ตอนที่แล้วตอนที่ 84: กับดักในการล่าครั้งใหญ่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 86: แนวคิดอันเหลือเชื่อ

หลังจากที่สอบถามเรื่องการล่าครั้งใหญ่กับผู้ดูแลฉีแล้ว เหยินปาเชียนก็มีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

ฤดูการล่าสัตว์ที่ว่านั้นเป็นประเพณีดั้งเดิมของชนเผ่า ตอนนี้เมืองถูกสร้างขึ้นแล้ว คนธรรมดาทั่วไปจำนวนมากไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ในทุก ๆ ปีตัวเมืองก็ยังคงรักษาประเพณีนี้ไว้ ผู้ที่เข้าร่วมเป็นบุตรของข้าราชสำนัก พวกเขาสามารถแสดงใบหน้าของตน และแสดงความสามารถของพวกเขาต่อหน้าองค์จักรพรรดินี พระองค์ก็จะคอยดูว่าพวกเขาโดดเด่นหรือไม่

 

ในอดีต ทูตจากแคว้นต่าง ๆ ก็ถูกเชิญให้มาร่วมการล่าครั้งใหญ่ด้วย ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เห็นถึงความสามารถของชายหนุ่มชนเผ่า หลังจากกิจกรรมดังกล่าว ทูตก็จะถูกส่งกลับไปยังแคว้นของตน

 

มันกลายเป็นขนบธรรมเนียมไปแล้ว

 

หลังจากที่องค์จักรพรรดินีเสด็จขึ้นครองราชย์ นอกจากการเชิญชวนทูตให้เป็นผู้ชมแล้ว นางยังได้เชิญชวนให้ชายหนุ่มที่นำของขวัญวันเฉลิมพระชนมพรรษามาให้นางจากแคว้นต่าง ๆ เข้าร่วมการล่าครั้งใหญ่ด้วย

 

กิจกรรมนี้เป็นการแสดงพลังและความสามารถเช่นกัน ขุนนางหลายคนจากแคว้นอื่น ๆ มักจะใช้อำนาจในอนาคต องค์จักรพรรดินีต้องการให้พวกเขาสังเกตเห็นความแข็งแกร่งของชนเผ่าโดยตรง เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเผยแพร่ชื่อเสียงของต้าเย่าได้

 

กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในป่าเขาซึ่งใช้เวลาเดินทางครึ่งวันจากเมืองหลาน มีสัตว์ป่ามากมายอยู่ในป่านั้น ความจริงแล้ว ยังมีแม้กระทั่งสัตว์ที่น่ากลัวมากกว่าอยู่ในป่านั้นด้วย

 

มันเป็นงานที่ทุกคนแสดงความสามารถได้

 

ในทุก ๆ ปี ผู้ที่มีผลคะแนนดีที่สุดจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคต คนเหล่านี้จะมีความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่สาว ๆ อีกด้วย

 

เพราะฉะนั้น ทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานจึงกระตือรือร้นกันอย่างมากทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ จิตใจของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความคิดเชิงลบ ตามที่ผู้ดูแลฉีบอก พวกเขาจะไม่ล่ากระต่ายหรือสัตว์ตัวเล็กในระหว่างกิจกรรม ถ้าจะพูดให้ถูก กิจกรรมนี้เน้นไปที่ผู้เข้าร่วมนั่นเอง

 

เขาไม่รู้วิธีใช้อาวุธเลย เขาจะถือว่าโชคดีถ้าหากเขาไม่โดนเหยื่อล่าซะก่อน ไม่ต้องพูดถึงการจะล่ามันเลย

 

ขุนนางเหล่านั้นมีทาสรับใช้ แต่เขานั้นไม่มีเลย

 

ถึงแม้ว่าจะมีกระต่ายให้เขาล่า พวกมันก็มีเขี้ยวเหมือนกระต่ายในสวนสัตว์ เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาคงจะไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้

 

เขาจะไม่อยู่ในจุดที่เสียเปรียบถ้าหากเขาต้องแข่งขันการล่าสัตว์กับชาวต้าเย่าเหล่านี้ ยังไงซะ ทุกคนก็สามารถพังบ้านด้วยมือข้างเดียวอยู่แล้ว

 

นอกจากนี้ สัตว์ที่น่ากลัวที่ว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่เหยินปาเชียนกังวลมากนัก เขากังวลกับคนด้วยกันมากกว่า ไม่กี่วันมานี้ เขาได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากโกรธเคืองด้วยตำแหน่งในสำนักหงหลู ตอนแรกเขาคิดว่าพวกนั้นไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้ เขาไม่คิดว่าจะมีกิจกรรมดังกล่าว

 

ถ้าหากว่ามีคนซุ่มโจมตีเขาบนภูเขาล่ะก็ เขาจะตายที่นั่นโดยที่ไม่ต้องให้สัตว์ป่ามาฆ่าเขาเลย

 

มันไม่ยุติธรรมเลยนี่หว่า !

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดเรื่องนี้ เขาก็สบถออกมา “แม่งเอ๊ย”

 

ถ้าหากเขารู้ก่อนว่างานนี้จะเกิดขึ้น เขาจะได้ไม่ไปเกรี้ยวกราดใส่ขุนนางเหล่านั้น เอาล่ะสิ มีหลายคนที่อยากจะบดขยี้และกัดกินหัวของเขา

 

มันสายเกินไปที่จะเสียใจแล้ว ไม่มีประโยชน์เขาจะต้องคิดมากเลย บางทีแม้ว่าจะหมายถึงความตาย เขาก็สามารถกอดต้นขาขององค์จักรพรรดินีและไม่ขึ้นไปบนภูเขาได้ เหยินปาเชียนคิดที่จะทำแบบนี้

 

เมื่อเขากลับไปยังดาวโลก เขาต้องซื้อปืนติดไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีปืน 2 กระบอก เขาก็อาจจะยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเขาไม่มีปืนสักกระบอกเลย เขาก็จะไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน

 

ไม่เพียงแต่ปืนจะสามารถจัดการกับสัตว์ที่น่ากลัวได้เท่านั้น มันยังสามารถจัดการกับคนได้อีกด้วย

 

เมื่อนับจำนวนวันที่เขาใช้ชีวิตในโลกนี้แล้ว เขาก็ได้รู้ว่าเขาจะกลับไปยังดาวโลกในคืนวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องแจ้งให้ขุนนางจากทั้งสามแคว้นทราบเกี่ยวกับการล่าครั้งใหญ่ และส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมไปยังเบื้องบน ถ้าหากว่ามีใครสามารถเข้ารับหน้าที่แทนเขาในขณะที่เขาไม่อยู่ได้ล่ะก็ จะเป็นอะไรที่ดีมาก องค์จักรพรรดินีน่าจะให้อภัยเขา

 

เขาจะกลับไปยังดาวโลก 1 วันหลังจากการล่าครั้งใหญ่ การเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีจะจัดขึ้นในวันที่เขากลับมายังโลกนี้

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเหยินปาเชียนมาถึงสำนักหงหลู เขาก็ได้ส่งคนไปบอกทุกคนเกี่ยวกับการล่าครั้งใหญ่

 

เมื่อนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง ลูกน้องคนหนึ่งของเขาก็รายงานว่ามีคนมาที่นี่ นอกจากนี้ บุคคลนั้นยังมีสถานะที่สูงส่งมาก เขาคือเจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

จากสิ่งที่เหยินปาเชียนรู้ มหาจักรวรรดิเซี่ยเป็นแคว้นที่มีอำนาจมากที่สุด มหาจักรวรรดิเซี่ยมีขนาดใหญ่กว่าต้าเย่า 3 เท่าตัว มีประชากรมากกว่าต้าเย่าหลายเท่าตัว โดยมีประชากรเกือบ 3 ร้อยล้านคน มันเป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับอาณาจักรในยุคศักดินา

 

ด้วยประชากรขนาดใหญ่ ก็จะมีสุดยอดอยู่มากมายเช่นกัน ว่ากันว่า สุดยอด 10 อันดับแรก 6 คนของโลกอยู่ในมหาจักรวรรดิเซี่ยนี่เอง

 

อารยธรรมของพวกเขาย้อนกลับไปสู่อดีตอันมืดทึบและห่างไกล ทุกแคว้นได้รับอิทธิพลมาจากมหาจักรวรรดิเซี่ยเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคว้นหยูนกับแคว้นเฉิน เนื่องจากทั้งสองแคว้นมีรากเหง้าเดียวกันกับมหาจักรวรรดิเซี่ย อิทธิพลของมหาจักรวรรดิเซี่ยที่มีต่อพวกเขาจึงยิ่งมากขึ้น

 

จากหลายแง่มุม เหยินปาเชียนสามารถบอกได้ว่ามหาจักรวรรดิเซี่ยเป็นมหาอำนาจของโลกนี้

 

ดังนั้น เมื่อเจ้าชายที่เจ็ดของแคว้นที่มีอำนาจดังกล่าวมาเยือนสำนักหงหลู เหยินปาเชียนไม่กล้าประมาทเลินเล่อ เขาจึงพาสงผีไปพร้อมกับเขาเพื่อไปรับเจ้าชายที่เจ็ด

 

ด้านนอกทางเข้าสำนักหงหลู มีชายร่างกำยำและม้ามากมาย ขบวนนี้เต็มไปด้วยชุดเกราะ และมีกลิ่นอายที่ร้ายแรง

 

ท้ายขบวน มีรถม้าหรูหราขนาดใหญ่ การลากรถม้าใช้ม้าตัวสูงมาก ๆ 6 ตัวด้วยกัน ม้าเหล่านี้ตัวสูงกว่าม้าธรรมดาทั่วไป และผมของพวกมันดูคล้ายผ้าต่วน เป็นม้าที่ดูดีมากเลยล่ะ

 

เมื่อเหลือบมองเพียงแว้บเดียว เหยินปาเชียนก็สามารถบอกได้ว่าม้าตัวนี้ประเมินค่ามิได้เลย ถ้าหากคนธรรมดาทั่วไปมีม้าแบบนี้สักตัว พวกเขาจะถือว่ามันเป็นสมบัติอันล้ำค่า อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ พวกมันถูกนำมาใช้ในการลากรถม้า ทำให้รู้สึกว่าพวกมันถูกทารุณกรรม

 

เหยินปาเชียนยืนอยู่ตรงทางเข้าสำนักหงหลู และไม่เดินหน้าต่อ อีกฝ่ายอาจจะเป็นเจ้าชายที่เจ็ดของมหาจักรวรรดิเซี่ย แต่ตัวเขาก็ยังเป็นราชการของต้าเย่าอยู่ดี

 

เหยินปาเชียนได้แสดงมารยาทมากพอด้วยการออกมารับเขา

 

อันที่จริง ขณะนี้เขาไม่ได้ออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนเหมือนที่เขาเคยทำมาตั้งแต่เริ่มต้น ในตอนนี้ เขาได้บอกให้ลูกน้องของตนพาแขกเข้ามาในสำนักหงหลู

 

ด้วยเหตุนี้ เหยินปาเชียนจึงรู้สึกว่าเขาทำมากพอแล้วด้วยการออกมารับเจ้าชายที่เจ็ด เขาไม่จำเป็นต้องวิ่งไปข้างหน้าแล้วรับเจ้าชายที่เจ็ดที่รถม้าของเขา เขาไม่ได้รับคำสั่งจากต้าเย่าเพื่อให้ทำแบบนั้น

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาสับสนคือทหารม้าเหล่านั้นมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะดูมีวินัยและเข้มงวด แต่สีหน้าที่ดูแปลกใจของพวกเขาก็ไม่สามารถปกปิดได้และเห็นได้ชัดมาก ๆ

 

ทำไมพวกเค้าถึงมองมาที่เรากันนะ ? พวกเค้าคิดว่าเราหล่อรึไงกัน ? นี่เราหล่อจริง ๆ หรอเนี่ย ? เหยินปาเชียนจับหน้าของตัวเอง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงมองเขาแบบนั้น เขาแสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็นพวกเขา และยังคงรออยู่ตรงทางเข้า

 

เหยินปาเชียนยืนอยู่ตรงทางเข้าเป็นเวลา 2 นาทีด้วยกัน พร้อมกับรู้สึกกระวนกระวายใจ และกำลังคิดว่าเขาควรจะกลับเข้ามาภายในหรือไม่ กลุ่มทหารเดินเท้าวิ่งไปข้างหน้าผู้นำทัพแล้วตะโกนออกคำสั่ง จากนั้น ทหารม้าก็เริ่มลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

 

รถม้าเข้ามาใกล้เหยินปาเชียนมากขึ้น จนกระทั่งหยุดตรงที่ทางเข้าสำนักหงหลู

 

ในตอนนี้ เมื่อรถม้าอยู่ไม่ไกลจากเหยินปาเชียนแล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันดูหรูหรามากทีเดียว ตอนนี้มันอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว เขาสามารถเห็นได้ชัดเจนว่ามันถูกฝังด้วยทองคำและอัญมณีล้ำค่า ณ ตอนนี้ เหยินปาเชียนต้องการหากล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปมันไว้

 

หรูหราอะไรขนาดนี้เนี่ย ? นี่คือรถหรู

 

ตัวถังรถม้าทำมาจากวัสดุไม้สีม่วง ก้อนเมฆถูกแกะสลักอยู่ที่ด้านบนของรถ ก้อนเมฆนั้นถูกฝังด้วยปั้นจั่นสีทองแกะสลัก สดใสสมจริง ดวงตาและหัวของปั้นจั่นถูกฝังด้วยอัญมณีล้ำค่า ขณะที่แสงแดดส่องไปบนปั้นจั่น มันก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ดูเหมือนว่ามันจะลอยออกจากรถได้ทุกเมื่อ

 

รถม้าคันนี้ดูคล้ายชิ้นส่วนศิลปะที่สวยงามมากกว่าจะเป็นยานพาหนะขนส่งเสียอีก

 

ขณะที่รถหยุดลง มือคู่หนึ่งได้แหวกผ้าม่านในรถม้า จากนั้น หญิงสาวที่สวมชุดสีชมพูดูสวยงามโดดเด่นก้าวลงจากรถ หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มผิวขาวสวมมงกุฎหยกสีขาวก้าวลงจากรถตามหลังเธอ

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม เขาก็ตกตะลึง เขาคิดว่าเขาได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก

 

ลักษณะใบหน้าของชายหนุ่มดูเหมือนกับเขาเปี๊ยบ ใบหน้าของพวกเขาทั้งสองราวกับว่าพวกเขาถูกแกะสลักออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

 

เหยินปาเชียนไม่คิดว่าจะมีใครในโลกนี้หน้าตาเหมือนเขา

 

นอกจากนี้ ชายคนนี้ยังเป็นเจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยอีกด้วย

 

ในเวลาต่อมา เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่ามีแรงผลักดันเกิดขึ้นในใจ แรงผลักดันให้ฆ่าเขา

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...