ตอนที่แล้วSH.2 – การผจญภัยครั้งใหม่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปSH.4 – โจมตี

3 – เด็คการ์ดดาบศักดิ์สิทธิ์

 

“เฮ้อ”

 

ในที่สุดโรดส์ถอนหายใจยาว จากนั้นเขานอนลงบนเตียงอีกครั้ง

 

หลังจากที่ได้พูดคุยกับไลซ์ เขายืนยันได้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ใน Dragon Soul Continent แน่นอน แต่มันไม่ใช่ยุคที่เขาเคยอยู่ มันไกลมากถึงยุคมืด ถ้าไทม์ไลน์นี้ถูกนำไปเทียบกับเกมส์ มันควรจะอยู่ใน Dragon Soul Continent Online ในช่วงทดสอบเบต้า

 

ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

 

โรดส์ถอนหายใจและส่ายศีรษะ เขาไม่อยากคิดเกี่ยวกับสิ่งแปลกๆและเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นกับเขานานนัก ไม่ว่ายังไงเขาก็อยู่ที่นี่แล้ว และความจริงนี้ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปล่ะ?

 

ตอนแรกโรดส์ตัดสินใจลองทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ แต่หลังจากที่คิดอยู่นั้น ระบบแจ้งเตือนยังคงแสดงอยู่ตรงหน้าเขา มันแสดงค่าสถานะปัจจุบันและคุณสมบัติของเขา

 

[โรดส์ อแลนเดอร์]

[ระดับ 1]

เผ่าพันธุ์ : ผสม (??)

พรสวรรค์ : ถูกปิดกั้น

ความสามารถเผ่าพันธ์ : ถูกปิดกั้น

ความสามารถส่วนตัว : ถูกปิดกั้น

คลาส : นักดาบอัญเชิญ (ฮีโร่)

ทักษะคลาส : อัญเชิญ (Rank E)

กระบวนท่าพิเศษ : กระบวนท่าดาบเงาจันทร์(Rank E) (ทักษะที่มีอยู่ : ดาบแห่งการทำลายล้าง)

คลาสอื่น : นักเล่นแร่แปรธาตุ (เชี่ยวชาญด้านการสร้างสิ่งลึกลับ)

ทักษะพิเศษ : การสร้าง (Rank E)

 

นี่เป็นหน้าจอแสดงค่าสถานะปกติที่ดูผิดปกติอย่างมาก แต่เมื่อเขาเห็นบรรทัดแรก โรดส์ถึงกับตะโกนเสียงดังออกมา

 

เผ่าพันธุ์ผสม? ฉันเป็นเผ่าพันธุ์ผสมได้อย่างไร?!

 

ใน Dragon Soul Continent ความหมายของเผ่าพันธุ์ผสมไม่ได้แตกต่างไปจากโลกเลย เผ่าพันธุ์ผสมที่นี่เกิดจากการแต่งงานระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่น โรดส์มั่นใจแน่นอนว่าเขาเป็นมนุษย์ และแม้แต่ในเกม เขายังเล่นเป็นเผ่ามนุษย์ด้วย แต่ทำไมค่าสถานะตัวละครของเขาถึงแสดงว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์ผสมกัน? และมีเครื่องหมายคำถามตามมา ซึ่งหมายความว่าสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งของเขายังไม่ตื่นขึ้น โบนัสและความสามารถของเผ่าพันธุ์ถึงยังถูกปิดกั้นอยู่ นั่นหมายความว่าเพื่อปลดล็อกมัน เขาต้องเข้าใจให้ได้ว่าเขามีสายเลือดประเภทใด เพื่อปลุกพลังภายในร่างของเขา

 

สำหรับโรดส์ นี่ถือเป็นเรื่องที่ต้องกังวล โดยทั่วไปแล้วความสามารถเผ่าพันธุ์จะแสดงออกมาอัตโนมัติหลังจากสร้างตัวละคร ยกตัวอย่างเช่น โบนัสของเผ่ามนุษย์คือสามารถลดระยะเวลาการเรียนรู้ทักษะ ภูมิต้านทานต่อพิษ การเพิ่มค่าชื่อเสียงและอื่นๆอีกมากมาย แต่ตอนนี้ เขาไม่สามารถรับโบนัสและความสามารถเหล่านี้ได้จนกว่าเขาจะปลุกพลังได้

 

แต่ไม่น่าแปลกใจเท่าสิ่งที่เขาพบต่อไปคือทักษะที่จำเป็นอย่างกระบวนท่าดาบและการเล่นแร่แปรธาตุ เนื่องจากเขาไม่ลืมว่าเขาได้เรียนกระบวนท่าดาบและทักษะการเล่นแร่แปรธาตุไว้ มันแสดงขึ้นบนค่าสถานะด้านล่างของเขา แต่มีเข้ม นั่นหมายความว่าเขาไม่มีคุณสมบัติและระดับไม่เพียงพอในการเรียนรู้และใช้งานมัน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมันเท่าไหร่ ตราบใดที่เขาสามารถเพิ่มความสามารถของเขา เขาจะสามารถใช้งานทักษะเหล่านี้ได้อีกครั้ง แน่นอนว่าระดับทักษะเองก็ถูกลดลงไปถึง Rank ต่ำสุด นั่นคือ Rank E แทนที่จะเป็น Rank SS

 

อย่างไรก็ตาม โรดส์ไม่ได้สนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้น เพราะว่าสิ่งที่เขาให้ความสนใจมากที่สุดไม่ใช่ระดับ แต่เป็นแหล่งที่มาของกระบวนท่าดาบเหล่านั้นที่ยากจะเรียนรู้  ไม่เพียงแต่เขาจำเป็นต้องยกระดับและค่าสถานะของเขา เขายังจำเป็นต้องทำภารกิจต่อเนื่อง เพิ่มค่าชื่อเสียงและค้นหาไอเทมลับ เพื่อทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จ เขาต้องใช้ทั้งเงิน เวลาและโชคมหาศาล ในเกม Dragon Soul Continent ในปีที่แล้ว เขาสามารถปั้นตัวละครขึ้นมาใหม่และสามารถนำมันไปต่อสู้กับมังกรแห่งความว่างเปล่าได้อย่างมั่นใจ

 

น่าเสียดายที่ทุกสิ่งมีขึ้นมีลง แม้ว่ากระบวนท่าดาบของเขาจะไม่มีปัญหา แต่เขาพบว่าค่าประสบการณ์ ระดับและทักษะทั้งหมดของเขาหายไป สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขาสูญเสียไปคือทักษะที่สำคัญที่สุดของนักดาบวิญญาณ –วิญญาณอัญเชิญ

 

ใน Dragon Soul Continent นักาบวิญญาณเป็นคลาสที่มีข้อโต้แย้งมากมาย ในตอนเริ่มแรกมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทุกคนให้ความสนใจอย่างมากเนื่องจากมันเป็นคลาสพิเศษ แต่หลังจากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมา เนื่องด้วยนักดาบวิญญาณจำเป็นต้องบ่มเพาะพลังเวทมนตร์และกระบวนท่าดาบ ทั้งคู่มีค่าสถานะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงความซับซ้อนในการประสานงานกับวิญญาณอัญเชิญ นอกจากนี้ยังต้องหาความรู้เพิ่ม นั่นหมายความว่าผู้เล่นจำเป็นต้องเล่นคลาสนี้ต้องทำถึง 3 อย่างเพื่อที่จะเข้าใจคลาสนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่คลาสนี้ทำให้หลายๆคนผิดหวัง

 

ทักษะอัญเชิญของนักดาบวิญญาณและทักษะอัญเชิญของจอมเวทย์นั้นอาจจะดูเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองต่างมากกัน ทักษะอัญเชิญของจอมเวทย์จะใช้พลังของตนเองในการเปิดประตูมิติเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเข้ามาในโลกใบนี้และควบคุมสิ่งนั้นโดยใช้พลังเวทมนตร์ แต่กับทักษะอัญเชิญของนักดาบวิญญาณ พวกเขาไม่ต้องใช้พลังในการเปิดประตูมิติเพราะว่าพลังเหล่านั้นมาจากโลกใบนั้น และหนึ่งในความสามารถของพวกเขาคือสามารถปลุกดวงวิญญาณจากซากลึกลับได้ พวกเขาสามารถทำสัญญาและประทับตราพวกมันเพื่อให้พวกเขานำมาใช้งาน

 

แม้ว่ามันจะฟังดูแข็งแกร่งมาก แต่มันน่ารำคาญเช่นกัน ในความเป็นจริง ผู้เล่นมากมายสับสนกับทักษะเหล่านี้ พวกเขาคิดว่าไปรับซื้อซากโบราณราคาถูกจากพวกพ่อค้าและสามารถใช้ทักษะอัญเชิญเพื่อปลุกดวงวิญญาณ ทำสัญญาและสามารถใช้งานดวงวิญญาณได้ง่ายๆ

 

น่าเสียดายที่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดง่ายแค่ไหน แต่ความจริงมันเจ็บปวด ไม่ต้องพูดถึง มีเพียงนักอัญเชิญระดับสูงเท่านั้นที่สามารถอัญเชิญดวงวิญญาณจากซากโบราณได้ และในสถานะวิญญาณ เมื่อพวกมันสูญเสียกายเนื้อ พลังของพวกมันจึงอ่อนแอลงมาก ยกตัวอย่างเช่น ใน Dragon Soul Continent โรดส์ใช้ “โทสะของราชันมังกร” เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถปลุกร่างวิญญาณได้ และเป็นสิ่งเดียวกันที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จสูงสุด

 

มี 3 วิธีในการได้รับวิญญาณอัญเชิญ

วิธีที่ 1 คือการปลุกและควบแน่นร่างวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ที่ตายแล้วและเปลี่ยนมันเป็นวิญญาณอัญเชิญ แต่ค่าสถานะของมันจะอิงตามค่าสถานะของเจ้าของ สภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักดาบวิญญาณสังหารอสรพิษอัคคีเพื่อเอาวิญญาณของมัน แต่วิญญาณอัญเชิญกลับอยู่ในสภาพอากาศที่มีหิมะตกหรืองูนั้นถูกสังหารโดยอุปกรณ์ที่มีธาตุมืด เป็นเรื่องยากที่จะทราบเกี่ยวกับค่าสถานะของวิญญาณอัญเชิญ ถ้าเป็นไฮดร้า มันจะแข็งแกร่งขึ้นถ้ามีธาตุมืด อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเพียงมอนสเตอร์อ่อนแอทั่วไปที่มีธาตุขัดแย้งกัน พวกเขาได้แต่กรีดร้องออกมา

วิธีที่ 2 ในการได้รับวิญญาณอัญเชิญคือ การเอาชนะอมนุษย์และทำตามเงื่อนไขบางอย่าง หลังจากนั้นจะสามารถทำสัญญาและประทับตราพวกมันไว้ในฐานะวิญญาณอัญเชิญ นี่เป็นวิธีที่ง่ายมาก แต่ก็อันตรายมากเช่นกันเพราะว่าพวกอมนุษย์นั้นมีความคิดเป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่าพวกมันสามารถต่อต้านคำสั่งของผู้อัญเชิญได้และสามารถทำตามใจตนเองได้ แน่นอนว่าวิธีนี้ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการอัญเชิญสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้มา

สำหรับวิธีสุดท้าย มันเป็นการเปิดใช้ทักษะพิเศษที่เรียกว่า ‘ปลุกวิญญาณ’ ที่ระดับ 10 และปลุกวิญญาณโดยการหลอมรวมวิญญาณจำนวนหนึ่งเพื่อสร้างวิญญาณในระดับที่สูงขึ้น ด้วยวิธีนี้ ผู้เล่นสามารถควบคุมวิญญาณอัญเชิญได้ในระดับหนึ่ง ตราบใดที่ผู้เล่นคุ้นเคยกับวิญญาณอัญเชิญที่ถูกหลอมรวม ทั้งลักษณะนิสัย เผ่าพันธุ์และค่าสถานะ ผู้เล่นสามารถบอกได้ถึงผลลัพธ์ของการหลอมรวมได้อย่างง่ายดาย แต่วิธีการแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมากและอาจจะทำให้เสียใจได้เพราะว่าผู้เล่นจะไม่รู้ระดับของวิญญาณอัญเชิญดวงใหม่ เช่นเมื่อนำวิญญาณอัญเชิญระดับสูง 2 ดวงมาหลอมรวมกัน มันอาจจะกลายเป็นวิญญาณอัญเชิญระดับ 1 หรืออาจจะทำให้ดวงวิญญาณระดับสูงขึ้นหรือแม้แต่กลายเป็นวิญญาณอัญเชิญที่ไร้ประโยชน์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ยังใช้ได้ เพราะระดับยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าเป็น ณ ตอนนี้ คงจะดีกว่าถ้าลบมันทิ้งไป

 

ค่าประสบการณ์ของวิญญาณอัญเชิญจะถูกแบ่งมาจากเจ้าของ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมนักดาบวิญญาณถึงเก็บระดับช้ากว่าคลาสอื่น สำหรับคลาสอื่นๆแล้ว พวกเขาสามารถเก็บระดับด้วยตัวเองได้ แต่กับนักดาบวิญญาณที่ต้องแบ่งค่าประสบการณ์เพื่อเก็บระดับให้กับวิญญาณอัญเชิญเพื่อพวกมันวิวัฒนาการ แต่อย่างที่รู้กันว่าการวิวัฒนาการของวิญญาณอัญเชิญนั้นถึงอยู่กับสภาพแวดล้อม ค่าสถานะของเจ้าของและปัจจัยอื่นๆมากมาย บางครั้งผลลัพธ์จากการวิวัฒนาการก็ไม่ตรงตามความต้องการของเจ้าของ

 

เพราะว่ามีคุณสมบัติที่น่าผิดหวัง มันจึงเปลี่ยนจาก ‘คลาสที่น่าสนใจที่สุด’ กลายเป็นหนึ่งใน ‘คลาสที่น่าผิดหวังที่สุด’ บนเว็ปไซด์ของ Dragon Soul Continent  แต่ก็ยังมีคนเลือกคลาสนี้เพราะเป็นมือใหม่ หรือเป็นคนที่ถูกหลอกโดยนักแคสเกมส์หรือผู้เล่นที่เล่นเพื่อความสนุก หรือแม้แต่เพื่อการพนัน และคนสุดท้ายก็คือคนอย่าง….โรดส์

 

จากผู้เล่นฝึกหัด ผู้เล่นทั่วไป เขาได้กลายเป็นปรากฎการณ์ในตำนาน ด้วยการใช้คลาสที่มีปัญหาที่สุด นักดาบวิญญาณ โรดส์ได้ขึ้นอันดับ 1 ของเซิร์ฟเวอร์มากมายและสามารถเอาชนะทั้ง 3 ยุคสมัยได้อย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นคนอื่นควรรู้สึกอย่างไร?

 

ผู้เล่นคนอื่นส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบวิธีการสุ่มแบบนั้น เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกว่าผลลัพธ์นั้นไม่สามารถควบคุมได้ แต่เพราะมันเป็นอย่างนั้น โรดส์ถึงรู้สึกมีความสุขมากเนื่องจากมันท้าทายเขา นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่เขาเลือกเล่นคลาสนี้ ในความเป็นจริงแล้วในประสบการณ์การเล่นเกมเป็นอาชีพของเขา เขามีประสบการณ์ ‘ผิดหวัง’ มากมาย แต่เขาไม่เคยยอมแพ้เพราะการเอาชนะสิ่งที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้ มันทำให้เขาพึงพอใจมาก

 

แต่ในตอนนี้ ดวงวิญญาณระดับสูงนับสิบดวงที่เขาใช้เวลาฝึกฝนมาเป็นเวลา 7 ปีหายไปทั้งหมด แม้ว่าด้านหลังมือขวาของเขายังมีวงเวทย์อัญเชิญลึกลับอยู่ แต่เขาไม่สามารถรับรู้การคงอยู่ของวิญญาณอัญเชิญได้อีกต่อไป มันไม่น่าแปลกใจที่ร่างกายของเขาไม่เหมือนในเกมอีกต่อไป

 

แต่…

 

โรดส์ยื่นมือไปแตะกระเป๋าหน้าอกของเขาและหาการ์ดอย่างรวดเร็ว

 

มันเป็นการ์ดสีขาว ด้านบนเป็นรูปดาบยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ห้อมล้อมไปด้วยหนาม ดาบถูกแกะสลักอย่างซับซ้อน มีปีกสีขาวติดอยู่ด้านข้างตัวดาบ เพียงแค่มองดูก็ให้ความรู้สึกเบาสบาย ทั้ง 4 มุมของการ์ดมีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน มุมขวาบนมีรูปครึ่งวงกลมสีขาว มุมบนซ้ายมีรูป X  ด้านล่างทั้งมุมซ้ายล่างและขวาล่างมีตัวเลขเล็กๆเขียนว่า -3 ด้านหลังมีข้อความหรูหราและลึกลับปรากฏขึ้น

 

[ดาบศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กาลที่ 10 : เครื่องหมายแห่งดวงดาว ไม่มีค่าสถานะ เหมาะสำหรับการหลอมรวม – ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด มันยังไม่สามารถปกปิดประกายแสงของมันได้]

 

มันยังอยู่ที่นี่!

 

เมื่อมองดูการ์ดในมือของเขา โรดส์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นี่คือเด็คการ์ดอัญเชิญ และเขาค้นเคยกับการ์ดใบนี้เป็นอย่างมาก นี่เป็นการ์ดแรร์ที่เขาได้รับมาจากการเข้าร่วมการแข่งขันกิจกรรมของเกมอย่างเป็นทางการ ในเวลานั้นเขาได้นำกิลด์ของเขาและชนะอันดับ 1 ของเซิร์ฟเวอร์รวมทั้ง 2 ไตรมาสติดต่อกัน เพื่อเป็นเกียรติให้แก่เขาในฐานะผู้เล่นระดับท็อปที่แข็งแกร่งที่สุด  บริษัทเกมได้มอบของขวัญเป็นการ์ดใบนี้ให้กับเขา แน่นอนการ์ดพวกนี้มีขายทั่วไปในร้านเกม แต่สำหรับเขาแล้วการเสียเงินเพื่อซื้อสิ่งของเหล่านี้เป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาถึงเก็บการ์ดใบนี้ไว้กับเขา เมื่อเขาได้รับมัน เขาถือว่ามันเป็นผู้ช่วยและเก็บมันไว้ข้างกายเสมอเพราะมันไม่ได้เปลืองพื้นที่มากมาย

 

เดิมทีมันไม่มีอะไรพิเศษนอกเสียจากมันเป็นการ์ดลิมิเต็ด อิดิชั่น แต่ตอนนี้มันมีแสงอ่อนๆเปล่งออกมาจากผิวของการ์ดและส่องแสงอยู่บนมือของเขา

 

ฉันควรลองมันดีไหม?

 

โรดส์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นมือขวาของเขาจับแน่นไปที่การ์ด วงเวทย์บนมือขวาของเขาส่องแสงออกมา แสงเวทมนตร์สีฟ้ากระจายออกไป มันวิ่งไปทั่วนิ้วมือทั้งหมดของเขา ทันใดนั้น การ์ดสีขาวระเบิดประกายแสงสีขาวออกมากและกลายเป็นฝุ่นผงสลายหายไปกับอากาศ

 

ในขณะนั้น ระบบแจ้งเตือนขึ้นตรงหน้าเขา

 

[ได้รับ 1/10 เด็คนิรันดร์กาล ดาบศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กาลที่ 10 เครื่องหมายแห่งดวงดาว]

 

“เฮ้ออ…”

 

เมื่อดูไปที่ระบบแจ้งเตือน โรดส์อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมการ์ดใบนี้จึงมีฟังค์ชั่นอัญเชิญบนโลกใบนี้ ขณะที่ก่อนหน้านี้มันไร้ประโยชน์ ในเกมก่อนที่จะระดับ 15 การค้นหาอาวุธที่ +2 ค่าสถานะทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องยากมาก และดาบ ‘เครื่องหมายแห่งดวงดาว’  +3 ค่าสถานะทั้งหมด ซึ่งมันช่วยให้เขาสามารถปกปิดจุดอ่อนทั้งหมดในตอนนี้ นอกจากนี้มันยังเหมาะกับการหลอมรวม นั่นหมายความว่าตราบเท่าที่เขาสามารถค้นหาวิญญาณที่เหมาะกับเขาได้ เขาต้องการพลังของ ‘ปลุกวิญญาณ’ เพื่อใช้ทักษะพิเศษ นั่นเป็นเหตุผลที่อาวุธนี้จึงมีระดับต่ำกว่าอาวุธทั่วไปอื่นๆ แต่ดูจากพลังโจมตีของมัน อาวุธนี้ถือเป็นอุปกรณ์หายากและทรงพลังมาก

 

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะรู้สึกตื่นเต้น เพราะว่าเขายังรู้สึกประหลาดกับสถานการณ์แบบนี้

 

นี่คือเกมส์? หรือโลกจริง? ถ้ามันเป็นโลกจริง ฉันจะกลับไปยังไง?

 

ก๊อก ก๊อก ในขณะนั้น เสียงเคาะดังขึ้น

 

โรดส์เงยหน้าและมองเห็นชายวัยกลางคนกำลังเดินเข้ามา เขาสวมชุดเกราะหนังนักผจญภัยและมีผมสีแดงที่หวีเรียบร้อยกำลังมองมายังโรดส์ ชายคนนั้นยิ้ม

 

“สวัสดี ข้า หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเสี้ยวดารา คาร์เตอร์”

คะแนน 4.6
กรุณารอสักครู่...