ตอนที่แล้วตอนที่ 74: นายว่างเปล่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 76: การเดินทางจากที่ห่างไกลหลายไมล์เพื่อมอบศีรษะ

เหยินปาเชียนกลับไปที่สำนักพร้อมกับสงผี เขารู้สึกว่างานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

 

มีเพียงสี่สาวที่แบกเสลี่ยงของนายว่างเปล่าเท่านั้นที่ไม่ธรรมดา ยังไงซะ เป็นก็เรื่องง่ายที่จะพาเขาไปได้ไกลถึงเมืองหลาน

 

เหยินปาเชียนปัดแผ่นทองอยู่ในมือเล่น แต่ละแผ่นดูเหมือนหน้ากระดาษในพ็อกเก็ตบุ๊ค เมื่อมองดูใกล้ ๆ เขาก็ได้รู้ว่าทุกหน้านั้นมีคำศัพท์อยู่ น่าเสียดายที่เขาอ่านไม่ออก

 

เมื่อพวกเขามาถึงทางเข้าสำนักหงหลู พวกเขาก็ได้เห็นชายหนุ่มเสื้อผ้ามอมแมมคนหนึ่งซึ่งกำลังแบกหีบหนังสืออยู่ กำลังคุยอยู่กับฉีเหิงและฉีเซิ่ง

 

หีบหนังสือที่เขาแบกดูคล้ายกับหนิงไฉ่เฉินจากเรื่องโปเยโปโลเย ดูเหมือนในนั้นจะมีคำสอนของลัทธิขงจื้อเป็นตำรา 4 เล่ม และคัมภีร์ 5 เล่มอยู่ในนั้น แถมยังมีหลังคายื่นออกมาจากด้านบนของหีบหนังสือเหนือศีรษะของเขาด้วย มันสามารถป้องกันแสงแดดในวันที่แดดจัด และกันฝนในวันที่ฝนตกได้

 

เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ ทันใดนั้น ฉีเซิ่งก็ก้าวไปข้างหน้า แล้วทำให้ชายหนุ่มคนนั้นหวาดกลัว และทำให้เขาเกือบจะล้มก้นกระแทกพื้นเลยทีเดียว

 

“เกิดอะไรขึ้นหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมาในตอนที่เดินเข้าหาพวกเขา

 

“ท่านผู้รักษาการแทน !” ฉีเหิงและฉีเซิ่งกำมือไว้แล้วกล่าวทักทายเหยินปาเชียนเมื่อพวกเขาเห็นเหยินปาเชียน

 

“มีอะไรรึเปล่า ?”

 

“เค้าบอกว่าเค้ามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์น่ะ” ฉีเหิงตอบ

 

เหยินปาเชียนตรวจสอบชายหนุ่มคนนั้นอย่างใกล้ชิด ชายหนุ่มคนนี้อายุ 16-17 ปี ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์และอ่อนโยน เหยินปาเชียนสงสัยว่าใครกันที่ส่งเด็กแบบนี้ข้ามพรมแดนจากแคว้นหยูนมายังต้าเย่า

 

เขาดูมอมแมมเล็กน้อย เหยินปาเชียนสงสัยว่าเขาไม่ได้ซักชุดมานานแค่ไหนแล้ว เพราะมันปกคลุมด้วยฝุ่น

 

“ท่านคือผู้รักษาการแทนของที่นี่เหรอ ?” ชายหนุ่มนั้นอยากรู้มาก

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วตอบกลับ “ใช่แล้ว ข้าเอง ทำไมรึ ? ข้าดูไม่เหมือนรึไง ?”

 

“ใช่ ท่านดูไม่เหมือนจริง ๆ” ชายหนุ่มตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

“ขืนยังพูดตรง ๆ แบบนี้ต่อไป เจ้าอาจโดนซ้อมได้นะ” เหยินปาเชียนจ้องมองเขาพร้อมกับเอียงคอ

 

“ข้าขอโทษ..ข้าขอโทษ ข้ากำลังจะบอกว่าท่านไม่เหมือนชาวต้าเย่าน่ะ” ชายหนุ่มรีบพูดออกมา

 

“ท่านมาคนเดียวหรอ ?”

 

“ใช่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มตอบกลับ

 

“ตามข้ามา ข้าจะต้องลงชื่อท่านไว้” เหยินปาเชียนกวักมือให้ชายหนุ่มเดินตามเขาไป จากนั้น เขาก็เก็บมือไว้ข้างหลัง แล้วเดินเข้าไปในลาน

 

“ข้าควรเรียกท่านว่ายังไง ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ชื่อของข้าคือไฉ่เฉิน แซ่ของข้าคือหนิง”

 

“หนิงไฉ่เฉินรึ ?” เหยินปาเชียนหัวหมุนทันที หัวของเขาเกือบจะหมุน 180 องศา ทำให้หนิงไฉ่เฉินตกใจ

 

“ใช่ ข้าชื่อหนิงไฉ่เฉิน มีอะไรรึเปล่าท่าน ?”

 

“แล้วเสี่ยวเชี่ยนล่ะ ?” เหยินปาเชียนยิ้มเจื่อน ๆ เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรออกไปดี

 

เมื่อกี้นี้เขาได้พบกับนายไตบกพร่อง ตอนนี้เขาได้พบกับหนิงไฉ่เฉิน ช่างเป็นโลกที่กลมจริง ๆ

 

“ใครคือเสี่ยวเชี่ยนรึ ?” หนิงไฉ่เฉินงงงวย

 

“บางทีท่านอาจจะได้พบเธอในอนาคตก็ได้นะ” เหยินปาเชียนพูดเพิ่มเติม

 

เมื่อเขากลับเข้าไปในห้อง ก็มีชิ้นส่วนโต๊ะที่แตกเป็นชิ้น ๆ กระจายเต็มพื้นไปหมด

 

“กรอกข้อมูลลงในนี้ เขียนชื่อ บ้านเกิด ภูมิหลังครอบครัว อาชีพ ที่พักอาศัยหากมีการจัดไว้ และจุดประสงค์ในการมาที่นี่ลงไป” เหยินปาเชียนยื่นกระดาษให้เขา แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

ภายในระยะเวลาอันสั้น เหยินปาเชียนก็ได้รับกระดาษจากหนิงไฉ่เฉินแล้วอ่านผ่าน ๆ เป็นไอ้หนุ่มจากมหาจักรวรรดิเซี่ยอีกแล้ว

 

 

 

หลังจากที่เก็บกระดาษแล้ว เหยินปาเชียนก็พาเขาไปที่ห้องของเขา

 

ในระหว่างทาง เหยินปาเชียนได้สอบถามหนิงไฉ่เฉินเกี่ยวกับการเดินทางของเขา เขาอยากรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกต้าเย่าเป็นอย่างมาก

 

เมื่อได้ยินคำถามนี้ หนิงไฉ่เฉินก็เริ่มคุยจ้ออย่างไม่รู้จบ เขาพูดคุยอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับการเดินทางของตัวเองโดยน้ำลายกระเด็นไปทั่ว เขาอธิบายการเดินทางของเขาราวกับเป็นเรื่องไซอิ๋ว ทั้งยากลำบากและแสนอันตราย

 

“ท่านจะต้องประหลาดใจหลังจากได้ฟังเรื่องนี้แน่ มีอยู่วันนึงที่ข้าอาศัยอยู่ในภูเขาลึก ที่นั่นน่ะ ข้าเห็นนกตัวใหญ่โตมโหฬาร ตัวใหญ่จนบดบังก้อนเมฆและดวงอาทิตย์ไว้เลยล่ะ ทุกครั้งที่มันกระพือปีกปีก มันแทบจะพัดข้าตกภูเขาอยู่แล้ว ข้าถึงกับต้องกอดต้นไม้โบราณร้อยปีเพื่อความปลอดภัยล่ะนะ ในตอนนั้น ข้ากลัวมากจนหัวใจแทบจะพุ่งออกมาจากหน้าอกเชียวล่ะ ข้าไม่เคยคิดเลยนะว่าจะมีสัตว์ประหลาดแบบนั้นในโลกนี้ด้วย มันได้ขยายขอบเขตความรู้ของข้าให้กว้างออกไปมาก ในอนาคต ข้าว่าจะกลับไปยังที่แห่งนั้น แล้ววาดภาพสิ่งมีชีวิตนั่นเพื่อให้ทุกคนในโลกได้รู้จักมัน”

 

“แล้วยังมีวันนึงที่ข้าใช้เวลาช่วงกลางคืนอยู่ในวัดโบราณ ในช่วงกลางดึก หญิงสาวคนหนึ่งก็มาที่วัดทันที เธอบอกกับข้าว่าเธอหลงเวลาในขณะที่เดินผ่านภูเขาอย่างช้า ๆ เพราะงั้น ข้าก็เลยแบ่งอาหารบางส่วนให้กับเธอ จากนั้น เธอก็ต้องการขอบคุณข้าโดยเชิญชวนให้ข้าไปพักผ่อนที่บ้านของเธอ ในตอนนั้น ข้ารู้สึกเหนื่อยล้ากับการเดินทางมาหลายวัน นอกจากนี้ เธอยังบอกอีกว่าบ้านของเธออยู่ไม่ไกลจากวัด เพราะงั้น ข้าก็เลยตัดสินใจตามเธอไปที่บ้านของเธอ… เช้าวันรุ่งขึ้น พอข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็รู้ตัวว่าบ้านนั้นหายไป และข้าก็นอนอยู่ใจกลางสุสานโบราณ…”

 

“แล้วยังมีอีกช่วงนึงที่ข้าเผชิญหน้ากับกลุ่มโจร พอพวกมันเห็นความสกปรกมอมแมมของข้า พวกมันก็จับตัวข้าไว้แล้วพาข้าขึ้นไปบนภูเขา น่าประหลาดใจที่ราชาแห่งภูเขานั้นเป็นหญิงสาว เธอมีอายุเพียงแค่ 28 ปี ยังไม่ได้แต่งงาน แถมเธอยังดูสวยโดดเด่นเลยล่ะ เมื่อเธอเห็นว่าข้าเป็นนักเรียน และความอ่อนโยนของผิวข้า เธอก็ต้องการที่จะแต่งงานกับข้า และแล้ว ข้าก็ยอมตกลงแต่งงานหวังเอาชีวิตรอด ตอนที่พวกนั้นกำลังเตรียมจัดงานแต่งงาน ข้าก็หลบหนีออกมา ตอนนี้ข้าก็ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ข้าเองก็รอดมาได้หวุดหวิดเลยนะ…”

 

เหยินปาเชียนตกใจอยู่หลายครั้ง เขาต้องยอมรับว่าหนิงไฉ่เฉินนั้นมีศิลปะในการเล่าเรื่องดีกว่าเขา ภายในหน้าตาที่ดูอ่อนเยาว์และอ่อนโยนของเขา เขาช่างเป็นคนที่ช่ำชองในการคุยโม้โอ้อวดจริง ๆ

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าถ้าหากหนิงไฉ่เฉินไม่ได้มีทักษะในการพลิกแพลงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ล่ะก็ เขาก็คงจะทำให้เมืองหลานอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้หรอก

 

ระหว่างเส้นทางใกล้ ๆ จากสำนักหงหลูไปยังที่พักของหนิงไฉ่เฉิน เหยินปาเชียนไม่อาจหักห้ามความสนใจได้เลย หลังจากได้ฟังเรื่องราวความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญในการเดินทางของเขา

 

มันน่าประทับใจมากที่เขาได้ล้มเลิกการแต่งงานกับราชินีคนสวยวัย 28 ปีแห่งฐานที่มั่นในภูเขา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี

 

ที่พักของหนิงไฉ่เฉินได้แบ่งกับลานของนายว่างเปล่า

 

“ท่านจะได้อยู่ที่นี่ซักพักนะ” เหยินปาเชียนบอกกับหนิงไฉ่เฉิน

 

“ขอบคุณมาก ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านยังไงให้พอกับทุกสิ่งที่ท่านทำ” หนิงไฉ่เฉินกล่าว ดูเหมือนว่าเขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้คุยโม้ต่อ

 

“มันเป็นส่วนหนึ่งของงานของข้าน่ะ ถ้ามีอะไรล่ะก็ ท่านสามารถมาหาข้าที่สำนักหงหลูได้ ถ้าหากว่าข้าไม่อยู่ล่ะก็ ท่านเรียกหาคนอื่นก็ได้” เหยินปาเชียนเตือนหนิงไฉ่เฉิน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถต่อสู้ได้ดีเท่าไรนัก

 

แน่นอนว่ามันอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ การพลิกแพลงเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้เขาเดินทางมาไกลโดยไม่ต้องเผชิญกับอันตรายเลย หนิงไฉ่เฉินผู้นี้อาจเป็นสุดยอดในการปลอมตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือก็เป็นได้

 

เมื่อโบกมือให้หนิงไฉ่เฉินแล้ว เหยินปาเชียนและสงผีก็เดินผ่านลานที่นายว่างเปล่าพักอาศัยอยู่ข้างในแล้วมองเข้าไปด้านใน เสลี่ยงยังคงอยู่ตรงนั้น แต่สี่สาวก็หายไปแล้ว ทุกคนน่าจะอยู่ในบ้าน

 

 

 

เมื่อกลับมาที่สำนักหงหลู เหยินปาเชียนก็ไม่พบปัญหาอะไรอีก เขานั่งท่องบทกวีจนกระทั่งท้องฟ้ามืดลง เมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาก็เมินสงผีแล้วไปที่ร้านขายยาเฉินเพียงลำพัง

 

ตอนนี้เขากำลังสวมชุดข้าราชการอยู่ เขาจะไม่ประสบปัญหาบนถนน

 

ตราบใดที่เขาสวมชุดนี้ เขาก็คือข้าราชการของต้าเย่า แม้กระทั่งชนเผ่าก็จะปฏิบัติกับเขาเหมือนพวกเดียวกันหากเขาสวมชุดนี้

 

ตอนนี้เหยินปาเชียนสามารถเดินเล่นบนท้องถนนได้โดยไม่ต้องมีบอดี้การ์ดตัวสูงร่างกำยำสองคนอยู่ข้าง ๆ แล้ว เขารู้สึกค่อนข้างพอใจและผ่อนคลาย

 

มีคนในร้านขายยาเฉินไม่ค่อยเยอะ เมื่อเฉินจี่เซิงเห็นเหยินปาเชียน เขาก็ดูตกใจเล็กน้อย “ท่านเหยินได้เป็นข้าราชการของต้าเย่าแล้วเหรอเนี่ย ?”

 

“เป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราวในสำนักหงหลูน่ะ” เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ

 

“ตำแหน่งของชุดของท่านคือตำแหน่งสำรองระดับ 6 ข้าคิดว่าไม่ได้เป็นแค่ตำแหน่งชั่วคราวแล้วล่ะ” เฉินจี่เซิงหัวเราะเบา ๆ

 

เหยินปาเชียนรู้ว่าตำแหน่งของผู้รักษาการแทนหงหลู คือตำแหน่งพื้นฐานระดับ 6 เมื่อเขาเห็นว่าเฉินจี่เซิงสามารถบอกตำแหน่งของเขาได้จากชุดของเขาเพียงแค่เหลือบมอง เขาก็รู้ว่าทุกตำแหน่งได้ระบุในชุดข้าราชการเฉพาะ

 

“คำพูดของท่านมีประโยชน์ยิ่งนัก” เหยินปาเชียนกำมือไว้แล้วตอบกลับ

 

เขารู้ในสิ่งที่ประชาชนทุกคนในเมืองหลานรู้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

 

ในอนาคต เขาก็จะระบุตำแหน่งของข้าราชการคนอื่นได้ง่ายขึ้น

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...