ตอนที่แล้วตอนที่ 53: ยกย่องคุณหนูรอง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 55 : ซวนเทียนหมิง, ใครกันที่กล้าทำลายของ ๆ ข้า

ตอนที่ 54 : ถูกเชิญไปที่โรงเตี้ยมครัวเทพ


ซวนเทียนหมิงไม่ได้ห้ามปรามการยกย่องของเป่ยจื่อ วิสัยทัศน์ของเขาเคยเลวร้าย ถ้าเป็นเด็กสาวปกติ พวกนางจะเข้าตาของเขาได้อย่างไร พวกนางจะคู่ควรแต่งงานกับเขาได้อย่างไร

"ไป เจ้าไปบอกทางการว่าองค์ชายองค์นี้ตรัสว่ามีบางคนจะไม่ยอมปริปากหากไม่ถูกตี"

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" เป่ยจื่อซ่อนความรู้สึกผ่อนคลายของเขา ใบหน้าของเขาเริ่มเย็นชา และในพริบตาเขาเดินออกไปไกลแล้ว

ย้อนกลับไปในร้านห้องโถงสมุนไพร เฟิงหยูเฮงไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร นางถูกเฝ้าดูโดยอีกฝ่าย ปัจจุบันนางกำลังอธิบายถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาของร้านห้องโถงสมุนไพร "ห้องโถงสมุนไพรนี้เป็นของท่านตาข้า และเป็นสินเดิมของแม่รอง เพราะแม่รองและข้าถูกส่งอยู่ที่ภูเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อไม่กี่ปีก่อน ร้านห้องโถงสมุนไพรจึงอยู่ในความดูแลจากครอบครัวของข้า บางทีอาจเป็นเพราะท่านแม่ยุ่งเกินไป และไม่สามารถหาเวลามาดูแลร้านนี้ได้ จึงเป็นเหตุให้มีการรับคนฉ้อโกงเข้ามาทำงานในร้านค้าแห่งนี้ ทุกคนควรไปซื้อยาสมุนไพรที่ร้านอื่นสำหรับวันนี้ ข้าจะปิดร้านห้องโถงสมุนไพรอีกสองสามวันเพื่อจัดระเบียบใหม่ เมื่อเราเปิดร้านใหม่ ข้าหวังว่าทุกคนจะวางใจในตัวเรา และจะให้ร้านห้องโถงสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง"

พวกเขาไม่ค่อยมีโอกาสได้ยินเสียงบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีเกียรติเช่นคุณหนูพูด นอกจากนี้พวกเขาได้เห็นนางกำจัดเจ้าของร้านที่ชั่วร้าย ในขณะนี้พวกเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไว้ใจคุณหนูรองของตระกูลเฟิง พวกเขาหวังว่าร้านห้องโถงสมุนไพรจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

หลังจากชาวบ้านแยกย้ายไปแล้ว เฟิงหยูเฮงได้คืนเงิน 20 เหรียญเงินแก่ชายชราที่ถูกโกง จากนั้นนางก็สั่งเสี่ยวเอ้อในร้านว่า "นำโสมออกมา"

หลังจากนั้นเสี่ยวเอ้อก็นำโสมออกมา นางมองไปที่มันและตรวจสอบว่ามันไม่มีปัญหา จากนั้นนางก็มอบโสมให้กับชายชรา "ท่านรับโสมนี้ไว้ นี่ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ทำให้ท่านเสียเวลา ข้าจะให้สาวใช้จดที่อยู่ของท่านไว้ พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมท่านที่บ้านเพื่อตรวจอาการคนป่วยให้เจ้าค่ะ"

ชายชราดีใจจนพูดไม่ออก เขาพยายามยัดเยียดเงินให้กับเฟิงหยูเฮง แต่นางปฏิเสธ "ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาเจ้าค่ะ ท่านรีบกลับเถอะ การรักษาสำคัญมาก"

สุดท้ายเรื่องทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว เฟิงหยูเฮงให้เสี่ยวเอ้อปิดประตูหน้าของร้าน จากนั้นนางก็ไปหาเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นคนนำเห็ดหลินจือปลอมมาให้ และถามว่า "เจ้าชื่ออะไร?"

เด็กหนุ่มฉลาด เมื่อได้ยินเจ้านายถามคำถาม เขาตอบอย่างรวดเร็วว่า "ข้าชื่อวังหลิน ข้าอาศัยอยู่ในเขตชานเมืองด้านตะวันออกของเมืองหลวง แม่และพ่อของข้าทั้งคู่เป็นผู้ช่วย"

เฟิงหยูเฮงพยักหน้าและกล่าวต่อว่า "ข้าอยากสร้างความผูกพันระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริง แต่ข้าก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับร้านนี้ เมื่อกี้ที่เจ้าเตือนข้า เจ้ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นเจ้าของร้านห้องโถงสมุนไพรนี้ เจ้าสามารถทำมันได้หรือไม่"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ชายหนุ่มที่ชื่อว่าวังหลินก็ตกใจ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า หันหน้าเข้าหาเฟิงหยูเฮง เขาเคร่งขรึมขณะตอบว่า "ตราบใดที่เจ้านายต้องการให้ข้าทำแล้ว ข้าก็สามารถทำมันได้!"

"ดีมาก" นางชอบเด็กหนุ่มที่มีจิตวิญญาณแบบนี้ การอ่อนน้อมถ่อมตนตลอดเวลาไม่ได้ผล "เริ่มต้นวันนี้เลยเจ้าจะต้องดูแลร้านห้องโถงสมุนไพร ขอมีเรื่องที่จะถามเจ้า เจ้ามาที่นี่เพื่อทำงาน เจ้าไม่ได้ขายตัวเองให้ที่นี่ใช่หรือไม่?"

วังหลินพยักหน้า "ข้าอยู่ที่นี่เพื่อใช้แรงงาน ข้าได้รับเงินรายเดือน และไม่เคยขายตัวเอง"

"แล้วเจ้าต้องการที่จะขายตัวเองให้ข้าหรือไม่? เจ้ามั่นใจได้เลยว่าข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า และข้าจะซื้อตัวเจ้าเป็นเวลา 5 ปีเท่านั้น หลังจาก 5 ปีถ้าเจ้าต้องการติดตามข้าต่อไป เราจะต่ออายุสัญญากันใหม่ ถ้าเจ้าต้องการจอกไป ข้าก็จะปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระ"

วังหลินคิดถึงเรื่องนี้ และพูดว่า "ข้าขอกลับบ้านไปปรึกษาพ่อกับแม่ก่อนได้หรือไม่ขอรับ? "

"ได้" นี่เป็นเรื่องปกติ เฟิงหยูเฮงเข้าใจ "ในเมื่อวันนี้ร้านห้องโถงสมุนไพรปิดปรับปรุงชั่วคราว ข้าจะเริ่มต้นการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนสถานที่นี้ในวันนี้ สำหรับเสี่ยวเอ้อที่พักอยู่ที่นี่และไปกลับ เจ้าสามารถตัดสินใจได้ ข้าไม่ต้องการให้บรรดาญาติพี่น้องหรือคนรู้จักเจ้าของร้านคนเก่าอยู่ที่นี่ ข้าไม่ต้องการคนอย่างเขาแม้แต่คนเดียว พิจารณาจากสถานการณ์แล้วตัดสินใจ ข้าจะกลับมาในวันมะรืนนี้ เมื่อถึงวันนั้น ค่อยรายงานให้ข้าทราบว่ามีคนหายไปกี่คน"

วังหลินพยักหน้า "อย่ากังวลคุณหนูรอง ข้าจะทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงขอรับ"

เฟิงหยูเฮงหันกลับไป และพูดกับคนอื่น ๆ ว่า "สิ่งที่ข้ากล่าวออกไป เจ้าก็ได้ยินพร้อมกันหมดแล้ว ข้าจะไม่พูดซ้ำอีกหลังจากวันนี้ ข้าจะมาสังเกตดูเท่านั้น ถ้าใครมีเจตนาไม่ดี ก็จงเก็บข้าวของของเจ้าออกไปจากที่นี่ ถ้ายังคนที่อยากจะลองดีและถ้าข้าจับได้ มันจะไม่เป็นอะไรง่าย ๆ เหมือนกับการแจ้งทางการในวันนี้"

การปรากฏตัวครั้งแรกของเฟิงหยูเฮงกับคนในร้านห้องโถงสมุนไพรถือเป็นการยับยั้งการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นในร้านห้องโถงสมุนไพร ไม่มีใครคาดหวังว่าเด็กหญิงอายุ 12 ปีจะมีความกล้าหาญเช่นนี้ การปรากฎกายของคุณหนูรองของตระกูลเฟิงได้สร้างความประทับใจลึก ๆ ให้แก่ผู้ที่เป็นพยานในเหตุการณ์ครั้งนี้

เฟิงหยูเฮงได้ให้คำแนะนำแก่วังหลินอีกครั้งเพื่อพิจารณาสมุนไพรทางการแพทย์ทั้งหมดที่วางขายโดยเจ้าของร้านคนก่อน จัดประเภทใหม่และนำสินค้าที่มีอยู่ออกมา จากนั้นพวกเขาก็ได้พบสมุดบัญชีส่วนตัวซึ่งส่งมอบให้กับฉิงหยูซึ่งแอบซ่อนอยู่ในที่ปลอดภัย ไม่นานหลังจากนั้น นางก็จากไปกับสาวใช้ทั้งสองคน

นางอ่านที่อยู่ที่เขียนไว้ในโฉนดของร้านขายเครื่องประดับ หวงซวนที่เติบโตขึ้นในเมืองหลวงพยักหน้า แสดงว่านางรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน นางนำเฟิงหยูเฮงและฉิงหยูไปทางร้านเครื่องประดับ

ข้ามถนนที่โรงน้ำชา ซวนเทียนหมิงขมวดคิ้ว เขาแตะมือทั้งสองข้างบนรถเข็นที่เขานั่งอยู่ และมันก็บินจากชั้นสองของหน้าต่างโรงน้ำชา ขณะที่เขาอยู่ในอากาศ และกำลังจะลงจอด เขาได้พบกับเป่ยจื่อที่กลับมาแล้ว

ร้านเครื่องประดับมีชื่อว่าศาลาหงส์เพลิง

เฟิงหยูเฮงรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่างต่อคำว่าหงส์เพลิง ไม่ใช่เพราะแซ่ของนางคือเฟิง มันเป็นเรื่องที่ไม่คำนึงถึงชีวิตก่อนหน้านี้หรือในปัจจุบัน บริเวณข้อมือของนางมีปานรูปหงส์เพลิง

ทั้งสามยืนอยู่ห่างจากประตูหลักเพียงเล็กน้อย พวกเขามองไปที่ศาลาหงส์เพลิงซึ่งเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างขายเครื่องประดับที่ผู้หญิงทั่วไปสามารถซื้อได้ ชั้นสองสำหรับผู้หญิงที่มีชื่อเสียงและร่ำรวย

"ฮ่าๆๆ" เฟิงหยูเฮงยิ้มมองที่ผู้คนในศาลาหงส์เพลิง ไม่มีทางที่มันจะตรงกับบัญชีที่เฉินซื่อให้ "เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ขาดทุน 3,000 เหรียญเงินในแต่ละเดือน?"

ฉิงหยูซึ่งอยู่ข้างนาง มองในขณะนั้นก็กระซิบว่า "เพียงชั่วก้านธูปเดียว มีลูกค้าเข้ามา 15 คน มี 12 คนที่ซื้อของ สำหรับชั้นสอง มีลูกค้าเข้ามา 5 คน ดูเหมือนมีคนหนึ่งที่มีสีหน้าผิดหวัง จากการคํานวณดังกล่าว รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5 เหรียญเงิน ในขณะที่ชั้นสองมีค่าเฉลี่ย 50 เหรียญเงินต่อคน ศาลาหงส์เพลิงมีรายได้ระหว่าง 500 ถึง 800 เหรียญเงินต่อวัน ถ้าลูกค้าซึ่งร่ำรวยมาซื้อสิ่งของมากมาย 1,000 เหรียญเงินก็อาจจะเป็นไปได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วน่าจะมีกำไรประมาณ 300 เหรียญเงิน"

หวงซวนรู้สึกประหลาดในตัวฉิงหยู "น่าประทับใจมาก!"

เฟิงหยูเฮงไม่คิดว่าฉิงหยูมีความสามารถแบบนี้ นางถามว่า "ครอบครัวของเจ้าเคยทำการค้าเช่นนั้นหรือ ?"

เมื่อนางเลือกสาวใช้คนแรกของนาง นางก็ใส่ใจมาก คนเหล่านี้ไม่ได้สร้างตัวขึ้น แต่ส่วนใหญ่มีรูปร่างบอบบางและดูเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน เมื่อเห็นว่าตอนนี้ฉิงหยูสามารถจัดการกับบัญชีประเภทนี้ได้แล้ว คงต้องพิจารณาถึงต้นกำเนิดของนางเอง

เมื่อได้ยินเฟิงหยูเฮงเอ่ยปากถามเรื่องนี้ ฉิงหยูถอนหายใจ "ข้าไม่อยากปิดบังเรื่องนี้จากคุณหนูรอง ตระกูลของข้าเคยร่ำรวยมาก่อน พ่อทำการค้าผ้าไหมต่างเมือง ตั้งแต่เล็กข้าได้เรียนรู้การทำบัญชีกับพ่อ ในขณะนั้นแม่และข้าอาศัยอยู่ที่เรือน มีบ่าวรับใช้ 20 คน แต่ในปีนั้นพ่อของข้าถูกโจรปล้น พวกเขาขโมยสินค้าไปแล้วก็ฆ่าพ่อของข้าด้วย เมื่อข่าวถึงบ้าน แม่กำลังเรียนรู้การทำอาหารบางอย่างที่พ่อชอบจากพ่อครัว และตกใจจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ห้องครัว และไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้ไปทั่วเรือน แม่เสียชีวิตในทะเลเพลิงครานั้น ขณะที่บ่าวรับใช้ของตระกูลช่วยข้าออกมาได้ และขายข้าให้กับพ่อค้าเพื่อเป็นทาส"

ขณะที่ฉิงหยูกล่าวมีเพียงภาพลักษณ์ที่เศร้าหมอง แต่ก็ไม่มีความเศร้าโศกมากนัก เหมือนกับว่านางกำลังเล่าเรื่องราวของคนอื่น แต่เฟิงหยูเฮงรู้จักคนประเภทนี้ ยิ่งพวกเขาเป็นคนประเภทนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นมันฝังใจพวกเขา ฉิงหยูไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ถ้านางต้องการที่จะมีชีวิตต่อไปนางต้องลืมอดีต จากบุตรสาวที่ร่ำรวยกลับมาต้องขายตัวเอง นี่คือทางเดียวของนางเพื่อก้าวไปข้างหน้า

เฟิงหยูเฮงจับมือฉิงหยูและลูบเบา ๆ "ไม่เป็นไร มันเป็นอดีตไปแล้ว เจ้าต้องเดินต่อไป"

ฉิงหยูยิ้มให้นางและกล่าวว่า "ขอบคุณคุณหนูรองเจ้าค่ะ"

"ฉิงหยู" เฟิงหยูเฮงกล่าว "ในเมื่อเจ้าเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี ร้านค้าทั้งสามร้าน เจ้าช่วยข้าจัดการได้หรือไม่! ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่อาจเข้าใจมันได้ลึกซึ้งเช่นนั้น และข้าก็ไม่ค่อยเชื่อใจคนนอก"

ตาของฉิงหยูเป็นประกาย นางมีความสุขมากที่นางไม่สามารถปกปิดได้ "ที่คุณหนูรองพูดความจริงหรือเจ้าคะ?"

เฟิงหยูเฮงเห็นฉากนี้ นางได้แต่หัวเราะ ถ้าคนที่อยู่รอบ ๆ นางทั้งหมดเป็นคนดีเช่นนี้ จะดีขนาดไหน

ใครอยากต่อสู้ตลอดทั้งวัน? ใครอยากจะคอยรับมือกับกลุ่มคนที่มีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่?

ถ้าเป็นไปได้นางควรจะให้เหยาซื่อและเฟิงจื่อหรูกลับไปที่หมู่บ้านภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ชีวิตที่ปราศจากความกังวล จะน่ายินดีสักเพียงใด

แต่นั่นเป็นไปไม่ได้

นางขมวดคิ้ว มันไม่ใช่แค่ตระกูลเฟิง นอกจากนี้ยังมีคนที่นางเก็บไว้ในใจ, ซวนเทียนหมิง อันชิเคยบอกชื่อนี้กับนาง คนที่ชื่อว่าซวนเทียนหมิง ผู้ซึ่งมีขาทั้งสองข้างพิการและใบหน้าของเขาเสียโฉม

ความจริงบางอย่างต้องถูกค้นพบทีละขั้นตอน หนี้สินยังต้องเรียงลำดับแต่ละครั้ง ข้อร้องเรียนยังมีเพียงข้อเดียวจากรายงาน 1 ฉบับ

ทันใดนั้นกระโปรงของนางถูกดึง

เฟิงหยูเฮงมองลงไป นางเห็นเด็กชายอายุ 4-5 ขวบดึงกระโปรงของนาง

เด็กค่อนข้างอ้วน ใบหน้ากลมของเขาน่ารักจริง ๆ

นางก้มลงและบีบแก้มเด็กชายพลางถามว่า "มีอะไรงั้นหรือ"

เด็กชายพูดออกมา "พี่ใหญ่บอกให้ข้ามาบอกท่านว่า กรุณามาที่โรงเตี้ยมครัวเทพและรั้งอยู่ที่นั่นสักพัก"

หลังจากที่เด็กชายพูดจบแล้ว เขาก็หันกลับและวิ่ง ในขณะที่เขาวิ่งเขาเรียกผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ข้างถนน "ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าจำได้ทุกอย่าง"

เฟิงหยูเฮงตกใจ โรงเตี้ยมครัวเทพ นางทวนคำพูดนี้ซ้ำ ๆ ในใจของนาง พร้อมกับชายผู้มีดอกบัวสีม่วงบนหน้าผากที่นางเห็นในภูเขา

วันนั้นนางกำนัลอาวุโสโจวชิมาที่ตระกูลเฟิง และแจ้งให้นางรู้ถึงการดำรงอยู่นี้ ตอนนี้ ...

ใช่เขาหรือไม่?

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด