ตอนที่แล้วHK ตอนที่ : 68
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปHK ตอนที่ : 70

HK ตอนที่ : 69


ทั้งสามคนก็กลับไปที่หอพักด้วยกัน การที่ชิเล่ยจะค้างคืนหอพักเป็นเรื่องที่หายากมาก!

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ในห้องนั่งเล่นไม่คิดเลยว่าหลี่ไชกำลังเฮลิคอปเตอร์บังคับอยู่ ในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบนซิน

ชิเล่ยขมวดคิ้วและพูดว่า "เสี่ยวไช เมื่อไรนายจะสร้างมันเสร็จอีกนานแค่ไหนกัน?"

หลี่ไชบนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำมันลักษณะเหมือนกับคนงานในเหมืองถ่านหิน!

"พี่ใหญ่หิน พี่กลับมาได้ไง?" หลี่ไชมองชิเล่ยอย่างแปลกใจ เขาได้ใช้ห้องนอนของชิเล่ยเป็นห้องนอนของตัวเอง ตอนนี้จู่ๆชิเล่ยก็กลับมา เขาจึงไปนอนในห้องชิเล่ยไม่ได้

ชิเล่ยตอบว่า "นี่เป็นห้องพักของฉัน ทำไมฉันจะกลับมาไม่ได้?"

หลี่ไชเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "พี่ใหญ่หิน พี่ชายของผม ผมไม่ได้บอกว่าพี่จะกลับมาห้องไม่ได้! ในห้องมีแต่กลิ่นน้ำมัน ผมกลัวว่าพี่จะไม่ชอบเอา!"

"แล้วเมื่อไหร่ของเล่นนายจะสร้างเสร็จซักที?" ชิเล่ยถามอีกครั้งอีกครั้ง

หลี่ไชคำนวณเวลาในใจสักครู่และตอบว่า "พี่หิน ผมคิดว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ก็คงทำเสร็จ!"

ชิเล่ยกลอกตาของเขา "เสี่ยวไชครั้งที่แล้วนายก็บอกว่าหนึ่งอาทิตย์ก็เสร็จแล้ว ตอนนี้นายยังจะมาบอกว่าอีกหนึ่งอาทิตย์อีก?"

"พี่หิน คืผมได้ออกแบบมันใหม่และเปลี่ยนใบพัดให้เล็กลง จากนั้นผมก็เปลี่ยนถังน้ำมันเพิ่มความจุของเชื้อเพลิงเพื่อยืดเวลามันออกไป!" ลักษณะเสี่ยวไช เหมือนผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ไปที่ใบพัดและถังน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่ออธิบายให้ฟัง

ชิเล่ยโบกมือ "ชั่งมันเถอะ จะจัดการยังไงก็แล้วแต่นาย! แต่เมื่อมันเสร็จแล้วนายต้องให้พี่ชายเล่นมันด้วย!"

หลี่ไชมีความสุขและพูดว่า "มั่นใจได้เลยถ้ามันเสร็จแล้วผมจะให้พี่หินเล่นแน่นอน!"

กลับมาที่ห้องนอนของเขา ชิเล่ยเปิดโน้ตบุ๊ค ในหอพักของเขาเหลือแค่โน้ตบุ๊คเครื่องนี้เท่านั้นที่เหลืออยู่ในจินหยากาเด้นหมดเลย

ชิเล่ยเรียกดูเว็บบอร์ดของมหาลัย ซึ่งโพสต์ของเขาก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ ยังหนึ่งในโพสต์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ตอนนี้ก็คือมีข่าวว่าลือว่าเขาพามู่ชวงไปที่โรงแรมกรีนเลคเพื่อเปิดห้อง!

ในโพสต์นี้มันบอกว่าชิเล่ยและมู่ชวงไปที่โรงแรมกรีนเลคไปทำเรื่องอย่างว่่กัน และยังมีรูปถ่ายมากกว่าหนึ่งโหลของชิเล่ยกับมู่ชวงที่หน้าประตูแนบไว้ด้วย โดยเฉพาะรูปที่ชิเล่ยคว้าข้อมือมู่ชวงเอาไว้และมันถูกทำเครื่องหมายไว้ด้วย

ในโพสต์นี้มีจำนวนครั้งที่เข้าชมมากกว่า 10,000 ครั้ง จำนวนคอมเม้นมากกว่าหนึ่งพันเกือบทั้งหมดของพวกเขาเป็นคำสาปแช่งชิเล่ย นอกจากนี้ยังมีคอมเม้นที่บูชาชิเล่ยอยู่นิดหน่อย ที่บอกว่าชิเล่ยสุดยอดมากที่คว้าดอกไม้ประจำมหาลัยสองดอกไปได้

ชิเล่ยไม่ได้สนใจโพสต์เรื่องพวกนี้เลย หรือบางทีมันอาจเป็นเพราะชิเล่ยมีความคิดเช่นนี้อยู่ในใจ?

ใช้ IP ของหอพักโดยตรง เปิดอีเมลลับที่เป็นของบริษัทกล้างส่งมาโดยไม่มีการปกปิด อีเมลแรกเป็นของไลก้า เขาจึงตอบอีเมลกลับไปทางไลก้าว่าตอนนี้สิทธิบัตรของต่างประเทศนั้นตกอยู่ในมือของโซนี่ แต่โปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มที่อยู่ในมือของเขา เป็นซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าของโซนี่ และบอกว่าให้ทางไลก้าตัดสินใจเองว่าจะมาเจรจากันที่ประเทศเซี่ยหรือไม่

หลังจากตอบทางไลก้าแล้ว ชิเล่ยก็ตอบอีเมลจากไอโก ว่าสิทธิบัตรในประเทศเซี่ยอยู่ในมือของชิเล่ย ควบคู่ไปกับที่ว่าไอโกไม่ว่าเป็นด้วยเรื่องชื่อเสียงหรือความนิยมก็ยังน้อยกว่าไลก้า ทำให้ชิเล่ยลำบากขึ้นไปอีก เขาถามบริษัทไอโกว่าทางไอโกจะมาที่โรงแรมกรีนเลคเขตชวนฮูเมืองชวนกิ่งภายในสามวันได้ไหม เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือเพิ่มเติม

บริษัทแคนน่อนที่อยู่ในประเทศวูซางไม่ได้ตอบสนองมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ชิเล่ยก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เพราะว่าทางแคนน่อนจะไม่ยอมแพ้เรื่องโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มอย่างแน่นอน!

โซนี่กำลังจะเปิดตัวกล้องดิจิทัลพร้อมกับฟังก์ชั่นตรวจจับรอยยิ้ม แล้วทางแคนน่อนจะยอกถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้อย่างไร?

ขณะที่ชิเล่ยกำลังออกจากระบบทันใดนั้นก็มีอีเมลส่งเข้ามาใหม่

หลังจากที่ชิเล่ยเปิดดูก็พบว่ามันเป็นอีเมลที่มาจากเชี่ยนหยู!

เย่เฟิงกับเชี่ยนหยูและคนอื่นๆพวกเขาได้เดินทางถึงประเทศวูซางแล้ว กำลังอาศัยอยู่ในโตเกียวชั่วคราว อยู่ๆโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของเติ้งเซียวหลิงก็เกิดอาการทรุดหนักลงฉับพลันและตอนนี้กำลังเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยโตเกียว ในเวลาเดียวกันนี่เป็นข่าวที่ไม่ดีเอาซะเลย!

โรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยโตเกียว ตอนนี้ยังไม่มีไขกระดูกที่เข้ากันกับเติ้งเซี่ยวหลิงเลย ได้แต่อยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่องและรอไขกระดูก ข่าวดีเพียงอย่างเดียวของพวกเขาก็คือ เงินสี่ล้านที่เย่เฟิงปล้นมาจากธนาคาร ICBC เขตชวนฮู พอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ประเทศวูซางได้

ชิเล่ยตอบอีเมลบอกให้เย่เฟิงอาศัยอยู่ในเมืองโตเกียวชั่วคราว รอให้เติ้งเซียวหลิงทำการปลูกถ่ายไขกระดูกให้เสร็จก่อน แล้วค่อยกลับไปพร้อมกับเชี่ยนหยูที่เมืองซัปโปโระ หลังจากตอบเสร็จ ชิเล่ยก็เชื่อมต่อกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์สวอลโล้ว และเข้าไปลบบันทึกของตั๋วและข้อมูลการเดินทางทั้งหมดของเย่เฟิงและคนอื่นๆอย่างระมัดระวัง

หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้ว ชิเล่ยก็ไปอาบน้ำและลากร่ายกายที่หนักอิ้งของไปนอนบนเตียงและผล็อยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้วันที่ 17 ตุลาคม หลังจากนี้อีกเจ็ดวัน การแข่งขันซอฟแวร์มหาลัยจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ตุลาคม การประกวดซอฟต์แวร์มหาลัยจะจัดงานอยู่ในหอประชุมสาธารณะของมหาลัย

ลุกขึ้นอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จ ออกไปข้างนอกห้องยื่นอยู่หน้าห้องพัก 502

"เสี่ยวโม่ มู่ชวง พวกเธอตื่นกันหรือยัง?" ชิเล่ยเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อดูเวลา ตอนนี้แปดโมงเช้าแล้ว สองสาวน่าจะตื่นกันแล้ว!

"ใคร?" เสียงปนขี้เกียจก็ดังออกมา ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเป็นหลิงหยูโม่ เวลานี้มู่ชวงคงยังไม่หายง่วงมาตอบชิเล่ยล่ะมั้ง

"พี่หินเอง เสี่ยวโม่เปิดประตูเร็วเข้า!" เสียงของชิเล่ยรอดเข้าไปในห้อง

ในห้องพัก หลิงหยูโม่ที่กำลังใส่ชุดนอน ใบหน้ากำลังแดงแจ๋พูดว่า "ไม่ได้! พิสดารหินฉันอยากกินบัวลอยไข่หวาน นายออกไปซื้อมาให้ฉันที ~ ได้ไหม!?"

ฟังจากเสียงของหลิงหยูโม่ที่เหมือนกับเด็กที่ไปทำความผิดมา ชิเล่ยหัวเราะและพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เสี่ยวโม่ เมื่อเธออยากกินเดี๋ยวฉันออกไปซื้อให้! ถามมู่ชวงด้วยว่าเธออยากกินอะไรไหม?"

หลิงหยูโม่ลังเลเล็กน้อย เแต่ก็หันกลับไปเคาะประตูห้องมู่ช่วง "พี่สาวมู่ พี่อยากกินอะไรไหม? พิสดารหินจะไปซื้อจากถนนด้านหลังให้!"

ในความจริงมู่ชวงที่อยู่ในห้องเธอได้ยินแล้ว! ชิเล่ยเสียงดังขนาดนั้นไม่ได้ยินก็บ้าแล้ว!

"หยูโม่บอกชิเล่ยว่าฉันเอาเกี๊ยว" มู่ชวงเปิดประตูเดินออกมาในชุดนอนเหมือนกับหลิงหยูโม่

หลิงหยูโม่พยักหน้าและเดินไปที่หน้าประตูผ่านห้องนั่งเล่น เปิดช่องประตูพูดผ่านช่องกับชิเล่ยว่า "พิสดารหินฉันเอาบัวลอยไข่หวาน ส่วนพี่สาวมู่ชวงเอาเกี๊ยว รีบไปซื้อได้แล้ว!"

ชิเล่ยยิ้มด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "ได้! เสี่ยวโม่ทำไมเธอไม่กล้าออกมา?" เขาเดินกลับไปที่หอพักและเคาะประตูห้องของหลี่ไชอย่างแรง หลี่ไชต้องลุกออกจากเตียงมาเปิดประตูให้

หลี่ไชที่กำลังง่วงนอน "พี่หิน พี่จะเอาอะไร? นี่มันยังเช้าอยู่เลย ผมอยากไปนอนต่อ!"

ชิเล่ยหัวเราะ "เสี่ยวไช นายอยากรู้ไหมว่าพี่ใหญ่ใช่วิธีอะไรจัดการสองสาว?"

"เอ๋?" หลี่ไชกระพริบตาปริบๆมองชิเล่ย พูดอย่างรวดเร็วว่า "พี่ใหญ่หิน พี่ชายของผม บอกผมมาเร็วเข้า! สอนผมทีผมจะจีบเสี่ยวมิน!"

ชิเล่ยฮึมฮัม "เราจะไปที่ถนนด้านหลังด้วยกัน นายก็รีบไปโทรหาหวังมินแล้วถามเธอว่าอยากกินอะไรไหมเช้านี้! ไอ้เด็กเหลือขอนี่ เรื่องแค่นี้ก็ยังไม่รู้วิธีเอาใจผู้หญิง แล้วนายจะไปจีบติดได้ยังไง?"

หลี่ไชตาของเขาสว่างขึ้น รีบไปโทรหาหวังมินและถามว่าหวังมินว่าอยากกินอะไรไหม หวังมินก็ดูเหมือนจะไม่ได้รังเกียจหลี่ไชและบอกให้หลี่ไชซื้อนมกับขนมปังมาให้เธอ

ชิเล่ยพาหลี่ไชมาที่ถนนด้านหลังด้วยกัน ตลอดทางหลี่ไชกระยิ้มกระย่องและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"พี่ใหญ่ สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ! พี่สุดยอดมากจริงๆ!" เสี่ยวไชพูดอย่างประจบ

"อะแฮ่ม! เสี่ยวไช นายต้องเรียนรู้จากพี่ใหญ่ให้มากๆ! ตราบใดที่นายเรียนรู้ได้ถึงหนึ่งในสิบของพี่ใหญ่ละก็ นายจะจีบหวังมินติดในไม่กี่นาที่แน่นอน!" ชิเล่ยโอ้อวด แต่ในความเป็นจริง เขายังไม่จีบหลิงหยูโม่ติดเลย หลิงหยูโม่แค่มีความประทับใจให้กับเขาเท่านั้น!

ที่ถนนด้านหลังของมหาลัยชวนกิ่ง มีร้านอาหารหลากหลายรูปแบบ เปิดขายอยู่บนทางเท้าทั้งสองด้านของถนน

ชิเล่ยซื้อบัวลอยไข่หวานกับเกี๊ยวและนมถั่วเหลือง ใส่ไว้ถุงหิ้ว

ภรรยาในอนาคตของหลี่ไชอยากกินขนมปังและดื่มนม หลี่ไชจึงมุ่งไปที่ร้านเบเกอรี่ที่อยู่ข้างถนนเพื่อซื้อมัน

ชิเล่ยที่ถืออาหารเช้าสามมื้อไว้ในมือซ้าย ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและดึงโทรศัพท์มือถือออกมา มันคาดว่าจะเป็นเสี่ยวไชโทรมา!

ชิเล่ยกดปุ่มรับสาย เปิดปากพูดว่า "เสี่ยวไชเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่นายต้องไปซื้อขนมปังกับนมไม่ใช่หรอ?"

"พี่ใหญ่รีบมาหาผมเร็ว! ผมพบความลับที่สำคัญบางอย่าง! ผมคิดว่าเฉินหมิงกับคนแปลกหน้ากำลังวางแผนอะไรสักอย่างอยู่แน่!" ในสายหลี่ไชพูดเสียงเบามาก

ในซอยแคบๆ ที่ติดอยู่กับร้านเบเกอรี่ เฉินหมิงกำลังพิงหลัง พูดกับวัยรุ่นที่ทางเป็นคนไม่ดีสี่คน

"พี่ใหญ่ซู มั่นใจได้เลยไอ้บ้านนอกนั่นไม่มีเบื้องหลังอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่พี่ไม่ทำมันตาย อย่างอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน!" ใบหน้าของเฉินหมิงเต็มไปด้วยความเย็นชา

ซูเอ้อดิงเอียงหัวของเขามองอย่างเหยียดหยามและพูดว่า "แล้วนายจะจ่ายให้ฉันเท่าไหร่?"

เฉินหมิงคิดถึงเรื่องนี้ครู่หนึ่ง นึกถึงชิเล่ยที่กำลังดูถูกเขา นึกถึงความอ่อนโยนที่หลิงหยูโม่มีต่อชิเล่ยและทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ "พี่ใหญ่ซู ถ้าพี่หักขามันได้ผมจะให้ข้างละ 50,000 และหักมือมันได้ผมจะเพิ่มให้อีกข้างละ 50,000!"

ภายในดวงตาของซูเอ้อดิงเต็มไปด้วยแสงแห่งความโลภ "ถ้าพวกเราหักแขนหักขามันได้ ไม่ใช่ว่าเองต้องจ่ายให้พวกข้าถึง 200,000 เลยงั้นหรอ?"

เฉินหมิงกลืนน้ำลายและพูดด้วยท่างทางชั่วร้ายว่า "ถ้าทำลายขาที่สามของมันได้! ผมจะให้พี่ 300,000!"

"ดี! น้องเฉินตรงไปตรงมาดี! มั่นใจได้เลยว่ามันจะเป็นไปตามที่น้องชายต้องการ!" ซูเอ้อดิงตบไหล่ของเฉินหมิง "น้องเฉิน นายไปนัดไอ้คนที่อยากพวกเราสั่งสอนมา และมาบอกเวลาสถานที่กับพี่ แล้วพวกเราจะทำให้น้องเฉินสมความปรารถนา!"

เฉินหมิงพยักหน้า "ตกลงพี่ใหญ่ซู! เมื่อผมนัดมันออกมาได้ ผมจะติดต่อไปหาพี่!"

ซูเอ้อดิงพยักหน้าอย่างร่าเริง ไม่กลัวเฉินหมิงจะเบี้ยวไม่จ่ายเงิน "เมื่อถึงเวลาแค่โทรหาเรา พวกเราไป!"

ด้านนอกซอย ชิเล่ยกับหลี่ไชรีบวิ่งเข้าไปหลบในร้านเบเกอรี่และเฝ้าดูเฉินหมิงค่อยๆเดินจากไป

หน้าของหลี่ไชซีดขาว "พี่ใหญ่ เราจะทำยังไงกันดี?"

ชิเล่ยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ "ทำอะไร? แค่รอ! พวกเศษเดนพวกนี้ ไม่ใช่คู่มือของพี่ใหญ่คนนี้หรอกใช่ไหม?"

อันที่จริงแล้ว ชิเล่ยเพียงแค่มองพวกที่กำลังคุยกับเฉินหมิงก็จำได้แล้วว่าเป็นแก๊งของซูเอ้อดิงและเอ้อเหมา ครั้งก่อนที่ชิเล่ยพาหลิงหยูโม่มาทารอาหารกัน และได้เจอกับพี่ไทเกอร์กับพรรคพวก พวกเขามีความเคารพต่อชิเล่ยอย่างมาก!

พูดได้เลยว่าเฉินหมิงโชคร้ายอย่างมาก!

ถ้าพวกเขารู้ว่าคนที่เขากำลังมองหาคือชิเล่ย กลัวแค่ว่าเพียงแค่คำพูดของชิเล่ย พวกเขาไม่ร้องไห้หาแม่กันเลยหรือไง?

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด