ตอนที่แล้วบทที่ 8 วิญญาณในรูปแกะสลัก!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
บทที่ 9 ภาพลวงตา!
 
รูปปั้นที่มีลักษณะแปลก ๆ เมอร์ลินไม่ได้ให้ความสนใจมันมากนัก แม้แต่มันอาจจะทำให้เขาประสาทหลอนได้ก็ตาม เขาคิดว่ามันจะเป็นการดีเสียกว่าหากค่อยไปดูต่อที่คฤหาสน์
 
แอนสันเลือกหยก แต่นาธานให้ราคาสูงถึงหนึ่งร้อยเหรียญทอง แม้ว่าแอนสันเกิดมาในตระกูลขุนนาง แต่เขาก็ยังมีพี่ชายอีกสองคนอทำให้เขาไม่สามารถใช้เหรียญทองเกินสามสิบเหรียญในหนึ่งเดือน เหรียญทองหนึ่งร้อยเหรียญเป็นมากกว่าสิ่งที่เขาสามารถใช้ได้
 
ดังนั้นแอนสันก็ยอมแพ้อย่างน่าเสียดาย ในขณะเดียวกันคาริซเลือกสร้อยข้อมือหยก แต่มันก็มีราคาสูงกว่าที่หนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทอง เครื่องประดับหยกจากจักรวรรดิมอลต้านั้นนำสมัยที่สุดในหมู่ขุนนาง ดังนั้นนาธานจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถขายได้แม้ว่าราคามันจะค่อนข้างสูง
 
คาริซสวมต่างหูมรกต และสร้อยข้อมือหยกอยู่ทางขวามือของเธอ เธอดูเหมือนจะรักเครื่องประดับหยกมาก แม้ว่าสร้อยข้อมือหยกนี้มีราคามากกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทอง เธอก็ยังคงกัดฟันซื้อมัน….
 
กัตต์เข้ามาหาเธอและเสนอซื้อกำไลสำหรับคาริซ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเจ้าอ้วนกัตต์ชอบคาริซอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามเธอปฏิเสธข้อเสนอโดยไม่คิดมากทำให้กัตต์ค่อนข้างผิดหวัง
 
“เฮ้เจ้าอ้วน! แล้วคาริซหายไปแล้ว นายยังมองอะไรอยู่?”แอนสันหัวเราะและพูดจาเหน็บกัตต์
 
“แอนสันนายนาธานคนนี้คือใครกัน? โบราณวัตถุของเขามาจากแหล่งที่น่าสงสัยถึงแม้ว่าเขาดูน่าเชื่อถือและดูสุขุมก็ตา แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่กองกำลังป้องกันจะไม่รู้เรื่องนี้ แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ทำอะไรเลย” เมอร์ลินถามด้วยเสียงต่ำ
 
“เฮ้อ! กองกำลังป้องกันประเทศมาที่นี่ แต่ทำไมนายนาธานเป็นคนเดียวที่รอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ แสดงว่าจะต้องมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้…..”
 
เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเห็นแต่อย่างใด ก็ใช่ที่นายนาธานคนนี้จะต้องมีผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังเป็นแน่ทางการจึงไม่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่นี้
 
ในแบล็กวอเตอร์ซิตี้ขุนนางผู้ครองตำแหน่งสูงสุดคือบารอน …โดยเฉพาะตระกูลออกัสติน ซึ่งนับว่ามีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมือง ภายใต้สถานการณ์ปกติขุนนางในเมืองแบล็กวอเตอร์จะมีฐานะต่ำกว่าตระกูลออกัสทินเล็กน้อย เช่นเดียวกับกองกำลังป้องกัน แม้ว่ามันจะมีความหมายสำหรับเมือง แต่ส่วนใหญ่มันก็เป็นกองกำลังทหารส่วนตัวของครอบครัวออกัสตินเท่านั้น
 
พวกเขาเดินออกจากทาง และไปถึงข้างนอก สายลมอันหนาวเหน็บจนเข้ากระดูก …..
 
“ดูสิหิมะตกแล้ว!” แอนสันตะโกน
 
เมอร์ลินเหล่ตาของเขาและมองไปที่ท้องฟ้า เกล็ดน้ำแข็งที่โปรยปรายก่อนที่จะกลายเป็นเกล็ดหิมะสีขาว ซึ่งมัันเกิดขึ้นในเดือนกันยายนซึ่งนับว่ามันผิดปกติ! ‘
 
“ซี๊ดดด…หนาวจังเรารีบกลับบ้านกันเถอะ! เอาหล่ะ…เมอร์ลินฉันจะไปส่งนายกลับไปที่คฤหาสน์วิลสันก่อนก็แล้วกัน”
 
กัตต์ดึงเสื้อของเขาเข้ามาใกล้และพุ่งเข้าไปในรถของเขาด้วยความเร็ว….
 
รถม้ามาหยุดที่หน้าคฤหาสน์วิลสันอย่างช้าๆ เมอร์ลินลงจากรถม้า แม้จะมีเสื้อโค้ทผ้าขนสัตว์ที่หนานุ่ม แต่เขาก็ยังรู้สึกหนาวเหน็บ
 
“เมอร์ลินเจอกันพรุ่งนี้นะ!”
 
แอนสันและกัตต์โบกมือลาเมอร์ลิน หลังจากเห็นรถม้าวิ่งเหยาะๆ ออกไปแล้วเมอร์ลินก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์
 
“ฮู้ …”
 
เมื่อเมอร์ลินเข้ามาในคฤหาส เขาก็ถอนหายใจโล่งอก เขาเห็นว่ามีหญิงสาวกำลังก่อไฟที่เตาผิง ดังนั้นบ้านจึงอบอุ่น เขาถอดเสื้อของเขาแล้วตบหิมะออกเบา ๆ
 
“อืม..เจ้ารูปปั้นประหลาดนี่?”
 
ดวงตาของเมอร์ลินเพ่งลงบนรูปปั้นที่มีลักษณะนูน หลังจากมองไปรอบ ๆ และรับทราบว่าไม่มีใครสนใจเขา เขาจึงมุ่งตรงขึ้นไปชั้นบนเข้าไปในห้องของเขาเอง
 
หลังจากปิดประตู เมอร์ลินหยิบรูปปั้นนูนออกมาจากเสื้อคลุมของเขา
 
“ลองอีกครั้งนะ”
 
เมอร์ลินขยี้ตาเบา ๆ จากนั้นก็เพ่งความสนใจไปที่รูปปั้นนูนอีกครั้ง จากนั้นเขาจ้องที่ลวดลายจากล่างขึ้นบน
 
“แต่เอ๊ะ..”
 
รูปปั้นนูนประหลาดนั้นดูเหมือนสั่นเล็กน้อย จากนั้นความรู้สึกคุ้นเคยก็ปรากฏกับเขาอีกครั้ง เมอร์ลินรู้สึกว่าโลกกำลังสั่นไหวและผู้ชายเปลือยกายในรูปปั้นนูนเสมือนมีชีวิตจริง ก่อนที่ตาของเมอร์ลินจะจ้องมองมันอย่างจริงจัง
 
การเคลื่อนไหวมีความซับซ้อน และพวกมันเหมือนจะเหยียดร่างกายให้ยืดออก ในความงุนงงเมอร์ลินรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มที่จะเลียนแบบการเคลื่อนไหวของชายเปลือยคนนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ…
 
“แต่มันเจ็บ…”
 
เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะร้องออกมา ในขณะนี้เมอร์ลินกลับมาถึงความรู้สึกของเขา เพียงเพื่อให้ตระหนักว่าตอนนี้เขากำลังนอนอยู่บนพื้น จากนั้นรูปปั้นนูนถูกทิ้งลงบนพื้นเข้าอย่างจัง แต่ทว่า….ความประหลาดใจของเขาก็ยังเกิดขึ้น เมอร์ลินยังคงรักษาท่าทางที่แปลกประหลาดตามรูปปั้นนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
 
เมอร์ลินลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและพูดโพล่งออกมาด้วยความเย็นยะเยือก
 
“มีบางอย่างผิดปกติกับรูปปั้นประหลาดนี้!
 
เมอร์ลินยังคงหวาดกลัว เขาไม่กล้ามองดูรูปปั้นนั้นอีก ความรู้สึกที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาเองได้นั้นน่ากลัวมาก และทำให้เขาสั่นเทาเมื่อคิดถึงมัน รูปปั้นประหลาดนี้ช่างแปลกอย่างแท้จริง
 
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเมอร์ลินก็เลิกหวาดกลัว เขาตัดสินใจที่จะไม่กลับไปมองมันอีก แต่เขาก็สังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่า…….
 
“ท่าที่รูปปั้นกระทำนั้นมันกำลังจะบอกอะไรกันแน่….?”
 
เมอร์ลินคิดอยู่สักพัก แต่เขายังรู้สึกว่า เขาควรพยายามเลียนแบบท่าทางที่ซับซ้อนเมื่อเขามีสติอย่างเต็มที่ ราวกับว่าเจ้ารูปปั้นนี้สามารถดึงดูดเมอร์ลินได้อย่างไม่น่าเชื่อ
 
สำหรัลการเคลื่อนย้านรูปปั้นในตอนนี้นั้นมันสลับซับซ้อน และต้องทำทีละขั้นตอน และช้าๆ เมอร์ลินโชคดีที่เขาสามารถจำความเคลื่อนไหวของมันได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องใช้เวลามากงสามารถดึงการเคลื่อนไหวนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์
 
คราวนี้เมอร์ลินไม่ตกอยู่ในภวังค์และเขาก็มีสติอย่างเต็มที่ เขารู้สึกถึงความพิเศษของท่านี้อย่างถี่ถ้วน
 
“อืม ….ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกค่อนข้างเย็นชา แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกอบอุ่น และกล้ามเนื้อของฉันก็ดูเหมือนจะคับและตึงขึ้น ” เมอร์ลินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา
 
หลังจากที่เขาทำท่าทางตามรูปปั้นในขณะนี้เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เมอร์ลินก็ไม่รู้สึกผิดปกติกับร่างกายของเขาอีก แต่ทว่า…มันเป็นเพียงที่กล้ามเนื้อของเขาถูกทำให้กระชับขึ้น มันชัดเจนมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและดูเหมือนว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นมา
 
หนึ่งชั่วโมง สองชั่ว โมงสามชั่วโมง …
 
ท้องฟ้ามืดลงอย่างช้าๆ เมอร์ลินดูเหมือนจะซึมซับตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ในท่านี้ในขณะที่เขาประสบกับความรู้สึกแปลก ๆ
 
“ปังปังปัง!”
 
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูชุดหนึ่งก็มาจากประตู
 
“เมอร์ลินพี่กำลังซ่อนอะไรอยู่ในห้อง?”
 
เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจกับเสียงดัง มันเป็นเมซี่ เขาเปิดประตูและเห็นว่าท้องฟ้ามืดสนิทในเวลานี้
 
เมซี่จ้องที่เมอร์ลินด้วยความสับสน จากนั้นกลิ่นเหงื่อเของเขาก็กระทบเข้ากับจมูกของเธอ เธอเห็นว่าเมอร์ลินเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
 
“พี่เมอร์ลิน พี่ไปทำอะไรมาทำไม่เหงื่อถึงได้ออกเยอะขนาดนี้?”
 
เมอร์ลินก็สังเกตเห็นว่าเขาถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อ แต่มีความรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายใน และมีพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในร่างกายของเขาซึ่งเขาไม่รู้สึกอ่อนเพลียเลย
 
“ไม่มีอะไรหรอก! แต่ฉันเห็ว่ามันมืดแล้วมันมืดแล้ว เลยขึ้นมาดูว่าพี่กลับมาหรือยัง”
 
เมซี่ยังคงพยายามแอบดูในห้องจากช่องประตู แต่ถูเมอร์ลินกำลังขวางทางอยู่ที่ประตู ดังนั้นเธอจึงไม่เห็นอะไรเลย เธอทำได้แค่ปิดจมูกและพูดว่า
 
“ให้ลูเซียเตรียมน้ำร้อนให้ก่อนแล้วกัน แล้วพี่ก็อาบน้ำก่อนลงไปด้วย”
 
เมอร์ลินพยักหน้าและยอมรับว่ากลิ่นเหม็นจากเหงื่อไคลนั้นมากมายขนาดไหน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทนไม่ได้กับกลิ่นนี้….
 
หลังจากนั้นไม่นาน ลูเซียเตรียมน้ำร้อนไว้ในอ่างอาบน้ำ เมอร์ลินถอดเสื้ออันผ้าเปียกโชกของเขา และกระโดดลงไปในอ่างอาบน้ำ ซึ่งมันเป็นน้ำอุ่นที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย…
 
เมอร์ลินอาบตัวเองในอ่างอาบน้ำโดยไม่ขยับกล้ามเนื้อ ศีรษะของเขาโน้มตัวไปด้านข้าง ในขณะที่สายตาของเขาจ้องที่เพดานห้อง……
 
***************************************************
คะแนน 4.8
กรุณารอสักครู่...