ตอนที่แล้วตอนที่ 71: ฉีปาตรงทางเข้าสำนักงานการต่างประเทศ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 73: นักรบที่น่าสะพรึงกลัว

ในขณะที่เหยินปาเชียนเดินเข้าไปในลาน ชายร่างโตที่มีดวงตาสีทองแดงและผมสั้นเกรียนได้คว้าไหล่เขาไว้

 

เหยินปาเชียนมองหน้า

 

“นับจากนี้ไป ข้าคงต้องหวังพึ่งเจ้าแล้วล่ะนะ” ชายร่างโตพูดออกมาพร้อมกับเขย่าไหล่ของเหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าคำพูดของเขาดูแปลก ๆ ราวกับเป็นคำสั่งเสียอย่างไรอย่างนั้น

 

ชายร่างโตหัวเราะออกมาเต็มที่ “ข้าไม่ต้องการเจรจากับพวกเวรนั่นอีก ยังไงข้าก็ต้องการบดขยี้พวกแม่งให้ตายอยู่แล้ว”

 

เขาดูมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหยินปาเชียนนึกถึงคนที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกทันทีหลังจากต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

 

เหยินปาเชียนจ้องมองเขาด้วยแววตา

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชายคนนี้จะต้องเป็นผู้รักษาการแทนหงหลูคนเดิมที่มีข้อร้องเรียนเรื่องการหักขาของชายทั้งสี่คนเป็นแน่แท้

 

เหยินปาเชียนสงสัยว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกลำบากมากในการเจรจากับชาวต่างแดนในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในสำนักหงหลู

 

ชายร่างโตยังคงหัวเราะอยู่เป็นเวลานานก่อนที่จะตบไหล่ของเหยินปาเชียนอีกครั้ง “ท่านกู่กำลังรอเจ้าอยู่ มุ่งหน้าไปที่สำนัก แล้วเลี้ยวขวาไปทางอาคารหลังใหญ่ที่สุดที่อยู่ข้างใน”

 

หลังจากนั้น ชายร่างโตก็เดินออกไปพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น

 

 

 

เหยินปาเชียนเดินไปตามทาง เขาเดินผ่านอาคารแถวก่อนที่จะเห็นแถวที่สั้นกว่า ทางด้านขวาคืออาคารหลังใหญ่ที่สุด ประตูได้เปิดกว้างไว้

 

“ใต้เท้ากู่” เหยินปาเชียนบอกให้เถ่เตากับเถิงหูหลุรออยู่ข้างนอก ในขณะที่เขาเดินเข้าไปที่ประตูหน้าแล้วตะโกนออกมา

 

กู่ต้าสงกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะโดยเอาขาพาดไว้บนนั้น นอกเหนือจากเท้าทั้งสองข้าง ทั้งโต๊ะก็ว่างเปล่า

 

“เข้ามาเลย” กู่ต้าสงเงยหน้าขึ้นแล้วโบกมือเรียกเหยินปาเชียน

 

“เจ้าน่าจะได้พบกับฉีจี้แล้วใช่มั้ย ?”

 

“ข้าคิดว่าใช่นะ” เหยินปาเชียนให้ความเห็นว่าชายร่างโตคนเมื่อกี้น่าจะเป็นฉีจี้

 

“อืมม ครั้งนี้เค้ารอดตัวไปแล้ว ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ หลังจากที่กลุ่มคนเหล่านี้ออกไป เจ้าก็จะได้รับหน้าที่ตรงนี้ ข้าต้องการเพียงอย่างเดียว คือไม่ให้พวกนั้นมารบกวนข้า นอกจากนี้ เจ้าสามารถจัดการกับคนพวกนั้นได้ตามต้องการ เจ้าอัดพวกมันให้เละได้เลยถ้าหากเจ้ารู้สึกไม่พอใจ ตราบใดที่เจ้าไม่ฆ่าพวกมันล่ะก็นะ” กู่ต้าสงโยนเหรียญลงบนโต๊ะ

 

เหยินปาเชียนพูดไม่ออก เขาหยิบเหรียญขึ้นมา

 

“ส่วนชุดข้าราชการของเจ้า ไปให้กู่โซ่วแก้ชุดซะ ส่วนคนงาน เพียงแค่จับตัวคนอู้งานที่เจ้าเจอในลานก็พอ สิ่งที่ข้าขอคือต้องไม่รบกวนข้า” กู่ต้าสงยิ้มกว้างพร้อมกับเน้นย้ำความต้องการเฉพาะของตัวเอง

 

สิ่งที่เหยินปาเชียนควรทำคือพยักหน้ายอมรับ

 

ดูเหมือนเค้ากำลังโยนงานทุกอย่างให้เราเลยนะ

 

ข้าราชการของต้าเย่าช่างแตกต่างจากข้าราชการเจ้าเล่ห์ของแคว้นอื่นจริง ๆ

 

“ใต้เท้ากู่ ข้าขอถามเรื่องวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์หน่อยได้มั้ย ? อีกกี่วันจะถึงวันนั้นเหรอ ?” เหยินปาเชียนกำมือแล้วถามออกมา

 

“อีกแค่ 22 วัน ชาวต่างแดนน่าจะมาถึงภายใน 1-2 วัน พวกเค้าส่วนหนึ่งจะอยู่กับฑูตของแคว้นตน หรือไม่ก็จัดเตรียมสิ่งจำเป็น เจ้าจะต้องจัดการกับพวกที่เหลือ”

 

“ข้าควรจะจัดให้พวกเค้าอยู่ที่ไหน ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

เพื่อที่จะวางแผน จะต้องจัดหาที่อยู่ก่อน

 

“ไปหากู่โซ่ว แล้วเค้าจะบอกเจ้าว่าควรจะพาพวกเค้าไปที่ไหน” กู่ต้าสงตอบ

 

“ถ้าพวกเค้าพยายามที่จะเริ่มทำอะไรให้เกิดความโกลาหลล่ะ…”

 

“เตะใครก็ได้ที่เจ้าต้องการ ต่อยใครก็ได้ที่สมควรโดน พวกมันตัดสินใจมากันเอง ไม่มีใครร้องขอให้มาซักหน่อย” กู่ต้าสงขัดจังหวะ

 

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขาแล้ว เหยินปาเชียนตัดสินใจว่าเขาจะทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดไว้เมื่อถึงเวลา

 

“คำถามสุดท้าย ใต้เท้ากู่ แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นสุดยอดล่ะ ? ลูกน้องของท่านยังขาดทักษะที่จะเอาชนะได้ทุกคน” เหยินปาเชียนถามออกมา เขาไม่ค่อยยินดีกับความคิดที่จะให้เล่นงานพวกเขาให้ถึงตายแล้วให้องค์จักรพรรดินีเป็นคนฝังพวกเขาเท่าไรนัก

 

กู่ต้าสงจ้องมองเหยินปาเชียนด้วยความสงสัย

 

เท่าที่ดูแล้ว เขาค่อนข้างอ่อนแอและไม่สามารถต่อสู้ได้เลย องค์จักรพรรดินีคงจะไม่ส่งคนอ่อนแอมาที่นี่หรอกนะ ?

 

นอกจากนี้ เขายังเป็นนักเล่าเรื่องของพระราชวังชิงซินอีกด้วย

 

หญิงสาวคนนั้นมีพลังมหาศาลจริง ๆ

 

“รอก่อน” กู่ต้าสงลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู เขาผลักเหยินปาเชียนเบา ๆ ในขณะที่เขาเดินผ่านไป เกือบจะทำให้เขาพลิกตัว 360 องศาเลยทีเดียว

 

“ทำไมเจ้าถึงมีกำลังวังชาน้อยนักล่ะ” กู่ต้าสงทำให้เหยินปาเชียนสับสน

 

เหยินปาเชียนถูกกู่ต้าสงเหวี่ยงไปมาหลายก้าวโดย เขาถอนหายใจพร้อมกับมองดูสีหน้าที่สับสนจากใจจริงของกู่ต้าสง

 

กู่ต้าสงเดินไปที่ประตูแล้วตะโกนออกไป “สงผี มึงมานี่เดี๋ยวนี้”

 

น้ำเสียงช่างประหลาดอะไรเช่นนี้ มันเป็นเสียงที่สั่นสะเทือนได้ทั้งท้องฟ้าและพื้นดิน ทำให้ทั้งสำนักหงหลูสั่นสะเทือน

 

“หัวหน้า..ข้ามาแล้ว..ข้ามาแล้ว” เสียงอันมุ่งมั่นยิ่งใกล้เข้ามาอีก

 

เจ้าของเสียงยืนอยู่ที่ประตู เขาบดบังแสงแดดที่สาดเข้ามาครึ่งหนึ่ง เหยินปาเชียนรู้สึกราวกับว่ามีกำแพงปรากฏขึ้นที่ทางเข้าออกขณะที่ห้องมืดลง

 

คนที่ยืนอยู่ตรงประตูเป็นชายตัวสูงซึ่งมีความสูงมากกว่า 2 เมตร เขาหัวโล้น เปลือยครึ่งร่าง และนุ่งผ้าขาวม้า ร่างที่ฉีกขาดอย่างน่าเหลือเชื่อของเขาเต็มไปด้วยรอยเฉือนของสัตว์ป่า

 

ร่างกายของกู่ต้าสงเหมือนกับหมี แต่ชายที่ยืนอยู่ตรงประตูก็มีขนาดตัวใหญ่กว่าอย่างน้อยเท่าตัว ชื่อสงผีนั้นเป็นไปตามชื่อของเขาจริง ๆ ซึ่งชื่อของเขามีหมายความว่าหมีสีน้ำตาล หมีสีน้ำตาลเป็นหนึ่งในสายพันธุ์หมีที่ใหญ่ที่สุด

 

เมื่อเทียบกับชายคนนี้ ผู้ดูแลฉีมีความแข็งแกร่งพอ ๆ กับลูกเจี๊ยบเท่านั้น

 

“สงผี คนนี้คือผู้รักษาการแทนคนใหม่ล่าสุดของสำนักเรา เจ้าจะต้องติดตามเค้าไปในวันต่อไป แล้วก็จัดการใครก็ตามที่เค้าบอกให้เจ้าเล่นงานมัน”

 

“โอ้ว สวัสดีผู้รักษาการแทน” สงผีกล่าวทักทายพร้อมกับค่อย ๆ กำมือ เสียงของเขาค่อนข้างซึมและฟังดูค่อนข้างใสซื่อพอควร

 

เหยินปาเชียนก้าวไปด้านข้างกู่ต้าสงเพื่อดูขนาดตัวของสงผี แขนของสงผีใหญ่เกือบเท่าเอวของเหยินปาเชียน

 

เขาให้ความรู้สึกเหมือนคิงคองเพียงแค่ยืนนิ่ง และบดขยี้คนอื่นด้วยการปรากฏตัวของเขา

 

เมื่อได้เห็นรอยแผลเป็นของเขาใกล้ ๆ ทำให้รู้สึกน่าหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก

 

หากความสามารถในการต่อสู้ของนักสู้ถูกตัดสินด้วยรูปลักษณ์ล่ะก็ เหยินปาเชียนคงจะให้คะแนนสงผี 9/10 คะแนน รอยหนึ่งถูกลบออกเพื่อไม่ให้เขาดูจองหองจนเกินไป

 

“ไม่มีใครที่อยู่ต่ำกว่าระดับสวรรค์สามารถเอาชนะเค้าได้” กู่ต้าสงตบหน้าอกสองครั้ง ทำให้เกิดเสียงเหมือนเสียงกลอง

 

สงผียิ้มให้อย่างเอาจริงเอาจัง เผยให้เห็นเศษเนื้อติดอยู่ระหว่างฟันของเขา

 

ระดับสวรรค์ นั่นอาจเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งในโลกนี้สินะ ?

 

สวรรค์ในระดับสวรรค์น่าจะหมายถึงความแข็งแกร่งระดับสูง เราล่ะสงสัยจังว่าระดับขององค์จักรพรรดินีคือระดับไหน

 

เหยินปาเชียนกำมือขอบคุณกู่ต้าสง “ต้องขอบคุณใต้เท้ามาก ๆ เลย”

 

“ไม่มีปัญหา เมื่อดูความอ่อนแอของร่างเล็ก ๆ ของเจ้าแล้ว การมีเค้าอยู่ข้างตัวเจ้าคงจะดีกว่า” กู่ต้าสงโบกมือให้เขา

 

“ข้าควรไปหากู่โซ่วได้ที่ไหนหรอ ?”

 

“อาคารหลังนั้นตลอดทางข้างหลังนั่น” กู่ต้าสงชี้ไปทางด้านซ้ายของทางเข้าหลักของสำนัก

 

“ขอบคุณมากเลย งั้นข้าขอตัวก่อน” เหยินปาเชียนเดินออกประตูไปพร้อมกับสงผีที่เดินตามหลังเขา เหยินปาเชียนหันหน้าไปมองสงผีซึ่งตัวสูงกว่าเขามาก เพื่อที่จะมองให้เห็นหน้าเขา เหยินปาเชียนถึงกับต้องเงยหน้าขึ้น ในตอนที่พวกเขาเดินไป บางครั้งเหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าแผ่นดินสั่นสะเทือนใต้เท้าของสงผี

 

“ข้าขอฝากเนื้อฝากตัวให้อยู่ในความดูแลของท่านในสองวันข้างหน้านะ พวกเราต้องจัดการกับคำสั่งของหัวหน้าทุกอย่างไปด้วยกันนะ” เหยินปาเชียนพูดกับสงผี

 

“ท่านผู้รักษาการแทน ข้าจะจัดการคนที่ท่านต้องการเอง” สงผีกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างเอาจริงเอาจัง

 

อืมม งั้นนั่นก็หมายถึงการแสดงเหตุผลที่ดีอย่างชุ่ย ๆ สินะ

 

 

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าด้วยความพอใจพร้อมกับเดินไปตลอดทาง จนถึงปลายทางเพื่อมองหากู่โซ่ว เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้เห็นกู่ต้าสงแต่มีขนาดตัวที่เล็กกว่า ชายคนนี้มีท่าทางที่เหมือนกัน และนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับวางขาไว้บนโต๊ะ

 

แน่นอนว่าชายคนนี้ต้องเป็นบุตรทางสายเลือดของกู่ต้าสงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...