่านอาจารย์จึงพูดแบบนั้น ระ….รึว่าเขาจะรู้ว่าเธอจงใจไม่เล่าเรื่องนั้น..!!?

            “…สิ่งที่ข้าต้องการรู้ ว่าสิ่งใดทำให้เจ้าต้องสั่นกลัวขนาดนั้น”อาจารย์โหยงกล่าวขึ้นพร้อมกับกอดอกขมวดคิ้วตึงตัง

            เหตุผลที่เธอต้องสั่นเทา…ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งทำให้นึกถึงใบหน้าของชายผู้นั้น!

            หากบอกกับอาจารย์โหยงไปแล้ว…เขาจะช่วยให้เธอไม่ต้องเจอกับคนๆนั้นได้รึไม่? ท่านอาจารย์เป็นคนดีเขาอาจจะเข้าใจก็เป็นได้!!

            แต่…เดี๋ยวสิ…

            ไม่ได้…ไม่ได้เด็ดขาด

            จิตใจหนึ่งของลี่ถิงแย้งขึ้นมาอย่างก้าวร้าว ไม่ได้หรอก ทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นเธอจะต้องเล่าทุกอย่าง ทั้งเรื่องของคนตระกูลไป๋ที่ซื้อตัวเฟยหรง หากเรื่องนี้หลุดออกไปชีวิตของเธอจะไม่สงบสุข!! เฟยหรงจะยิ่งเป็นอันตราย ถ้าพวกเขารู้ว่าพวกเธอยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะต้องตามล่าเราสองพี่น้องไม่รามือ!!

            ไม่ได้เด็ดขาด…ต่อให้เป็นอาจารย์โหยงก็ให้รู้ไม่ได้!!

            “…ข้า…ข้ากลัวพลังของกระบี่ปีศาจ…ข้าสั่นไปหมด…ไม่รู้จะทำเช่นไร…”ลี่ถิงค้นหาเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นแล้วพยายามตอบให้เป็นธรรมชาติที่สุด

            “…จริงหรือ?”อาจารย์โหยงไม่คิดว่าลี่ถิงที่สามารถเข้าไปในกลุ่มพลังของกระบี่ปีศาจแล้วยังออกมาได้อย่างปลอดภัยจะต้องหวาดกลัว

            “…ขอรับ!! มะ…มันจ้องจะทำร้ายข้า แต่ในตอนนี้ท่านเฟิงฮุ่ยเจียงมาช่วยข้าไว้ได้ทันข้าจึงรอดมาได้!!”

            “…เฟิงฮุ่ยเจียง อ่อ…ทายาทตระกูลเฟิงคนนั้นนี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว”

            ดูเหมือว่าการเอาชื่อของคุณชายเฟิงผู้นั้นจะได้ผลเกินคาด ท่านอาจารย์พยักหน้าเข้าใจในทันที ลี่ถิงแถจนสีข้างถลอกไปหมด วันนี้เธอทำผิดต่อศิษย์พี่แล้วยังต้องมาทำผิดต่อท่านอาจารย์ เหนือสิ่งอื่นใดคือการยกเฟิงฮุ่ยเจียงมาอ้าง หากตัวเขามีค่าลิขสิทธิ์วันนี้เธอคงต้องเสียงค่านายหน้าให้เขาบานแน่ๆ

            ท่านอาจารย์โหยงกำมือขึ้น ลี่ถิงพอเห็นแบบนั้นก็นึกไปถึงตอนที่เขาเขกหัวอาจารย์เฉินอย่างไร้ปรานี ไม่แปลกที่ท่านอาจารย์จะโกรธลี่ถิงเตรียมหลับตารับแรงกระแทกที่หัวแน่นทว่า..

            แปะ…

            สิ่งที่วางลงบนหัวของเธอกลับเป็นฝ่ามือที่อ่อนโยน…

            “คราวหลังอย่าคิดทำอะไรหุนหันเช่นนี้อีก เหตุการณ์นี้หนักหนานัก หากเจ้าไม่รอดทั้งเจ้าและเฟยหรงจะเป็นอันตราย คราวหน้า…จงคิดขอความช่วยเหลือหากรู้ว่าตนไร้กำลัง เข้าใจไหม?”มิใช่น้ำเสียงที่แข็งร้าว อาจารย์โหยงกำลังสอนสั่งเธออย่างใจเย็น

            “…ศิษย์เข้าใจแล้ว…ขอรับ”

            “เข้าใจก็ดี”

            อาจารย์โหยงปล่อยมือออกจากหัวของลี่ถิง ยิ่งท่านอาจารย์แสดงออกว่าเป็นห่วงพวกเธอมากใจของลี่ถิงก็ยิ่งรู้สึกผิดนักที่โกหกท่านอาจารย์ไปอย่างนั้น…

            …รวมถึงทุกคนที่เธอโกหกไปในวันนี้ 

ท่านอาจารย์บอกว่าแม้ลี่ถิงจะไม่เป็นอะไรแต่วันนี้เธอต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ด้วยความดื้อดึงของลี่ถิงเธออยากจะช่วยคุณป้าทำอาหารเสียก่อน ทั้งรบเร้าอาจารย์โหยงจนต้องยอมปล่อยเธอไป แต่มีข้อแม้ว่าหากช่วยเสร็จแล้วต้องรีบกลับไปนอนที่ห้อง

คืนนี้ท่านอาจารย์ให้สิทธิพิเศษเพื่อจะได้หลับอย่างสบายใจ เขาสั่งให้ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองมานอนห้องด้วยกันที่ห้องของอาจารย์ โดยให้ข้ออ้างว่าศิษย์น้องต้องการการพักผ่อน มีทั้งสองอยู่จะรบกวนเปล่าๆ ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ลี่ถิงรู้สึกไร้กังวล อย่างน้อยเธอจะไม่ต้องมองศิษย์พี่รองเดินออกจากม่านทั้งๆที่ไม่ใส่อะไรเลยอีกแล้ว

ลี่ถิงแทบจะหลั่งน้ำตา เมื่อเธอออกไปช่วยงานที่ห้องครัวคุณป้าที่ได้รับรู้ข่าวว่าลี่ถิงบาดเจ็บมาก็ถามด้วยความเป็นห่วง  ลี่ถิงบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรและยังสบายดีและขอให้คุณป้าว่าจะทำข้าวต้มแยกสำหรับเฟยหรงขึ้นอีกชาม

ข้าวต้มสามารถเอาไปอุ่นได้ตลอดทั้งคืน หากเฟยหรงตื่นมาเธอจะได้ยกข้าวต้มไปให้เขาทานได้เร็วๆซ้ำยังย่อยง่ายดีต่อสุขภาพ ลี่ถิงนั่งทานอาหารกับเหล่าศิษย์พี่ที่แวะเข้ามาถามความเป็นไปของร่างกายเธอไม่หยุด พวกเขาต่างเป็นห่วงลี่ถิงและเฟยหรงเป็นอย่างมากโดยเฉพาะศิษย์พี่ใหญ่เขาต่อว่าเธอว่าทำอะไรเกินตัว หากเป็นอันตรายถึงชีวิตขึ้นมาจะทำเช่นไร? ลี่ถิงก็ได้แต่ขอโทษซ้ำๆจนศิษย์พี่ใหญ่อารมณ์เย็นลง

ซ้ำศิษย์พี่ใหญ่ยังสั่งให้ลี่ถิงกลับไปพักผ่อนไม่ต้องช่วยล้างจานหลังจากนี้อีกด้วย เขาตะโกนเสียงดังว่า…

‘คนไม่สบายก็ไปนอน!!’

ลี่ถิงจึงต้องขยับตัวกลับมาที่ห้องตัวเองตามคำประกาศิตนั้น  ลี่ถิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เฟยหรงก็ค่อยๆรู้สึกตัว เขาส่งเสียงอือออกมาจากลำคอ ลี่ถิงรีบเข้าไปดูน้องชายของตนเขาเพิ่งฟื้นคืนสภาพร่างกายไม่มีส่วนไหนผิดปกติ แถมเขาบ่นว่าตัวเองตัวเหม็นอีกต่างหาก

ลี่ถิงพอเห็นแบบนี้ก็โล่งใจเธอเลยปล่อยให้เขาไปอาบน้ำส่วนตัวเองก็ลงไปเตรียมข้าวต้มมาให้ ข้าวต้มปลาอุ่นๆยกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ลี่ถิงวางชามข้ามต้มให้น้องชาย

“อร่อยรึเปล่า?”ลี่ถิงถามในขณะที่เขากำลังทานข้าวต้ม

“…ฝีมือของพี่เสี่ยวถิง อร่อยทุกอย่าง แค่กๆ!”เฟยหรงรีบกินจนสำลัก เขาลืมไปว่าข้าวต้นเพิ่งอุ่นมายังร้อนอยู่

“ค่อยๆกินสิ มันร้อนนะ”

“อื้อ…แต่พี่เสี่ยวถิง”

“หืม? มีอะไรหรือเฟยหรง”

ลี่ถิงนั่งลงที่ขอบเตียงเบาๆ น้องชายของเธอหันไปซ้ายทีขวาทีท่าทางแบบนี้ขากำลังลังเลอยู่แน่ๆ

“…ข้า…ข้าอยากจะถามท่านว่า ท่านเห็นกระบี่สีดำๆบ้างรึเปล่า?”

“….”

ลี่ถิงยิ้มแข็งทื่อ หากถามว่าเห็นไหมแน่นอนเห็นสิ แต่คงจะบอกน้องชายไปแบบนั้นไม่ได้ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะให้เขาอยู่ห่างจากมัน เขาพูดแบบนี้แสดงว่าคงอยากถามว่ามันอยู่ที่ไหนล่ะสิ?

อา…ไหนๆวันนี้ก็ผิดต่อผู้อื่นไปตั้งหลายคน ผิดอีกสักคนคงไม่เป็นไร

“อา…กระบี่? ข้าไม่เคยเห็นกระบี่อะไรเป็นสีดำมาก่อนเลย เจ้าพูดถึงอะไรหรือ?”ลี่ถิงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกระบี่สีดำ

“..เช่นนั้นหรือ…ไม่มีอะไรหรอกพี่เสี่ยวถิง”

“เจ้าอยู่ในม่านพลังปีศาจมานานคงเห็นอะไรแปลกๆมา วันนี้พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับนะ”ลี่ถิงลูบแก้มน้องชายเบาๆ เฟยหรงเปิดตากว้างเมื่อรู้ว่าต้องกลับ

“…กลับ? แต่การแข่งยังไม่จบเลยนะพี่เสี่ยวถิง?”

“ลานประลองเสียหายหนักมากการแข่งจึงถูกยกเลิกแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่บอกมาแบบนั้น”

ลี่ถิงอธิบายให้เฟยหรงเข้าใจ เธอเองก็เพิ่งจะได้ยินมาตอนที่ไปทานข้าวร่วมกับศิษย์พี่เมื่อครู่นี่เอง มาที่นี่แค่ไม่กี่วันก็ต้องรีบกลับซะแล้ว น่าเสียดายที่ยังไม่ได้เที่ยวให้หนำใจ แต่สำนักของเรายังไงก็อยู่แล้วสบายใจกว่า

ลี่ถิงจัดแจงเสื้อผ้าและน้ำอุ่นให้เฟยหรงเป็นที่เรียบร้อย คืนนี้น้องชายที่แสนเอาแต่ใจคนนี้ก็ยังร้องขออยากจะนอนเตียงเดียวกับลี่ถิง เขาบอกว่าไม่ได้นอกกับพี่สาวคงนอนไม่หลับแน่ ด้วยลูกอ้อนร้อยแปดลี่ถิงก็ยอมจำนน

ก่อนจะเอนตัวนอนลี่ถิงบอกว่าจะเอาชามไปเก็บเสียก่อนให้เฟยหรงนอนไปก่อนเลย น้องชายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเขาเอนตัวลงนอนลี่ถิงก็เอาชามไปล้างเก็บที่ครัวด้านล่างอย่างเรียบร้อย

‘เอาล่ะ…ข้าเองก็ต้องรีบนอน…’

เธอเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมจะมุกตัวนอนกับเตียงทว่า…สายตาของเธอกลับเห็นบางอย่างที่ผิดปกติเข้าเสียก่อน                      

กระบี่สีดำเล่มหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่ามันมาจากทางไหน ไม่รู้ว่ามันมาได้อย่างไร? ห้องนี้ไม่มีกระบี่สีดำมาตั้งแต่แรก! แต่ทำไม…!!!

ทำไมตอนนี้มันกลับวางอยู่ข้างกายน้องชายของเธอในตอนที่เขาหลับ!!

…มันควรจะหายไปสิ!!

เจ้า ‘กระบี่ปีศาจ’ นั่น..!!!

การกระทำของลี่ถิงไปไวกว่าความคิด เธอคว้ากระบี่เล่มนั้นแล้ววิ่งไปทางหน้าต่างห้องจับมันโยนออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา!!

ฟิ้วววว!!

“…พี่เสี่ยวถิง?”เฟยหรงได้ยินฝีเท้าแรงๆของลี่ถิงก็ตื่นขึ้น เขาขยี้ตาเบาๆแล้วหันไปหาลี่ถิง

“..อะ…อา เมื่อครู่ข้าเห็นแมลงน่ะ ท่าทางอันตรายน่าดู เลยจับมันโยนออกหน้าต่างไปน่ะเฟยหรง”ลี่ถิงปิดกั้นหน้าต่างในทันใดเพื่อกันไม่ให้มันย้อนกลับมา

“….แมลง? พี่เสี่ยวถิงจับมันจะไม่เป็นอะไรหรือ?”

“ไม่เลย!ข้าสบายดีฮะๆ! นอนกันเถอะเฟยหรงพรุ่งนี้ต้องใช้แรงอีกเยอะเลยนะ!”

ท่าทางร่าเริงกลบเกลื่อนของลี่ถิงยิ่งดูก็ยิ่งมีพิรุธไปทุกสัดส่วน เธอเดินเข้ามามุดใต้ผ้าห่มแล้วตบหลังน้องชายกล่อมให้เขานอนไวๆ

“นอนเถอะๆ พรุ่งนี้นั่งม้าทั้งวันเลยนะ!”

“….อะ…อื้อ พี่เสี่ยวถิง”

อยู่พี่สาวก็ยิ้มพิลึกๆแต่เฟยหรงก็ไม่คิดสงสัยอะไรเขาซุกตัวเข้ากับอ้อมแขนเธอแล้วหลับปุ๋ยในเวลาสั้นๆ

‘เฮ้อ…เกือบไป…’

 ดีจริงๆที่เขาไม่เห็นกระบี่นั่น ดูท่าว่ามันจะยังไม่หายไป กระบี่เล่มนั้นฤทธิ์เดชมากยิ่ง แต่ครานี้เธอปามันออกไปแล้วหวังว่าคงจะไม่หวนคืน

ไม่สิ…ต่อให้มันกลับมาอีกเธอก็จะปามันออกไปไกลๆ!!

ไม่ว่าจะกลับมาอีกกี่ครั้งก็ตาม!!

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...