ตอนที่แล้วAIAG | Chapter 60 องค์กร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปAIAG | Chapter 62 การทดสอบ

Chapter 61 เจรจา

 

เมื่อทั่งสองนั่งลงที่ร้านกาแฟ จาวเหยาเอ่ยถามชายผมล้านตรงหน้าทันที “คุณเป็นใครกันแน่?” 

“คิดแล้วว่าเธอต้องถาม ฉันเป็นสารวัตรตำรวจ” สารวัตรโฮยิ้ม “ฉันอยากคุยกับเธอมานานแล้ว แต่หาโอกาสดีๆ ไม่ได้ เลยตัดสินใจมาพบเธอเองวันนี้” 

“ตำรวจ?” จาวเหยาเริ่มกังวลพลันนึกถึงนายตำรวจที่อยู่กับเขาในวันที่ต่อสู้กับแมวนักฆ่า  

“แล้วยังไงครับ? เหตุผลที่คุณตามหาผม?” จาวเหยาถามสีหน้าจริงจัง 

สารวัตรโฮหยุดคิดครู่หนึ่ง “รัฐบาลทราบเรื่องการมีอยู่ของซูเปอร์แคทแล้ว และฉันเป็นหัวหน้าฝ่ายสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดในเมืองเจียงเหมิน เหตุผลที่ฉันมาหาเธอวันนี้…” เขามีท่าทางลังเลแต่ก็พูดต่อ “เพราะฉันคิดว่าเธอ จาวเหยา เธอคืออะพอสเซิ่ลที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันเคยเห็น” 

“ว่ากันง่ายๆ เธอเป็นคนเดียวที่สามารถใช้พลังพิเศษได้หลายชนิด” 

“อะพอสเซิ่ลที่แข็งแกร่งที่สุด?” จาวเหยารู้สึกดีใจเล็กน้อยกับคำชมของสารวัตร เขาเองก็มักคิดว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้สบายเพราะมีพลังหยุดเวลาและพลังควบคุมจิตใจของอลิซาเบธ 

สิ่งแรกที่ได้ยินจากอีกฝ่ายทำให้อดไม่ได้ที่จะมีความสุข แต่ความสุขพลันต้องหยุดลงอย่างรวดเร็ว เขาร้องด้วยความตกใจ “คุณ… คุณ…” 

เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโดนล่วงรู้ตัวตนเข้าเสียแล้ว 

“เธอทิ้งหลักฐานไว้เยอะมาก” สารวัตรโฮยักไหล่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “กล้อง CCTV จับภาพเธอได้ที่คลาวด์โร้ด อีกทั้งยังทิ้งร่องรอยและพยานตอนต่อสู้กับแมวนักฆ่า มีเส้นผมหล่นอยู่ในบริเวณ และพานาเมร่าของเธอก็จอดอยู่ข้างนอก… ไม่นับสตรีมวิดีโออีกนะ” 

สารวัตรโฮได้แต่หัวเราะ “ถึงเธอจะใส่หน้ากากเพื่อซ่อนใบหน้าจากกล้องวงจรปิด แต่เธอเลี่ยงสัญญาณดาวเทียมไม่ได้หรอก นั่นแหละ ฉันเลยระบุตัวตนของเธอได้” 

จาวเหยาคอตก เขาคิดว่าตัวเองระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่กลายเป็นว่าแผนของเขามีแต่จุดบอด 

“ไม่ต้องกังวลไป เราไม่จับอะพอสเซิ่ลหรือซูเปอร์แคทอยู่แล้ว ตราบใดที่เธอยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมายจะไม่มีใครจับเธอ เธอไม่ต้องทำงานเราก็จ่ายเงินให้เป็นรายเดือน หรือให้เราช่วยหางานให้ งานที่ใกล้บ้านและมีรายได้ดี” สารวัตรโฮกล่าว 

เมื่อได้ฟังดังนั้นจาวเหยาก็เงยหน้ามอง “มันดีขนาดนั้นเลยหรือครับ? คุณไม่ดึงผมไปร่วมมือเพื่อทำการวิจัย? ผมไม่ต้องสู้กับใคร?” 

สารวัตรโฮพยักหน้า “แล้วแต่เธอเลย ตามความสมัครใจ ถ้าเธอไม่ต้องการร่วมมือเราก็ไม่บังคับ แต่ถ้าเธออยากทำอะไรสักอย่างเพื่อเมืองเราก็ยินดี” 

“สิ่งสำคัญคือเธอต้องไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ หรือทำลายความมั่นคงของสังคม อันที่จริงแล้วถ้าลองคิดดู แม้ว่าอะพอสเซิ่ลอย่างพวกเธอจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไป แต่ในสนามรบเธอก็ไม่อาจต่อกรกับรถถัง เครื่องบินรบ หรือขีปนาวุธได้อยู่ดี อีกทั้งอะพอสเซิ่ลก็มีจำนวนไม่มากอีกด้วย” 

“ประโยชน์สูงสุดของเธอคือปฏิบัติการลับ จัดการอาชญากรรมเล็กน้อย หรือเข้ามีส่วนร่วมในการวิจัย ในความเห็นของฉันเป็นเรื่องเสียเปล่าที่จะส่งเธอไปอยู่แนวหน้า ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะบังคับให้เธอทำในสิ่งที่เธอไม่อยากทำ” 

จาวเหยาพยักหน้าพลางใช้ความคิด เขาเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับการพูดคุยในวันนี้แล้ว 

แม้เขาจะรู้ว่าตัวเองไม่ควรเชื่อใจใครง่ายๆ แต่เขาบอกได้เลยจากน้ำเสียงของสารวัตรที่บ่งบอกว่ายังกลัวเขาอยู่มาก 

“เกี่ยวกับความ… มีกี่คนที่รู้เรื่องนี้ครับ?” จาวเหยาถาม 

สารวัตรโฮตอบ สีหน้าเคร่งขรึม “เธอมีพลังที่โดดเด่น ดังนั้นตัวตนของเธอจึงเป็นความลับอย่างไม่ต้องพูดถึง ทั้งเจียงเหมินมีคนรู้เรื่องนี้ไม่ถึง 5 คน ซึ่งรวมตัวฉัน ฉันยืนยันว่าจะไม่มีข้อมูลรั่วไหล ซึ่งความจริงทั้งตัวตนของอะพอสเซิ่ลและพลังของซูเปอร์แคทล้วนถูกปิดเป็นความลับ” 

จาวเหยาพยักหน้า เขาไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวและเรื่องพลังของเขาเปิดเผยต่อสาธารณะ จากที่ชายโลหะพูดมา การครอบครองพลังเช่นนี้เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงพบความตายในอีกไม่นาน 

แม้เขาจะมีพลังหยุดเวลา แต่หมายความว่าทั้ง 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วันเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลาเพื่อรับมือกับทุกภัยคุกคาม ทั้งการซุ่มโจมตีและลอบสังหาร เขาคงจะเหนื่อยกับการตกเป็นเหยื่อเข้าสักวัน ทางเดียวที่เขาจะอยู่รอดปลอดภัยคือรอเวลาที่หนังสือของเขาจะมีความสามารถสูงสุด 

ในตอนนี้เขาเพียงต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเขาให้ดี 

จาวเหยานึกขึ้นได้เกี่ยวกับองค์กรของโจรขโมยแมวจึงถามขึ้น “ไม่นานมานี้มีอะพอสเซิ่ลคนไหนที่ขโมยซูเปอร์แคทบ้างไหมครับ?” 

สารวัตรโฮเลิกคิ้ว “ขอโทษด้วย เกรงว่าไม่สามารถตอบได้ ทั้งหมดนี้เป็นความลับของทางการ และฉันไม่สามารถเข้าถึงได้” 

จาวเหยารู้ว่าเขาต้องพูดอย่างนั้นจึงถามต่อ “คุณมีอะพอสเซิ่ลหลายคนรวมถึงแมวอยู่ฝั่งเดียวกัน?” 

“แน่นอนว่าต้องมี” สารวัตรโฮยิ้ม “แต่ที่พร้อมจะต่อสู้ก็มีไม่มาก ความจริงแล้วเป็นเรื่องยากที่จะดันให้ซูเปอร์แคทและอะพอสเซิ่ลมีส่วนร่วมในการรบ ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือต่อสู้ที่ทันสมัยกับทหารที่ผ่านการฝึกมาย่อมมีประโยชน์กว่าในสงคราม หน้าที่ของพวกเธอมีเพียงหน้าที่พิเศษเท่านั้น” 

สารวัตรโฮมองจาวเหยาและพูดด้วยน้ำเสียงซีเรียส “ว่ากันตามตรง ฉันเริ่มจะรู้สึกว่าไม่สำคัญว่าเธอจะเป็นอะพอสเซิ่ลหรือซูเปอร์แคท เรื่องพวกนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติไปในวันหนึ่ง” 

“ตอนนี้พวกเธอเป็นพวกเหนือธรรมชาติเพราะในตอนนี้พวกเธออยู่เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ เหมือนกับบรรพบุรุษที่มองพวกเรา เราก็เป็นพระเจ้าของพวกเขาเหมือนกัน 

เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาและประสานงานกับผู้กำหนดนโยบาย การทดลองมากมายอย่างการเทเลพอร์ตก็อาจเป็นจริงขึ้นมาได้สักวัน และในไม่ช้าพลังพวกนี้ก็จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบรรทัดฐานไปเรื่อยๆ” 

“แต่ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราล้วนมีจิตวิญญาณเหมือนกัน เป้าหมายของเราคือเธอทำงานกับประเทศและช่วยให้เรื่องนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น”  

จาวเหยากระพริบตาปริบๆ ก่อนถามออกไปอย่างซื่อตรง “ผมจะได้เงินเท่าไหร่ครับ?” 

สารวัตรโฮเหมือนผงะไปเมื่อได้ยิน 

จาวเหยาจึงอธิบาย “พูดกันตามตรง รายจ่ายผมก็เยอะมาก ผมมีแมว 20 ตัวอยู่ที่บ้าน และผมต้องให้พวกนั้นกินแต่อาหารนำเข้าแพงๆ ยังไม่รวมวิตามินเสริมอาหารต่างๆ รายจ่ายวันละเป็นร้อยเลยครับ” 

สารวัตรโฮปากเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากและเสนอจาวเหยาไปสามแสนหยวนต่อปี 

“300,000 หยวนเองหรือครับ?” จาวเหยาเบ้ปากอย่างไม่พอใจ “ผมเป็นอะพอสเซิ่ลที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่หรือครับ? คุณไม่คิดว่า 300,000 หยวนนี่จะน้อยไปสักหน่อย?” หากย้อนไปเมื่อสองสามเดือนก่อนที่พลังของจาวเหยายังไม่ตื่นขึ้นมา สามแสนหยวนนี่เป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามเขามีทรัพย์สินและเงินสดมูลค่ากว่าล้านเหรียญ สามแสนหยวนเป็นเพียงเงินเล็กเงินน้อยเท่านั้น อีกทั้งเขายังต้องจ่ายค่าอาหารแมวอีกเดือนละหลายหมื่น

“เรื่องเงิน… ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ตัดสินใจ” สารวัตรโฮถูหน้าผากอย่างหนักใจ “เราเป็นแผนกใหม่มีงบประมาณไม่มากไม่มาย ยิ่งไปกว่านั้นในเจียงเหมินยังมีอะพอสเซิ่ลอีกมากที่ต้องการเงินช่วยเหลือ สามแสนเป็นจำนวนสูงที่สุดที่เราสามารถให้ได้แล้ว” 

“เข้าใจแล้ว…” จาวเหยามองไปรอบๆ ร้านกาแฟ “แล้วถ้าผมต้องการเปิดร้านสักร้าน คุณจะสามารถช่วยผมข้ามขั้นตอนทางกฎหมายและใบอนุญาติทั้งหมดที่ผมต้องวุ่นไปเป็นสิบปีได้ไหม?” 

“อ่า…” สารวัตรโฮหมดสิ้นคำพูด เขาวางแผนจะขึ้นเงินช่วยเหลือจาวเหยาเป็น 1,000,000 หยวน เขาจะให้จาวเหยารับเงินและแกล้งแสดงว่าไม่มีความสุขต่อหน้าผู้บังคับบัญชา หรือควักเงินก้อนสุดท้ายของตัวเองให้จาวเหยาและหวังว่าเขาจะยอมรับข้อตกลง แต่เมื่อฟังสิ่งที่จาวเหยาเสนอมาแผนเขาก็ต้องพังลง 

“ร้านแบบไหนล่ะ?” สารวัตรถามอย่างระวัง 

เขาคิดกับตัวเอง กลัวสิ่งที่รอฟังจะหนักหนายิ่งกว่าเดิม “อย่าบอกว่าเขาต้องการเปิดไนท์คลับ ซาวน่า บาร์หรืออะไรพวกนั้นเลยนะ… ต้องยุ่งยากกว่าเดิมแน่ๆ ฉันไม่…” 

“คาเฟ่แน่นอนอยู่แล้ว!” จาวเหยาตัดฉับขบวนความคิดของสารวัตรโฮ เขาพยักหน้ากับตัวเองและพูดต่อ “คาเฟ่แมว!” 

จาวเหยาต้องการทำภารกิจให้สำเร็จ ภารกิจที่ให้เขาเปิดร้านหาเงินด้วยการใช้ประโยชน์จากแมว ในตอนแรกเขาตั้งใจจะเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงหรือโรงพยาบาลสัตว์แต่ก็ต้องล้มเลิกไป มีหลายสิ่งที่ต้องทำและก็มีอีกหลายสิ่งที่เขาไม่รู้ นอกจากนี้เขายังขาดความเป็นมืออาชีพในการเปิดร้านเหล่านั้น 

ไอเดียร้านคาเฟ่เป็นความคิดที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาเท่านั้น และเหมือนว่าจะเป็นไอเดียที่เพอร์เฟ็คอีกด้วย 

“ฉันมีพลังการควบคุมลับ ตราบใดที่ใช้ได้ในบริเวณร้าน ลูกค้าก็จะต้องมาเรื่อยๆ” จาวเหยามั่นใจว่าพลังการควบคุมลับจะช่วยให้ความสะดวกสบายและผ่อนคลายแก่ผู้คนที่เข้ามาในเขตร้าน 

“คาเฟ่แมว?” สารวัตรโฮดูสงสัย 

“ครับ คาเฟ่แมว ช่วยผมเรื่องกระบวนการและหาทำเลร้านให้ผม” จาวเหยาว่าต่อพลางยิ้มอย่างเขินอาย “คงจะดีถ้าเป็นร้านที่สามารถรับลูกค้าได้เยอะๆ ใกล้รถไฟใต้ดินและบ้านของผม ส่วนค่าเช่าขอถูกไว้ก่อนเท่าที่จะทำได้…” 

สารวัตรโฮกลอกตา สถานที่ที่เขากล่าวมานั้นหายากเหลือเกิน 

แต่เขาก็ยังคงทำทีเป็นนิ่ง “โอเค โอเค มันก็ดีที่เธออยากทำงาน แต่เธอต้องเข้าใจว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขอใบอนุญาตภายใจเวลาไม่กี่ปี แต่เธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจัดการเอง ฉันจะส่งผู้ช่วยสองสามคนไปช่วยงานเธอด้วยแล้วกัน” 

“ขอบคุณครับ! นี่คือข้อตกลงของเรา” จาวเหยาร้องพลางเขย่ามือสารวัตรโฮอย่างดีใจ “ให้ผมเรียกคุณว่าอะไร?” 

“ฉันชือโฮ เรียกลุงโฮก็ได้” 

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...