ตอนที่แล้วตอนที่ 86: แนวคิดอันเหลือเชื่อ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 88: การเตรียมพร้อม

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากเจ้าชายที่เจ็ดตายไปล่ะ ? พลังชีวิตมีอยู่ในโลกนี้มั้ย ? เขาจะดูดซับพลังชีวิตของเจ้าชายที่เจ็ดได้มั้ยถ้าเหยินปาเชียนฆ่าเขา ? เจ้าชายที่เจ็ดคือตัวเขาในต่างโลกใช่มั้ย ?

 

เมื่อความคิดเหล่านี้ปรากฏขึ้นในใจของเหยินปาเชียน เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขาถือหีบแพนโดร่า เหยินปาเชียนถูกผลักดันให้ฆ่าเจ้าชายที่เจ็ดเป็นครั้งคราว

 

แต่เขาไม่กล้าทำเช่นนั้น…เขาไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก…

 

จนถึงตอนนี้ ผู้คนที่เขาสั่งกระทืบหรือถูกแขวนคอตายนั้นเป็นแค่ผู้ช่วยคนสนิทหรือหัวหน้าคนใช้ของเหล่าขุนนางเท่านั้น

 

ถึงแม้ว่าเขามักจะดูไร้ความปราณี แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาควรทำอะไร และเขาไม่ควรทำอะไร

 

เขาไม่กล้ายุ่งกับเจ้าชายที่เจ็ดหรอก

 

ถ้าหากเจ้าชายที่เจ็ดเสียชีวิตลงที่นี่ล่ะก็ จะคล้ายกับประธานาธิบดีของประเทศหนึ่งที่กำลังจะตายในประเทศจีน จะทำให้มีผลกระทบและความวุ่นวายมากมายทีเดียว

 

มันเทียบเท่ากับการตบหน้าแล้วแทงข้างหลังราชวงศ์ของมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ราชวงศ์ก็ไม่จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานในการส่งคนมาฆ่าเขาเลย สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือร่องรอยเล็กน้อย

 

อย่าพูดถึงเรื่องที่ว่าองค์จักรพรรดินีจะปกป้องเขาก่อนหรือไม่ ถึงแม้ว่านางต้องการปกป้องเขา เขาก็ไม่อาจก้าวออกจากพระราชวังหลวงได้ มิฉะนั้นแล้ว มหาจักรวรรดิเซี่ยก็สามารถส่งสุดยอดมาฆ่าเขาได้

 

เหยินปาเชียนเกาหัวแล้วยับยั้งแรงผลักดันในการฆ่าเจ้าชายที่เจ็ด เขาต้องทำสิ่งที่จักรพรรดินีได้มอบให้เขาอย่างถูกต้อง

 

เขาเก็บความคิดนี้ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจจะดีกว่า

 

อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังของเหยินปาเชียนก็เพิ่มมากขึ้น ถ้าตัวเขาเองมีแรงผลักดันแบบนั้น แล้วเจ้าชายที่เจ็ดล่ะ ? เขาจะมีความคิดแบบเดียวกันมั้ย ? ถ้าหากเจ้าชายที่เจ็ดมีความคิดแบบนั้น ด้วยสถานะของเขา เขาจะไม่หวาดหวั่นเรื่องการฆ่าเหยินปาเชียน ถ้าหากเป็นกรณีนี้ล่ะก็ เหยินปาเชียนจะตกอยู่ในอันตรายอย่างมากทีเดียว

 

 

 

บ่ายวันนั้น จำนวนคนที่เข้าร่วมการล่าครั้งใหญ่ถูกคำนวณแล้ว

 

ทุกคนจะต้องได้เข้าร่วม

 

ต่างจากเหยินปาเชียน ทุกคนรู้เรื่องการล่าครั้งใหญ่ เนื่องจากพวกเขารีบไปที่เมืองหลานก่อนการล่าครั้งใหญ่เริ่มขึ้น พวกเขาจึงมีเจตนาในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้

 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถพาผู้ติดตามไปได้

 

ต่างจากชนเผ่า ชาวต่างแคว้นไม่ได้มีความแข็งแกร่งที่โดดเด่นหรือทักษะในการสู้รบ ถึงแม้ว่าขุนนางเหล่านั้นจะมีความชำนาญด้านศิลปะการต่อสู้ แต่พวกเขาก็ยังต้องการผู้ติดตามเพื่อช่วยให้พวกเขาเดินเกมของตนได้

 

นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากเหยินปาเชียน

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะไม่ใช่ชนเผ่า แต่เขาก็ไม่สามารถสนุกสนานไปกับสิทธิพิเศษนี้ได้

 

ขณะที่จำนวนผู้เข้าร่วมกำลังคำนวณออกมา เหยินปาเชียนคิดที่จะไปหากู่ต้าสงทีหลัง เพราะเขาเองก็ต้องการสัตว์ขี่เพื่อใช้ออกล่าสินะ ?

 

เหยินปาเชียนนั้นไม่เคยแตะต้องสัตว์ขี่มาก่อน ไม่ต้องพูดถึงการขี่สัตว์เลย ถึงแม้ว่าจะเป็นนาทีสุดท้าย เขาก็ต้องคิดแก้ปัญหาโดยเร็ว

 

กู่ต้าสงนอนกรนภายในห้องของเขา หลังจากที่เขาถูกเหยินปาเชียนปลุกให้ตื่น เขาก็ก่นด่าอย่างไม่พอใจ เมื่อเหยินปาเชียนบอกกับเขาว่าตนต้องการมาพบเขา เขาก็หัวเราะแล้วพูดออกมา “มีคอกสัตว์อยู่ในสวนหลังบ้าน สัตว์ตัวไหนที่ท่านต้องการท่านก็พาออกไปได้เลยนะ”

 

“ขอบคุณมาก ใต้เท้ากู่” เหยินปาเชียนกำมือให้ แล้วเดินตรงไปที่สวนหลังบ้าน

 

โดยปกติแล้ว คนโบราณมักจะบอกว่า ‘คอกวัว’ หรือไม่ก็ ‘คอกม้า’ ถึงยังไงก็เถอะ กู่ต้าสงบอกเพียงแค่ว่า ‘คอกสัตว์’ เมื่อเหยินปาเชียนไปที่สวนหลังบ้าน เขาก็เข้าใจแล้วว่าข้างหลังบ้านมีอะไรอยู่บ้าง

 

ในคอกสัตว์มีสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นม้า

 

ว่ากันว่า ต้าเย่ามีม้าอยู่น้อยนิด แต่มีแกะกับวัวอยู่มากมาย

 

นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ในคอกสัตว์ด้วย มีแกะอยู่หลายตัว พวกมันเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในการลากรถม้าบนถนน พวกมันมีขนาดตัวที่ใหญ่ ค่อนข้างคล้ายคลึงกับม้า นอกจากนี้ยังมีสัตว์หลายตัวที่มีลักษณะคล้ายวัวที่ดูเชื่องกว่า บางตัวมีเขาโค้งและบางตัวมีเขาทรงเกลียว เหยินปาเชียนไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างวัวสองชนิดนี้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร วัวเขาทรงเกลียวนั้นมีสีเขียว และพวกมันดูบอบบางกว่าวัวเขาโค้งน้อย

 

นอกเหนือจากสัตว์เหล่านี้ ก็ยังมีนกขนาดใหญ่สองตัวอยู่ไม่ไกล ขนของพวกมันมีสีน้ำตาลอ่อนคล้ายกับนกกระจอกเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับนกกระจอกเทศแล้ว หัวของมันมีขนาดใหญ่กว่า จงอยปากของมันกว้างกว่า และคอของมันหนากว่า ตัวของมันมีกลิ่นเหม็นสาบอ่อน ๆ ถึงแม้ว่ากลิ่นเหม็นสาบจะไม่แข็งแรงมาก แต่กลิ่นของมันก็น่าสะอิดสะเอียนจนทำให้เหยินปาเชียนถึงกับต้องปิดจมูกเลยทีเดียว

 

“เจ้านี่ใช้เป็นสัตว์ขี่ได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามผู้ดูแลด้วยความอยากรู้

 

“นี่คือนกจ้องเขาขอรับท่าน มันวิ่งได้ว่องไวมาก ถ้าพูดถึงการเดินขึ้นเขาหรือข้ามแม่น้ำ มันว่องไวกว่าสัตว์ชนิดอื่นอีกนะ มันมักถูกใช้ในการไปส่งจดหมายอยูบ่อย ๆ” ผู้ดูแลอธิบายออกมาทันที

 

เหยินปาเชียนมองไปที่นกจ้องเขาทั้งสองตัวแล้วถามอีกครั้ง “สัตว์ชนิดไหนที่เหมาะสำหรับการล่าสัตว์มากที่สุด ? ข้าต้องการสัตว์ขี่ที่เชื่องและควบคุมได้ง่ายน่ะ”

 

“ก็นกจ้องเขานี่แหละ มันสามารถขี่บนภูเขาและสามารถกระโดดลงไปบนโขดหินที่ไม่สูงมากได้ อีกตัวนึงก็จะเป็นวัวเขาขด มันทั้งว่องไวและสามารถบรรทุกของหนักได้ แต่ไม่สะดวกเท่านกจ้องเขาถ้าหากต้องเดินขึ้นเขาหรอกนะ” ผู้ดูแลอธิบาย

 

เหยินปาเชียนมองไปที่วัวเขาเกลียวที่ผู้ดูแลได้ชี้ไป จากนั้นเขาก็มองไปที่นกจ้องเขา เขาชอบวัวเขาขดมากกว่าเพราะหลังของมันกว้างกว่า มันจะเป็นอะไรที่สะดวกสบายมากกว่าที่จะนั่งบนหลังวัวเขาขด นอกจากนี้ ยังสามารถบรรทุกของหนักได้อีกด้วย

 

ถึงแม้ว่านกจ้องเขาจะสามารถวิ่งและกระโดดบนภูเขาได้ แต่ก็ไม่สามารถโต้ตอบได้ทันเวลาหากพบกับสัตว์ป่าที่น่ากลัว ตามที่ผู้ดูแลฉีบอก มีสัตว์ประหลาดมากมายอยู่บนภูเขา เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาอาจจะปลอดภัยกว่าถ้าหากเขาเดินด้วยขาทั้งสองข้าง

 

ไม่ใช่ว่าวัวเขาขดไม่สามารถเดินขึ้เขาไม่ได้ แต่นกจ้องเขาสามารถใช้งานได้ดีกว่า

 

ปัญหาหลักที่เหยินปาเชียนมีต่อนกจ้องเขาคือกลิ่นเหม็นสาบของมัน ถ้าเขาขี่มันเป็นระยะเวลานาน มันจะทำให้เขาทรมาน

 

“ข้าขอลองขี่วัวเขาขดหน่อย” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“ได้เลย !” ผู้ดูแลเปิดรั้วไม้แล้วลากวัวเขาขดออกมา จากนั้นเขาก็ผูกอานไว้บนหลังของมันแล้วพูดกับเหยินปาเชียน “ลองดูขอรับท่าน”

 

หลังของวัวเขาขดมีความกว้างประมาณ 130 เซนติเมตร เหยินปาเชียนสูดอากาศเข้าไปลึก ๆ แล้วปีนขึ้นไปบนอาน

 

วัวเขาขดค่อนข้างเชื่อง มันยังคงนิ่งอยู่ขณะที่เหยินปาเชียนปีนขึ้นไป เมื่อเหยินปาเชียนปรับตัวได้แล้ว ผู้ดูแลก็ยื่นสายให้กับเขาแล้วสอนวิธีการควบคุมให้กับเขา

 

“ไป !” เหยินปาเชียนเตะท้องวัวเขาขดเบา ๆ ทันใดนั้น วัวเขาขดก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้า

 

สายบังเหียนถูกยึดกับหน้าของวัวเขาขด ค่อนข้างคล้ายกับที่อยู่บนหลังม้า วิธีการควบคุมวัวเขาขดนั้นคล้ายคลึงกับวิธีการควบคุมม้า นอกจากนี้ วัวเขาขดก็ค่อนข้างเชื่องทีเดียว ทำให้ขี่ได้ง่าย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวัวเขาขดเริ่มออกวิ่ง เหยินปาเชียนก็ถึงกับต้องกอดมันด้วยความกลัวที่จะตกลงไป หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็เริ่มรู้สึกทรมานจนทนไม่ไหว วัวไม่ได้วิ่งเร็วมากนัก แต่มันขรุขระมาก โยกซ้ายโยกขวา มันทำให้เหยินปาเชียนมีอาการเมารถ

 

เหยินปาเชียนรีบหยุดวัวเขาขดแล้วกระโดดลงมาเพื่อหยุดพัก

 

“นี่คือสัตว์ขี่ที่มีเสถียรภาพมากที่สุดแล้วใช่มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“นกจ้องเขามีเสถียรภาพมากกว่าวัวเขาขด ลองดูได้นะท่าน”

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เหยินปาเชียนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวานให้ผู้ดูแลนำนกจ้องเขาออกมา

 

นกจ้องเขาเป็นนกที่เชื่องมากเช่นกัน และค่อนข้างถูกฝึกมาให้เชื่องด้วยเช่นกัน เมื่อเหยินปาเชียนได้สัมผัสกับขนของนกจ้องเขา มันก็ทำเสียงทำเสียงกลั้วคอออกมาแล้วหันกลับไปมองเขา

 

“ท่านควรจะลูบหัวมันก่อน มันชอบให้ลูบหัวน่ะ” ผู้ดูแลพูดออกมา

 

เหยินปาเชียนวางมือลงบนหัวของนกจ้องเขา จากนั้น มันก็ทำเสียงทำเสียงกลั้วคอออกมาอีกครั้ง แล้วกระพริบตาไปพร้อมกัน ดูเหมือนว่ามันจะรู้สึกสบายมาก คล้ายกับแมวหรือหมาที่อ้อนให้ลูบ

 

เมื่อเหยินปาเชียนปีนขึ้นไปบนนกจ้องเขาแล้วขี่มันไปข้างหน้าได้สักพัก เขาก็ได้รู้ว่ามันขี่ได้สะดวกสบายมากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดูโดดเด่นไปซะทั้งหมดก็ตาม ขนบนตัวของมันนุ่มนิ่ม และมันก็ไม่ทำให้ต้นขาของเขาถลอก เมื่อมันวิ่ง มันมีเสถียรภาพมากกว่าวัวเขาขดซะอีก จุดอ่อนของมันคือกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นเหม็นสาบของมันโชยเข้าจมูกของเหยินปาเชียนตลอดเวลา

 

“ทำไมมันถึงเหม็นแบบนี้ล่ะ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“เจ้าตัวนี้จะใช้กลิ่นเหม็นสาบของมันเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าอื่น ๆ เห็นว่ามันเป็นเหยื่อของพวกมันยังไงล่ะ” ผู้ดูแลอธิบาย

 

เหยินปาเชียนขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ถึงมันจะเหม็นก็จริง แต่มันก็ขี่ได้สะดวกสบายมาก ถ้าเขาขี่วัวเขาขดล่ะก็ เขาคงจะเป็นอัมพาตก่อนที่เขาจะมาถึงจุดหมายปลายทาง

 

และแล้ว เขาก็จะอดทนต่อประโยคนี้ได้ ถ้าหากทนไม่ไหวจริง ๆ ล่ะก็ เขาจะเอาน้ำหอม 2 ขวดมาจากดาวโลก แล้วฉีดใส่ตัวมัน

 

ในคืนนั้น เหยินปาเชียนพานกจ้องเขามายังสวนสัตว์ จากนั้นเขาก็ส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมการล่าครั้งใหญ่ไปที่พระราชวัง หลังจากนั้น เขาก็หลับไปและได้กลับมายังดาวโลก

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...