ตอนที่แล้วตอนที่ 22: ยังคงต้องฟังโฮสต์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 24 : คุณมีคนอื่นที่คุณอยากจะขอบคุณอีกหรือไม่? ถ้ามีพวกเราก็ไปตอบแทนบุญคุณกันเถอะ!

ฟางหนิงเลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำถามของระบบ แต่เขาถามมันอย่างรวดเร็วแทนว่า “ฉันขอถามอะไรนายก่อนนะ นายสามารถตัดและย้ายอวัยวะในร่างกายของฉัน ไปยังพื้นที่เก็บรักษาในพื้นที่มิติของระบบได้ในทันที หรือว่าอาจจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน?”

ระบบยังคงเป็นตัวตนที่งี่เง่า มันไม่เข้าใจว่าฟางหนิงกำลังคิดอะไรอยู่ แต่มันก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันสามารถทำได้ในทันทีทันใด พื้นที่มิติของระบบนั้น ถูกผูกไว้กับตัวคุณแล้ว มันจึงไม่มีระยะห่างระหว่างเซลล์เนื้อเยื่ออวัยวะของคุณกับพื้นที่เก็บรักษาแต่อย่างใด ถ้าเราต้องการวัดโดยใช้หน่วยเวลาของโลก มันก็จะน้อยกว่าหนึ่งไมโครวินาที”

“ถ้าอย่างนั้น มันก็น่าทึ่งมากๆ! ประโยชน์ของทักษะนี้ก็คือ เมื่อเราเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเรามาก และถ้าเกิดเราไม่สามารถเอาชนะหรือหลบหนีได้ นายสามารถย้ายอวัยวะทุกอย่าง รวมถึง ‘น้องชายคนเล็ก’ ของฉันออกไปได้ในทันทีเลยนะ …”

“รับทราบ!”

จากนั้นฟางหนิงก็เห็นการแจ้งเตือนของระบบ

[เนื่องจากระบบได้รับแรงบันดาลใจจากโฮสต์ ระบบจึงได้ค้นพบทักษะพิเศษ – การป้องกันสมบูรณ์(ระดับต่ำ): เมื่อเผชิญกับการโจมตีที่ไม่สามารถป้องกันได้ อวัยวะบางส่วนในร่างกายของคุณ จะถูกย้ายไปยังพื้นที่เก็บรักษาของระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การหลีกเลี่ยงการโจมตีที่รุนแรงได้ ข้อจำกัด : ระดับทักษะในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันการโจมตีวงกว้าง และการโจมตีใส่บริเวณส่วนที่เป็นสมองได้]

ฟางหนิงเข้าใจข้อจำกัดนี้ได้ ทักษะนี้ยังคงเป็นระดับต่ำอยู่ แต่เมื่อมันกลายเป็นระดับกลาง, ระดับสูง หรือแม้กระทั่งระดับมาสเตอร์แล้วล่ะก็ …

“เฮ้ ทักษะของนายสามารถอัพเกรดเป็นระดับที่ร่างกายของฉันทั้งหมด สามารถซ่อนอยู่ในพื้นที่มิติของระบบได้หรือไม่?” ฟางหนิงวาดฝันถึงฉากนี้ นี่จะเป็นวิธีที่เป็นตำนานในการช่วยชีวิตเขาในช่วงเวลาวิกฤติได้เลย โดยการซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่มิติของระบบ!

“ฉันไม่รู้ แต่ฉันสามารถย้ายทุกอย่างในร่างกายของคุณได้ แม้กระทั่งย้ายหัวใจของคุณไปใส่ไว้ในพื้นที่เก็บรักษาสักสองสามวินาทีก็ยังสามารถทำได้เลย แต่สิ่งที่ฉันไม่สามารถย้ายได้ก็คือส่วนที่เป็นสมองของคุณ นั่นหมายความว่าถ้าสมองของคุณตาย ฉันก็จะต้องตายไปพร้อมกับคุณด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดที่ซ่อนเร้นอยู่อีก และเราไม่รู้วิธีการอัพเกรดทักษะนี้ มันไม่สามารถอัพเกรดโดยการใช้ค่า EXP หรือการบ่มเพาะพลังได้” ระบบตอบอย่างจริงจัง

“ไม่เป็นไรหรอก เราต้องพึงพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่ อย่างน้อยเราก็มีไพ่ตายที่ไว้ใช้ช่วยชีวิตอยู่ในมือของเรา เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงที่สุด ตราบใดที่มันไม่ได้โจมตีตรงที่หัวของเรานะ” ฟางหนิงเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นโอกาสที่หาได้ยากในการชี้แนะระบบ ทำให้ระบบอาจยกสถานะของเขาให้สูงขึ้นมาอีก ในขณะที่มันเพิ่งได้รับทักษะการช่วยชีวิตไป ดูเหมือนว่าฟางหนิงจะยังไม่ได้สูญเสียจินตนาการไป ถึงแม้ว่าเขาจะเล่นเกมและอ่านนวนิยายมากไปหน่อยก็ตามที

ฟางหนิงมีความยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และลืมความเจ็บปวดกับความผิดหวังที่เขาประสบมาในก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แต่ตอนนี้เขากำลังสงสัยว่า เขาควรจะเล่นเกมอะไรต่อไปดี …

ระบบมีความสุขมากกว่าฟางหนิงเสียอีก ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ใช่มนุษย์ ความเศร้าที่มันเคยรู้สึกในก่อนหน้านี้ กลับสลายหายไปในทันที ทักษะการป้องกันสมบูรณ์ที่เพิ่งได้รับมานี้ มันเป็นทักษะที่มีค่ามากที่สุด ที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดได้โดยตรง และส่วนที่ดีที่สุดก็คือว่า เพียงแค่มันได้รับฟังคำแนะนำจากโฮสต์เท่านั้น มันก็ได้รับทักษะนี้มาอย่างง่ายดาย โดยมันไม่ต้องเสียเวลาในการบ่มเพาะ เพื่อเสาะหาและเรียนรู้ทักษะเลย และมันยังไม่ต้องใช้ค่า EXP ในการเรียนรู้ทักษะนี้อีกด้วย มันดูราวกับว่าทักษะนี้ตกลงมาจากฟากฟ้า!

จะเห็นได้ว่าทักษะนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบบโดยเฉพาะ มีเพียงระบบที่มีความสามารถในการประมวลผลหลายๆอย่างพร้อมกันเท่านั้น ที่จะสามารถใช้งานทักษะนี้ได้ ถ้าเป็นคนอื่นๆที่เรียนรู้ทักษะนี้ พวกเขาจะไม่มีเวลาปรับใช้ในระหว่างการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็วเลย มีเพียงแค่ระบบที่สามารถเปิดหลายๆหน้าจอเพื่อประมวลผล และตรวจสอบการโจมตีที่คุกคามถึงชีวิตแบบเรียลไทม์ได้ และทำการย้ายส่วนต่างๆในร่างกายของฟางหนิง โดยอัตโนมัติตามข้อมูลที่ได้รับมา …

ในฐานะที่ระบบให้ความสำคัญกับการเอาชีวิตรอดเป็นหลัก จึงเป็นเรื่องปกติที่มันจะไม่สนใจในความหยาบคายของฟางหนิงในก่อนหน้านั้น หลังจากที่มันได้รับผลประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ในทางตรงกันข้ามกัน มันกำลังพิจารณาว่าจะมอบรางวัลบางอย่างให้แก่ฟางหนิง เพื่อที่จะได้กระตุ้นให้เขาเกิดการคิดนอกกรอบมากยิ่งขึ้น เหมือนกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมา

แต่ระบบไม่คาดคิดว่า หลังจากที่ฟางหนิงประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวมัน เขาจะทำแค่เพียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเท่านั้น และเขายังไม่เอ่ยขอรางวัลจากมันอีกด้วย ดูเหมือนว่าจะเป็นการดี ที่มันมีโฮสต์เป็นโอตาคุแบบนี้

ระบบถอนหายใจ และปล่อยหุ่นเชิดจักรกลระดับกลางในฐานะตัวตนของฟางหนิงออกไป จากนั้นมันก็มุ่งหน้าไปทำการฟาร์มเลเวลทันที เพื่อเพิ่มเลเวลของมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเพื่อที่จะรีบสร้างอาวุธสวรรค์ให้เสร็จไวๆ….

อย่างไรก็ตาม ระบบมองฟางหนิงในแง่ดีเกินไป ในฐานะนักเล่นเกมที่มีประสบการณ์สูงอย่างฟางหนิงแล้ว เขาจะลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน! การทำภารกิจสำเร็จ มันจะต้องได้รับรางวัลตอบแทนทุกครั้งอยู่แล้ว แค่ในตอนนี้ฟางหนิงกำลังให้ความสนใจอยู่กับหุ่นเชิดจักรกลระดับกลาง ที่เพิ่งอัพเกรดขึ้นมาใหม่อยู่ก็เท่านั้นเอง ซึ่งมันมีฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีก …

และหลังจากที่ระบบปล่อยหุ่นเชิดจักรกลระดับกลางไปแล้ว มันนึกถึงสถานการณ์ที่ฟางหนิงได้พูดไว้ในก่อนหน้านี้ เมื่อมันรู้ว่าโฮสต์มีสติปัญญาที่สูงกว่ามันมาก มันจึงถามขึ้นมาว่า “ใช่แล้ว คุณเพิ่งบอกว่าในอนาคต อาจจะมีคนที่มีความสามารถมองเห็นแบบทะลุทะลวงได้ แม้ว่าหุ่นเชิดจักรกลระดับกลางที่เพิ่งได้รับการอัพเกรดมา จะมีการปลอมตัวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันก็หลอกได้เพียงแค่เทคโนโลยีการติดตาม และคนธรรมดาทั่วๆไปเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อมันเจอกับศัตรูที่มีพลังพิเศษด้านการมองเห็นที่ทรงพลัง พวกเขาจะสามารถตระหนักได้อย่างง่ายดายว่า มันถูกสร้างมาจากเหล็ก, ไม้, หนังสัตว์, ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อต่างๆและเลือด ในเวลานั้น ตัวสำรองอย่างมันก็จะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง …”

ฟางหนิงผู้ซึ่งกำลังเรียนรู้ฟังก์ชั่นของหุ่นเชิดจักรกลระดับกลางอยู่ รู้สึกประหลาดใจกับคำถามที่ฉับพลันของระบบ แต่เมื่อเขาจับใจความสำคัญของคำถามได้ เขาจึงตอบด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายอย่างไม่แยแสว่า “นายไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ ตราบใดที่นายไม่ย้ายอวัยวะของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ซึ่งจะทำให้ศาลเตี้ย A ต้องสูญเสียอวัยวะไปด้วยเช่นกัน และมันจะเป็นหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงศาลเตี้ย A กับตัวตนที่แท้จริงของฉันในฐานะฟางหนิงไปด้วย”

ฟางหนิงพยายามที่จะอธิบายทุกอย่างให้กับระบบงี่เง่าฟัง เพื่อที่จะทำให้มันหยุดคิดว่ามันฉลาดเท่าโฮสต์ของมัน ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจด้วยตัวมันเอง และทำสิ่งต่างๆลับหลังเขาอีกครั้ง

“แม้ว่าพวกเขาจะพบว่าหุ่นเชิดจักรกลนั้นไม่ใช่มนุษย์จริงๆ แต่มันก็ไม่ได้มีส่งผลเสียหายอะไรมาก ฉันเคยบอกนายมาก่อนแล้วว่า ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันก็แค่บอกคนอื่นๆว่า ฉันมีพลังพิเศษในการสร้างหุ่นเชิดจักรกล และนั่นก็เป็นหุ่นเชิดที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยจัดการกับเรื่องต่างๆในเบื้องหน้า และฉันจะบอกพวกเขาอีกด้วยว่า เป็นเพราะฉันมีนิสัยชอบเก็บตัวอยู่แต่ในเบื้องหลัง แค่นี้ก็จะไม่มีใครสงสัยฉันได้แล้ว มันไม่แปลกเลยนะ ที่ฉันจะชอบเก็บตัวเป็นฤาษีอยู่แบบนี้ เพราะทุกวันนี้ข้างนอกเริ่มอันตรายมากขึ้นทุกวัน!

“ตราบใดที่พวกเขาไม่สามารถพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างเรากับศาลเตี้ย A ได้ พวกเขาจะไม่มีทางคาดคิดเลยว่า ศาลเตี้ย A ที่ชอบตระเวณวิ่งไปทั่วเมือง จะเกี่ยวข้องกับฤาษีที่ชอบหมกตัวอยู่แต่ในบ้านอย่างฉัน ทีนี้นายก็สามารถฟาร์มเลเวลได้อย่างสบายใจ และถ้าเกิดเราพบศัตรูที่แข็งแกร่งมารังควานล่ะก็ เราก็จะใช้ตัวตนของศาลเตี้ย A ไปล้างแค้นได้ ซึ่งมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารของเรา …”

ระบบคิดสักครู่แล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย ฤาษีอย่างโฮสต์เท่านั้นที่สามารถคิดเหตุผลเช่นนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะไม่ถูกคนอื่นสงสัยได้

ระบบเงียบไปสักพัก อย่างไรก็ตาม คำพูดของมันทำให้ฟางหนิงนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาจึงถามหารางวัลภารกิจในทันทีว่า “เฮ้ ฉันเพิ่งทำให้นายได้รับทักษะที่น่าทึ่งมานะ ดังนั้นนายควรให้รางวัลอะไรแก่ฉันบ้างสิ?”

ระบบรู้สึกหงุดหงิด มันจะไม่ถามคำถามในเวลานี้ ถ้าหากมันรู้ว่าฟางหนิงจะถามหารางวัลแบบนี้ จะเป็นการดีที่สุดสำหรับมัน ถ้าโฮสต์ลืมที่จะรับรางวัลจากมัน …

“คุณต้องการอะไร?” ระบบพึมพำ มันตัดสินใจที่จะรอให้อีกฝ่ายบอกความต้องการมาก่อน เพื่อที่มันจะไม่ได้ให้มากจนเกินไป

“โอ้ เนื่องจากนายสามารถสร้างหุ่นเชิดจักรกลจากไม้, เหล็ก, หนังสัตว์, ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อต่างๆและเลือดได้ แถมยังสามารถควบคุมมันจากระยะไกลได้อีกด้วย และนายยังได้เรียนรู้ทักษะการแพทย์และการปลูกถ่ายอวัยวะ ดังนั้นนายสามารถสร้างขาเทียมที่สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดายได้หรือไม่?”

“คุณวางแผนจะทำอะไร? หรือว่าคุณเตรียมความพร้อมไว้ในกรณีที่เราบาดเจ็บหนักในอนาคต?” ระบบถาม

“ไม่ใช่แบบนั้น! ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียแขนหรือขาไปอย่างเด็ดขาด ตราบใดที่นายไม่ทำอะไรลับหลังฉันแบบนั้นอีก ตอนนี้แค่บอกฉันมาว่า นายทำได้หรือไม่?”

“ฉันทำได้! อย่างไรก็ตาม ถ้ามันถูกติดตั้งในร่างกายของบุคคลอื่น มันจะต้องใช้ค่า EXP เป็นจำนวนมาก”

ฟางหนิงคิดในใจ ‘ฉันรู้ว่าราคาที่จ่ายจะต้องสูง ถ้าหากฉันไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับมันแล้วล่ะก็ ระบบคงจะไม่เห็นด้วยที่จะเสียสละค่า EXP จำนวนมากแบบนี้แน่ๆ อย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่รบกวนจิตใจฉันมานานแล้ว และฉันต้องทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด’

“ฉันต้องการสิ่งนี้เป็นรางวัลของฉัน นายช่วยฉันติดตั้งขาเทียมให้กับคนที่ฉันเลือกที แน่นอนว่านายต้องทำอย่างเงียบๆ และไม่สามารถให้ใครมาค้นพบได้”

ระบบยอมรับคำขอนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทักษะที่โฮสต์ช่วยให้มันได้รับมานั้น มันช่างยอดเยี่ยมมากจริงๆ และนั่นจึงทำให้ระบบเห็นด้วยกับเขา หลังจากการไตร่ตรองแล้ว

////

บนท้องฟ้าที่มีแสงดาวเล็กน้อยในยามค่ำคืนแบบนี้ ในลานบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง ที่อยู่ในหมู่บ้านแถบชานเมืองฉี มีหลอดไฟสีเหลืองสลัวแขวนอยู่บนเสาไม้ที่เอียง ผักจำนวนมากเช่น มะเขือเทศ, มันฝรั่ง และคื่นฉ่าย ถูกวางเรียงรายอยู่บนแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้าง

ชายวัยกลางคนอายุสักประมาณ 40 ปีกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ขากางเกงของเขาว่างเปล่าและห้อยไปมา เขาก้มตัวลงด้วยความยากลำบาก ในการคัดเลือกผักที่ดูเหมือนจะเน่าเสียเล็กน้อยทิ้งไป แสงจากหลอดไฟไม่สว่างพอที่จะขจัดความมืดมิดไปได้ ภายใต้กลางคืนที่มืดมิดแบบนี้ กลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองเข้าไปในลานบ้านจากด้านนอก

ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือฟางหนิงนั่นเอง!

“นี่คือคนที่คุณต้องการให้ฉันติดตั้งขาเทียมให้?” แม้ว่าระบบจะมีสติปัญญาต่ำ แต่มันก็ยังสามารถระบุได้ว่า นี่เป็นเป้าหมายที่ฟางหนิงได้เลือกไว้

“ใช่แล้ว เราจำเป็นต้องสกัดเลือดของเขาหรือไม่?”

“โดยปกติแล้วเราต้องทำเช่นนั้น ถ้าหากคุณต้องการให้ขาเทียมทำงานได้อย่างราบรื่น ภายใต้การควบคุมของเขาแล้วล่ะก็”

“งั้นรีบทำเลย! ด้วยความสามารถของนาย การทำให้คนธรรมดาอย่างเขาหมดสติไป มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับนายใช่ไหม?”

“เดี๋ยวก่อน มีผู้หญิงกำลังเดินออกมาจากบ้าน”

คะแนน 4.8
กรุณารอสักครู่...