ตอนที่แล้วบทที่1:การกำจัดจักรพรรดินี
ทั้งหมดรายชื่อตอน

บทที่ 2:การเกิดใหม่

ลานขนาดใหญ่สีดำและขาว พื้นเป็นแผ่นหิน เสาหินเป็นสีแดงเลือดนกและลวดลายดอกบีโกเนียที่สลับซับซ้อนสลักอยู่บนรั้วหลังจากที่ฝนตกตลอดทั้งคืน หยาดน้ำฝนไหลลงตามใบไม้และหยดลงบนพื้นในที่สุด

กระถางธูปทองคำสีม่วงนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตราวกับสัตว์เล็กๆและส่งกลิ่นหอมของรากโกษฐ์กระดูกซึ่งส่งกลิ่นหอมสดชื่นในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง

ในแต่ละมุมของเตียงมีถุงเครื่องหอมเล็กๆแขวนไว้ข้างเตียง มีสาวใช้ร่างสูงสองคนคอยพัดผู้ที่อยู่บนเตียงอย่างระมัดระวัง

“ไข้คงจะสาหัสหากใครตกลงไปในน้ำในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเช่นนั้น องค์หญิงนอนหลับไปทั้งวันทั้งคืน หมอกล่าวว่าตอนนี้ท่านควรที่จะรู้สึกตัวแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด?” ใบหน้าของสาวใช้ชุดเขียวแทบจะไม่สามารถบดบังความวิตกกังวลของนางได้

“กู่ยู่ นี่มันก็เกือบครึ่งชั่วยามแล้ว (1ชั่วยาม= 2ชั่วโมง)ทำไมหมอถึงยังมาไม่ถึง”สาวใช้อีกคนในชุดสีม่วงกล่าว

“นายหญิงลำดับที่สองกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดและเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องน่าอับอายดังนั้นสำนักจึงซ่อนเรื่องนี้เอาไว้” กู่ ยู่ มองไปยังผู้ที่อยู่บนเตียง

“ท่านฟู่เหรินกับท่านอาจารย์ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ท่านอาจารย์ผู้อาวุโสก็เช่นกันท่านหล่าว ฟู่เหริน ก็อคติต่อลานด้านตะวันออก เห็นป๋าย ลู่กับซวง เจียงยังไม่กลับมาหลังจากตามหาหมอ มันอาจจะเพราะพวกเขาหยุดก็ได้ นี่มันไม่ดีเลย มันเท่ากับการผลักดันให้องค์หญิงไปสู่เส้นทางแห่งความตาย!สิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ข้าต้องออกไปดู”

เมื่อพูดคำเหล่านั้นจบลง ผู้ที่บนเตียงที่กำลังฟังอยู่ก็เปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“องค์หญิงรู้สึกตัวแล้ว!” สาวใช้ชุดสีม่วงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจและรีบวิ่งไปยังข้างเตียงเพื่อดูหญิงสาวและนวดหน้าผากขณะที่นางลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ

“จิงเจ๋อ…” เฉิน เหมี่ยวพึมพัม

“สาวใช้ผู้นั้นอยู่ที่นี่เพคะ”สาวใช้ชุดสีม่วงยิ้มขณะที่จับมือเฉิน เหมี่ยว

“ท่านรู้สึกดีขึ้นหรือไม่? หลังจากที่นอนหลับทั้งวันทั้งคืนดูเหมือนว่าไข้จะลดลง แต่นางก็ทำท่ายังไม่ตื่น สาวใช้ผู้นี้กำลังคิดว่าจะพาหมอมาอีกครั้ง”

“องค์หญิงต้องการน้ำหรือเปล่าเพคะ” กู่ยู่มอบถ้วยชาให้

เฉินเหมี่ยว ดูงุนงงกับคนสองคนข้างหน้า

นางมีสาวใช้อันดับหนึ่งถึงสี่ คือ จิงเจ๋อ กู่ยู่ ป๋ายลู่และซวงเจียง พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กผู้สาวที่ชาญฉลาดและมีไหวพริบ น่าเสียดายที่ในตอนท้ายนั้นไม่มีใครเหลือเลย…

ครั้นเมื่อนางเป็นตัวประกันในอาณาจักรฉิน เพื่อปกป้องนางจากการถูกทำให้อับอายโดยองค์รัชทายาท  กู่ยู่ตายด้วยน้ำมือขององค์รัชทายาทของฉิน ส่วนป๋ายลู่และซวงเจียง นางหนึ่งตายพร้อมกับว่านหยู่ระหว่างทางไปสู่การแต่งงาน อีกนางตายในการต่อสู้เพื่อสนับสนุนเหม่ยฟู่เหรินในพระราชวังชั้นใน

สำหรับจิงเจ๋อ นางเป็นผู้ที่งดงามที่สุดในบรรดาสาวใช้ ในตอนต้นเพื่อช่วยให้องค์ชายฟู่เซี่ยว หยี ขึ้นไปมีอำนาจและมีชัยชนะเหนือกรมการ จิงเจ๋ออาสาไปเป็นนางบำเรอและใช้ความงามของนางเพื่อเป็นสิ่งล่อต่อการสนับสนุนของพวกกรมการ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าโดยภรรยาของกรมการด้วยเหตุผลหลายประการ

หลังจากรับรู้การตายของจิงเจ๋อ นางร้องไห้อย่างหนักที่นางเกือบจะล้มเหลว ตอนนี้เมื่อนางเห็นจิงเจ๋อยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับความงดงามเช่นเคย พร้อมกู่ยู่ ที่ส่งยิ้มให้กับนาง  สาวใช้ทั้งสองอยู่ในอายุราว 14-15 ปี ทำให้เฉินเหมี่ยวตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็ยิ้มอย่างขมขื่นและหลับตาลง“ภาพมายาที่เห็นก่อนความตายนั้นช่างเหมือนจริง”

“องค์หญิงพูดว่าอะไรหน่ะเพคะ?” กู่ยู่วางถ้วยไว้ข้างๆ แล้วแตะหน้าผากของเฉินเหมี่ยว “ไข้ทำให้ท่านสับสนหรือเปล่า?”

นางรู้สึกถึงมือที่เย็บเฉียบที่สัมผัสหน้าผากของนางซึ่งทั้งสบายและเหมือนจริง เฉินเหมี่ยวลืมตาขึ้นทันที ดวงตาของนางเริ่มชัดขึ้น นางค่อยๆก้มศีรษะลงและมองมือทั้งสองของนาง

มือผ่องคู่หนึ่งที่ดูเปราะบางพร้อมกับเล็บที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีต จะเห็นว่ามันเป็นมือที่ดูอ่อนนุ่มและน่าเอ็นดู

แต่นั่นไม่ใช่มือของนาง…

การจัดการกับเรื่องของศาลกับฟู่เซี่ยวหยี ทำให้มือของนางเริ่มหยาบกระด้างในช่วงเวลานั้น

นางคัดลอกสมุดบัญชีทุกเล่มและถูกสั่งราวกับบ่าวไพร่ในอาณาจักรฉิน ต่อสู้อยู่ภายในพระราชวังเพราะฟู่เซี่ยวหยีและว่านหยู่  อีกทั้งยังต้องซักเสื้อผ้าในวังเย็นด้วยมือที่เต็มไปด้วยหนังที่ตายด้านและข้อต่อที่บวมเป่ง นั่นจะทำให้มีรูปพรรณสัณฐานที่ละเอียดอ่อนได้อย่างไร?

“นำกระจกมาให้ข้า”เฉินเหมี่ยวกล่าว เสียงของนางยังคงแผ่วเบา แต่น้ำเสียงนั้นหนักแน่น

กู่ยู่และจิงเจ๋อมองหน้ากันด้วยความตกใจ และสุดท้ายจิงเจ๋อก็นำกระจกออกมาแล้วมอบให้เฉินเหมี่ยว

ในกระจกสีทองแดง ใบหน้ากลมของหญิงสาวมีหน้าผากเอิบอิ่ม ตาสีอัลมอนด์คู่โตแดงเล็กน้อย จมูกกลมและปากเล็กได้รูป มันยังคงเป็นใบหน้าที่เยาว์วัย ไม่งดงามมากนักแต่น่ารักและมีชีวิตชีวา มีอากัปกิริยาที่ดีและขี้อาย

นี่เป็นใบหน้าของหญิงสาวผู้ที่ราชวงศ์ยกย่องว่าเป็นหญิงสาวที่ “จะนำโชคมาสู่สามี”

กระจกในมือของเฉินเหมี่ยวตกลงพื้นในทันทีและส่งเสียงดังก้อง เมื่อเสียงของเศษแก้วก้องกังวาน ในใจของนางก็ก่อตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่รุนแรง

นางหยิกตัวเองอย่างรุนแรงพร้อมน้ำตาที่หลั่งเป็นสาย

สวรรค์ไม่ได้หันหลังให้กับผู้คน สวรรค์ไม่ได้หันหลังให้กับนาง!

นางกลับมาแล้ว!

กู่ยู่และจิงเจ๋อกระโดดอย่างตระหนกตกใจ กู่ยู่ รีบไปเก็บเศษแก้วที่อยู่มาบนพื้นอย่างรวดเร็วและกล่าวอย่างกังวลใจว่า “องค์หญิงต้องระวังอย่าทำให้ขาบาดเจ็บนะเพคะ”

“ทำไมองค์หญิงถึงร้องไห้ล่ะเพคะ?” จิงเจ๋อซับคราบน้ำตาบนใบหน้าของเฉิน เหมี่ยวด้วยผ้าเช็ดหน้า และเห็นนางเหลียวหลังมามองอย่าไม่คุ้นชิน ขณะที่นางพึมพำ “ข้ากลับมาแล้ว…”

นางคว้าจิงเจ๋อแล้วถาม “ปีนี้เป็นปีอะไร?”

จิงเจ๋อค่อนข้างกลัวแต่ก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “หมิงฉีปีที่หกสิบแปด เกิดอะไรขึ้นเพคะองค์หญิง?ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าเพคะ?”

“หมิงฉีปีที่หกสิบแปดหมิงฉีปีที่หกสิบแปด…”ดวงตาของเฉินเหมี่ยวเบิกกว้าง นางอายุสิบสี่ในปีที่หกสิบแปด มันคือตอนที่นางมาหาฟู่เซี่ยวหยีและตกหลุมรักกับฟู่เซี่ยวหยีอย่างโง่เขลา นางจึงกดดันท่านพ่อให้นางได้แต่งงาน มันเป็นปีที่นางกดดันฟู่เซี่ยวหยีให้แต่งงานกับนาง!

และตอนนี้…นางได้ยินถ้อยคำของกู่ ยู่ด้วยหูของนาง“องค์หญิงอย่าทำให้พวกข้าตกใจสิเพคะ อาการไข้พึ่งจะทุเลาลง อาจเป็นได้ว่าจิตใจของท่านอาจยังไม่คงที่  องค์หญิงผู้นั้นโหดร้ายเกินไปจริงๆนะเพคะ เกือบจะเรียกหาชีวิตขององค์หญิง”

ช่วงชีวิตในชาติที่แล้วเฉินเหมี่ยวใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานอยู่เคียงข้างฟู่เซี่ยวหยี และช่วงเวลาในบ้านของเฉินเหมี่ยวนั้นช่างไร้สีสัน แต่นางจำเหตุการณ์นี้ได้แน่ชัด นางจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับฟู่เซี่ยวหยีได้ชัดเจน

เฉินชิงบอกนางว่าฟู่เซี่ยวหยีต้องการมาที่บ้านของครอบครัวเฉินเพื่อมาเยี่ยม ตระกูลชู่ลำดับที่สองและสามดจากนั้นนางก็ดึงเฉินเหมี่ยวไปพบอย่างลับๆในสวน เสียแต่ว่า…เฉินชิงกลับผลักนางลงจากสวนหิน

หลังจากถูกดึงขึ้นจากบ่อน้ำ กรมการหลายท่านที่อยู่รอบๆ ก็เห็นเฉินเหมี่ยวเป็นเรื่องตลก

ความหลงใหลที่นางมีต่อองค์ชายติงในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงและด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้เธอเป็นเพียงแค่เสียงหัวเราะของผู้คน

ชาติที่แล้วของช่วงชีวิตนาง หลังจากที่นางตื่นขึ้นมา นางกล่าวโทษเฉินชิง ที่ผลักนางลงไปในบ่อ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เฉินเหมี่ยวได้รับความเจ็บปวดและถูกลงโทษโดยฟู่เหริน โดนกักตัวอยู่ในวัดและไม่สามารถออกไปได้จนกว่าจะถึงหลังเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง เฉินเยว่ แอบปล่อยให้นางออกไปและพานางไปที่ห้องโถงเบญจมาศเยี๋ยน เป้ย ซึ่งเฉินเยว่ซาบซึ้งคุณงามความดีและนางก็ทำผิดพลาดหลายประการ

เฉินเหมี่ยวหลับตาลง

ในตระกูลเฉินมีสามครอบครัว เฉินซิงเป็นหัวหน้าครอบครัวลำดับที่หนึ่งและเขาเป็นพ่อของเฉิน เหมี่ยวอีกทั้งยังเป็นลูกชายของท่านแม่ทัพเฉินและหยวนพ่าย ฟู่เหริน ซึ่งหยวนพ่ายได้ตายขณะวัยกลางคน จากนั้นท่านแม่ทัพเฉินก็ได้แต่งงานกับภรรยาคนที่สอง ซึ่งนางก็ให้กำเนิดเฉิน ก่วยจากครอบครัวลำดับที่สองและเฉิน ว่านจากครอบครัวลำดับที่สาม หลังจากท่านแม่ทัพเฉินตาย ภรรยาลำดับที่สองก็กลายเป็นภรรยาผู้อาวุโสคนปัจจุบัน ตระกูลเฉินไม่ได้แยกจากกันและทั้งสามครอบครัวก็สนับสนุนซึ่งกันและกันด้วยความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งสิ่งนี้ก็กลายเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

ตระกูลเฉินมีสายเลือดในกองทัพ เมื่อมาถึงรุ่นของเฉิน ซิง นอกเหนือจากครอบครัวลำดับที่หนึ่งที่ถือครองกำลังทางทหาร ครอบครัวลำดับที่สองและสามก็ครองเส้นทางสายกรมการทางวรรณกรรม เฉิน ซิงมักจะออกเดินทางเพื่อการทหาร และเฉิน ฟู่เหริน มักจะติดตามกองทัพของสามี เฉิน เหมี่ยวมักจะถูกทิ้งให้อยู่ในบ้าน ภายใต้การดูแลและการอบรมของภรรยาผู้อาวุโสและเฉินเฉินทั้งสอง

หลังจากอบรมและกล่อมเกลา นางก็ไม่ได้เข้าใจและยังคงทำเหมือนกับไม่รู้เรื่องรู้ราว ถุงฟางไร้ความสามารถที่จะยึดติดผู้ชายที่นางเจออย่างไร้ยางอาย

ชีวิตนางในชาติที่แล้ว นางรู้สึกเพียงว่าท่านป้าและฟู่เหริน ภรรยาผู้อาวุโส ดูแลนางเป็นอย่างดี และทั้งเฉิน เยว่และเฉิน ชิงจำเป็นต้องเรียนรู้กฎระเบียบและมารยาทที่พวกนางไม่ต้องการ ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันเป็นแผนการ ที่ทำให้นางล้มเหลวอย่างรุนแรง เนื่องจากได้รับคำชมจากพวกเขามากเกินไป

ข่มเหงระรานนางเพราะท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายของนางไม่ได้อยู่เคียงข้าง  และแสดงเบื้องหน้าอีกอย่างและแสดงอีกด้านหนึ่งลับหลัง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เฉินซิงและเฉิน ฟู่เหรินรู้สึกว่า บุตรสาวผู้นี้เป็นเหมือนดั่งถุงฟางมากขึ้นทุกครั้งที่พวกเขากลับมาที่บ้าน

ในช่วงชีวิตนี้ นางอยากจะเห็นว่าคนเหล่านี้จะใช้เล่ห์กลเดิมๆที่ไร้ยางอายยังไง!

ขณะที่นางกำลังคิด ก็ได้ยินหญิงสาวผู้หนึ่งด้านนอกกำลังกวาดสนามอยู่ วิ่งเข้ามาแล้วกล่าวว่า  “องค์หญิงเพคะ องค์หญิงลำดับที่สองอยู่ที่นี่เพื่อพบท่านเพคะ”

 

………..

 

 

 

 

 

 

 

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...