ตอนที่แล้วบทที่ 15 สัญญาเป็นสัญญา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 17 จากเขาคนหนึ่ง

บทที่ 16 ปิดบังและกลบเกลื่อน

กึก…กึก…

            รู้สึก…อยากจะอาเจียน..

            ลี่ถิงปิดปากตัวเองกลั้นใจไม่ให้คายอาหารเช้าออกมาในขณะที่หัวก็โยกตามจังหวะเคลื่อนไหวของรถม้า

            หลังทานอาหารเช้าท่านอาจารย์ก็เรียกให้ลูกศิษย์ทุกคนแยกเป็นสองกลุ่มขึ้นรถม้าคันใหญ่สองคัน รถหนึ่งคันต้องให้ม้าถึงสี่ตัวในการลากรถคันนี้ ด้านในรถเป็นที่นั่งสองฝั่งทำมาจากไม้ทั้งคัน มีหน้าต่างให้มองทางตลอดทั้งสองฝากและมีหลังคาคลุมด้วยผ้ากันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี

            ลี่ถิงขึ้นรถม้าเดียวกันกับศิษย์พี่รองและศิษย์พี่ใหญ่ ว่ากันว่าต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันเต็มๆถึงจะเห็นเมืองแต่ตอนนี้ลี่ถิงเริ่มรู้สึกเมารถขึ้นมาตั้งแต่สามชั่วโมงแรกที่ออกจากสำนักมาเสียแล้ว

            “ศิษย์น้องถิง เจ้าไหวรึเปล่า?”ศิษย์พี่ใหญ่ถามเธอเมื่อเห็นท่าทางศิษย์น้องคนนี้ดูไม่สบายตั้งแต่ออกจากสำนักมาสักครู่แล้ว

            “…ขะ…ข้าแค่ไม่ชินกับรถม้าน่ะขอรับ”ลี่ถิงตอบไปด้วยความสัตย์จริงไม่ฝืนปิดบัง

            “นั่นสินะ จริงสิข้าจะออกไปหาอาจารย์โหยงให้ คิดว่าท่านน่าจะมียาแก้เมารถพกติดมาด้วย รอข้าก่อนนะ”

            ว่าเสร็จศิษย์พี่ใหญ่ก็กระโดดออกจากรถม้าไปทางหน้าต่าง เขาให้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปยังหลังคารถโดยมีเพียงเสียง ตึก ตึก เบาๆเท่านั้น ทั้งที่คิดว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรกับแค่การนั่งรถม้าวันนึงแต่ดูแล้วแค่ออกมาครึ่งทางเธอก็จะไม่ไหวแล้ว

            “พี่เสี่ยวถิง..”

            เฟยหรงนั่งข้างๆเธอสังเกตเห็นว่าพี่สาวหน้าซีดเซียวตลอดการทางเดิน ลี่ถิงมองไปยังน้องชายทั้งๆที่เฟยหรงเด็กกว่าแท้ๆยังทนได้ เหตุใดเธอถึงทนไม่ได้กันช่างน่าอายยิ่ง

            “มะ…ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่มึนหัวเล็กน้อยอีกเดี๋ยวก็คงหาย”ลี่ถิงยิ้มและบอกให้เขาคลายกังวล

            ไม่นานศิษย์พี่ใหญ่ก็กระโดดกลับมาที่รถม้าพร้อมกับยาเม็ดอัดสีน้ำตาล เขาบอกว่ามันเป็นสมุนไพรช่วยลดอาการเมารถได้อย่างดี ลี่ถิงไม่รอช้าอัดยาใส่ปากแม้รสชาติจะน่าคลื่นไส้แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีผลของมันก็เริ่มสัมฤทธิ์ผล เธอหายมึนหัวแล้วอาหารเมารถก็ค่อยๆหายไป

            ช่วงแรกทุกคนยังคงตื่นเต้นไม่มีใครหยุดคุยเลยสักคนเดียวพอผ่านมื้อเที่ยงไปทุกคนก็ง่วงหาวนอนไปตามๆกัน ลี่ถิงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอหลับยาวตลอดการเดินทาง รู้สึกตัวอีกทีก็ต้องแวะพักกันตอนเย็น ท่านอาจารย์แจ้งว่าอีกเพียง2 ชั่วยามเท่านั้นก็จะถึงเมืองหลวง ทุกคนต่างกลับมาตื่นเต้นไม่หลับไม่นอนกันอีกครั้งเพื่อรอให้ถึงหน้าเมืองเปาชางอันเป็นที่จัดการแข่งขัน

            ท้องฟ้ามืดไปหมดแล้วตอนนี้แต่ไฟในเมืองยังคงสว่าง ที่นี่สมญานามเมืองที่ไม่มีวันหลับใหล แม้จะค่ำสนิทก็ยังมีหลายชีวิตออกมาเดินตามท้องถนน

            อาจารย์เฉินได้จองที่พักสำหรับพวกเขาเอาไว้แล้วเป็นโรงเตี้ยมเล็กๆที่อยู่ใกล้กับที่ประลอง ท่านอาจารย์กล่าวว่าโรงเตี้ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี้ยมของญาติสนิทของเขา ตลอดการแข่งขัน 3 วันพวกเราจะพักกันที่นี่

            โรงเตี้ยมเล็กๆแห่งนี้มีขนาดพอกับร้านน้ำชาข้างบนมีอยู่สองชั้นทำจากไม้ทั้งหลัง มีห้องทั้งหมด 8 ห้อง ทั้งขึ้นบนและล่าง แต่พวกเรามากันยี่สิบคน แบบนี้คงต้องแยก…ไม่สิ

            แบบนี้ก็ต้องนอนห้องรวมกับคนอื่นน่ะสิ!!!?

                …ทะ…ทำไมยังไงดี ความลับเรื่องที่เป็นผู้หญิงอาจจะถูกเปิดโปงเอาง่ายๆเลยนะ!!

            ลี่ถิงยืนนิ่งอยู่หน้าโรงเตี้ยมไม่รู้จะทำยังไง หากเข้าไปคงต้องเลือกว่าจะนอนห้องไหน เธอว่าเธอควรจะไปปรึกษาท่านอาจารย์ก่อนทว่า…

            “ศิษย์น้องถิง! เจ้ามีห้องอยู่แล้วหรือยัง!?”ศิษย์พี่รองตบไหล่ของเธอจากด้านหลังดัง ปึก!

            “ศะ…ศิษย์พี่รอง!?”ลี่ถิงสะดุ้งตกใจจึงหันไปหาเขาทันที

            “หากเจ้ายังไม่มีห้องพักล่ะก็ มาอยู่ห้องเดียวกับพวกข้าดีไหม?

            ศิษย์พี่รองชักชวนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ข้างหลังของเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังคุยเรื่องที่พักกับลุงเจ้าของโรงเตี้ยม ลี่ถิงอยากออกบอกปฏิเสธไปแต่ทว่าก็กลัวศิษย์พี่รองที่อุส่าหวังดีจะรู้สึกแย่ ตะ..แต่ว่าเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิง…

            “ศิษย์น้องถิงกับศิษย์น้องหรงยังไม่มีห้องใช่ไหม? มาอยู่ห้องเดียวกับพวกข้าสิ คนอื่นได้ห้องไปหมดแล้วนะ”ศิษย์พี่ใหญ่เดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            ใจอยากจะคัดค้านแต่หากทำตัวมีพิรุธสมองของลี่ถิงหมุนยิ่งกว่าลูกบอล ในเวลาแบบนี้ท่านอาจารย์ไปไหนของเขานะ!!?

            “ขะ…ขอรับ ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสอง”

            ท้ายที่สุดเธอก็ไม่กล้าปฏิเสธไป…

            คืนวันนี้ทุกคนต่างลงความเห็นว่าอยากอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมพวกศิษย์คนอื่นดูท่าทางตื่นเต้นกันใหญ่ที่รู้ว่าที่นี่มีห้องน้ำรวมเป็นบ่อน้ำอยู่ แต่นั่นคือปัญหาใหญ่สำหรับลี่ถิงเลยทีเดียว..     

            เธออาบน้ำในห้องน้ำรวมไม่ได้…

            จะทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องไปอาบน้ำในนั้น ด้วยสมองอันชาญฉลาดเธอจึงแกล้งทำเป็นไม่สบายบอกว่าตนนั้นยังปวดหัวเพราะอาการเมารถอยู่ ศิษย์พี่ผู้ใจดีทั้งสองจึงให้เธอนอนพักในห้อง จังหวะนี้ลี่ถิงก็ชิงอาบน้ำแล้วแกล้งหลับไปก่อน

            แต่ละห้องมีเตียงใหญ่อยู่สองเตียงพักได้สูงสุด 4 คนต่อห้อง เตียงของเธอไม่ต้องกังวลมากนักเพราะเธอนอนกับเฟยหรงศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองนอนด้วยกันที่เตียงตรงข้าม เมื่อพวกเขากลับจากอาบน้ำตอนกลางคืนก็เห็นลี่ถิงหลับไปก่อนจึงค่อยแยกย้ายกันไปนอนด้วยความเหนื่อยล้า

            คืนแรกผ่านไปได้ด้วยดี…อีกแค่สามวัน…สามวันเท่านั้น!!

 

            รุ่งเช้ามาถึงลี่ถิงต้องเตือนใจตนเองว่าต้องตื่นให้เช้ากว่าใครในห้อง และเธอก็ทำเช่นนั้นได้จริงเธอตื่นก่อนเฟยหรงก่อนศิษย์พี่รองซะอีก เวลานี้เธอรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำของห้องนอน  สมุนไพรขัดตัวของโรงเตี้ยมหอมชื่นใจยิ่ง เธออยากรู้จังเลยว่าเขาเอาอะไรมาทำ

            ห้องน้ำที่นี่อยู่แล้วไม่ค่อยรัดกุม มีเพียงอ่างไม้อันใหญ่สำหรับอาบน้ำที่มีน้ำใส่อยู่เต็มถังกับด้านหน้าที่เป็นฉากกั้นไม้ที่สามารถเลื่อนไปมาได้ ลี่ถิงต้องรีบอาบเพื่อไม่ให้ใครตื่นมาเสียก่อน

            ในขณะที่ลี่ถิงกำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่นั้นเสียงของน้ำที่กระทบในอ่างไม้ปลุกให้ศิษย์พี่ใหญ่ที่เป็นคนหูไวขี้ระมัดระวังตัวตื่น เขามองไปยังห้องอาบน้ำและมองไปที่เตียงตรงข้าม ศิษย์น้องถิงคนนี้ช่างขยันยิ่งตื่นแต่เช้าอาบน้ำก่อนใครเช่นนี้ ในฐานะพี่ใหญ่จะน้อยหน้าไม่ได้

            “ศิษย์น้องถิง เจ้าตื่นแล้วเหรอ?”เสียงของศิษย์พี่ใหญ่พูดผ่านฉากกั้นไม้

            “ศะ…ศิษย์พี่ใหญ่ ทะ…ท่านเองก็ตื่นเร็วนะขอรับ…”แย่ แย่ แย่แล้ว!! ลี่ถิงหันไปซ้ายขวาอย่างละที ถ้าหากเขาเดินมาทางนี้ล่ะก็ ไม่สิ…นอนต่อไปศิษย์พี่นี่ตะวันยังไม่ขึ้นเลย! ขอร้องล่ะ!!        

            “เช่นนั้นข้าขอเข้าไปอาบน้ำด้วยคนนะ ข้าเองก็ต้องไปฝึกซ้อมร่างกายตอนเช้าเช่นกัน..”

            เสียงลุกขึ้นจากเตียงดังขึ้นนั่นดั่งระฆังในหัวของลี่ถิง เธอจำเป็นต้องรีบทำทุกอย่างให้ว่องไวก่อนที่จะความแตกตั้งแต่คืนแรก..!

            วินาทีที่ 1 เสียงของศิษย์พี่ใหญ่บิดกายไล่ความขี้เกียจ ลี่ถิงรีบหันไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวอย่างบ้าคลั่ง

            วินาที่ที่ 5 ศิษย์พี่กำลังหาเสื้อผ้า ลี่ถิงก็ต้องรีบใส่เสื้อผ้าให้ตัวเองเช่นกัน

            และ…วินาทีที่ 20

            ครืด…

            “ศิษย์น้องถิง…อะ…อ้าว? เจ้าอาบน้ำเสร็จแล้วหรือ?”

            “ฮะๆ ขอรับ ข้ากำลังจะบอกท่านพอดี…”

            ลี่ถิงใส่ชุดอย่างไม่เรียบร้อยเท่าไรนักผมเผ้าก็เปียกชื้นแต่ก็ยังดีกว่าต้องถูกเห็นในสภาพไม่ใส่อะไรเลย!!

            ศิษย์พี่ใหญ่ได้แต่กระพริบตาปริบๆ ใยศิษย์น้องคนนี้จึงต้องรีบรนขนาดนั้น? เขาไม่ได้คิดติดใจอะไรคงเพราะเขาตื่นช้าจนศิษย์น้องอาบน้ำเสร็จไปแล้วกระมัง

            “ขะ…ข้าจะไปที่ห้องครัวว่ามีงานอะไรให้ข้าช่วยรึเปล่า…นะขอรับ…”

            ลี่ถิงขยับตัวออกไปข้างๆพร้อมกับสภาพที่ไม่พร้อมเจอหน้าผู้คนแบบนั้น เมื่อหลุดจากห้องมาได้เธอก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งและเดินหาห้องครัวในโรงเตี้ยม

            เธอไปถึงห้องครัวตอนที่เขากำลังเตรียมวัตถุดิบพอดีจึงยื่นมือขอช่วยเหลือ แม่ครัวของที่นี่เป็นคุณป้าตัวเล็กๆที่ใจดีคนหนึ่งเธอเอ่ยชมลี่ถิงไม่หยุดว่าเป็นเด็กดีที่เห็นได้ยากในสำนักที่มีจิตใจอยากช่วยป้าแก่ๆเช่นนี้

            ในขณะเดียวกันลี่ถิงก็ยิ้มไปทำงานไปและจดจำสูตรอาหารอร่อยๆของคุณป้าไปด้วยเผื่อว่าจะได้เอาไปทำที่สำนักหลังจบการแข่งนี้แล้ว

            เมื่ออาหารถูกจัดเตรียมพร้อมยกขึ้นโต๊ะแล้วคุณป้าก็ให้ลี่ถิงไปเดินเล่นก่อนถึงเวลาอาหาร แต่เธอไม่รู้จะไปเดินเล่นที่ไหน นี่ก็ยังเช้าจนไม่มีใครตื่น เธอจึงไปเดินตรงหลังโรงเตี้ยมที่ทำที่เก็บม้า เธอเห็นศิษย์พี่ใหญ่กำลังแบกฟางให้ม้ากินและยกถังน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มถังสี่ถังสอดเข้ากับไม้ยาวและลุกๆนั่งๆอยู่อย่างนั้น ได้ข่าวว่าเขาเพิ่งอาบน้ำมิใช่หรือ? ทำแบบนี้ก็ต้องกลับไปอาบน้ำอีกรอบเลยนะ?

            “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านฝึกซ้อมอยู่หรือขอรับ?”ลี่ถิงเดินเข้าไปทัก

            “ศิษย์น้องถิง เตรียมอาหารเสร็จแล้วหรือ?”ศิษย์พี่ใหญ่หันมาหาทั้งๆที่ยังแบกถังน้ำไว้ที่หลัง

            “ขอรับ”

            “เจ้าเก่งมาก ได้เจ้าช่วยคุณป้าข้าก็หมดห่วง”

            ลี่ถิงนั่งลงที่อ่างไม้ข้างๆแล้วมองดูศิษย์พี่ใหญ่เงียบๆ ก็ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำเลยเธอจึงไม่รู้จะไปที่ใดต่อ ดูไปแล้วศิษย์พี่ใหญ่เองก็หุ่นดีสมชายชาตรียิ่ง มีกล้ามเนื้อที่สวยงามตั้งแต่อายุเท่านี้เขาคงผ่านการฝึกมามากมายนัก สายตาของลี่ถิงจ้องไปที่เขาอย่างไม่สางยิ่งทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ประหม่า

            “…ศิษย์น้อง เจ้ามองข้าแบบนี้ ข้าก็อายเหมือนกันนะ”ในที่สุดศิษย์พี่ใหญ่ก็พูดออกมา

            “ขะ..ขอโทษขอรับ”

            “ไม่หรอก ปกติ..จิ้นฝูก็ชอบแกล้งจ้องข้าแล้วก็ล้อข้าเล่นบ้าง แต่กับเจ้า…ว่าอย่างไรดีล่ะ ข้ารู้สึกเหมือนถูกเด็กผู้หญิงจ้องอยู่…อะ…ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าเป็นผู้หญิงนะ ศิษย์น้องก็แค่ดูตัวเล็กนุ่มนิ่มคล้ายเด็กผู้หญิงเท่านั้นเอง”

            “มะ…ไม่หรอกขอรับ! ขะ…ข้าไม่คิดมาก ฮ่าๆ ทุกคนก็ชอบพูดแบบนั้น”

            ลี่ถิงพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ความจริงในใจว้าวุ่นพยายามพูดไม่ให้ถูกจับได้ ศิษย์พี่ใหญ่มิได้มีจิตคิดดูถูกเขาเพียงพูดตามที่คิด ไม่ใช่แค่เขาแต่คนอื่นๆในสำนักก็ชอบล้อลี่ถิงคล้ายสตรี

            ….ถึงมันจะเป็นความจริงแต่เธอก็ทำตลกกลบเลื่อนมาได้เรื่อยๆ

            “วะ…วันนี้ท่านลงประลองรอบแรกสินะขอรับ ข้าจะคอยเอาใจช่วยท่านจะต้องชนะอย่างแน่นอน”ลี่ถิงเปลี่ยนเรื่องคุยโดยทันใด

            “ขอบคุณ ข้าจะต้องผ่านเข้ารอบนี้ไปให้ได้ ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของสำนักเลย”

            “ตอนนี้ท่านที่เกียรติของสำนักเป็นเดิมพันแล้วนะศิษย์พี่ใหญ่!”

            ด้วยทักษะฝีปากแถออกข้างทางทำให้เธอรอดมาได้นับต่อนักครั้งนี้ก็เช่นกัน…

            ลี่ถิงนั่งคุยกับศิษย์พี่ใหญ่จนถึงเวลาอาหารเช้า เธอจึงวิ่งกลับไปหาเฟยหรงเขาท่าทางจะไม่พอใจอยู่เล็กน้อยที่เธอไม่ปลุกเขาไปด้วยกัน แต่พอขอโทษนิดหน่อยและน้ำเสียงหวานๆของเธอเขาก็ดูอารมณ์ดีขึ้น

            เวลาพระอาทิตย์ขึ้นทั้งดวงคือเวลายามดีทุกคนจากสำนักออกเดินทางสู่ลานประลอง ท่านอาจารย์หายไปตลอดทั้งคืนเพราะถูกเชิญไปกินเลี้ยงกับผู้อาวุโส เช้านี้พวกเขาดูไม่สดชื่นเท่าไรนักลี่ถิงจึงเอาส้มที่เหลือมาคั้นทำน้ำให้พวกเขากินแก้เมาค้างก่อนออกจากโรงเตี้ยม

            เมื่อทุกอย่างพร้อมทุกคนก็เดินทางเข้าสู่ลานประลองที่ยิ่งใหญ่ นอกจากพวกเธอแล้วยังมีคนจากอีกหลายสำนักนับร้อยสำนักทั่วแผ่นดิน ไม่ว่าจะเล็ก กลาง ใหญ่ ทุกสำนักล้วนพร้อมใจเข้าสู่การประลองเพื่อวัดความเป็นหนึ่ง

            ลี่ถิงเอาเครื่องประดับที่ชายตาบอดคนให้ให้มาห้อยไว้ก่อนออกจากโรงเตี้ยมด้วย เธอค่อนข้างชอบมันมากเลยทีเดียวเฟยหรงก็บอกว่าสวยดีเหมาะกับเธอด้วยแต่เอาไว้ด้านหน้าคงจะเด่นเกินไปหน่อยเธอจังเอามันไปไว้ข้างๆเล็กน้อย

             แม้แต่ทางเข้าลานประลองคนยังเยอะจนเบียดเสียดไปมา อาจารย์โหยงบอกให้ทุกคนจับกลุ่มกันไว้ให้แน่นลี่ถิงเองก็จับไหล่น้องชายแน่นกลัวเขาผลัดหลงไปเช่นกันแต่ว่า…

            ตึก!!

            “โอ๊ย!”

            แรงกระแทกจากข้างหลังผลักให้ลี่ถิงต้องกระเด็นออกกลุ่ม เธอออกมานอกแถวของผู้เข้าร่วมตอนนี้ไม่มีที่ให้เธอเข้าไปได้ แต่เฟยหรงยังคงอยู่ในนั้นลี่ถิงกังวลใจไม่น้อยแต่ถ้าต้องให้เขาไปต่อแถวใหม่…

            “เฮ้ย! อะไรน่ะเจ้าเปี้ยกนี่!!?

เสียงโวยวายดังมาจากในแถวลี่ถิงรีบชะโงกหน้าเข้าไปดูขออย่าให้เป็นเฟยหรงเลย แต่ลางสังหรณ์เธอนั้นไม่เคยพลาด เฟยหรงคว้าคอเสื้อของชายคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวเดียวกับลี่ถิงไว้เน้น ชายคนนั้นใส่ชุดสีฟ้าน้ำเงินปักลายเมฆที่ชายผ้า ใบหน้าดูเกรี้ยวกราดสายตาดั่งไฟกำลังจับจ้องเฟยหรงของเธออยู่

เพราะมีเสียงโวยวายแถวเข้างานจึงต้องหยุดชะงัก พวกเขามุงดูเด็กสองคนด้วยความใคร่รู้..

“เจ้าผลักพี่เสี่ยวถิง…”เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงด้วยความโกรธา

“หา…พูดอะไรเข้าเด็กนี่ อยากเจอดีนักเหรอหะ!!?”ชายคนนั้นหาได้หวาดกลัวเขาคว้าคอเสื้อของเฟยหรงกลับสีหน้าของลี่ถิงซีดเผือกเหมือนไก่โดนต้ม

ไม่ได้นะ….เฟยหรง…!!

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...