ตอนที่แล้วบทที่ 127 - บุก (3) [อ่านฟรีวันที่ 26/02/2562]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 129 - บุก (5) [อ่านฟรีวันที่ 01/03/2562]

บทที่ 128 - บุก (4) [อ่านฟรีวันที่ 28/02/2562]


บทที่ 128 - บุก (4)

 

"หือ? เฮ้ ดูนั่น..."

"อ๊ากกกกก!"

เมื่อพวกเขารู้ตัวมันก็สายเกินไปแล้ว แม้แต่เผ่าหมาป่าที่มีความคล่องตัวกับความหยืดหยุ่นที่สูงมากในหมู่ของคลาส 3 ก็ไม่อาจจะตอบสนองได้ทัน ถ้างั้นแล้วพวกอ่อนแอคลาส 2 จะไปป้องกันหอกขว้างของยูอิลฮานได้ยังไงกันล่ะ?

จากวินาทีที่ยูอิลฮานก้าวเท้าออกไปมันใช้เวลาเพียงแค่สองวินาทีเท่านั้นในการจัดการเคลียร์สถานการณ์ หอกกระดูกมังกรหนักหลายร้อยตันได้ตกลงมาจากด้านบนและบดขยี้หัวของพวกเขาไป มันไม่มีทางที่พวกคลาส 2 ธรรมดาๆจะทนในสิ่งนี้ได้

"เอ๋ ไม่มีใครรอดเลย"

[พวกนี้น่าจะรวบศพทั้งหมดมาหลังจากฆ่าคนทั้งหมดแล้ว] (เลียร่า)

[ศพเพิ่งจะตายไปยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย นี่มันหมายความว่าในตอนนี้แผนของพวกนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการทำการ ดังนั้นการที่เราหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายมาได้ก็เพราะสัญชาตญาณของนาย] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้เก็บศพทั้งหมดา รวมทั้งของเหยื่อและผู้ร้ายเข้าไปในช่องเก็บของ มันไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้อยากจะฝังศพคนพวกนี้ แต่ว่าเพราะสถานการณ์ที่เร่งด่วนทำให้เขาตัดสินใจที่จะจัดการฝังศพภายในทีเดียว

[อิลฮาน นายไม่เป็นไรใช่ไหม?] (เลียร่า)

"ฉันไม่เป็นไร... ฉันไม่เป็นไรจริงๆ"

[อิลฮาน...] (เลียร่า)

เขาไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อช่วยโลกมาแต่แรกเลย มันกระทั่งน่าขำมากที่คนบนโลกยกย่องเขากัน ตัวเขาเองคิดว่าหลักฐานหน้าที่หรือความยุติธรรมมันต่างก็เป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพ

อนาคตของมนุษยชาติ ปกป้องโลก และสิ่งอื่นๆทั้งหมดจำพวกนี้มันไร้ความหมายและเป็นสิ่งที่น่ารำคาญสำหรับเขา ถ้าเขา พ่อแม่ เลียร่า เอิลต้า เอลฟ์ มิล แล้วก็....โอเค เอริเซีย คังมิเรย์ สเปียร่า คนทั้งหมดนี่ไม่เป็นไร เขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่นเลยแม้แต่นิด

เหตุผลที่เขาฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดก็เพราะมันเป็นอันตรายต่อโลกและตัวเขาด้วย ถ้ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายตัดสินใจไปฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่อื่นที่ไม่ใช่โลกนี้เขาก็จะไม่สนเลยแม้แต่นิดเดียว

ปัญหาก็อยู่ตรงที่พวกมันกลับมาสร้างความวุ่นวายบนโลกที่ขาอยู่ จนถึงตอนนี้เขาไม่เคยคิดว่าการฆ่าศัตรูของเขามันเหมือนการกวาดขยะในบ้านเลย

แต่ว่าใช่แล้วในตอนนี้เขารู้สึกรังเกียจ มันไม่ใช่เพราะว่าความตายของคนบนโลกหรือคนบนโลกอื่น แต่ว่ามันเป็นเพราะการได้เห็นคนถลกหนังคนด้วยกันเอง

แน่นอนว่ามอนสเตอร์ก็กินเผ่าพันธ์เดียวกัน แต่ว่านั่นก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่คือทั้งเผ่าพันธ์อยู่แล้วนี่ ยังไงก็ตามสิ่งที่คนพวกนี้กำลังทำอยู่ล่ะ? ไม่ใช่คนพวกนี้เลวร้ายยิ่งไปกว่ามอนสเตอร์อีกหรอกหรอ?

'เรายังจะเรียกตัวเองว่าเผ่าพันธ์ที่พัฒนาแล้วได้อีกหรอในเมื่อเรากำลังผลักดันตัวเองไปสู่การทำลายนะ?'

บางทีอาจจะมีคนตอบกลับมาด้วยคำพูดในมุมมองของโลกพวกเขาเอง พวกเราคงจะคิดว่าพวกเขาเป็นเพียง 'มนุษย์' และเหตุผลที่เขาบุกโลก เหตุผลที่เขาฆ่าถลกหนังมนุษย์บนโลกมันก็เพื่อทำให้เผ่าพันธ์มนุษย์ของพวกเขาอยู่ต่อ แต่ไม่ว่ายังไงวิธีนั่นมันก็คือการเดินหน้าไปสู่แผนการทำลายนี่

สำหรับคนพวกนี้ ยูอิลฮานได้แต่พูดคำๆนี้ออกไป

ฉันจะทำลายพวกนายเอง

"เร่งขึ้นอีกนิดล่ะกัน"

ยูอิลฮานได้พูดเบาๆเก็บความโกรธลงไปลึกๆ ก่อนที่จะพูดกับทูตสวรรค์ว่าเขาจะเร่งความเร็วขึ้นอีกนิด

[นายยังเร็วกว่านี้ได้อีก!] (เลียร่า)

[หืมมม... นายนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ] (สเปียร่า)

เมื่อได้ดื่มลมหายใจลงไป เขาได้เปิดใช้งานพลังเหนือมนุษย์กระโดดไปข้างหน้าด้วยพลังกล้ามเนื้อขาของเขาสุดพลังจุดขาเกือบฉีก พลังการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ของเขาก็ยังเร่งการฟื้นฟูไปที่ขาของเขาเพียงอย่างเดียวทำให้ฟื้นฟูความเสียหายของกล้ามเนื้อในทันทีที่ฉีก

ก่อนหน้นี้มันดูเหมือนว่าเขาจะเร่งความเร็วเต็มที่แล้ว แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเขาอยากจะเร็วกว่านี้อีก เขาก็ยังทำได้

เพียงแต่ว่าการจะวิ่งเร็วไปกว่านี้ เขาจะต้องปล่อยร่างกายและจิตใจไปกับมัน เขาได้ปล่อยให้ทูตสวรรค์ทำหน้าที่ในการค้นหาศัตรูรอบๆและตัวเขาตั้งสมาธิไปกับการเร่งความเร็ว

[ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่คลาส 3 ก็จะมาถึงความเร็วระดับนี้ได้] (สเปียร่า)

[ถ้าเธออยู่กับยูอิลฮานไปอีกสักพัก เธอก็จะได้เจอกับประสบการณ์แบบนี้อีกมากเลยล่ะ] (เลียร่า)

เนื่องจากว่าพวกเขาอยู่บนเกาะเล็กๆในหมู่เกาะทั้งหมดมีจำนวนคนไม่น้อยอยู่ที่นี่ และพวกมันก็ดูเหมือนจะรู้ในเรื่องนี้ทำให้มีพวกผู้บุกรุกอยู่มากเช่นกัน ยูอิลฮานได้เจอกลุ่มของศัตรูมากกว่าสองกลุ่มและเจอกลุ่มศพที่ถูกเก็บไว้บนเรือ

ยูอิลฮานได้ยืนยันว่าไม่มีใครรอดในหมู่คนพวกนี้ ฆ่าผู้บุกรุกที่มีชีวิตอยู่และเก็บศพทั้งหมดลงไปในช่องเก็บของ

มันเป็นเรื่องดีที่เขาจัดการของในช่องเก็บของเสร็จหมดแล้วในก่อนหน้านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่อาจจะเก็บศพไปได้หมดแน่

[เกาะทั้งหมดรอบๆนี่เป็นแบบนี้ไปยังนะ?] (เลียร่า)

[ถ้าพวกเราช้าไปซักนิด มันอาจจะไปถึงจุดที่ย้อนคืนไม่ได้แล้วก็ได้] (สเปียร่า)

ถ้าหากมีคนใส่หนังของคนอื่นด้วยการแปรธาตุมันก็จะไม่มีสัญญาณแปลกใดๆจากภายนอกเลย และเนื่องจากมันไม่มีการเปลื่ยนแปลงทางเวทย์ทำให้การตรวจจับมานาไม่อาจจะตรวจเจอได้ ถ้าเป็นคนรู้จักกันก็จะรู้ตัวได้ง่ายแต่ว่าถ้าคนรู้จักทั้งหมดตายไปและถูกคนอื่นมาแทนที่ล่ะ? นี่มันจะการเป็นอาญชญากรรมอำพรางสมบูรณ์แบบ

จะเป็นยังไงถ้าผู้บุกรุกได้ไปพิชิตทั้งประเทศแบบนี้และซ่อนตัวเองในประเทศนั้นระหว่างที่ผู้ใช้พลังบนโลกกำลังต่อสูบนโลกที่ถูกทิ้ง? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกมันไม่ได้หยุดแค่ประเทศเดียวและกระจายกันไปทั่วโลกล่ะ?

ต่อให้เขาเจอศัตรูในระหว่างพวกมันกำลังทำแบบนั้น พวกเขาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้เนื่องจากเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าใครที่มาจากโลกและใครที่มาจากต่างโลก นอกไปจากนี้ถ้าหากหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองเกิดขึ้นในตอนนี้ พวกเขาก็จะอยู่ในจุดที่ไม่อาจจะไปหาคนจากโลกอื่นที่ซ่อนตัวอยู่ได้อีก

ในความเป็นจริงแล้วในตอนนี้สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีเลย พวกมันดูเหมือนว่ากำลังดำเนินการกันอยู่ด้วย แต่ยูอิลฮานก็ไม่รู้ว่าการบุกรุกมันเริ่มต้นจากตรงไหน

เพราะแบบนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการจัดการกวาดลากฉากอาญชญากรรมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และหาร่องรอยของคนที่มีการปลอมแปลงตัวตนและฆ่าพวกนั้นทิ้ง

ร่องรอยของคนที่เอาผิวหนังของคนอื่นมาปกปิดตัวเอง? ถ้าเป็นคนอื่นมันก็อาจจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ว่าสำหรับยูอิลฮานแล้วนี่มันเป็นไปได้ ตัวเขานั้นมีการปกปิดตัวตนที่ซ่อนตัวจากเทพเจ้าได้เชียวนะ

ยูอิลฮานกำลังเร่งตัวเอง เขาได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่สายไป ภาวนาว่าเขาจะกู้สถานการณ์กลับมาได้

[อิลฮาน ที่นี่ฉันรู้สึกได้ถึงมัน! กลุ่มนี่มันค่อนข้างใหญ่...?] (เลียร่า)

[คลาส 2 เป็นร้อยคนและคลาส 3 อีกหนึ่งคนด้วย นายสัมผัสถึงพวกนั้นได้ไหม?] (สเปียร่า)

"ฉันรู้สึกได้ถึงพวกนั้น"

เกาะส่วนใหญ่ของประเทศที่ใกล้กับอเมริกาได้ถูกทำลายลงไปอย่างที่เขาคิดไว้ สถานที่ที่เขาหยุดก็ยังเป็นหนึ่งในที่แบบนั้นด้วย ในเขตมุมอับระหว่างตึกมีชายใส่เกราะที่ดูเหมือนกัปตันอัศวินโต๊ะกลมกำลังนำลูกน้องนับร้อยทำในสิ่งที่น่าขยะแขยงกันอยู่

"กัปตันทำไมเราต้องระวังขนาดนี้ด้วย"

"พวกเราก็แค่ไปสู้กับพวกมันตรงๆสิ ไม่ใช่ว่าเจ้าคนบนโลกนี้มันก็อ่อนแอไปหมดหรอกหรอ? พวกมันจะมีแต่หัวเราะที่เราทำร้ายพวกมันไม่ได้"

"ใครบอกให้แกหยุดทำแล้วพูดกันห๊ะ?"

"มันช่วยไม่ได้นี่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งมาจากเบื้องบน เร็วเข้าพวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว"

มันดูเหมือนว่าคนพวกนี้ก็จะมีเหตุผลของตัวเองอยู่ แต่ก็เท่านั้น ยูอิลฮานได้หยักโบกมือเบาๆ หอกห้าเล่มได้ปรากฏบนหัวของกัปตันและตกลงมาบดขยี้หัวและร่างกายเขาไป

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 14,039,384]

[คุณได้รับข้อมูลโครมาโน่ อิ เปด้าเลเวล 134] (ขอเปลื่ยนบันทึกเป็นข้อมูลแทนนะครับ)

"กะ กัปตัน!?"

"ยะ หยุดทำได้แล้ว! ทุกคนหยุดถลกหนัง! กัปตันโดนซุ่มโจมตีตายไปแล้ว!"

ความวุ่นวายไปปะทุขึ้นมาในทันทึ สภาพแวดล้อมแบบนี้คือสิ่งที่ยูอิลฮานชอบเป็นที่สุด เขาได้เรียกหอกตกลงมาฆ่าคนทั้งหมดนี่อย่างไร้ปราณี

เพื่อจัดการคนพวกนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอื่นเลย ด้วยความสามารถนี้ที่เขาศึกษามาเพื่อจัดการฆ่าศัตรูจำนวนมาก เขาได้ฆ่าคนพวกนี้ลงไปอย่างกับผักปลา

เพราะแบบนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าใครเป็นคนฆ่า และดังนั้นพวกเขาจึงได้ตายไปโดยไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลย

ในเวลาแค่ 30 นาที ยูอิลฮานได้ผ่านไปกว่าสิบเกาะและฆ่าคลาส 3 ไปเจ็ดคน คลาส 2 ไปอีกสองพันกว่าคน นี่มันดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากเลยเนื่องจากว่ายูอิลฮานกับโลกนี่มันผิดปกติ แต่ว่าในความเป็นจริงจำนวนนี้คือกองพันที่แข็งแกร่งของโลกอื่นแล้ว

"ยังไงก็ตาม นี่ก็เป็นแค่การเริ่มต้น"

อย่างน้อยที่สุดเกาะรอบๆที่นี่ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกอีก หัวใจของเขาได้ปวดร้าวกับความจริงที่ว่าเกาะต่างๆไร้ซึ่งผู้คนไปจากการโดนฆ่าล้างสังหารหมู่ เขาจะไม่กลับมาที่นี่อีกเว้นแต่จะมีกองทัพบุกรุกมาอีก

ถ้าจะถามว่าผู้บุกรุกถูกกำจัดหมดหรือยัง? คำตอบคือไม่ ไม่เพียงแค่จะไม่มีคนที่ดูแลรับผิดชอบในหลักๆในงานนี้ในหมู่คนที่เขาฆ๋าเท่านั้น แต่มันยังไม่มีเกตที่เชื่อมต่อกับโลกอื่นให้เห็นอีกด้วย

เนื่องจากว่ามีการเชื่อมต่อกับโลกอื่น มันก็ต้องชัดเจนว่ามันมีคนทรยศของกองทัพสวรรค์อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่อาจจะเจอแม้แต่เส้นขนของทูตสวรรค์สักคนเดียว

ความหมายของสิ่งนี้ก็ง่ายมาก ที่นี่ไม่ใช่ที่แรกที่พวกมันมา เขาต้องถอนรากถอนโคนในที่แห่งนั้น สถานที่ที่น่าจะอยู่ใกล้ๆกับที่นี่

ยูอิลฮานคิดว่าที่นั่นน่าจะเป็นเวเนซุเอลา มันเป็นประเทศที่ใกล้ที่สุดกับหมู่เกาะพวกนี่ น่าเศร้าที่หากเขาไม่ได้หยุดความคิดที่จะไปโดนเครื่องบิน เขาก็คงไปถึงในปลายทางการทำลายได้นานแล้ว

เลียร่าได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง

[แล้วถ้าไม่ใช่เวเนซุเอล่าล่ะ?] (เลียร่า)

"ถ้างั้น..."

ยูอิลฮานได้พูดออกมาเหมือนกับเขาไม่อยากจะคิดเรื่องแบบนี้ในขณะที่ขว้างโล่กระดูกมังกรออกไปเป็นที่หยั่งเท้ากลางอากาศ

"ฉันคงจะต้องกวาดล้างทั้งทวีปอเมริกาใต้"

***

ในตอนที่ผู้ใช้พลังได้ยินเรื่องการเชื่อมต่อโลกที่ถูกทิ้งอีกแห่งหนึ่งก็ในตอนหลังจากวิกฤติของไคโรไม่นานนัก พวกเราได้หวาดหวั่นกับมัน ที่ที่เกิดเหตุคือนิวยอร์กเชียวนะ!

คนแรกที่เจอเรื่องนี้คือหัวหน้ากลุ่ม 'ผลาญวิญญาณ' ที่อยู่ในกลุ่มพันธมติรแนวหน้า เขาเป็นคนมีความสามารถที่ได้มีทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ติดตัวอยู่ด้วย แถมเขายังมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นด้วยการช่วยคนอื่นๆ

นอกไปจากนี้เขายังเคยได้มีประสบการณ์ได้สู้กับหมาป่าในไคโรด้วยการร่วมมือกับกลุ่มเทพสายฟ้า เขารู้เป็นอย่างดีว่ามันจะน่ารำคาญยังไงสำหรับการที่มีการเชื่อมต่อกับโลกอื่นเกิดขึ้นมา

"เวรเอ้ย ทำไมมันถึงได้มาเกิดที่นิวยอร์กนี่..."

"มันเหมือนกับว่าพวกมันรู้ว่าจะเกิดความเสียหายมากที่สุดถ้ามันเชื่อมต่อกับที่นี่แหละ บ้าเอ้ย....!"

ชาวโลกทุกๆคนต่างก็มุ่งความสนใจมาที่นิวยอร์กอย่างที่ยูอิลฮานได้คิดเอาไว้ ผู้ใช้พลังทั้งหมดที่มั่นใจในพลังของตัวเองต่างก็มุ่งหน้าไปที่นิวยอร์ก ถ้าหากว่านิวยอร์กล่มสลายลงไป ความเสียหายมันจะไม่จบแค่ในอเมริกาแน่

ในครั้งนี้มันต่างไปจากโลกที่ถูกทิ้งที่โผล่ขึ้นในกังนัมที่เกาหลีมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งความสนใจของผู้ใช้พลัง ของทางทหาร หรือของสื่อกับคนต่างๆบนโลกก็ตาม

ไม่เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ในเกาหลีรู้ได้ก่อนที่เกตจะเปิดเท่านั้น ซูซาโนะยังได้จัดการจบเรื่องลงอย่างรวดเร็ว แต่ว่าในครั้งนี้มีเวลาเหลืออยู่น้อยมาก

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้มันดูเหมือนกับเทศกาลมากๆ มันเหมือนกับมีการจัดโอลิมปิกหรือบอลโลกขึ้นมา ผู้คนจำนวนมากได้มารวมตัวกันส่งกำลังใจ

"เจ้าพวกโง่"

หัวหน้ากลุ่มอัศวินโลหะมิเชล สมิธสันได้พบว่านี่มันบ้ามากที่มีคนมาตั้งร้านก่อความวุ่นวายทั้งๆที่มันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนเกตจะเปิดขึ้นมา

"ฉันคิดว่าถ้าเกตเปิดออกมาพวกนั้นคิดจะวิ่งไปในต่างโลก"

"คุณมาลาเทสต้า... ถ้าใครๆก็ทำได้ งั้นโลกนี้ก็คงไม่มีคนอยู่แล้ว"

"บางทีคนพวกนั้นอาจจะอยากไล่ความกลัวจากมอนสเตอร์ไปด้วยความวุ่นวายแบบนี้ หรือบางทีพวกเขาอยากจะดูพวกเขาป้องกันนิวยอร์ก จัดการมอนสเตอร์ล่ะมั้ง โอ้ นายอยากจะกินนี่หรอ?"

"ฮึ่ม ด้วยความยินดี"

เมื่อมองดูมิเชล สมิธสันกัดฮ็อทด็อกที่เธอสงให้ หัวหน้ากลุ่มมาเจียคาริน่า มาลาเทสต้าได้หัวเราะออกมา เธอได้คิดว่านี่มันน่ารักมากที่เขายอมรับมันไป

ข้างหลังพวกเขา คนเกาหลีก็ได้เข้ามานั่นก็คือสมาชิกของกลุ่มเทพสายฟ้า

"สบายดีนะคุณสมิธสัน คุณมาลาเทสต้า หัวหน้ากลุ่มเราอยากจะเจอคุณนะ"

"กลุ่มเทพสายฟ้า? คุณคังมิเรย์น่ะหรอ?"

ท่าทางของมิเชล สมิธสันได้สดใสขึ้นมา ในขณะที่คาริน่า มาลาเทสต้าดูจะสงสัย

"พวกเราทั้งสองคนพร้อมกันเลย? พวกเราสองคนมีอะไรที่เกี่ยวกันหรอ? นี่ต้องเป็นเรื่องการต่อสู้สินะ? งั้นไปกันเถอะ"

"ผมก็ไม่รู้แน่นัก ในเมื่อผมมีอาร์ติแฟคในการลดความสนใจอยู่ ตอนนี้พวกเราน่าจะไปได้โดยหลีกความสนใจจากผู้คนได้"

"หลีกเลี่ยงความสนใจ?"

นี่ไม่ใช่แค่พวกเขา หัวหน้าตระกูลที่อยู่ในพันธมิตรแนวหน้าและในหมู่คนที่ไม่ได้มีทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ได้ถูกคังมิเรย์เรียกทั้งหมด

เธอได้รวมคนที่ไม่มีทูตสวรรค์เกาะติดมาทั้งหมด แม้แต่นายูนาเธอยังให้พี่ชายของเธอพาเธอออกไปเที่ยวก่อน

บนไหล่ของคังมิเรย์มีเอิลต้าในขนาดจิ๋วกำลังบินอยู่ เธอได้ซ่อนตัวเองเอาไว้ดังนั้นจะมีเพียงแค่คังมิเรย์เท่านั้นที่มองเห็นเธอ

"ทุกคนอยู่นี่แล้วสินะ"

ดวงตาของทุกคนต่างเป็นประกาย ในขณะเดียวกันเหล่าหัวหน้ากลุ่มที่ยังสับสนอยู่ได้ขอคำอธิบายออกมา

"หัวหน้ากลุ่มเทพสายฟ้า ผมเชื่อว่ามีเวลาไม่มากแล้วก่อนที่ดันเจี้ยนจะพังลง ถ้าคุณต้องการจะให้เราเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยตัวเราเองล่ะก็ผมขอบอกว่าปฏิเสธ"

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้ต้องการจะทำแบบนั้นในประเทศที่ไม่ใช่ของฉันแน่ ฉันก็แค่เรียกทุกๆคนมาก็เพราะมีบางอย่างที่อยากจะบอกกับทุกคน"

คังมิเรย์ได้มองสำรวจไปรอบๆและให้สัญญาณกับเอิลต้า เอิลต้าได้หยักหน้าของเธอร่ายเวทย์ออกมา มันคือเวทย์ระดับสูงที่เป็นบาเรียทำให้ไม่มีใครรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในบาเรียได้

เมื่อยืนยันว่าเวทย์ถูกใช้งานโดยสมบูรณ์แล้วคังมิเรย์ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่หนักแน่น

"ซูซาโนะไม่อาจจะมามีส่วนร่วมในการต่อสู้นี้ได้ เขามีเรื่องสำคัญเรื่องอื่นที่ต้องทำอยู่"

นี่มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้หัวหน้ากลุ่มทั้งหมดที่มารวมกันสิ้นหวัง ยังไงก็ตามเธอได้เสริมขึ้นก่อนที่จะมีใครถามอะไรออกมา

"แต่กลับกันกองกำลังที่อยู่ใต้การบัญชาการของซูซาโนะได้ตัดสินใจจะมาช่วยเรา และพวกเราก็ยังได้รับการสนับสนุนที่พิเศษจากแวนการ์ด เหตุผลที่ฉันเรียกทุกคนมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้ ฉันคิดว่ามันมากเกินไปที่กลุ่มของฉันจะใช้เพียงกลุ่มเดียว"

"ฉันมีสิ่งที่สงสัยอยู่หลายอย่างนะ แต่ฉันอยากจะถามสิ่งแรกเลย"

ทาคากากิ อสุฮะแห่งกลุ่มจอมเวทย์มังกรได้ถามออกมา สายตาของเธอราวกับจะบอกว่าเธอต้องการจะสู้กับมังกร

"พวกเราจะชนะใช่ไหม?"

"ชนะได้แน่"

คังมิเรย์ได้ตอบมาอย่างมั่นใจ

"ต่อให้พวมันจะมีจำนวนมากกว่าที่ไคโรสามเท่า เราก็ยังเอาชนะมันได้ ดังนั้นช่วยตั้งใจฟังฉันนับจากนี้ให้ดี ฉันมีเหตุผลที่เรียก 'เพียง' แค่ทุกคนที่อยู่ที่นี่มา"

19 ได้ผ่านไปก่อนที่จะเกิดการพังของดันเจี้ยน

การต่อสู้ขนาดใหญ่บนโลกที่ซึ่งได้เพิ่มระดับมูลค่าของแวนการ์ดให้สูงขึ้นไปถึงฟ้ายิ่งกว่าเดิม และเป็นการปูทางไปสู่สวรรค์สำหรับกลุ่มที่ถูกเลือกบางกลุ่มได้เริ่มขึ้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด