ตอนที่แล้วDC บทที่ 1: ชายชราลึกลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDC บทที่ 3: น่าเสียดายความหล่อ

DC บทที่ 2: ยากที่จะหาคู่ฝึก


“เฮ้ ดูนั่น นั่นซูหยาง เจ้าปัญญาอ่อนที่ไปเกี้ยวศิษ์พี่หญิงซิง แม้จะรู้ว่าเธอมีคู่ฝึกแล้ว”

“ใช่ว่าศิษย์พี่เอียนมีศึกตัดสินเป็นตายกับเจ้านั่นวันนี้มิใช่รึ เกิดอะไรขึ้น”

“มองดูเสื้อเจ้านั่นสิ มันเปื้อนเลือด นั่นหมายความว่าศึกตัดสินเป็นตายจบแล้ว และเจ้าซูหยางชนะ ส่วนเอียนหมิงตายไปแล้วสินะ”

“เป็นไปมิได้ เจ้านั่นแค่อยู่ในระดับสามของเขตปฐมวิญญาณขณะที่เอียนหมิงอยู่ที่ระดับหกเขตปฐมวิญญาณ ช่องว่างกว้างมากเช่นนั้น แม้แต่ข้ายังมิอาจที่จะจินตนาการว่าจะเอาชนะ นับประสาอะไรกับเจ้าสวะซูหยาง”

“งั้นทำไมเจ้านั่นจึงยังอยู่ เมื่อทั้งคู่ขึ้นบนเวทีต่อสู้เป็นตาย พวกนั้นต้องต่อสู้กันจนตกตายกันไปข้างหนึ่ง ข้ามิเคยได้ยินว่าทั้งสองฝ่ายล้วนรอดตายหลังจากต่อสู้เป็นตาย”

“งั้นไปถามเจ้านั่นกัน”

บรรดาศิษย์นิกายต่างพากันพูดคุยกันเมื่อเห็นซูหยางเดินตรงไปที่นิกายด้วยเสื้อที่เต็มไปด้วยเลือดด้วยสีหน้าปกติ ราวกับว่าเขาไม่รู้สึกถึงแผลบาดเจ็บหนักบนอก

“เฮ้ เจ้าสวะซูหยาง ทำไมเจ้าถึงรอดจากการต่อสู้เป็นตายกับเอียนหมิง” กลุ่มของศิษย์นิกายปิดเส้นทางของเขา หยุดไม่ให้เขาไป

การกระทำของบรรดาศิษย์นิกายเรียกความสนใจจากผู้คนรอบตัว และพวกเขากลายเป็นจุดสนใจทันที

“ข้ามิมีเวลามาเล่นกับเด็ก ไสหัวไป” ซูหยางไม่แม้จะมองพวกเขาอีกครั้ง เดินอ้อมพวกเขาไป ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นพากันตกตะลึง ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าปัญญาอ่อนกลายเป็นคนกล้าและหยิ่งยะโส เมื่อคิดว่าเจ้านี่ไม่ไว้หน้าเหล่าศิษย์นิกายแม้สักครั้ง หรือในที่สุดเจ้านี่บ้าไปแล้ว

“ซู… ซู… ซูหยาง กล้าเดินไปอีกก้าว แล้วเจ้าจะได้เห็นกัน” ผู้ที่นำกลุ่มของศิษย์นิกายพลันตวาด ทำให้คนรอบข้างตกตะลึง

เช่นไรก็ตาม ซูหยางไม่สนใจคำขู่แม้แต่น้อย เขาเดินไปอย่างต่อเนื่องไม่แม้กระทั่งจะเหลียวหน้ามามอง ไม่สนใจอีกฝ่ายไม้แต่น้อย

“เจ้าสารเลว...” เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนหน้าผากของศิษย์นิกายผู้ตะโกน เขาพุ่งตัวไล่ตามซูหยางพร้อมกำหมัดแน่น

ในขณะที่กำลังย่างก้าวที่สอง ทันใดซูหยางก็หันหน้ากลับมาหรี่ตามองไปยังที่เขา สายตาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

สายตาที่เต็มไปด้วยความน่าหวาดหวั่นที่ดูแหลมคมราวกับจะแทงทะลุหินใหญ่ หยุดการเคลื่อนไหวของศิษย์นิกายและทำให้เขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าเขาสบสายตากับสัตว์ร้ายหิวกระหายที่กำลังจ้องเขม็งไปยังเขา

พล็อบ ขาของศิษย์นิกายอ่อนเป็นเต้าหู้ เขาล้มลงบนพื้น

แม้กระทั่งบรรดาศิษย์นิกายเบื้องหลังเขาก็เริ่มขาสั่น ดูเหมือนเหล่าตัวตลกเต้นอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น

“หึ พวกโง่” ซูหยางแค่นเสียงและเริ่มเดินต่อไป

"..."

"..."

"..."

“นั่น… ใช่ซูหยางจริงรึ หรือเจ้าพวกนั้นเข้าใจผิดว่านั่นเป็นซูหยาง”

“จะเป็นซูหยางไปได้เช่นไร แม้ว่านั่นจะดูคล้ายกัน แต่บรรยากาศที่ดูสง่างามรอบกายเจ้านั่นแตกต่างกับเจ้าสวะซูหยางที่ข้าคุ้นเคย”

“ข้าเห็นด้วย ปกติซูหยางจะมีท่าทางปัญญาอ่อนบนใบหน้า แต่เจ้าเด็กหน้าหล่อนั่นมีใบหน้าที่คมชัดและจริงจัง นี่มันเป็นสองคนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”

บรรดาศิษย์นิกายรอบข้างเริ่มซุบซิบ บ้างแม้กระทั่งหัวเราะไปยังกลุ่มศิษย์ที่พยายามหยุดซูหยาง

“หรือนั่นมิใช่ซูหยาง” ศิษย์นิกายที่นั่งอยู่บนพื้นคิดกับตนเอง รู้สึกสับสน

หรือนั่นเป็นสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกันในนิกายนี้

สายตาที่เหมือนสัตว์ร้ายของซูหยางปรากฏในห้วงความคิดของศิษย์นิกาย และเขารีบแก้ไขความสงสัยของตนเอง นี่แน่นอนว่าไม่ใช่ซูหยางแต่เป็นใครสักคนที่ดูคล้ายกัน เจ้าปัญญาอ่อนซูหยางที่เขารู้จักต้องไม่กล้าพูดตอบโต้กับคนอื่นนับประสาอะไรกับการข่มขู่ด้วยสายตา

หลังจากที่กลับถึงพื้นที่นั่งเล่นที่ลานด้านนอก ซูหยางได้รับการต้อนรับจากหนุ่มหล่ออีกคนหน้าประตูบ้าน

“ซู… ซูหยาง เจ้าสามารถรอดชีวิตในการต่อสู้เป็นตายกับเอียนหมิงจริงรึ” ชายหนุ่มแรกคิดว่าเขามองเห็นผีเมื่อเห็นซูหยางเดินมายังสถานที่นี้จากระยะไกล แต่เมื่อซูหยางยืนอยู่ตรงหน้านั่นไม่มีทางที่เขาจะเห็นผี

จากความทรงจำของ “ซูหยาง” คนเดิม ซูหยางจำชายคนนี้ได้ เขาเป็นเพื่อนร่วมบ้านพัก ถังหู

“ข้ารู้สึกมิค่อยดีนัก ฉะนั้นข้าจะพักในห้อง อย่ารบกวนข้า” ซูหยางเดินไปในบ้านโดยไม่พูดอะไรอีก

ถังหูมองเขาเดินผ่านไปด้วยปากอ้ากว้าง “สวรรค์” เขาอุทานเสียงดัง “เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ”

ซูหยางเข้าไปในห้องเขาทันทีที่เข้าบ้านและเริ่มจัดลำดับความคิด

“ผู้เฒ่านั่น… ทำอะไรลงไป จริงรึนี่” เขามองไปในกระจกที่แขวนบนผนังและความทรงจำวัยเด็กแจ่มชัดในหัว

“นี่ใช่ตัวข้าจริงตอนที่ข้ายังเด็ก แต่ทำไมข้าจำมิได้ว่าเคยอยู่ในสถานที่นี้ หรือข้ามาเกิดใหม่และฟื้นความจำหลังจากถูกดาบแทงเข้าที่อก ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ ข้าตอนนี้ช่างอ่อนแอเสียจริง”

ซูหยางตอนนี้อายุ 16 ปี และเขาเป็นศิษย์นิกายกุสุมาลย์พ้นพิสัยมาเกือบปี อย่างไรก็ตามแม้จะอยู่ในนิกายมาเกือบปี พลังฝีมือของเขาก็แทบไม่มีความก้าวหน้า นับประสากับการเลื่อนระดับ

ศิษย์นอกเช่นเขาผู้ซึ่งเริ่มเข้านิกายย่อมไมไ่ด้รับความช่วยเหลือใดจากนิกายและต้องหาคู่ฝึกด้วยตนเองสำหรับการฝึกคู่ โดยที่ต่างเพศร่วมกันใช้เพศสัมพันธ์เพิ่มพลังฝีมือ เมื่อเขากลายเป็นศิษย์ใน เขาสามารถร้องขอคู่ฝึกที่เหมาะสมได้จากนิกาย

อย่างไรก็ตาม ซูหยางไม่สามารถหาคู่ฝึกได้แม้ว่าเขาจะมีรูปกายที่สุดยอด ไม่มีข้อกังขาว่าเขาเป็นคนที่หล่อเหลาที่สุด มากจนกระทั่งสามารถล่อลวงภรรยาของเทพจันทราในช่วงชีวิตก่อน ศิษย์หญิงหลายคนรวมถึงศิษย์พี่แย่งชิงเขาเป็นคู่ฝึกในตอนแรก แต่เมื่อพวกเขาพบว่าเขาเป็นคนมีปัญหาด้านจิตอย่างรุนแรงมีพรสวรรค์เป็นศูนย์ พวกเขาต่างพากันเมินอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าเขาจะหล่อเหลาปานใด ในนิกายนี้พวกเขาจะเติบโตได้ก็ขึ้นกับคู่ฝึก ไม่มีใครโง่พอที่จะฝากอนาคตไว้เพราะว่าเขาหล่อ ไม่ต้องกล่าวว่ายังมีหนุ่มหล่อและสาวสวยมากมายในนิกาย

“ข้าได้รับของขวัญเป็นชีวิตใหม่จากผู้เฒ่าท่านนั้น แต่ชีวิตเช่นนี้ ...ไอย่า” ซูหยางถอนหายใจเฮีอก

เมื่อคิดว่าเขา หนุ่มสุดหล่อในโลกเมื่อชาติก่อน ซึ่งเหล่าเทพธิดาที่สวยหาใดเปรียบมีผิวผ่องประดุจหยกนับไม่ถ้วนพากันยืนเข้าแถวเพื่อต้องการเป็นคู่ฝึกกับเขา ต้องทนทุกข์ทรมานในการหาคู่ฝึกสักคนในนิกายที่เต็มไปด้วยหญิงสาวนับพัน

“ถ้าข้ายังอยู่ในโลกที่เหมือนเดิม นั่นต้องมีโอกาสที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้...” ประกายลึกล้ำวาบผ่านดวงตาซูหยางขณะที่เงาร่างไร้ที่เปรียบมากมายปรากฏขึ้นในใจ “ข้าจะตามหาพวกเจ้าและกอดพวกเจ้าไว้ในอกอีกครั้ง และข้าจะมิให้พวกเจ้าต้องพรากไปอีก เช่นไรก็ตามก่อนอื่นข้าต้องแก้ไขชื่อเสียงเลวร้ายของข้าก่อน”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด