ตอนที่แล้วGE68 รักษาสตรีผู้งดงาม เหว่ยเหลียงผู้บริสุทธิ์ [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE70 ระฆังทะเลตะวันออก ประกาศิตสังหาร [ฟรี]

GE69 ปีศาจกระดูกขาวปรากฏตัว เผ่าครามที่โกลาหล [ฟรี]


“เหว่ยเหลียงอยู่นิ่งๆ อย่าหยิกข้า!”

“หงหง ขาท่านหนีบแน่นไป ข้ารักษาให้ท่านไม่ได้”

ราตรีที่มืดสลัว ภายในบ้านไม่ไผ่... หนิงฝานกำลังรักษาสตรีทั้งสองนางอย่างยากลำบาก

หนิงฝานต้องใช้มือหนึ่งประครองใบหน้าของมู่เหว่ยเหลียงไม่ให้นางขยับ อีกมือต้องนำโอสถรักษาเนตรใส่ลงไปในเบ้าตาของนาง นางในยามนี้ดูคล้ายศพนางสวรรค์มาก ยิ่งท่าทางขัดขืนของนางยิ่งทำให้สติของหนิงฝานไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งหนิงฝานสัมผัสใบหน้านาง ใบหน้าของนางยิ่งแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง

นางไม่เคยเข้าใกล้บุรุษใดมาก่อน ยิ่งถูกบุรุษสัมผัสใบหน้าเช่นนี้ จิตใจยิ่งปั่นป่วนยุ่งเหยิง หัวใจเต้นรัวราวกับจะทะลุออกจากอก

แต่หนิงหงหงยิ่งน่าเศร้ากว่า เพราะยามนี้นางต้องเปลือยกายท่อนล่าง ทุกส่วนปรากฏต่อสายตาของหนิงฝาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนสำคัญที่สุดของนาง

เมื่อมือของหนิงฝานสัมผัสอวัยวะเพศของนาง นางยิ่งรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูกจนนางต้องกำที่นอนไว้ ขาทั้งสองข้างหนีบแน่นเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญของตน

“มือเจ้า... อย่าสัมผัสตรงนั้น... อื้ม~~ อย่า... อื้ม~~” นางพยายามสงบใจ แต่กลับรู้สึกราวกับถูกกระตุ้น หน้าอกขาวนวลของนางสะท้อนขึ้นลง ลมหายใจถี่กระชั้น ตื่นเต้น ปรารถนา นางพยายามจะห้ามหนิงฝาน แต่นางกลับกล่าวได้อย่างยากลำบาก

“ข้ากำลังรักษาท่าน... อยู่นิ่งๆ หากท่านทำให้ข้าโมโห ท่านจะเสียใจอย่างแน่นอน!” หนิงฝานกล่าวอย่างหนักแน่น เขาสลัดความรู้สึกต่างๆทิ้งและสงบใจ จนทำให้หนิงหงหงหวาดกลัว

นางเริ่มไม่มั่นใจว่าซัวหมิงที่อยู่เบื้องหน้านางเป็นบุรุษจริงหรือไม่?

“กระดูกแดง... น้ำค้างอัสนี... ความฝัน... จิตนาการ...”

หนิงฝ่ายร่ายอาคมเพื่อสงบใจและทำให้จิตใจของเขาแข็งแกร่งดุจศิลา ในขั้นแรกของวิชาขัดเกลาผสาน จิตใจของหนิงฝานจะแข็งแกร่ง และไม่หวั่นไหวกับการยั่วยวลของสตรี ยามนี้ ราคะในใจของเขาลดลง แม้จะเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของหนิงหงหง แต่เขาไม่หวั่นไหว

หนิงฝานเคลื่อนนิ้วสัมผัสไปทั่วอวัยวะเพศของนางและขาทั้งสองข้าง เพื่อทำให้เส้นลมปราณกลับมาเชื่อมต่อ แต่ยิ่งหนิงฝานสัมผัส อวัยวะเพศของนางยิ่งเปียกชุ่ม... แม้หนิงฝานจะทราบแต่เขาทำเป็นไม่เห็น เพื่อป้องกันไม่ให้นางเขินอาย

แม้หนึ่งบุรุษสองสตรีไม่ได้ร่วมรัก แต่หากผู้อื่นเห็นคงคิดไปทำนั้น

“เสร็จแล้ว”

คำกล่าวของหนิงฝานทำให้มู่เหว่ยเหลียงและหนิงหงหงผ่อนคลาย ในที่สุดพวกนางก็ไม่ต้องเขินอายอีกต่อไป

ดวงตากลวงโบ๋ของมู่เหว่ยเหลียงฟื้นคืนสภาพ โลหิตที่ไหลรินของหนิงหงหงหยุดไหล แม้หนิงฝานจะได้สัมผัสเรือนร่างพวกนาง แต่การที่พวกนางได้รับการรักษา พวกนางก็ดีใจ

แต่พวกนางไม่มีเวลาให้ดีใจ เพราะหนิงฝานกล่าวต่อว่า

“ถึงคราวที่ต้องปลดผนึกให้แม้นางทั้งสองแล้ว... ข้าจะใช้พิษช่วย ขั้นตอนนี้อาจเจ็บปวด แต่แม่นางทั้งสองต้องทน... หากผ่านพ้นไปได้ เส้นชีพจรทั่วร่างจะกลับมาเชื่อมต่อดังเดิม ส่วนบริเวณที่ไม่อาจให้สัมผัส ข้าจะพยายามเลี่ยงให้มากที่สุด... เหว่ยเหลียง ปลดอาภรณ์ของเจ้าด้วย”

“หา!! ต้องคลายผลึกเส้นชีพจรทั่วร่างเลยหรือ! หากให้เจ้าสัมผัสทั่วกาย ข้าทนไม่ได้หรอก!” หนิงหงหงตื่นตระหนก หากนางให้หนิงฝานสัมผัสทั่วร่าง หนิงย่อมไม่อาจอดกลั้นความปรารถนาได้

“ขะ...ข้าจะปลดอาภรณ์... แต่... เจ้าห้ามแอบมอง” เมื่อคิดว่าตนเองต้องเปลือยเปล่าต่อหน้าหนิงฝาน ใบหน้าของนางจึงแดงก่ำ และมองหนิงฝานด้วยแววตาหวาดกลัว

“ย่อมได้... ข้าสัญญา” หนิงฝานกล่าวปลอบนาง

“ขอบคุณ...” นางเชื่อหนิงฝาน แต่หนิงหงหงกลับด่าทอในใจ หากไม่มองเรือนร่างจะรักษาได้อย่างไร? หรือต่อให้ไม่มองจริง แต่อย่างน้อยก็ต้องสัมผัส...ซึ่งแย่เสียยิ่งกว่าถูกมอง!

มู่เหว่ยเหลียงค่อยๆปลดอาภรณ์ เมื่อปลดออกทั้งหมด นางจึงเคลื่อนมือปิดคลุมหน้าอกไว้ด้วยความอาย

หนิงฝานถอนหายใจพลางหลับตา มู่เหว่ยเหลียงที่เห็นรู้สึกดีขึ้นก่อนจะนอนลงบนเตียง

“ขะ... ข้าพร้อมแล้ว...” นางหลับตาและขบริมฝีปากเบาๆ

หากคลายผนึกในร่างได้ ก็สามารถลบล้างความเป็นทาสและหนีจากเผ่าครามได้ พวกนางอดทนรออิสระภาพมานานแสนนาน

หนิงฝานเลือกที่จะใช้พิษทะลวงผนึกในร่างของพวกนาง และพิษชนิดนี้ ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำไม่อาจต้านทานได้ ซึ่งเขาได้ทดลองกับร่างกายของตนเองแล้ว

มู่เหว่ยเหลียงรู้สึกเชื่อในตัวหนิงฝานอย่างบอกไม่ถูก และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกเช่นนั้น

นางเชื่อว่าหนิงฝานจะไม่ทำร้ายนาง

เมื่อนิ้วของหนิงฝานเริ่มสัมผัสกาย ทั่วร่างของนางสั่นเทาราวกับถูกไฟช็อต กระทั่งเปล่งเสียงอุทาน

“ช้าก่อน...”

แต่นิ้วและมือของหนิงฝานกลับไม่หยุด เขาเคลื่อนนิ้วไปยังตำแหน่งเหนืออวัยวะเพศของนาง ร่างกายของนางสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนจะอ่อนแรงและหมดสติไป

หนิงหงหงอิจฉาที่มู่เหว่ยเหลียงหมดสติ เพราะอย่างน้อยนางก็ไม่ต้องทน ยามนี้นางรู้แล้วว่าหนิงฝานโคจรดรรชนีคลายหยินเอาไว้ วิชานี้ส่งผลคุกคามกับสตรีอย่างร้ายแรง

หนิงฝานรู้สึกผิด แม้สิ่งที่กำลังทำคือการช่วยเหลืออีกฝ่าย แต่ก็ทำให้เขาได้ถือโอกาสล่วงเกินพวกนาง

“จะ...เจ้า... ช้าก่อน... ตรงนั้นมัน... อื้ม~~~ สัมผัสตรงนั้นไม่ได้...”

หนิงหงหงต้องทนกับความเจ็บปวดจากการคลายชีพจร จนทำให้นางแทบหมดสติ

“ทนเจ็บหน่อยนะ!”

ความเจ็บปวดเกิดจากพิษที่พยายามหักล้างผนึก และทะลวงเส้นชีพจร หนิงฝานไม่ได้พรากพรหมจรรย์ของนาง

และยามนี้ ผนึกที่อยู่ในร่างของนางก็ค่อยๆคลายไปทีละน้อย

“เจ้าข่มเหงข้า... หากข้าลุกจากเตียงได้เมื่อใด ข้าจะสั่งสอนเจ้า”

การรักษาและปลดผนึกเส้นชีพจรของพวกนางต้องใช้เวลามาก และเมื่อรักษาให้พวกนางเสร็จ พวกนางก็ไร้เรี่ยวแรงและนอนหลับไป

บนเตียงหนิงฝานมีคราบของเหลวอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นของสตรีนางใด

ยามนี้ ดวงตาของมู่เหว่ยเหลียงได้รับการเยี่ยวยา และนางกำลังฟื้นคืนพลังอย่างช้าๆ

แต่หนิงหงหงที่บาดเจ็บหนักกว่า เมื่อนางได้รับการรักษา นางต้องสูญพลังในร่างไปกว่า 9 ใน 10 ส่วน แต่ถึงอย่างนั้น สีหน้าของนางกลับดูดีขึ้น ดวงตาประกาย โลหิตที่ไหลรินหายไป ราวกับนางกำลังฟื้นฟูความงดงามของตน

หากภูติผีในเผ่าครามเห็นพวกนางคืนความงดงามดังเดิม พวกมันต้องตกตะลึง เพราะรูปโฉมที่พวกมันเห็นก่อนหน้า พวกนางไม่ได้งดงามและแม้แต่น้อย

แต่หากพวกนางออกไป บางทีภูติในเผ่าอาจไม่มีผู้ใดจดจำได้ เพราะสตรีที่อัปลักษณ์กลับกลายเป็นสตรีที่งดงาม สองภาพลักษณ์นี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

“พวกเจ้าหายแล้ว”

หนิงฝานยิ้มเล็กน้อยพลางใช้ผ้าห่มคลุมร่างของพวกนางเอาไว้... เดิมทีหนิงฝานหวั่นไหวกับเรือนร่างของพวกนาง แต่เมื่อร่ายอาคมตามวิชาขัดเกลาผสาน เขาก็ทนได้

เหตุที่หนิงฝานไม่ร่วมรักกับพวกนางเพราะพวกนางเป็นภูติผี การขัดเกลาผสานกับพวกนางรังแต่จะทำให้พลังของเขาได้รับความเสียหาย

หนิงฝานผลักประตูบ้านออกไป ยามนี้ดึกสงัด ท้องฟ้ายามค่ำคืนดาษดื่นไปด้วยหมู่ดารา

หนิงฝานล้างพิษที่มือออก บิดยืดกายเพื่อผ่อนคลาย การรักษาสตรีทั้งสองนางทำให้เขาแทบสิ้นกำลัง

สถานที่แห่งนี้คือป่าภูติพราย หนิงฝานไม่อาจวางใจ เขาต้องระวังตัวอยู่เสมอ จนยามนี้ เขาเริ่มรู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ

หากเป็นไปได้ เขาอยากนำสตรีทั้งสองนางออกจากป่าภูติพรายไปพร้อมกัน... สัตว์อเวจีก็ด้วย เขาต้องการพานางไปในฐานะเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับนาง และหากมีนางข้างกาย เขาคงมีความสุข

แต่ช่างน่าเศร้าที่ภูติผีหรือสัตว์อเวจีไม่สามารถออกจากป่าแห่งภูติพราย เพราะหากพ้นจากที่นี่ไป พวกมันสลายกลายเป็นหมอกควัน

ยามนี้... หนิงฝานเหลือเวลาที่จะใช้กับพวกนางไม่นานนัก

“ทมิฬน้อย เจ้าเคยเห็นส่วนที่ 8 ของป่าหรือไม่?” หนิงฝานกล่าวในใจ ส่งเสียงของตนเข้าไปในแหวน

“ไม่เคย... แต่นอกจากส่วนที่ 8 ของป่าแล้ว ยังมีส่วนที่ 9 อยู่ด้วย ดินแดนทั้งสองแห่งนั้น เหนือล้ำกว่าขอบเขตไร้แบ่งแยก จึงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองดินแดนจะคงอยู่ในโลกพิรุณ... เส้นทางเชื่อมระหว่างส่วนที่ 7 และ 8 ของป่าไม่ใช่ม่านหมอก แต่เป็นแสง หากจะเข้าสู่ส่วนที่ 8 ของป่า ต้องบรรลุในขอบเขตที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตไร้แบ่งแยก และต้องมีร่างกายที่ทนต่อพลังกระชากระหว่างมิติ... ข้าได้ยินมาว่าส่วนที่ 8 ของป่าอยู่ในลานสวรรค์โบราณ”

“ลานสวรรค์โบราณ?”

หนิงฝานประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงว่าดินแดน 9 หยินแห่งนี้จะลึกลับขนาดนั้น

ส่วนที่ 1 ถึง 7 อยู่ในโลกพิรุณ แต่อีก 2 ส่วนอยู่ในลานสวรรค์โบราณ ทั้งสองส่วนนั้นถูกแบ่งแยกด้วยแสง หากข้ามส่วนที่ 7 ของป่าเข้าไปในแสง ก็จะเข้าสู่ลานสวรรค์โบราณได้

สถานที่แห่งนั้นอาจเป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกตนในโลกทั้ง 9 และสวรรค์ทั้ง 4 เฝ้าคอย... คาดไม่ถึงว่าทางเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นจะอยู่ในโลกพิรุณ

บางทีนอกจากหนิงฝานแล้ว ในโลกพิรุณแห่งนี้แห่งนี้อาจไม่มีผู้ใดล่วงรู้อีก

แต่เมื่อรู้แล้ว หนิงฝานจะได้ประโยชน์อันใด?

หนิงฝานเก็บความคิดนั้นพลางเริ่มขบคิดหาแผนการปล้นชิงสมบัติ ที่หนิงฝานช่วยเหลือสตรีทั้งสองนางเพื่อให้พวกนางยอมให้เขาออกนอกบ้านในยามราตรี... ยามดึกสงัด เป็นยามที่คลังสมบัติอ่อนกำลังป้องกันมากที่สุด และนั่นเหมาะให้ลงมือ

ขณะขบคิด เสียงระเบิดที่รุนแรงกลับดังก้องไปทั่วทั้งป่า พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ไกลออกไปปรากฏประตูขนาดยักษ์สูงกว่า 100 จ้างตั้งตระหง่าน สายฟ้าฟาดผ่าและโครงกระดูกขาวขนาดยักษ์ปรากฏตัว

“คารวะร่างแยกของจักรพรรดิปีศาจไป๋กู่!”

ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าคราม ‘ชิงชาน’ ทะยานเป็นลำแสงสีครามออกมาจากที่พัก และเร่งคารวะไปยังปีศาจกระดูกขาวอย่างเร่งร้อน

ปีศาจกระดูกขาวยักษ์แผ่กลิ่นอายของขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด แม้ต้องประมือกับผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม มันอาจสังหารอีกฝ่ายได้ง่ายๆ

“เจ้ามนุษย์ ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่!”

ปีศาจกระดูกขาวกล่าว มันสัมผัสได้ว่าหนิงฝานอยู่ที่นี่ มันจึงแผ่สัมผัสเทพที่ทรงพลังกวาดไปทั่วทั้งเผ่า เพื่อหาตำแหน่งของหนิงฝาน ทำให้สีหน้าของหนิงฝานแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

เหตุใดมันจึงปรากฏตัวยามนี้!

อีกไม่นานแผนช่วงชิงสมบัติก็จะสำเร็จ แต่จากคำกล่าวของปีศาจกระดูกขาว ดูเหมือนมันกำลังตามล่าหนิงฝานอยู่

หนิงฝานขบคิด เหม่ยเฉินไม่ได้แผ่กลิ่นอายใดๆออกมา ยามนี้นางอยู่ในแหวน ดังนั้นปีศาจกระดูกขาวต้องติดตามหนิงฝานมาด้วยสักวิธี

สมองของหนิงฝานทำงานอย่างรวดเร็ว และปรากฏบางสิ่งขึ้นในความคิด เขาขบฟันเพราะรู้ว่ามันตามเขามาได้อย่างไร

ในกระเป๋าหนิงฝานมีกระดูกส่วนหนึ่งที่เป็นของมันอยู่ มันจึงแผ่เศษเสี้ยวของกลิ่นอายออกมา ทำให้ปีศาจกระดูกขาวตามมาได้

“ข้าประมาทเกินไป!”

หนิงฝานขยับมือนำเอาชิ้นส่วนกระดูกออกมา จากนั้นอ้าปากนำเอากระบี่แยกสวรรค์ ฟันกระดูกชิ้นนั้น ก่อนที่ตนจะเร่งมุ่หน้าไปยังคลังสมบัติของเผ่าอย่างรวดเร็ว

เดิมทีหนิงฝานตั้งใจจะปล้นชิงคลังสมบัติยามดึกพรุ่งนี้ แต่เขาคาดไม่ถึงว่าปีศาจกระดูกจะตามมาพบ ต่อให้เขาทุ่มพลังทั้งหมดก็ไม่อาจเอาชนะมันได้

ยามนี้ไม่มีเวลารอถึงวันพรุ่งแล้ว! หนิงฝานต้องเร่งชิงมุกภาวนาก่อนที่จะถูกปีศาจกระดูกขาวจะพบตัว!

แต่การปรากฏตัวของปีศาจกระดูกขาวก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้เผ่าครามปั่นป่วน สร้างโอกาสเหมาะในการช่วงชิงคลังสมบัติ

แต่ความคิดนี้ย่อมไม่ใช่เพียงหนิงฝานคนเดียวที่คิด...

หนิงฝานหันไปมองสตรีสองนางที่กำลังนอนอยู่ในบ้าน เขากลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้กล่าวลาพวกนาง

เพราะหากชิงสมบัติได้แล้ว เขาต้องเร่งออกจากเผ่าอย่างรวดเร็ว!...

ปีศาจกระดูกขาวเปล่งเสียงคำรามด้วยโทสะ

มันแผ่สัมผัสเทพเข้าสำรวจกลิ่นอายอ่อนจางที่มันสัมผัสได้ แต่คาดไม่ถึงว่าความรู้สึกจากกระดูกที่มันสัมผัสได้กลับถูกกระบี่แยกสวรรค์ของหนิงฝานฟันขาด

มันเจ็บปวดจนเปล่งเสียงร้อง และโกรธแค้น

“เจ้ามนุษย์ เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ! ดี... ต่อให้จักรพรรดิปีศาจเช่นข้าต้องทำลายเผ่าคราม ข้าก็จะหาเจ้าให้พบ!”

เสียงคำรามด้วยโทสะของมันทำให้ภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นล้มหมดสติ

เมื่อได้ยินว่าปีศาจกระดูกขาวจะทำลายเผ่าคราม สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง แม้มันไม่ทราบสาเหตุ แต่มันเร่งกระตุ้นข่ายอาคมคุ้มกันคลัง เพื่อไม่ให้คนอื่นๆฉวยโอกาสชิงสมบัติ จากนั้นทะยานถอยห่างปีศาจกระดูกขาวและเร่งกล่าว “นายท่าน เผ่าครามยั่วยุท่านเมื่อใดข้าไม่ทราบ แต่ขอโอกาสข้าได้อธิบายไขข้อข้องใจท่าน...”

“ไสหัวไป!”

ปีศาจกระดูกขาวซัดฝ่ามือใส่ผู้อาวุโสใหญ่จนปลิว และกระอักโลหิตอย่างรุนแรง

ผู้อาวุโสใหญ่ไม่กล้าตอบโต้ เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงปีศาจกระดูกขาว!

เมื่อเผ่าครามปั่นป่วน หนิงฝานเร่งทะยานไปยังคลังสบัติท ที่นั่นมีภูติผีของเผ่าครามที่กำลังจู่โจมข่ายอาคม กระทั่งเสียหายไปกว่าครึ่ง

ผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่ารู้ว่ามีภูติผีหลายคนที่คิดช่วงชิงสมบัติในคลัง มันจึงกระตุ้นข่ายอาคมไว้ และภายในคลังนั้น ยังมีฉู่เฉิน ฉู่หาน และผู้อาวุโสตนอื่นๆคอยเฝ้าคลังไว้อีกชั้น

เมื่อผู้ที่คิดปล้นสมบัติเห็นหนิงฝานปรากฏตัว สีหน้าของพวกมันมืดมนและเย็นชาทันที

ยามนี้มีผู้ที่คิดปล้นคลังสมบัติแล้ว 7 ตน หากเพิ่มหนิงฝานอีกคน จำนวนก็จะเยอะเกินไป เมื่อต้องแบ่งปันสมบัติที่ได้ แต่ละคนจะได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งพวกมันไม่ยอม

“ซัวหมิง... พลังของเจ้ายังอ่อนด้อย คิดปล้นชิงสมบัติเท่ากับรนหาที่ตาย!”

ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นกลางตนหนึ่งสะบัดมือ นำสมบัติวิญญาณที่มีลักษณะเป็นมุกกลมๆ จู่โจมเข้าใส่ศีรษะของหนิงฝาน มันคิดจะสังหารหนิงฝานในพริบตาเพื่อลดจำนวนของผู้ที่จะแบ่งปันสมบัติ

แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ แต่หนิงฝานกลับยิ้มเย้ย เขาอ้าปากนำกระบี่แยกสวรรค์ออกมา จากนั้นผ่ามุกกลมของอีกฝ่ายจนสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

สมบัติวิญญาณของภูติผีทั้งหมดสร้างขึ้นจากมุกภาวนา ใช้พลังวิญญาณที่อยู่ภายในก่อเป็นรูปร่าง กระบี่แยกสวรรค์ของหนิงฝานมีความสามารถในการเผาวิญญาณ จึงถือว่าเป็นดาวข่มของสมบัติวิญญาณภูติผี

แต่กระบี่ของหนิงฝานยังไม่หยุดแค่นั้น มันยังแทงตรงเข้าใส่ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นกลางเมื่อครู่ กระทั่งถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน

ฉากที่เกิดขึ้นทำให้ฉู่หาน ฉู่เฉิน และผู้อาวุโสที่เฝ้าอารักษ์คลังสมบัติเสียวสันหลัง เพราะกระบี่เล่มนั้นมีความสามารถในการเผาวิญญาณ ซึ่งเป็นความสามารถที่จัดให้อยู่ในขอบเขตไร้แบ่งแยก

ยามนี้ภูติผีที่เห็นเริ่มตระหนักแล้วว่า กระบี่ที่หนิงฝานนำออกมา ไม่ใช่สมบัติวิญญาณของภูติผี แต่เป็นสมบัติของมนุษย์!

“เจ้าคือมนุษย์! เจ้าสังหารร่างแยกของจักรพรรดิปีศาจไป๋กู่ ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดปีศาจกระดูกขาวจึงปรากฏตัวที่นี่!”

ฉู่หานตกตะลึง มันดูแคลนซัวหมิงเกินไป กระทั่งไม่คิดว่าจะเป็นภัยขนาดนี้

แต่สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึง คือนางเห็นหนิงฝานช่วงชิงมุกภาวนาของผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นกลางตนนั้น จากนั้นกวัดแกว่งกระบี่เฉือนม่านพลัง จนเกิดเป็นช่องให้คนผ่านเข้ามาได้

เงาร่างของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นรุ้งหิมะ พุ่งผ่านช่องว่างบนข่ายอาคมเข้ามาอย่างรวดเร็ว

คาดไม่ถึงว่ากระบี่ของหนิงฝานจะเฉือนฟันข่ายอาคมที่ทรงพลัง กระทั่งเข้าสู่คลังสมบัติได้

ในบรรดาภูติผีทั้งหมดนั้น มีภูติอยู่หนึ่งตนที่ไม่ได้ดูแคลนหนิงฝาน นั่นคือฉู่เฉิน!

ชายชราเร่งติดตามหนิงฝานเข้าไปในข่ายอาคม

“เจ้าไปสังหารมันก่อน ข้าจะจู่โจมข่ายอาคม อย่าปล่อยให้พวกมันฟื้นพลังข่ายอาคม!”

ฉู่เฉินแยกไปทำลายข่ายอาคมอีกชั้นเพื่อไม่ให้ฟื้นฟูข่ายอาคม ส่วนหนิงฝานสังหารผู้คุ้มกันคลังสมบัติ

ยามนี้หนิงฝานและชายชราเข้าสู่ส่วนที่ 1 ของคลังได้สำเร็จ ทั้งสองเริ่มช่วงชิงสมุนไพร 100 ปี

“เด็กน้อย คาดไม่ถึงว่ากระบี่ของเจ้าจะทำลายข่ายอาคมระดับดวงจิตแรกเริ่มได้ มิน่าเจ้าถึงสังหารร่างแยกของจักรพรรดิปีศาจไป๋กู่ได้ ข้านับถือ...นับถือ! เช่นนั้นเรามาร่วมมือปล้นชิง และแบ่งปันสมบัติกันอย่างทัดเทียม!”

“ร่วมมือ? ในเมื่อผู้อาวุโสกล่าวเช่นนี้ ข้ายังเหลือทางให้ปฏิเสธอยู่หรือ?”

หนิงฝานและชายชราพูดคุยพลางเก็บสมุนไพรเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรคุณภาพดี หรือสมุนไพรที่เหี่ยวเฉา ทั้งสองเก็บไม่เหลือ จากนั้นก็เริ่มมุ่งไปยังส่วนที่ 2 ของคลัง

ยิ่งเผ่าครามปั่นป่วน ยิ่งเป็นผลดีต่อการปล้นชิง

หนิงฝานและชายชราแบ่งสรรสมบัติอย่างเท่าเทียม และร่วมมือสังหารผู้อาวุโสที่เฝ้าคลังสมบัติ เพราะหากไม่เร่งทำเวลา ผลประโยชน์จะตกเป็นของผู้อื่น

อย่างน้อยหนิงฝานก็ไม่มั่นใจว่าจะสังหารฉู่เฉินได้ และฉู่เฉินเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสังหารหนิงฝานได้เช่นกัน

ยามนี้หนิงฝานเปิดเผยตัวตน พลังในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูงปรากฏ ทำให้ฉู่เฉินที่ได้ทราบความจริงตกตะลึง

เพราะสิ่งที่มันคาดคิดเป็นเรื่องจริง หนิงฝานเป็นมนุษย์ที่มีพลังในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูง

“เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ แต่กลับสังหารร่างแยกของจักรพรรดิไป๋กู่ ทั้งยังกล้าเหยียบย่างเข้ามาในส่วนที่ 3... นอกจากเด็กผู้นี้แข็งแกร่ง ยังกล้าหาญยิ่งนัก... คาดไม่ถึงว่าในโลกพิรุณจะมีผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นเช่นนี้อยู่!”...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด