ตอนที่แล้วตอนที่ 87: นกจ้องเขา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 89: ซื้ออาวุธปืน

เหยินปาเชียนลืมตาแล้วมองไปข้างบนเพดานที่คุ้นเคยด้วยความงงงวย

 

การเคลื่อนย้ายระหว่างโลกในนิยายมักจะไม่สามารถย้อนกลับไปกลับมาหรือเคลื่อนย้ายไปมาตามที่ต้องการได้ วงจรวนลูปของเขาในตอนนี้ก่อให้เกิดปัญหาเล็กน้อย

 

ตัวเขานั้นโชคดีที่วันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีเป็นวันที่เขาอยู่ในอีกโลกพอดี

 

แต่ทว่า เขาจะไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกครั้งน่ะสิ ถ้าหากว่าเหยินปาเชียนกลับมายังดาวโลกระหว่างเหตุการณ์สำคัญในอีกโลกล่ะก็ เขาก็จะตกที่นั่งลำบาก

 

เพียงแค่เราสามารถควบคุมการเคลื่อนย้ายได้ สิ่งต่าง ๆ ก็จะไปได้สวยสินะเนี่ย

 

เหยินปาเชียนเค้นสมองเล็กน้อย เขามีความคิดที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิด เนื่องจากเขาไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเขาถึงเคลื่อนย้ายได้ บางทีการบันทึกภาพไว้อาจทำให้เขาได้เบาะแสบางอย่างก็เป็นได้

 

เขาลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดหน้าต่าง ตอนนี้อากาศหนาวขึ้นแล้ว คลื่นลมเย็นพัดเข้าหน้าเขา และก็มีหิมะค้างอยู่บนหิ้งหน้าต่าง เมื่อดูจากก้อนหิมะแล้ว หิมะน่าจะเพิ่งตกได้ไม่นานนัก อาจจะเริ่มตกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

ตอนนี้เป็นเดือนพฤศจิกายนแล้ว เป็นเวลา 4 เดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาถูกย้ายไปอยู่ในโลกนั้นเป็นครั้งแรก

 

แต่ทว่า สำหรับเหยินปาเชียน มันผ่านไปเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น เวลานี้รวมเวลาในดาวโลกและในอีกโลกแล้ว

 

เหยินปาเชียนสงสัยว่าช่วงชีวิตของเขานั้นเป็นไปตามช่วงเวลาที่เขาเป็นอยู่ และทำให้เขาอายุผ่านไปเพียง 5 ปี ในขณะที่คนอื่นอายุผ่านไป 10 ปีหรือเปล่า

 

ในทางกลับกัน 4 ปีของคนในอีกโลก ก็คือ 6 ปีสำหรับเขานั่นเอง

 

ความแตกต่างไม่น่าจะแสดงให้เห็นมากนักในระยะสั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

 

เหยินปาเชียนอาศัยอยู่ในสองโลก แล้วก็ยังพบกับช่วงเวลาที่แตกต่างกันทั้งสองโลกด้วย

 

นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่เขาต้องมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาของทั้งสองโลก

 

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงลางสังหรณ์ของเขาเท่านั้น เขาจะต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อที่จะคิดให้ออกว่าลางสังหรณ์ของเขานั้นถูกต้องหรือไม่

 

นี่ก็ได้เวลาแล้วที่เขาจะจัดเตรียมสิ่งที่เขาต้องการ

 

การล่าครั้งใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นคืออุปสรรคอันใหญ่หลวงสำหรับเขา เหยินปาเชียนคงจบเห่ถ้าหากเขาทำหน้าที่ได้ไม่ดี

 

ถ้าเขาสามารถทำให้เจ้าชายที่เจ็ดเห็นพ้องต้องกันในความคิดของเขาได้ เหยินปาเชียนจะสามารถลดจำนวนความแคลงใจที่เจ้าชายที่เจ็ดมีต่อเขาลงได้

 

นอกจากนี้ เขายังต้องจัดการกับเหล่าขุนนางที่น่ารำคาญที่ต้องการจะเขมือบเขาในจังหวะแรก

 

นอกเหนือจากคนพวกนี้ เหยินปาเชียนก็ยังต้องกังวลเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่อยู่ในเทือกเขาอีก

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่ากิจกรรมนี้จะเป็นโอกาสโชว์ฝีมือของตัวเอง สนุกสนานเร้าใจ หรือไม่ก็สังเกตการณ์ผู้อื่นได้

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเขาแล้ว การล่าครั้งใหญ่คือกิจกรรมที่เต็มไปด้วยอันตรายที่หลบซ่อนอยู่ทุกซอกทุกมุม

 

มีความเป็นไปได้ที่เขาจะคิดถึงปัญหานี้ ถ้าหากว่าชนเผ่ารอบตัวเขาล่ะก็ คงไม่น่ามีใครกล้าแตะต้องเขาหรอก

 

แต่พอจะหมดวัน เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องการล่าครั้งใหญ่มากนัก มันก็ยังจะปลอดภัยสำหรับเหยินปาเชียนมากกว่าที่จะเตรียมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเตรียมได้ และใกล้ชิดสนิทสนมกับชนเผ่าเข้าไว้

 

มันจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยมากกว่า แต่ต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำสั่งขององค์จักรพรรดินี โดยที่เขาต้องไม่ทำให้ขายขี้หน้า

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าชีวิตของเขามีค่ามากขึ้น ถ้าให้เลือก เขาค่อนข้างจะเลือกกอดขาขององค์จักรพรรดินีไว้ให้แน่น และหลีกเลี่ยงการขึ้นไปบนภูเขา บางทีจักรพรรดินีอาจจะไล่เขาขึ้นไปบนภูเขา โดยที่นางบอกกับเขาว่าอย่าทำให้ขายหน้าก็ได้

 

 

 

เหยินปาเชียนเปิดเน็ตเพื่อตรวจสอบสิ่งที่เขาอาจต้องการ สิ่งแรกที่เขาเห็นว่ามีประโยชน์คือหน้าไม้ มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่าสัตว์ในภูเขา และความเงียบของหน้าไม้จะช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นติดตามเขาได้

 

หน้าไม้นั้นอาจไม่แรงเท่ากับกับธนูและลูกธนูก็จริง แต่เหยินปาเชียนก็ไม่สามารถยิงโดนอะไรด้วยธนูลูกผสมอยู่แล้ว ด้วยเวลาที่เหลือเพียงแค่ 3 วัน เหยินปาเชียนรู้ว่าเขาไม่สามารถชำนาญในธนูและลูกธนูได้

 

สิ่งต่อไปก็คือปืนพก วิธีการฆ่าสมัยใหม่ที่น่าพิศวงนี้รุนแรงกว่าหน้าไม้ซะอีก และเหยินปาเชียนตั้งใจจะพกมันไว้ข้างกาย

 

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็ต้องการที่จะพกระเบิดมืออย่างน้อย 2 ลูก บางที การขว้างระเบิดมือสามารถฆ่า หรือทำให้บาดเจ็บสาหัส หรืออย่างน้อยที่สุดก็ทำให้อีกฝ่ายกลัวอยู่นานพอที่จะทำให้เขาวิ่งหนีไปได้

 

นอกเหนือจากสิ่งของหลัก ๆ เหล่านี้ ก็ยังมีสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกหลายอย่างที่เขาเห็นว่าจำเป็นเช่นกัน

 

เท่าที่เขารู้ เขาจะต้องไปตั้งแคมป์ 1 คืนระหว่างการล่าสัตว์ และจำเป็นต้องเตรียมตัวให้เพียงพอสำหรับเรื่องนี้ด้วย

 

สิ่งที่เขาต้องการ ได้แก่ ถุงนอน อาหารแห้ง และมีดพับสวิส

 

เหยินปาเชียนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งที่สามารถซื้อหน้าไม้หรืออาวุธปืนได้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้เห็นใบปลิว ติดกับใบที่เกี่ยวกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อชาวรักร่วมเพศ ในห้องน้ำของสถานีรถเมล์ที่ลงโฆษณาขายอาวุธปืน เหยินปาเชียนรู้สึกว่ามันเปิดเผยมากเกินกว่าที่จะเชื่อถือได้ ถ้าเขาโชคดี พวกเขาอาจขายปืนบีบีกันให้ แต่ถ้าเขาโชคไม่ดี พวกเขาก็อาจจะขายปืนน้ำให้ สิ่งที่พวกเขาเขียนใบปลิวเหล่านี้มักจะหลอกลวง และมันก็เป็นการดีสำหรับเขาที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาไป

 

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องขอความช่วยเหลือจากเฉินชิ่งซะแล้วล่ะ ชายคนนี้เกือบจะเป็นคนชั้นสูง และอาจจะหาคนขายอาวุธได้

 

เหยินปาเชียนอุ่นนมที่เก็บไว้ในตู้เย็น โดยกินกับคุกกี้เป็นอาหารเช้า จากนั้นเขาก็โทรหาเฉินชิ่ง

 

“บอกมาซะดี ๆ ว่านายหายไปไหนมาจนถึงตอนนี้ ? เราไม่สามารถติดต่อนายได้เลย ดูท่าจะเป็นความจริงสินะ ที่คนเราจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดเมื่อมีเงินมาก ๆ นายกลัวที่เรามารบกวนนายมั้ยเนี่ย ?”

 

เหยินปาเชียนหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงของเฉินชิ่ง เขาตีตัวออกห่างจากเฉินชิ่ง และดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจ เหยินปาเชียนไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากกลัวว่าเฉินชิ่งจะค้นพบความลับของตนเข้า การหายตัวและการปรากฏตัวของเขาดูมีแบบแผนมากเกินไป ทำให้ดูน่าสงสัยมาก

 

“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนายถึงดูแย่สินะ ?” เหยินปาเชียนขำเบา ๆ

 

“นั่นคือเมื่อก่อน ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้วล่ะ” เฉินชิ่งตอบทันที

 

“นายว่างมากินข้าวเที่ยงมั้ย ?”

 

“ว่างดิ ส่งตำแหน่งร้านมา เจียงหนานเพิ่งจะพูดถึงนายเมื่อวานนี้เลย” เฉินชิ่งตอบในทันที

 

“โอเค ไว้เจอกันนะ”

 

เหยินปาเชียนวางสายแล้วก็ได้สังเกตเห็นว่าเขาได้รับข้อความหลายฉบับ มีข้อความหนึ่งส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จักเมื่อสองวันก่อน มันเขียนไว้ว่า “หนูอันเฟยนะคะ หนูเพิ่งได้รับเงินค่าจ้างครั้งแรกในงานใหม่ ก็เลยอยากจะเลี้ยงข้าวพี่อ่ะค่ะ”

 

อันเฟย ? ความคิดแรกของเหยินปาเชียนคือคิดว่าบุคคลนี้ส่งข้อความผิดเบอร์ เขาเพิ่งได้รู้ว่าหลังจากนั้นสาวน้อยคนที่มีเครื่องช่วยฟังมีความมั่นใจในการหางานเกินคาด

 

เมื่อปิดข้อความแล้วเปิดแอพวีแชท เขาก็เห็นข้อความจากต่งไห่ฉิง “คุณชายเหยิน นี่นายเมินเฉยต่อการมีตัวตนของเพื่อนเก่าไปแล้วเหรอเนี่ย ?”

 

ราวกับว่าคลื่นความโกรธที่รุนแรงได้เล็ดลอดออกมาจากหน้าจอมือถือของเขายังไงยังงั้น

 

ด้านล่างข้อความนั้นเป็นข้อความจากเฉินบิง “ชั้นไม่ได้ข่าวจากเธอหลังจากงานเลี้ยงรุ่นเลย สบายรึเปล่า ?”

 

เหยินปาเชียนส่ายหน้าเบา ๆ

 

เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

 

ในตอนที่เขาเพิ่งได้ไปยังโลกนั้น เขายังคงมีความอยากเจอเพื่อนเก่าอยู่

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานมากนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าอีกโลกคือโลกหลักของเขาในตอนนี้ และไม่รู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนดาวโลกอีกแล้ว นี่คือส่วนหนึ่งเนื่องจากความจริงที่ว่า ความคิดความใส่ใจส่วนใหญ่จดจ่อไปที่การไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจในอีกโลก ส่วนในดาวโลก เขาสามารถอยู่รอดได้อย่างง่ายดายตราบใดที่เขามีเงิน ไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวลเกี่ยวกับที่นี่มากนัก

 

เขาเลื่อนอ่านฟีดในแอพวีแชทต่อไป แล้วก็เห็นว่าพ่อแม่ของเขายังคงแชร์โพสต์เกี่ยวกับ “เคล็ดลับในการมีอายุยืนยาวนาน” และ “10 อย่างที่ทุกคนต้องรู้ไว้”

 

 

 

เมื่อวางมือถือลงบนโต๊ะ เขาก็เล่นเน็ตต่อไปพักหนึ่งกว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า และมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองเพื่อหาร้านขายอุปกรณ์เฝ้าระวัง เมื่อทำการซื้อมาแล้ว เขาก็นัดหมายติดตั้ง

 

เขามาที่ร้านทำผมเพื่อที่จะตัดผม

 

ตอนที่เขาเดินเข้ามา เขาก็สังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสวมเครื่องช่วยฟังสีแดง กำลังสระผมให้ลูกค้าอยู่

 

“จะมีอะไรบังเอิญไปกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเองแล้วยิ้มออกมา เขาไม่ได้ตั้งใจจะตอบข้อความของเธอ เขาเพียงแค่ช่วยเธอก่อนหน้านี้เพราะเขาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เหยินปาเชียนไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะได้พบกันอีกในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนหลายล้านคน ผู้คนมากมายไม่เคยได้พบกันทั้งชีวิต แต่เขามาอยู่ที่นี่แล้ว

 

ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้พบกับอันเฟยโดยบังเอิญเพียงแค่เดินเข้าไปในร้านทำผมมั่ว ๆ มันเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ หรือเรียกได้ว่าเป็นโชคชะตากันแน่ ?

 

เหยินปาเชียนยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอยู่นานกว่าจะตัดสินใจว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องหลีกเลี่ยงเธอ เขาจึงก้าวยาว ๆ เข้าไปข้างใน

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...