ตอนที่แล้วHK ตอนที่ : 51
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปHK ตอนที่ : 53

HK ตอนที่ : 52


ครั้งหนึ่ง เมื่อเย่เฟิงได้ปฏิบัติภารกิจที่ชายแดน เขาได้พบกับนักท่องเที่ยวที่กำลังถูกปล้น แม้ว่าทั้งสามคนจะไม่ใช่พลเมืองของประเทศเซี่ย แต่เป็นพลเมืองของประเทศวูซาง แต่เย่เฟิงก็ยังใจดีพอที่จะช่วยพวกเขาไว้

นักท่องเที่ยวทั้งสาม ที่ถูกปล้นก็คือเชี่ยนหยูและพ่อแม่ของเธอ

เชี่ยนหยูอยู่ที่ประเทศวูซาง เมืองซัปโปโระ จังหวัดฮอกไกโด ครอบครัวของเธอดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับประมงทะเล แม้ว่าจะไม่มั่งคั่ง แต่ก็ยังถือเป็นครอบครัวที่ร่ำรวย นับตั้งแต่ที่เย่เฟิงได้ช่วยชีวิตเชี่ยนหยูและครอบครัวไว้ ก็ทำให้เชี่ยนหยูตกหลุมรักเย่เฟิงทันที นี่คือสิ่งที่เรียกว่าวีรบุรุษช่วยสาวงาม!

เย่เฟิงไม่เคยได้ติดต่อกับเชี่ยนหยูเลย ตั้งแต่ที่รู้ว่าเชี่ยนหยูชอบเขา กับสาวประเทศวูซางคนนี้ เย่เฟิงไม่ได้ชอบเธอ อย่างไรก็ตามหลังจากที่เติ้งเซียวหลิงเกิดเป็นโรคลูคีเมียอย่างกระทันหัน เย่จึงได้วางแผนที่จะปล้นธนาคารในเมืองชวนกิ่ง แต่เขาไม่มีคนที่เชื่อใจได้ให้มาดูแลเติ้งเซียวหลิง

ในฐานะที่เป็นอาชญากรระดับ A ที่ทางตำรวจต้องการตัวมากที่สุดอยู่ตอนนี้ จึงมีคนน้อยมากที่เย่เฟิงเชื่อใจได้ นอกจากเพื่อนทหารทั้งสองที่อยู่กับเขาในกองทัพแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงแค่เชี่ยนหยูเท่านั้น!

เชี่ยนหยูเป็นคนประเทศวูซางและเธอก็รักเย่เฟิง ดังนั้นเธอจึงไม่ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศเซี่ยเข้าจับกุมได้ จากนั้นเย่เฟิงได้ติดต่อหาเชี่ยนหยูไปที่ประเทศวูซาง เมืองซัปโปโระ จังหวัดฮอกไกโด และขอให้เธอมาช่วยดูแลเติ้งเซียวหลิงที่เมืองชวนกิ่งและช่วยพวกเย่เฟิงหาที่ซ่อนตัว

ในชุมชนที่เงียบสงบขตเบหยู เย่เฟิงกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และส่งอีเมลหาชิเล่ย ประมาณสามนาที ชิเล่ยก็ตอบอีเมลกลับมา แต่มีแค่ลิงค์แอดเดรสอย่างเดียวเท่านั้น

เย่เฟิงกดคลิกเปิดลิงค์แอดเดรส ก็ได้เข้าห้องแชทด้วยเสียง ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่กำลังแสดงห้องแชทด้วยเสียงอยู่ ได้ทำการเข้ารหัสที่เป็นช่องแชทอิสระ โดยไม่ทราบที่หมาย ในห้องแชทมีอยู่แค่สอง ID เท่านั้น ก็คือเย่เฟิงกับชิเล่ย

"ฮัลโหล? ได้ยินไหม?" ชิเล่ยใส่ชุดหูฟังและกระซิบผ่านเข้าไปในไมโครโฟน

เย่เฟิงไม่มีชุดหูฟัง มีแค่ลำโพงกับไมโครโฟนแยกต่างหากเท่านั้น เชี่ยนหยูเปิดเสียงลำโพงและไมโครโฟนและพูดว่า "เฟิงจุน งั้นฉันจะไปหาเซียวหลิงก่อน!"

เย่เฟิงไม่ได้ตอบกลับไป ตีไปที่ไมโครโฟนสองที "ฮัลโหล? ฮัลโหล? ชิเล่ยนายได้ยินฉันไหม?"

ชิเล่ยตอบกลับเสียงกระซิบว่า "ได้ยิน นายได้ยินที่ฉันพูดไหม?"

"ชิเล่ย นายพูดดังขึ้นกว่านี้อีกหน่อยได้ไหม ฉันได้ยินไม่ค่อยชัดเลย เมื่อกี้ตอนคุยกันในโทรศัพท์ นายก็ยังพูดเสียงเบาอีก!" เย่เฟิงถามด้วยความสงสัย

ชิเล่ยไม่ได้พูดเสียงดังขึ้นยังคงพูดเสียงกระซิบเหมือนเดิมว่า "นายพูดเสียงดังได้ แต่ฉันพูดเสียงดังไม่ได้ ฉันสงสัยว่าฉันกำลังถูกตำรวจแอบดักฟังอยู่!"

ใจของเย่เฟิงหล่นไปที่ตาตุ่ม ชิเล่ยกำลังตำรวจถูกเพ่งเล็ง? เขาและชิเล่ยแสดงได้ไม่เนียน?

"ชิเล่ย นายไม่ได้มีปัญหาที่นั่นใช่ไหม?" เย่เฟิงถามด้วยความวิตกกังวล

ชุดหูฟังของชิเล่ย ได้ยินเสียงเบามาก แม้ในห้องที่เงียบสงบ ก็จะได้ยินแค่ในหูฟังเท่านั้น ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับไมโครโฟนแล้วพูดกระซิบว่า "ไม่ต้องกังวล ยังไม่มีปัญหาในตอนนี้ แม้ว่าทางตำรวจจะสงสัยฉันก็ตาม แต่พวกเขาไม่มีหลักฐาน!"

"ค่อยยังชั่วหน่อย!" เย่เฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

บนใบหน้าของชิเล่ยเผยรอยยิ้มขึ้นมา และพูดหยอกล้อว่า "เย่เฟิง ฉันเพิ่งได้ยินเสียงของผู้หญิง? เธอดูเหมือนจะเรียกนาย เฟิงจุน?"

เย่เฟิงเกิดอาการไอทันที แต่หลังจากที่ชิเล่ยซักถามซ้ำ เย่เฟิงจึงทำได้แค่เล่าให้ฟัง ตาของชิเล่ยสว่างสไวขึ้นมา รีบถามอยาดรวดเร็วว่า "เย่เฟิง นายบอกว่าเชี่ยนหยูเป็นคนประเทศวูซาง? และเธอก็ชอบนาย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเธอจะไม่ทรยศนาย?"

"อืม ฉันได้ชีวิตเธอและครอบครัวของเธอไว้ เธอจะไม่ทรยศฉันแน่นอน!" น้ำเสียงเสียงของเย่เฟิงเต็มไปด้วยความหนักแน่น จากสายตาของเชี่ยนหยู เย่เฟิงเห็นได้ชัดเจนว่าเชี่ยนหยูรักเขา ผู้หญิงที่มีความรักมักจะตาบอด!

ช่วยไม่ได้ที่ชิเล่ยจะชูกำปั้นโบกไปมา มันช่วยเขาได้จริงๆ ในแผนการของชิเล่ย การที่จะปกป้องเย่เฟิงและคนอื่นๆ จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศวูซาง ถ้ามีรัฐบาลของประเทศวูซางมาเกี่ยวข้องด้วยแล้วละก็ ชิเล่ยสามารถจัดการได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว!

พอคิดออกได้แล้ว ชิเล่ยรีบพูดต่อว่า "นายเอาข้อมูลรายละเอียดของเชี่ยนหยูมา แล้วส่งมาให้ฉันในอีเมล!"

เย่เฟิงพูดด้วยความลังเลว่า "ชิเล่ย นายแน่ใจนะว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อเชี่ยนหยู?"

"ไม่ต้องกังวล! ฉันจะไม่ทำร้ายเธอ! ฉันรับประกัน!" ชิเล่ยพูดยืนยันด้วยความมั่นใจ

เย่เฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องกังวลกับความปลอดภัยของเชี่ยนหยู จากนั้นเย่เฟิงก็บอกเกี่ยวกับรายละเอียดของเชี่ยนหยู พอเสร็จแล้วชิเล่ยก็เตะเย่เฟิงออกจากห้องแชทด้วยเสียง และทำการล้างข้อมูลแคชทั้งหมดออกจากห้องแชทด้วยเสียง แล้วเขาก็ออกจากห้องแชทด้วยเสียงไป

ชั้นล่างตึก 7 ของอาคารของจินหยูกาเด้น มีรถตู้ที่ติดฟิล์มกันแสงอาทิตย์หนาทึบจอดอยู่บนถนนไกล้กับตัวตึก ภายในรถตู้มีตำรวจสองคน กำลังสวมหูฟังและมีอุปกรณ์ดักฟัง

หนึ่งในนั้นสวมแว่นตาและท่าทีดูไม่ค่อยสนใจ

เจ้าหน้าที่อีกนายที่กำลังกระสับกระส่ายเปิดปากพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายที่กำลังดันแว่นตาของเขาขึ้น "ต้าถง ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าต๋ายถึงคิดว่าชิเล่ยน่าสงสัยกัน? เขาจะทำอะไรได้ เขาก็เป็นแค่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เท่านั้น เป็นไปได้หรอ?"

ต้าถงคือชื่อเล่นของตำรวจที่ใส่แว่นตาและดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความมีนัยสำคัญในนั้น "อาหลี่ อย่าไม่ประมาทไป ไม่ต้องพูดถึงหัวหน้าต๋ายที่สงสัยชิเล่ย ฉันก็สงสัยชิเล่ยเหมือนกัน! ชะตากรรมของตัวประกันคนสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น นายไม่รู้งั้นหรอ? แต่กลับกัน นายลองมองดูที่ชิเล่ยสิ เขาแทบไม่เป็นอะไรเลย?"

อาหลี่งงวยและพูดว่า "บางทีพวกเย่เฟิงอาจเมตตาขึ้นมาก็ได้ใช่ไหม? ตามข้อมูลของเย่เฟิง ฉันรู้ว่า ถ้าเขาไม่ถูกบีบให้อยู่ปากเหวละก็ เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี"

ต้าถงหัวเราะ "อาหลี่ นายมองเห็นผิวเผินของปัญหาเท่านั้น แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมหัวหน้าต๋ายถึงคิดว่าชิเล่ยน่าสงสัย? "

อาหลี่ส่ายหัว "ฉันไม่รู้!"

"ฉันจะบอกนายเอง!" ต้าถงดันแว่นของเขาขึ้น "ในการปล้นธนาคาร ICBC ที่ชวนฮู ที่เย่เฟิงนำตัวประกันออกมาจากธนาคารครั้งแรก แล้วให้สัมภาษณ์กับหัวหน้านักข่าวฮูเค่อจากสถานีโทรทัศน์ชวนกิ่งและแกล้งอาละวาด นายยังจำได้ใช่ไหม?"

"มีอะไรสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้? "อาหลี่ยังไม่เข้าใจ

"ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย!" ต้าถงให้อาหลี่ได้คิดตามและจากนั้นพูดต่อว่า "เมื่อวานนี้ ขิเล่ยที่หมดสติอยู่ ถูกเจอโดยคนชื่อเคน ที่มาจากประเทศแกรนด์ แล้วนำมาส่งที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนในเขตเบเจียง ถูกไหม?"

อาหลี่พยักหน้า ไม่ได้ตอบกลับ รอให้ต้าถงทำการวิเคราะห์ต่อ

"หลังจากที่เย่เฟิงและพวกปล้นธนาคารเสร็จแล้วจับตัวประกันหนีไป หัวหน้าต๋ายก็เดินทางมาที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง แล้วบรรเทาความหวาดกลัวให้ตัวประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันโดยเย่เฟิง หัวหน้าต๋ายเจอรายละเอียดเล็กๆ และคอของตัวประกันถูกบีบ อย่างไรก็ตาม ตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน ชิเล่ยที่กำลังสลบอยู่ หัวหน้าต๋ายตั้งใจสังเกตคอของชิเล่ยแต่ว่ากลับไม่มีร่องรอยถูกบีบเลย นี่แสดงให้เห็นว่าเย่เฟิงไม่ได้จับคอชิเล่ยไว้แน่นในเวลานั้น ราวกับว่าเขาไม่กลัวชิเล่ยจะต่อสู้เพื่อที่จะหลบหนีเหมือนกัน!" หลังจากวิเคราะห์เสร็จต้าถงก็หัวเราะออกมาสองครั้ง "เป็นเพราะรายละเอียดตรงจุดนี้ หัวหน้าต๋ายก็เลยยืนยันได้ว่าชิเล่ยและเย่เฟิงเกี่ยวข้องกัน!"

"อืม? ~ ~ " ต้าถงกำลังโฟกัสไปที่หูเพื่อฟัง กำลังนั่งมอง ออดิโอมอนิเตอร์ใบหน้าของเขาแสดงถึงความสงสัย

ต้าถงกำลังตรวจสอบมอนิเตอร์ ชิเล่ยอาศัยอยู่ในตึก 7 นอกจากนี้ยังเป็นบ้านของโอวหยางชาง มีคุณสมบัติค่อนข้างดีเพราะได้มีการปรับปรุงและทำให้ห้องถูกกันเสียงจากข้างนอกได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ดักฟังของก็ไม่ใช่รุ่นที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงได้ยินแค่ชิเล่ยพูดเบาๆ แต่มันก็ได้ยินไม่ชัดเจนว่าชิเล่ยพูดอะไร!

"อาหลี่ ชิเล่ยกำลังคุยกับใครบางคนอยู่! นายรีบติดต่อไปที่สำนักงานเร็ว ให้พวกเขาเช็คบันทึกการของชิเล่ย ว่าไม่ได้พบอะไรที่ผิดปกติ ว่าชิเล่ยไม่ได้คุยกับคนที่ก็รู้ว่าใคร!" ต้าถงบอก

อาหลี่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรไปยังสภาเมืองและถามถึงสถานการณ์ ครู่ต่อมาใบหน้าของอาหลี่พลันประหลาดใจ "ต้าถง ทางสำนักตรวจสอบแล้วว่าชิเล่ยไม่ได้โทรหาใคร! แต่โทรศัพท์ของชิเล่ยได้รับข้อความ แต่หมายเลขโทรศัพท์เบอร์นั้นตามรอยไม่ได้! "

ต้าถงขมวดคิ้ว "เป็นไปไม่ได้! ฉันได้ยินเขาพูดชัดเจน แต่ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ด้วยประสบการณ์ในการดักฟัง 6 ปีอันยาวนานของฉันฉันกล้าพูดได้เลยว่าชิเล่ยคุยกับใครบางคน!"

อาหลี่ยักไหล่ "แต่หมายเลขโทรศัพท์มือถือของชิเล่ยไม่มีบันทึกการโทร!"

ต้าถงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดสักครู่ ต่อมาเขาถอดหูฟังออก เปิดปากพูดว่า "อาหลี่ เราจะกลับไปพบหัวหน้าต๋าย เพื่อให้เขาจัดสรรอุปกรณ์ดักฟังที่ทันสมัยที่สุดให้เรา! ฉันมีลางสังหรณ์ว่าชิเล่ยกับเย่เฟิงต้องมีอะไรเชื่อมโยงกันแน่นอน ถ้าเราจับไต๋ของชิเล่ยได้ บางทีเราอาจจะจับเย่เฟิงได้ก็ได้! "

พวกเขาขับรถตู้ออกจากจินหยากาเด้น กลับไปที่สภาเทศบาลเมือง เพื่อเข้าพบต๋ายกวงฮัว และขออุปกรณ์ดักฟังที่ทันสมัยที่สุด

ในชั้นบน ชิเล่ยกำลังดูอีเมลที่เย่เฟิง ส่งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเชี่ยนหยูมาให้ หลังจากอ่านข้อมูลหลายครั้ง ชิเล่ยก็ได้สร้างแผนการขึ้นในใจของเขา

จากรูปลักษณ์ ประเทศเซี่ยกับประเทศวูซาง เกือบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันมาก ชิเล่ยกำลังเตรียมการที่จะเข้ายึดซูเปอร์คอมพิวเตอร์สวอลโล้ว เพื่อใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถที่มีประสิทธิภาพของซูเปอร์คอมพิวเตอร์สวอลโล้ว เจาะเข้าไปในฐานข้อมูลสถิติประชากรในประเทศของวูซาง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เย่เฟิงกับพวกเป็นประชาชนของประเทศของวูซาง

จากนั้นรอให้ข่าวการปล้นธนาคาร ICBC ซาลง และให้พวกเขาเดินทางไปต่างประเทศ!

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องมีการประสานงานของซูเปอร์คอมพิวเตอร์สวอลโล้ว เพราะเซิร์ฟเวอร์ขยะที่ชิเล่ยควบคุมอยู่ไม่สามารถเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลสถิติประชากรในประเทศของวูซางได้

ชิเล่ยจดจำข้อมูลเชี่ยนหยู ลบข้อมูลของเธอในอีเมลและผ่านทางกล่องอีเมล ดำเนินการคำสั่งโค้ดง่ายๆ ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการอีเมลภายในเซิร์ฟเวอร์ ลบข้อมูลในถึงขยะอย่างสมบูรณ์

ชิเล่ยเอนหลัง แล้วเปิดเพลงเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงที่ได้ยินในหูฟัง

'ดอกไม้นี้สำหรับใคร? ปีนี้ฤดูใบไม้ผลิได้กลับมาอีกครั้ง ดอกไม้บอกว่ากำลังรอคอยคนคนหนึ่ง '

'ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดอกไม้ดอกนี้จะไปตกอยู่ที่มือใคร ดูเหมือนจะได้พบกับสวอลโล้วอีกครั้ง... '

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด