ตอนที่แล้วตอนที่ 72: สงผี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 74: นายว่างเปล่า

กู่โซ่วโยนชุดข้าราชการให้เหยินปาเชียน ถ้าคนอื่นสวมมัน ก็อาจพอดีตัวหรือไม่ก็หลวมเล็กน้อย แต่ถ้าเหยินปาเชียนสวมมันเข้า มันจะดูใหญ่มากสำหรับตัวเขาเอง

 

เหยินปาเชียนถือชุดไว้ในมือ แล้วเตรียมหาช่างตัดเสื้อเพื่อปรับแก้ชุด

 

แรกเริ่มเดิมที เถิงหูหลุและเถ่เตาเป็นเหมือนบอดี้การ์ดร่างยักษ์ 2 คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา แต่เมื่อเทียบกับสงผี พวกเขากลับดูเล็กไปเลย เมื่อพวกเขายืนอยู่หน้าสงผี พวกเขาก็ยังต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา

 

ถึงแม้ว่าเถิงหูหลุและเถ่เตาจะมีร่างกายที่ใหญ่โต แต่ความสูงของพวกเขาน้อยกว่า 175 เซนติเมตร ค่อนข้างใกล้เคียงกับเหยินปาเชียน แต่ทว่า ร่างกายของพวกเขามีกล้ามเนื้อและหนักกว่าเหยินปาเชียน มีน้ำหนักอย่างน้อย 120 กิโลกรัม

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสงผีแล้ว พวกเขาก็ดูเหมือนลูกไก่ที่บอบบางและละเอียดอ่อน

 

เหยินปาเชียนสะกิดแขนท่อนบนของสงผี มันรู้สึกราวกับว่าแขนของเขาทำมาจากเหล็กอย่างไรอย่างนั้น

 

“ใต้เท้าเหยิน คนนี้คือ..?” เถิงหูหลุกับเถ่เตาถามออกมา

 

“ชายคนนี้คือสงผี ต่อจากนี้ไปเค้าจะติดตามข้า ทั้งสองคนกลับไปก่อนก็ได้” เหยินปาเชียนพูดออกมา “จัดการกับหนังสัตว์เหล่านั้นด้วย ข้ายังต้องการมันอยู่”

 

เถิงหูหลุและเถ่เตาต่างพยักหน้า ในตอนแรก ทั้งสองคนเป็นคนของสวนสัตว์ พวกเขาได้ติดตามเหยินปาเชียนไปทุกวัน เพราะเขาอาจประสบปัญหาได้อย่างง่ายดายถ้าหากเขาไปที่เมืองเพียงลำพัง การที่มีสงผีตามไปด้วยแล้ว ทำให้ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป

 

“พวกท่านส่วนใหญ่ทำอะไรในสำนักหรอ ?” เหยินปาเชียนถามสงผีหลังจากเถิงหูหลุและเถ่เตาจากไป

 

“ส่วนใหญ่ก็กิน นอน แล้วก็ฝึกฝนทักษะของพวกเราน่ะ” สงผีตอบด้วยปากใหญ่ ๆ ของเขา

 

“ฝึกทักษะของพวกท่านหรอ..? ทักษะอะไรล่ะนั่น ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความอยากรู้และความตื่นเต้น

 

“ท่านจะได้รู้เมื่อถึงเวลา” สงผีพาเหยินปาเชียนมาหมู่บ้าน หลังหมู่บ้านมีสนาม ในตอนนี้ มีคน 5-6 คนอยู่ในสนาม บางคนกำลังฝึกเทคนิคการเตะต่อย การเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทรงพลัง และโหดเหี้ยม มีคนนึงกำลังยกก้อนหิน ก้อนหินนั้นดูเหมือนจะมีน้ำหนัก 120 กิโลกรัม คนคนนี้ยกขึ้นและวางลงกับพื้น ทำซ้ำวนไปซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อเหยินปาเชียนมาถึง คนคนนี้ก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เขาทำซ้ำอย่างนี้ 30 ครั้ง เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าเขาได้ทำซ้ำมาแล้วกี่ครั้ง

 

“ปกติแล้วท่านทำอะไรหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา เขาค่อนข้างอยากรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของสงผี อย่างไรก็ตาม ชาวต้าเย่าที่มีรูปร่างเหมือนเขามีน้อยมาก ความแข็งแกร่งของคนเราอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดตัว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสงผีถูกกู่ต้าสงสั่งให้ติดตามเขาเป็นพิเศษ เขาจึงสันนิษฐานว่าความแข็งแกร่งของเขาต้องอยู่ในระดับสูงสุดอย่างแน่นอน

 

“ใต้เท้าเหยิน ข้าคิดว่ามันจะดีกับท่านมากกว่าที่ท่านจะมองจากขอบสนาม ข้าไม่อยากทำให้ท่านเจ็บตัว” สงผียิ้มออกมา ข้างหน้าเขา มีหินขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่ 10 ตารางเมตร เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วโอบมันด้วยแขนของเขา ด้วยเสียงคำราม เขายกหินขึ้นมาที่ระดับสายตา จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ วางมันลง และยกมันขึ้นมาอีกครั้ง ทำซ้ำวนไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

ปากของเหยินปาเชียนอ้าปากค้าง เขาตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

 

ก้อนหินขนาดใหญ่หนักประมาณ 2 ตัน เค้ายกมันขึ้นได้ยังไงเนี่ย ?

 

นอกจากนี้ สงผีก็สามารถยกขึ้นและวางลงวนไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้น สงผีก็คำรามออกมา แล้วโยนหินขึ้นไปข้างบน 3 เมตร

 

“เชี่ย !” เหยินปาเชียนอุทานออกมาในที่สุด

 

ถ้าหินก้อนนั้นตกใส่คนธรรมดา คนคนนั้นจะถูกบดจนละเอียดโดยสมบูรณ์

 

เหยินปาเชียนยังคงยอมรับได้ถ้าหินที่ถูกโยนมามีน้ำหนัก 180 กิโลกรัม

 

แต่ทว่า หินนั้นมีน้ำหนัก 2 ตัน ซึ่งหนักประมาณน้ำหนักของรถเลยทีเดียว

 

สงผีสามารถแบกมันได้อย่างสงบและเรื่อยเฉื่อย ขาของเขางอเล็กน้อย แสดงท่าในการลดการกระแทก หลังจากนั้น เขาก็โยนมันขึ้นไปข้างบนและแบกมันไว้อีกครั้ง

 

เมื่อคนที่ยกดัมเบลล์หินเห็นสิ่งที่สงผีทำ เขาจะหยุดสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ อย่างไรก็ตาม ดัมเบลล์หินที่เขายกยกน้ำหนักเพียง 120 กิโลกรัม ในขณะที่ของสงผีมีน้ำหนัก 2 ตัน หากเป็นเช่นนั้น จุดประสงค์ในการยกก้อนหินขึ้นลงอย่างต่อเนื่องคืออะไร ? มีแต่จะทำให้ตัวเขาเองลำบากเปล่า ๆ

 

“เอาล่ะ ท่านหยุดได้แล้ว” เหยินปาเชียนตะโกนอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูวิธีการฝึกของสงผี เขาก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เขารู้สึกว่าพิซซ่าอบใหม่จะปรากฏตรงหน้าเขาไม่ช้าก็เร็ว

 

ถ้าหากผิวของสงผีมีสีเขียวล่ะก็ เขาจะดูคล้ายกับเดอะฮัลค์เลยล่ะ

 

เมื่อสงผีได้ยินเสียงของเหยินปาเชียน เขาก็หันไปทางซ้าย เขาไม่ได้สนใจที่จะรับหินซึ่งกระแทกลงกับพื้นดินอย่างหนัก และทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

 

“ไปแก้ชุดข้าราชการกันเถอะ” เหยินปาเชียนจ้องไปที่สงผี ถึงแม้ว่าหลังจากที่โยนและรับก้อนหินที่มีน้ำหนัก 2 ตันสักสองสามครั้งได้ แต่เหงื่อของเขาก็ไม่ออกเลย

 

ในตอนนี้เหยินปาเชียนมีสงผีคอยติดตาม เขาไม่กลัวใครมาชนเขาอีกแล้ว การมีไอ้หนุ่มร่างยักษ์อย่างสงผีอยู่เบื้องหลังเขา ทำให้ไม่มีใครหน้ามืดตามัวพอที่จะมาชนเข้ากับเขา

 

ร่างกายของสงผีค่อนข้างข่มขู่แม้แต่คนต้าเย่าก็เถอะ ทุกที่ที่เขาเดินไป เขาจะได้รับความสนใจ

 

 

 

เขตจูเหลียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยสำนักงานของรัฐ มีที่อยู่อาศัยและร้านค้าเป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้น เหยินปาเชียนจึงพาสงผีไปยังเขตโกวเจียไจ้ ที่โกวเจียไจ้มีที่อยู่อาศัยมากกว่า และน่าจะง่ายสำหรับเขาที่จะหาร้านตัดเสื้อ

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนเดินเท้าอยู่บนถนนสายหลักของเขตโกวเจียไจ้ เขาก็เห็นร้านน้ำแข็งใสของเขา มีคนหลายคนนั่งอยู่ในนั้น ทุกคนกำลังรับประทานน้ำแข็งใสเพื่อบรรเทาความร้อนในช่วงฤดูร้อน ตอนนี้เพิ่งจะเป็นช่วงบ่าย จะมีลูกค้าเยอะถ้าเป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ

 

“ชิงซาน !” เหยินปาเชียนตะโกนออกมา

 

“อ้าว ใต้เท้าเหยิน !” ฉีชิงซานเงยหน้าขึ้นแล้วก็ตะโกนออกมา เสียงอันดังของเขาทำให้ฝุ่นละอองตกลงมาจากหลังคาของร้านน้ำแข็งใส

 

“เบาเสียงลงหน่อย อย่าพูดเสียงดังมากนักสิ” เหยินปาเชียนลูบหูแล้วพูดออกมา “ข้าขอน้ำแข็งใส 2 ถ้วย ผลไม้เอาอะไรก็ได้” จากนั้น เหยินปาเชียนก็หาโต๊ะว่างแล้วนั่งลง

 

“นั่งตรงนี้เลย” เหยินปาเชียนตบม้านั่งว่างด้านข้างเขาแล้วพูดออกมา

 

“ข้าขอยืนก็แล้วกัน” สงผีส่ายหน้าแล้วตอบกลับ

 

“นั่งลง นี่คือคำสั่ง” เหยินปาเชียนยืนกรานให้สงผีนั่งลง มันไม่สมเหตุสมผลเลยกับการที่สงผีจะยืนในขณะที่เขานั่งอยู่ เขายังต้องการให้สงผีปกป้องเขาในอนาคต

 

เมื่อเห็นการยืนกรานของเหยินปาเชียนแล้ว สงผีก็ค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้

 

“โป๊ะ”

 

ม้านั่งทรงสี่เหลี่ยมหัก

 

สงผีก้าวออกอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเกาหัวแล้วพูดออกมา “ข้าคิดแล้วว่ามันจะดีกว่าที่ข้าจะยืนต่อไป”

 

เหยินปาเชียนพูดไม่ออก

 

ดูเหมือนว่าในอดีตสงผีได้พังม้านั่งมาแล้วหลายตัว เขาจึงมีประสบการณ์ในเรื่องนี้

 

เมื่อมองไปที่ขนาดตัวของสงผี เหยินปาเชียนก็เรียกฉีชิงซานอีกครั้ง “เอาน้ำแข็งใสอีกหนึ่งถ้วย”

 

เมื่อน้ำแข็งใสถ้วยที่สามมาเสิร์ฟแล้ว เหยินปาเชียนก็เลือกท็อปปิ้งรสชาติที่เขาชื่นชอบ แล้วยื่นอีกสองถ้วยให้กับสงผี “นี่คือน้ำแข็งใสสองถ้วยสำหรับท่าน อย่ารีบกินมากนักล่ะ”

 

เหยินปาเชียนเห็นว่าสงผีนั้นบื้อเล็กน้อย เขามีพฤติกรรมค่อนข้างคล้ายคลึงกับถงเจี่ย

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนกินน้ำแข็งใสไปได้ครึ่งถ้วย สงผีก็กินน้ำแข็งใสหมดทั้งสองถ้วยแล้ว เขากำลังเลียริมฝีปากด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ

 

“เย็นดีจัง” สงผียิ้มเจื่อน ๆ

 

เหยินปาเชียนรีบกินน้ำแข็งใสที่เหลืออยู่ให้หมด จากนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วตะโกนเรียกฉีชิงซาน “ชิงซาน ท่านรู้มั้ยว่าข้าสามารถหาร้านตัดเสื้อได้ที่ไหน ?”

 

“เดินเข้าไปในซอย 300 ก้าว แล้วท่านจะเจอเอง”

 

“งั้นข้าขอตัวก่อน” เหยินปาเชียนบอกฉีชิงซาน จากนั้นเขาก็พาสงผีไปตามทางที่ฉีชิงซานชี้ไป และแล้ว เขาก็เห็นซอยอยู่ทางขวามือ ซอยนั้นมีความกว้างเพียง 2 เมตร มีบ้านไม้เรียงรายตลอดสองฝั่ง

 

 

 

เหยินปาเชียนและสงผีเดินเข้าไปในซอย แต่ทว่า เมื่อเดินไปได้สักพัก พวกเขาก็ยังไม่เห็นป้ายบอกทางเลย

 

“ท่านครับ ท่านพอจะบอกข้าได้มั้ยว่าร้านตัดเสื้ออยู่ตรงไหน ?” เหยินปาเชียนถามชายร่างโตที่ออกมาจากบ้านของเขาเพื่อเทน้ำ

 

“เจ้าเดินผ่านมาแล้ว อยู่ตรงนั้นไงล่ะ” ชายคนนั้นเหลือบมองมาที่เหยินปาเชียน มองมาที่สงผี แล้วก็ชี้ไปทางข้างหลังพวกเขา

 

เหยินปาเชียนหันไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าร้านตัดเสื้ออยู่ตรงไหน มันอยู่ตรงประตูที่สามจากทางเข้าซอย

 

“ขอบคุณครับท่าน” เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ จากนั้นเขาก็พาสงผีไปที่บ้านหลังนั้น

 

ชายร่างโตมองไปที่มุมมองด้านหลังของทั้งสองร่างแล้วเกาหัว มันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้เห็นชาวต้าเย่าเดินตามหลังชาวต่างแคว้น นอกจากนี้ ด้วยร่างกายของชายชาวต้าเย่าคนนั้น เขาอาจเป็นนักรบที่น่าสะพรึงกลัวถ้าหากเขาเข้าร่วมกองทัพก็เป็นได้

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...