ตอนที่แล้วตอนที่ 77: การเติบโต
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 79: ครุ่นคิด

เหยินปาเชียนเอียงคอแล้วมองไปที่ผู้ดูแลโกว

 

ทำไมสีหน้าของท่านถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ?

 

ท่านดูเหมือนกำลังโดนบังคับให้กินขี้เลย

 

“แล้วแต่ท่านเลย” เหยินปาเชียนกางแขนแล้วพูดออกมา

 

“ท่านเหยิน..เรื่องอาหารในงานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์น่ะ..” ผู้ดูแลโกวเรียกเขาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ฟังดูตรงไปตรงมามากกว่าเดิม ดูเหมือนว่าอุปสรรคระหว่างพวกเขาก็หายไป

 

“เตรียมอาหารไว้สองชุด ชุดนึงเป็นอาหารปกติ และอีกชุดนึงเป็นอาหารสูตรลับ เมื่อถึงเวลาแล้ว พวกเราจะดูมากันว่าเหล่าผู้มาเยือนจะเติมเต็มความปรารถนาของพระองค์ได้หรือไม่ ถ้าหากพระองค์มีความสุข พวกเราจะไม่ทรมานพวกนั้น แต่ถ้าหากพระองค์ไม่มีความสุข ให้พวกนั้นเลิกหวังที่จะได้กินอาหารดี ๆ ไปได้เลย” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด ทุกคนในห้องครัวหลวงต่างก็พากันหัวเราะ

 

“จะมีผู้คนมาร่วมงานเลี้ยงกี่คน ? โต๊ะนึงมีกี่คน ? โต๊ะนึงจะมีอาหารกี่จาน ?” เหยินปาเชียนถามอีกครั้ง

 

“2 คนต่อ 1 โต๊ะ มีอาหาร 6 จาน แล้วก็..ทุกคนจะได้รับน้ำซุปคนละถ้วย พระองค์ทรงตรัสว่าปีนี้ควรแตกต่างจากปีก่อน ๆ บ้าง” ผู้ดูแลโกวตอบ

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า มันไม่ถือว่ามากมายเท่าไรนัก และมันก็ง่ายมากสำหรับเขาที่จะเตรียมอาหารเลิศรส 6 จานจากเมนูที่มีในประเทศจีน

 

งานเลี้ยงวันเกิดหรืองานแต่งงานโดยทั่วไป จะมีอาหารอย่างน้อย ๆ ก็ 10 จานขึ้นไป

 

อาหารประกอบด้วย หัวสิงห์ซอสน้ำแดง (ลูกชิ้นสี่สุข) หมูสามชั้นผัดเสฉวน (หมูสองไฟ) และอื่น ๆ สิ่งที่เหยินปาเชียนต้องทำก็คือ คัดเลือกอาหารจากกลุ่มอาหารนี้ และอาจรับประกันได้ว่าทุกคนจะต้องกลืนลิ้นของตัวเองขณะที่รับประทานอาหารอยู่

[หัวสิงห์ซอสน้ำแดง (ลูกชิ้นสี่สุข) คือหมูสับทรงเครื่องปั้นก้อนกลมใหญ่ ๆ เป็น 4 ก้อน ต้มในน้ำซุป เป็นอาหารที่มักจะเสิร์ฟในงานเลี้ยง และเป็นหนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อในประเทศจีน โดยเฉพาะในมลฑลเจียงซู โดยหมูสับทรงเครื่อง 4 ก้อนนั้น แต่ละก้อนหมายถึงความสุข โชคลาภ การมีชีวิตยั่งยืน และความปลาบปลื้ม]

 

จากนั้น เหยินปาเชียนก็อยู่ที่ห้องครัวหลวงจนถึงเที่ยงคืน และคัดเลือกอาหาร 8 อย่างให้พ่อครัวในห้องครัวหลวงเพื่อจัดเตรียมอาหาร เมื่อถึงเวลาแล้ว เขาจะต้องคัดเลือกให้เหลือ 6 อย่างจาก 8 อย่างที่พวกเขาฝึกทำ

 

ส่วนเมนูอื่น เหยินปาเชียนได้เตรียมพัฒนาอาหารมืดอย่างละเอียด ในตอนนั้น สิ่งที่เขาต้องทำก็คือเลือก 6 อย่าง และน้ำซุป 1 อย่างสำหรับเมนูนี้

[อาหารมืด คืออาหารที่กำลังจัดทำอยู่ภายใต้สภาวะสุขอนามัยที่ไม่ดี ดูไม่น่ากิน และรสชาติกินไม่ได้ โดยทั่วไป มันเป็นสิ่งที่แทบจะไม่เหมาะสำหรับการบริโภคเลย]

 

หากพวกเขาได้เลือกอาหารประเภทนี้ เหยินปาเชียนมั่นใจว่าเหล่าผู้มาเยือนจะออกจากต้าเย่าไปพร้อมกับประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมได้เลย

 

เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

เขามั่นใจว่าพวกเขาจะรับประทานอาหารมาก่อนที่จะมาร่วมงานเลี้ยงในปีหน้าอย่างแน่นอน

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เหยินปาเชียนนั่งฟังเรื่องโม้หนิงไฉ่เฉิน ดูเหมือนว่าหลังจากที่เดินเร่ร่อนเมื่อวาน หนิงไฉ่เฉินก็ได้ค้นพบว่าเหยินปาเชียนจะยอมฟังเรื่องโม้ เขาเล่าย่อ ๆ เมื่อเหยินปาเชียนมาถึง และพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวตำนานการเดินทางทั้งหมดของเขาจนมาถึงที่นี่อย่างไม่หยุดหย่อน

 

เมื่อฟังทุกเรื่องที่หนิงไฉ่เฉินเล่าแล้ว เหยินปาเชียนก็ค่อนข้างสนใจพวกเขาทีเดียว

 

ตัวอย่างเช่น สภาพท้องถิ่นและประเพณีของแคว้นต่าง ๆ

 

 

 

ในตอนเช้า ฝูงม้าขนาดใหญ่เคลื่อนที่เข้าสู่เมืองหลาน

 

ก่อนอื่น ฝูงม้าและรถม้าได้หยุดลงที่ถนนจิ่งหยาง มีร้านค้า 3 ร้านตั้งอยู่ที่นั่น และประตูไม้ทั้งหมดถูกปิดอยู่

 

ป้ายบอกทางข้างบนเขียนว่า “ภัตตาคารตระกูลว่าน”

 

ชายเคราบางที่สวมชุดผ้าต่วนสีม่วงลงจากรถม้า เขาเก็บมือทั้งสองข้างไว้ข้างหลัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปที่ร้าน 3 ร้านที่ถูกปิดอยู่

 

“ลุงคนที่ห้า นี่คือทรัพย์สินของตระกูลเราในเมืองหลานใช่มั้ย ?” ชายสองคนลงจากรถแต่ละคัน พวกเขาทั้งสองอยู่ในวัย 20 ปี คนนึงดูห้าวหาญ ในขณะที่อีกคนนึงดูมีเสน่ห์

 

“ใช้ได้เลย ครอบครัวของลุงคนที่สามของเจ้าถูกส่งไปเข้าคุก และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราถึงมาที่นี่ในวันนี้” เขาตอบกลับชายที่ถูกเรียกว่าลุงคนที่ห้า

 

“ไอ้พวกป่าเถื่อนเอ๊ย” ชายหนุ่มที่ดูห้าวหาญขุ่นเคืองใจ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

 

“เงียบก่อน ที่นี่ไม่ใช่บ้านของพวกเรานะ เจ้าต้องจำไว้ว่าในขณะที่เจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าสามารถกินทุกอย่างที่เจ้าต้องการได้ แต่เจ้าไม่สามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจของเจ้าได้ ถ้าเจ้าประสบปัญหาที่นี่ ไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้หรอกนะ” ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว

 

“ข้าตระหนักในความผิดพลาดแล้ว” ชายผู้ห้าวหาญรีบกล่าวพร้อมกับก้มหัวลง

 

“พวกเจ้าทั้งสองเข้าใจสิ่งที่พวกเรากำลังจะทำในครั้งนี้หรือไม่ ?” ชายวัยกลางคนถามออกมา

 

“ข้าเข้าใจ ว่าแต่ลุงคนที่ห้า ฉีจี่เซียวเนี่ยงดงามจริงอย่างว่าสินะ ?” ชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ถามออกมา

 

“ยิ่งกว่างดงามซะอีก ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่มายังต้าเย่า ข้าได้เห็นเธอจากที่ไกล ๆ เธอช่างสวยล้ำเลิศจริง ๆ คราวนี้ ข้าพาพวกเจ้าทั้งสองมาพร้อมกับความหวังเพียงน้อยนิด เจ้าสองคนไม่คิดมากเกินไปจะดีกว่านะ ชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์และมีเสน่ห์จากแคว้นต่าง ๆ นั้นมีความตั้งใจราวกับฝูงปลาคาร์พที่เคลื่อนที่ลงไปในลำธารเลยล่ะนะ”

 

ในขณะนี้ กฎระเบียบของแคว้นหยูนนั้นไม่มีระเบียบแบบแผนเลย

 

เผด็จการผู้นั้นเป็นคนโง่เขลาที่ปฏิเสธคนภายนอกทั้งหมด

 

ด้วยคลื่นใต้น้ำที่ปั่นป่วนในตอนนี้ เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวางแผนที่จะล่าถอยไป

 

มหาจักรวรรดิเซี่ยมีตระกูลที่ร่ำรวยและทรงพลังอยู่มากมาย ถึงแม้ว่าจะมีการวางแผนไว้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าครอบครองมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

ถนนของต้าเย่าเส้นนี้เป็นตัวแก้ต่างของพวกเราเอง

 

มีนายพลผู้กล้าหาญและพลทหารที่น่าเกรงขามในต้าเย่าอยู่มากมายไม่ขาดแคลน แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือผู้ที่สามารถปกครองแคว้นได้

 

ถึงผู้ปกครองต้าเย่าคนปัจจุบันจะเป็นผู้หญิง และนางถูกมองว่ายังสาวอยู่ ความมักใหญ่ใฝ่สูงของนางก็เป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

 

ถ้าทั้งสองคนสามารถแสดงความสามารถของพวกเขา และกระตุ้นความสนใจของนางได้ บางทีพวกเขาอาจเป็นที่ยอมรับในต้าเย่าก็ได้นะ

 

น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าลุงคนที่สามของพวกเราได้จัดการเรื่องทรัพย์สินของพวกเราที่นั่นมาหลายปีแล้ว แต่เขาก็มีความโลภตามธรรมชาติอยู่ดี

 

นอกจากความจริงที่ว่าเขาทำลายตัวเองแล้ว เขาก็ทำลายทรัพย์สินของตระกูลของพวกเราด้วย

 

ชื่อเสียงของตระกูลจางของพวกเราที่นี่ถูกเขาทำให้เสื่อมเสีย

 

คราวนี้ เป้าหมายหลักของพวกเราในการมาที่นี่ก็คือ การกู้สถานการณ์ของพวกเราที่นี่

 

ส่วนเรื่องอื่น แค่พวกเราตระหนักถึงมันก็เพียงพอแล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องพัวพันและเรียกร้องอะไรมากนัก

 

“เข้าใจแล้ว ลุงคนที่ห้า พวกเราเชื่อในคำพูดของเจ้า ในตระกูลของพวกเรา การมองการณ์ไกล ความรู้ และประสบการณ์ของลุงคนที่ห้านั้นหาใครเปรียบมิได้เลย พวกเรามีความคิดที่ชัดเจนในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมีข้อสงสัยนิดหน่อย ถ้าหากพวกเรายังอยู่ที่นี่ แล้วถูกคนอื่นค้นพบเข้า พวกเรากลัวว่าพวกเราจะไม่สามารถอธิบายว่าที่นี่คือบ้านน่ะสิ” ทั้งคู่มองตากัน ในขณะที่ชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ตอบกลับ

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักหรอก ตั้งแต่วันแรก ข้าได้พบคนสองคนที่พอจะยอมรับพวกเจ้าทั้งสองคนเป็นสมาชิกของตระกูล ตราบใดที่พวกเจ้าเก็บตัวอยู่ เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนอื่นค้นพบตัว แม้ในกรณีที่ผู้คนได้รับข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นี่ มันก็อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญในการมีชื่อและแซ่เหมือนกัน หรือการมีลักษณะที่คล้ายกันด้วยเหมือนกันนะ เรื่องดังกล่าวสามารถแก้ตัวด้วยตระกูลได้”

 

“ไปกันเถอะ มุ่งหน้าไปยังสำนักหงหลู” ชายวัยกลางคนชี้ไปที่ทั้งสองคน และจบการพูดคุย

 

 

 

เมื่อทั้งสองหนุ่มกลับไปที่รถม้า พวกเขาต่างก็ไม่รู้สึกสงบเลย ทั้งคู่เข้าใจในสิ่งที่ชายวัยกลางคนจะสื่อ เขาต้องการให้พวกเขาวางแผนในการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการในต้าเย่า ถึงแม้ว่าทั้งสองหนุ่มจะไม่ชอบถิ่นทุรกันดาร แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการทำเพื่อวงศ์ตระกูล

 

อย่างไรก็ตาม พวกเขาค่อนข้างอยากรู้ว่าทำไมคนวัยกลางคนถึงอธิบายว่าฉีจี่เซียวนั้นสวยล้ำเลิศจริง ๆ ในโลกนี้ พวกเขาต้องการดูด้วยว่าทำไมองค์จักรพรรดินีของต้าเย่านั้นถูกลุงคนที่ห้ายกย่องเป็นอย่างมาก

 

ฝูงม้าและรถม้ามาถึงสำนักหงหลู เหยินปาเชียนได้รับข่าว และทันใดนั้น เขาก็พาสงผีออกไปกับเขาด้วย เขาเหลือบมองและได้เห็นทั้งสามคนยืนอยู่ที่ประตูพร้อมกับรถม้าห่างออกไปเล็กน้อย

 

ตรงกลางเป็นชายวัยกลางคนที่มีเคราเล็ก ๆ และขัดเกลาอย่างโดดเด่น ชายหนุ่มสองคนข้างหลังนั้นดูดีมากทีเดียว

 

“คนพวกนี้มาที่นี่เพื่อเป็นกับดักความงามเหรอเนี่ย !” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเองพร้อมกับมองดูชายสองคน

 

“คนพวกนี้มาที่นี่เพื่อทำลายแหล่งความเป็นอยู่ของเรา พวกเค้าต้องถูกจัดการ ถึงแม้ว่าไม่ได้รับคำสั่งของพระองค์ก็เถอะ”

 

เหล่าผู้มาเยือนก็งุนงงเมื่อได้เห็นเขา สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ ผู้รักษาการแทนหงหลูคนนี้ไม่ได้เป็นชนเผ่า แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพลเมืองที่หลงเหลืออยู่ของแคว้นเฮ่าด้วย จากรูปลักษณ์ของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่มาจากมหาจักรวรรดิเซี่ยหรือไม่ก็แคว้นหยูน

 

คราวนี้ใครจะเป็นคนเริ่มก่อนดีล่ะ พวกเขามีความคิดนี้เกิดขึ้นในหัว

 

“ข้าควรจะเรียกพวกท่านว่ายังไง ? ท่านมาจากที่ไหน ? ท่านมาที่นี่เพื่ออะไร ?” เหยินปาเชียนถามอย่างใจเย็น

 

“ข้าจางจุนเจิ้ง สองคนนี้เป็นคนของตระกูลข้า จางเหอฉีและจางเหอจู พวกเราได้รับแจ้งว่างานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และได้นำของขวัญมาจากแคว้นหยูนเพื่อแสดงความเคารพ พวกเราควรจะเรียกท่านว่ายังไง ?”

 

“แซ่ของข้าคือเหยิน เหยินปาเชียน ท่านเรียกข้าว่าผู้รักษาการแทนเหยินก็ได้” เหยินปาเชียนยิ้มด้วยความสุภาพ

 

“ใต้เท้าเหยินเป็นชื่อที่ดี การมีโลกอยู่แทบเท้าท่าน ซักวันหนึ่งจะต้องได้รับการเลื่อนขั้นในอาชีพอย่างรวดเร็วแน่นอน” จางเหอจู ชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์กล่าวยกย่อง

 

“ฮ่าฮ่า ข้าไม่คู่ควรที่จะได้รับการยกย่องจากท่านเลยนะ” เหยินปาเชียนยิ้มแบบปลอม ๆ ให้แล้วตอบกลับ ลึก ๆ แล้ว เขาได้คิดกับตัวเอง ทักษะการประจบสอพลอของไอ้หนุ่มคนนี้สุดยอดจริง ๆ เค้าเป็นศัตรูตัวฉกาจ และเราก็ต้องเฝ้าระวังเค้าให้ดี

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...