ตอนที่แล้วตอนที่ 83: งานยุ่ง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 85: แรงผลักดัน

เหยินปาเชียนถูกเรียกตัวไปที่พระราชวังช่วงหัวค่ำ เมื่อเขาเดินเข้าไปในพระราชวัง เขาก็ได้เห็นองค์จักรพรรดินีสวมชุดสีแดงยืนอยู่หน้าโต๊ะพร้อมกับภาพวาดที่ตั้งโชว์อยู่

 

“ทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อยผู้นี้มาเข้าเฝ้าพระองค์ที่นี่แล้วขอรับ” เหยินปาเชียนทำความเคารพ

 

จักรพรรดินีหันไปมองเหยินปาเชียนแล้วพยักหน้า “ข้าไม่เห็นเจ้ามาหลายวัน ตอนนี้เจ้าดูดีขึ้นนะ”

 

“เพื่อจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้กับฝ่าบาท ข้าต้องดูเรียบร้อยไว้ก่อน มิฉะนั้นฝ่าบาทจะเสียหน้าได้ขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

“พูดได้ดีแถมยังทำงานที่ข้ามอบหมายให้เจ้าได้ดี” จักรพรรดินีชมเชย

 

“ตราบเท่าที่ฝ่าบาทไม่ตำหนิข้าน้อยในการกระทำอันประมาทน่ะขอรับ”

 

“ถ้าหากเจ้ากลัว เจ้าคงจะขออภัยไปแล้วล่ะ” จักรพรรดินีม้วนปาก

 

“ทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อยผู้นี้กำลังคิดว่าจะทำภารกิจที่ฝ่าบาทมอบหมายให้เสร็จสิ้น และไม่มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นอีก ถึงแม้ฝ่าบาทจะตำหนิข้า แต่ข้าน้อยก็จะทำงานให้ดีเสมอขอรับ” เหยินปาเชียนตอบอย่างรวดเร็ว

 

จักรพรรดินีได้ย้ายสายตาจากภาพวาดไปยังเหยินปาเชียนอีกครั้ง “ถ้าหากเจ้าพูดความจริง ข้าก็จะมีความสุขมาก”

 

“จริงแท้แน่นอนขอรับ ทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อยผู้นี้ไม่กล้าปิดบังอะไรจากฝ่าบาทหรอกขอรับ หนึ่งก็คือหนึ่ง สองก็คือสอง”

 

จักรพรรดินีไม่เลือกว่าจะเชื่อดีหรือไม่ นางคงจะโง่เขลาถ้าหากว่านางเชื่อทุกอย่างที่เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

เหยินปาเชียนเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ถึงยังไงก็เถอะ การพูดประจบสอพลอมากขึ้นเพื่อแสดงความภักดีของเขาเป็นประโยชน์ต่อเขามาก เพียงแค่พูดไม่กี่คำและมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร

 

ถ้าหากว่าก่อนหน้านี้เขาเคยฉลาดและมีไหวพริบในการทำงานบริษัทเหมือนตอนนี้ล่ะก็ เขาก็คงจะไม่ต้องอยู่ในฐานะที่น่าสังเวชก็เป็นได้

 

 

 

จักรพรรดินีกลับไปที่โซฟาของนาง นางยื่นมือออกมา แล้วหงหลวนก็รินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้กับมือของจักรพรรดินีในทันที

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหยินปาเชียนได้เห็นภาพดังกล่าว เขามักจะสงสัยว่าชิงยวนและหงหลวนรู้ได้อย่างไรว่าองค์จักรพรรดินีต้องการอะไรในแต่ละช่วงเวลา

 

นอกจากนี้ จากการแสดงออกของจักรพรรดินี ทั้งสองคนสามารถตอบสนองความต้องการของนางได้ทุกครั้ง

 

ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะเป็นพยาธิตัวกลมในท้องของนาง

 

อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้เป็นเป้าหมายที่เขาต้องการจะบรรลุ

 

“ถึงแม้ว่าไม่มีใครกล่าวหาฝ่าบาทในช่วงสองวันนี้ แต่ข้าน้อยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไม่นาน ฝ่าบาทโปรดบอกข้าน้อยทีว่าข้าน้อยสามารถทำอะไรได้บ้าง ? ถึงแม้ว่าฝ่าบาททรงทำดีแล้ว พวกเค้าก็ยังคงเป็นแขกของพวกเราที่ส่งของขวัญมาให้ข้า ถ้าหากพวกเค้าออกไปพร้อมกับความไม่พอใจมากมายล่ะก็ มันจะแก้ตัวได้ยาก ฝ่าบาทช่วยบอกข้าน้อยได้มั้ยว่าข้าน้อยควรทำเช่นไรขอรับ ?”

 

“ข้าไม่ต้องการลงโทษเจ้าหรอกนะ ยังไงซะ เจ้าก็ทำหน้าที่เพื่อข้าและมันก็เหมาะกับข้าดี”

 

“ฝ่าบาทบอกข้าน้อยได้มั้ยว่าข้าน้อยควรทำเช่นไร ?”

 

เหยินปาเชียนผู้ซึ่งยืนอยู่ใต้องค์จักรพรรดินี เขาฟังคำพูดของนางและได้ข้อสรุป มีทางเลือกเพียงอย่างเดียวสำหรับเขา คือยอมรับการลงโทษแต่โดยดี

 

ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะทรงตรัสเช่นนั้นและไม่ได้ลงโทษเขาจริง ๆ หรือนางอาจจะพยายามหยั่งเชิงเขาอยู่ก็เป็นได้ ถ้าหากเขาถูกลงโทษ องค์จักรพรรดินีจะรู้สึกละอายใจเพราะเขากำลังทำงานให้กับนาง แต่ในที่สุดเขาก็จะเป็นแพะรับบาป จักรพรรดินีแห่งต้าเย่าทำเช่นนั้นซะเมื่อไหร่ล่ะ ?

 

ภาพจำที่ชาวต้าเย่าให้แก่ผู้อื่น คือความไร้อารยธรรมและการกดขี่ข่มเหง

 

และพวกเขาก็ไม่เคยคิดถึงความคิดของผู้อื่นเลย

 

เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับองค์จักรพรรดินีแล้วพูดออกมา “ฝ่าบาทมิทรงสนพระทัยว่าผู้อื่นกลั่นกรองพระราชโองการของฝ่าบาทกันเช่นไร โดยเฉพาะในส่วนของคนกลุ่มน้อยเหล่านั้น ทำไมฝ่าบาทถึงต้องให้คำอธิบายด้วยล่ะขอรับ ?”

 

เมื่อได้ยินคำตอบของเหยินปาเชียน รอยยิ้มขององค์จักรพรรดินีก็เผยออกมา แล้วนางก็หัวเราะลั่น ริมฝีปากสีแดงของนางลุกเป็นไฟ และนางก็ได้มอบความรู้สึกถึงลูกไฟที่แผ่กระจายไปโดยปราศจากการควบคุมให้แก่เหยินปาเชียน

 

นางจิบไวน์หนึ่งครั้งแล้วหัวเราะอย่างเต็มที่ “หงหลวน รินไวน์ซักแก้วให้นักเล่าเรื่องเหยินหน่อยสิ”

 

เหยินปาเชียนรับไวน์ไว้ กลิ่นได้บ่งบอกเขาว่ามันแรงมาก เขายกแก้วแล้วชนแก้วด้วยมือทั้งสองข้าง “เป็นพระคุณอย่างสูงที่ทรงมอบไวน์ให้ข้าน้อยขอรับ ฝ่าบาท”

 

หลังจากพูดแล้ว เขาก็จิบไวน์หนึ่งครั้ง เขารู้สึกร้อนเป็นไฟเพราะความร้อนได้ไหลลงสู่ท้องของเขา

 

“พูดได้ดีหนิ ข้าไม่สนใจหรอกว่าคนอื่น ๆ จะคิดเช่นไรเกี่ยวกับคำสั่งของข้า” จักรพรรดินีกล่าวชมเชยเขา

 

“ฝ่าบาททั้งทรงรอบรู้ในเรื่องวรรณคดีและศิลปะการต่อสู้ สิ่งที่ฝ่าบาททรงทำทุกอย่างได้ถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ และไม่จำเป็นต้องสนพระทัยในสิ่งที่คนอื่นคิดหรือพูดก็ได้ขอรับ” เหยินปาเชียนรู้ว่าคำพูดของเขาจะเข้าสู่หัวใจของจักรพรรดินี ดังนั้นเมื่อน้ำขึ้นให้รีบตัก

 

จักรพรรดินีหัวเราะอย่างเบิกบาน แล้วกระดกไวน์อีกแก้วลงคอ

 

“อีก 4 วันจะมีการล่าครั้งใหญ่ เจ้าไปแจ้งให้คนที่เหลือทราบและผู้เข้าร่วมแต่ละคนสามารถพาผู้ติดตามไปได้หนึ่งคน รายชื่อจะประกาศในอีก 2 วันข้างหน้า”

 

เหยินปาเชียนรู้สึกทึ่งเล็กน้อยจากการประกาศครั้งนี้ การล่าครั้งใหญ่เหรอ ? เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย

 

“พอถึงตอนนั้น เจ้าจงทำหน้าที่ให้ดีและอย่าทำให้ข้าขายหน้าเด็ดขาด”

 

“แค่นั้นแหละ เจ้ากลับไปได้แล้ว”

 

“ขอรับ..ฝ่าบาท” เหยินปาเชียนครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในขณะที่เขาออกจากวัง

 

การล่าครั้งใหญ่คืออะไรกันแน่ ?

 

นอกจากนี้ เราถูกองค์จักรพรรดินีคาดหวังให้เข้าร่วมด้วยล่ะ

 

ดูเหมือนว่าเราต้องหาใครซักคนแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะแล้วล่ะ

 

 

 

เหยินปาเชียนเดินตรงไปยังสวนสัตว์เพื่อหาผู้ดูแลฉี แล้วก็เห็นเขากำลังออกกำลังกายด้วยดัมเบลล์หินที่ประตูเข้าออก [ซึ่งอยู่ในรูปแบบแม่กุญแจเก่า ๆ]

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผู้ดูแลฉีถึงมีกล้าม มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน แต่ผู้ดูแลฉีก็เล่นกล้ามเป็นประจำทุกวัน

 

แน่นอนว่ากล้ามนั้นเพิ่มขึ้นจากการเล่นกล้ามและไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

 

เมื่อผู้ดูแลฉีเห็นเหยินปาเชียน เขาก็วางดัมเบลล์หินไว้ด้านข้างแล้วหัวเราะออกมา “ข้าแก่ตัวลงแล้ว และไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน จะใช้ความพยายามน้อยมากถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้วอ่ะนะ”

 

ด้วยเหตุนี้ ร่างกายของเขาจึงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ และเขาก็หายใจติดขัดเล็กน้อย

 

ในบางครั้ง เหยินปาเชียนมองไปที่ชนเผ่าเหล่านี้และรู้สึกว่าเขาเองก็ควรฝึกร่างกายด้วยเหมือนกัน แต่ทว่า ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกฝนเพื่อให้มีกล้ามเยอะ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะป้องกันการระเบิดได้แม้แต่ครั้งเดียว

 

อาจจะเป็นความคิดที่ดีกว่าในการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากโลกนี้เมื่อมีโอกาส

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม มันก็คงไม่เท่ากับการที่เขาขาดความแข็งแรงที่จะมัดไก่ทั้งตัว

 

“เครื่องทำความเย็นเป็นยังไงบ้าง ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“พวกเราทำมา 30 ตัวภายในไม่กี่วัน และขายได้มากกว่า 20 ตัวแล้ว ยังมีเหลืออีกไม่กี่ตัว และพวกเราคิดว่ามันจะขายหมดในวันพรุ่งนี้” ผู้ดูแลฉีพูดถึงเรื่องนี้อย่างตื่นเต้น

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า พวกเขาขายได้มากกว่า 40 ตัว และคาดว่าเกือบจะถึงเวลาที่สินค้าเลียนแบบจะเกิดขึ้นแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้มีขุนนางจำนวนมากมายังที่นี่ หากพวกเขารู้เรื่องนี้ขึ้นมา พวกเขาน่าจะไม่ขี้เหนียวพอที่จะไม่ซื้อ และน่าจะขายไปได้สักพัก

 

เครื่องทำความเย็นนี้อาจสามารถสร้างผลกำไรเป็นเงิน 1,200 ตำลึงเลยทีเดียว

 

“ผู้ดูแลฉี ข้ามีเรื่องจะถามท่านหน่อย การล่าครั้งใหญ่คืออะไรหรอ ?” เหยินปาเชียนเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นการล่าในฤดูใบไม้ร่วง

 

“มันคือวันที่จะมาถึงเร็ว ๆ นี้น่ะ” ผู้ดูแลตอบเหยินปาเชียนในทันที

 

“เป็นประเพณีท้องถิ่น วันนี้ของทุกปี จะไปล่าสัตว์ด้วยดาบและธนูบนภูเขา ยิ่งเหยื่อตัวใหญ่เท่าไหร่ ปีที่กำลังจะมาถึงก็จะดีขึ้นเท่านั้น ถ้าหากว่าเสือเขี้ยวดาบถูกจับได้ล่ะก็ นักล่าก็จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหญิงสาวในฐานที่มั่นยังไงล่ะ”

 

“มันจัดขึ้นในเมืองหลานด้วยรึเปล่า ?”

 

“ส่วนใหญ่จะอยู่ในฐานที่มั่น ถึงยังไงก็เถอะ พระองค์ทรงจัดงานนี้ปีละครั้ง เด็กในครอบครัวที่ได้รับความเคารพนับถือจะมีส่วนร่วมในการแสดงพลัง คนที่เป็นศัตรูจะท้าทายกันเองก็ในตอนนี้แหละ”

 

“การล่าครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังมีผู้ที่มาเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในการล่าด้วยมั้ย ?”

 

“โดยปกติแล้ว ชนเผ่าเล็ก ๆ ของพวกเราไม่ได้เป็นเหมือนคนที่อ่อนแอ และพวกเราต้องทำให้พวกเค้าเข้าใจ” ผู้ดูแลฉีพูดตามความเป็นจริง

 

เหยินปาเชียนเพิ่งตระหนักว่าเหตุการณ์นี้มีประโยชน์ในการนำเสนอภาพลักษณ์ของต้าเย่า ด้วยการแสดงความกล้าหาญของคนรุ่นใหม่ไปยังแคว้นอื่น ๆ พวกเขาจะเก็บความรู้สึกของความกลัวและความเคารพเอาไว้ และเมื่อกลับไป ก็จะบอกคนอื่น ๆ เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของต้าเย่า

 

หลังจากนั้น สีหน้าของเหยินปาเชียนก็กลัวจนหน้าเขียวไปเลย

 

ด้วยการมีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ เขาจะมาพร้อมกับกลุ่มคนเหล่านั้นที่รื้อบ้านด้วยมือเปล่า และขุนนางเหล่านั้นที่เขาถูกทรมานจนปางตายไปครึ่งภูเขา นี่เป็นการขุดหลุมพรางขนาดใหญ่ให้ตัวเอง

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...