ตอนที่แล้วตอนที่ 70: เริ่มดำเนินการสู่วิถีของที่ปรึกษาผู้ชั่วร้าย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 72: สงผี

เช้าวันรุ่งขึ้น เหยินปาเชียนตื่นขึ้นมาด้วยเพราะเสียงเคาะประตู เขาผลักประตูให้เปิดออก และได้รับการทักทายด้วยใบหน้าอันบอบบาง ชิงยวนยืนอยู่หน้าประตู มีพลทหารสองนายอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้

 

เธอยังคงเล่นอยู่กับเถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่น ซึ่งกำลังกลิ้งขลุก ๆ อยู่บนพื้น

 

“สวัสดี คุณหญิงชิงยวน” เหยินปาเชียนกำมือไว้แล้วทักทายชิงยวน

 

เขาไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอย่างไรดี

 

อย่างไรก็ตาม พระราชวังหลวงของจีนยุคโบราณมักจะเต็มไปด้วยขันที ซึ่งวิธีการเรียกพวกเขานั้นง่ายมาก ในหนังและซีรีส์ของจีนมักไม่ค่อยได้พูดถึงวิธีการเรียกคนรับใช้สักเท่าไหร่

 

เขาเชื่อว่าชิงยวนและหงหยวนจะต้องมีตำแหน่ง ซึ่งก็น่าจะสูงกว่าตำแหน่งของตัวเขาเอง

 

เพราะฉะนั้น เขาจึงตัดสินใจเรียกชิงยวนว่า “คุณหญิง”

 

ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกเธออย่างผิด ๆ เขาก็มั่นใจว่าเธอจะไม่ทำอะไรเขา

 

ชิงยวนยืนขึ้นแล้วยิ้มให้ เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับเหยินปาเชียน ยังไงซะ เธอก็เห็นหน้าเขาอยู่ทุกวัน นอกจากนี้ ในฐานะผู้ช่วยที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ขององค์จักรพรรดินี เธอพอรู้อย่างคร่าว ๆ ว่าองค์จักรพรรดินีกำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้ว่าเหยินปาเชียนจะมีประโยชน์มากในอนาคต

 

ยังไงซะ เขาก็รู้ในหลายสิ่งหลายอย่าง และพูดได้ดีทีเดียว เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์เลยล่ะ

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน สิ่งที่ท่านกำลังจะถวายแด่พระองค์อยู่ที่ไหนรึ ?” ชิงยวนหัวเราะเบา ๆ

 

เหยินปาเชียนรีบหันกลับไปและเดินกลับเข้าไปในบ้าน จากนั้นเขาก็เดินออกมาพร้อมกับถุงในมือและยื่นถุงนั้นไปให้ชิงยวน ในขณะเดียวกัน เขาก็ยื่นถุงขนาดเล็กอีกใบที่มีน้ำหนักประมาณครึ่งชั่ง

 

“ทุกอย่างอยู่ในถุงนี้ นอกจากลูกอมรสนมแล้ว ยังมีช็อกโกแลตด้วยนะ สิ่งเหล่านี้จัดเตรียมไว้สำหรับพระองค์ด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ส่วนถุงใบเล็กใบนี้สำหรับคุณหญิงชิงยวนและคุณหญิงหงหยวนล่ะนะ” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

เขาได้เตรียมถุงใบเล็กเมื่อไม่นานมานี้ โชคดีที่ยังมีถุงเปล่าอยู่ในบ้าน

 

เขาเชื่อว่าชิงยวนและหงหยวนไม่ต้องการเงินเมื่อดูจากสถานะแล้ว ทั้งคนรับใช้และข้าราชการหญิงไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการหาเงินมากเท่ากับขันที โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาสถานะของชิงยวนและหงหยวนแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้ตัดสินใจมอบลูกอมครีมตรากระต่ายขาวให้ จนถึงตอนนี้ สิ่งนี้ก็ไม่เคยหมดประโยชน์ในพระราชวังเลย

 

ดวงตาของชิงยวนเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับตอบกลับ “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงประเมินค่าของท่านไว้สูงขนาดนี้ ท่านเป็นคนที่ฉลาดมากจริง ๆ”

 

“ขอบคุณนะ ท่านยกยอข้าเกินไปแล้ว” เหยินปาเชียนกำมือไว้แล้วตอบกลับ

 

“ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว พระองค์กำลังรอข้าอยู่ในพระราชวังน่ะ” ชิงยวนยกถุงข้างหน้าเหยินปาเชียนแล้วหันจากไป

 

เมื่อเดินไปได้สักระยะ เธอก็ยื่นถุงที่จะให้องค์จักรพรรดินีให้กับพลทหารคนหนึ่ง จากนั้นเธอก็ไขว้มือไว้ข้างหลังพร้อมกับถือถุงใบเล็กไว้แล้วก็ออกจากสวนสัตว์ไป

 

เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า เขาคิดว่าตอนนี้เวลาน่าจะประมาณ 7 โมงเช้า

 

ทันใดนั้น เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าเขาควรจะเอานาฬิกามายังโลกนี้ การที่มีนาฬิกา อย่างน้อยก็ทำให้เขาสามารถดูเวลาได้ ถ้าหากว่าเขาต้องการขายสิ่งนี้ล่ะก็ เขาก็สามารถขายมันได้เป็นเงินจำนวนมากทีเดียว อย่างไรก็ตาม มันไม่ง่ายเลยที่จะหาเหตุผลมาอ้างเกี่ยวกับแหล่งที่มาของนาฬิกา ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา แต่เขาก็ยังไม่สามารถให้คนอื่นสงสัยในตัวเขาได้

 

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บความลับไว้จากองค์จักรพรรดินี ยังไงซะ นางก็เป็นถึงผู้ปกครองแคว้น แถมนางยังเป็นสุดยอดอันดับที่ 7 ที่มีพลังมากที่สุดในโลกนี้อีกด้วย ความใจกว้างของนางนั้นพิเศษและไม่มีที่ติ คนอื่น ๆ คงจะไม่มีความใจกว้างอยู่ระดับเดียวกับนาง ถ้าหากใครบางคนมีเจตนาที่จะค้นหาความลับของเขา เขาก็จะประสบกับปัญหาใหญ่โต

 

นอกจากนี้ เขายังสามารถนำพิมพ์เขียวของนาฬิกามายังโลกใบนี้ และขอให้ใครสักคนผลิตมันได้ ถึงแม้ว่ากลไกของนาฬิกาจะมีความซับซ้อนบ้างเล็กน้อย แต่ก็ผลิตได้ไม่ยากเท่าไรนัก

 

เขาควรจะผลิตนาฬิกา 2 เรือน เรือนนึงให้ตัวเอง และอีกเรือนนึงให้กับองค์จักรพรรดินี

 

 

 

เขาไปที่ห้องครัวเพื่อดูว่ามีอาหารอยู่หรือเปล่า เมื่อเขาเห็นว่ามีซุปผัก เขาก็ตักใส่ถ้วยมากิน เขารู้สึกอิ่มเมื่อรับประทานพร้อมกับอาหารแห้ง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนชุด แล้วมุ่งหน้าไปยัง สำนักหงหลูพร้อมกับเถิงหูหลุและเถ่เตา

 

สำนักหงหลูตั้งอยู่ในเขตจูเหลียน ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตเป่ยหง

 

ระหว่างทาง เหยินปาเชียนและผู้ติดตามไม่พบเจอการต่อสู้เลย แต่ทว่า เมื่อพวกเขามาถึงเขตจูเหลียน พวกเขาก็ได้เห็นพลทหารจำนวนหนึ่งจากสำนักรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน กำลังจับกุมกลุ่มคนที่มีใบหน้าบวมช้ำและเลือดกำเดาไหล

 

พลทหารคนหนึ่ง ที่ดูคล้ายกับผู้นำหน่วย ได้มองเห็นเหยินปาเชียน แล้วก็ทำให้ตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อตรวจสอบเหยินปาเชียนอย่างระมัดระวังแล้ว เขาก็ชี้ไปที่พลทหารอีกคน หลังจากนั้น เขาก็เดินไปหาเหยินปาเชียนและผู้ติดตาม แล้วถามออกมา “เจ้าคือเหยินปาเชียนใช่มั้ย ?”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อน

 

เขารู้แน่ว่าชายคนนี้เป็น 1 ใน 8 คนที่ผู้ดูแลฉีได้จัดการไป

 

“เจ้าเป็นคนเอาของสิ่งนั้นให้ไอ้เวรฉีว่านซานใช่มั้ย ?” สีหน้าของชายร่างกำยำเริ่มมุ่งร้ายในทันที

 

“มันถูกฉกไปจากข้า ข้าไม่เกี่ยวนะ…” เหยินปาเชียนอธิบายอย่างหมดหนทาง

 

“สมบัติลับของลัทธิเจ้ายังใช้ได้อยู่มั้ย ? เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะล้อมกรอบเจ้า” ชายร่างกำยำตะโกน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเถิงหูหลุและเถ่เตาได้ก้าวมาหนึ่งก้าวจากข้างหลัง

 

เขารู้สึกพอใจมาก มันคุ้มค่ากับการที่เขาปฏิบัติต่อพ่อหนุ่มทั้งสองอย่างดี ตราบใดที่พวกเขาสามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อปกป้องเขาในตอนที่เขาประสบปัญหาได้ เขาก็พอใจแล้ว

 

เขาหันกลับไปแล้วโบกมือ

 

“ในตอนนี้ ข้าได้เป็นผู้รักษาการแทนหงหลู ข้าสามารถปฏิเสธการท้าสู้ของเจ้าได้สินะ ?” เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ ตามที่เขาเข้าใจ ตำแหน่งผู้รักษาการแทนหงหลูน่าจะสูงกว่าชายคนนี้

 

ถ้าหากตำแหน่งของเขาสูงกว่าอีกฝ่าย เขาก็จะปฏิเสธการท้าสู้ของอีกฝ่ายได้

 

ตัวเขาเองถูกจักรพรรดินีกดขี่ ส่วนผู้ดูแลฉี เหยินปาเชียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ยังไงซะ เขาก็มักจะไม่ใช้ตำแหน่งของตัวเองในการกดขี่ผู้คน

 

“จริงรึ ? ทำไมไอ้เวรนั่น..ฉีว่านซาน..ถึงไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย ? เจ้าไม่ได้มาจากสวนสัตว์หรอกรึ ?” ชายร่างกำยำดูสับสน

 

“ข้าจะรายงานไปยังสำนักหงหลูเดี๋ยวนี้” เหยินปาเชียนกำมือแล้วตอบกลับ

 

“เจ้าเป็นคนต่างแคว้นคนแรกที่ได้รับตำแหน่งข้าราชการในต้าเย่า ไม่เป็นไร ตำแหน่งของเจ้านั้นสูงกว่าข้า” ชายร่างกำยำยิ้มให้กับเหยินปาเชียน ดูเหมือนว่าเขาไม่ติดใจอะไรแล้ว จากนั้นเขาก็โบกมือให้เหยินปาเชียนแล้วจากไป

 

เหยินปาเชียนมองไปที่ด้านหลังเขาแล้วส่ายหน้า

 

ชายคนนี้ไม่ใช่คนไม่ดี ไม่เหมือนกับชนเผ่าคนอื่นที่เขาเคยเจอมาก่อน ทั้งหยาบคายแล้วก็ต่ำช้า

 

อย่างไรก็ตาม จากทัศนคติของชายร่างกำยำ เหยินปาเชียนสามารถบอกได้ว่าตัวเขาเองจะมีชีวิตที่ยากลำบากมากในต้าเย่า ถ้าหากเขาไม่มีตำแหน่งข้าราชการ ชนเผ่านั้นไม่เป็นมิตรกับคนต่างถิ่นเอาซะเลย

 

ถ้าหากเขาไม่มีตำแหน่งข้าราชการล่ะก็ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะนำพาชีวิตของคนร่ำรวยไปสู่ความสงบสุข ถึงเขาจะสามารถเดินทางไปต่างดินแดนได้ แต่สถานการณ์ก็ยังคงเหมือนเดิม

 

เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นการดีสำหรับเขาที่จะเกาะขาองค์จักรพรรดินีต่อไป

 

จากประสบการณ์ของเขาในพระราชวังหลวงและในสวนสัตว์ เขารู้ว่าหลังจากที่เขาได้รับตำแหน่งข้าราชการหรือภารกิจ ชาวต้าเย่าจะเริ่มปฏิบัติกับเขาเสมือนพวกตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลฉี ผู้ดูแลคนอื่น คนงาน หรือคนในครอบครัวของพวกเขา ก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกันทั้งนั้น

 

บางคนที่เขาพบในพระราชวังก็เป็นเหมือนพวกนั้นด้วย

 

“ไปกันเถอะ” เหยินปาเชียนส่งสัญญาณให้เถิงหูหลุกับเถ่เตา

 

 

 

ด้านนอกสำนักหงหลู มีลานขนาดใหญ่ ภายในนั้นมีสิ่งก่อสร้างที่สูงและใหญ่โตหลายแห่ง เมื่อมองจากทางเข้า จะเห็นทางเดินผ่านอาคารแถวแรก ยิ่งมองลึกเข้าไปก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

 

มีชายร่างโตสองคนตรงทางเข้า เสื้อผ้าของพวกเขาแตกต่างจากทหารหลวง หรือทหารของสำนักรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน

 

เสื้อที่พวกเขาสวมคือเสื้อแขนกุด เผยให้เห็นแขนและกล้ามที่ใหญ่

 

ใบหน้าของชายสองคนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการฆาตรกรรม ราวกับว่ามีคำว่า “ห้ามเข้า !” เขียนอยู่บนหน้าพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

ถ้าหากเขาไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เขาอาจคิดว่าเขากำลังจะเข้าคุกก็เป็นได้

 

ปกติสำนักงานการต่างประเทศมักจะจ้างพนักงานที่เป็นมิตร ซึ่งสื่อสารกับผู้คนได้ดีสินะ ?

 

ต้าเย่านั้นแตกต่างออกไป ทางสำนักนั้นจงใจนำพ่อหนุ่มสองคนที่ดูโหดเหี้ยมมาเฝ้าตรงทางเข้า โดยหวังให้พวกเขาทำให้ผู้มาเยือนทุกคนตกใจกลัว ราวกับพวกเขาได้วางฉีปาไว้ที่ทางเข้าสำนักงานการต่างประเทศจริง ๆ

[“ฉีปา (奇葩: Qípā)” หมายถึงดอกไม้ประหลาด และยังหมายถึงการกระทำแปลก ๆ ที่คนทั่วไปพบว่าผิดไปจากมาตรฐานและเข้าใจได้ยาก นอกจากนี้ คำนี้ยังใช้เพิ่มความรู้สึกในการเยาะเย้ยและการประชด โดยสามารถใช้เป็นได้ทั้งคำนามและคำคุณศัพท์]

 

“ที่นี่คือสำนักหงหลู มีเรื่องอะไรรึเปล่า ?” พวกเขาหยุดเหยินปาเชียนด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

 

“ข้ามาที่นี่เพื่อมาพบพนักงานศาลกู่ รบกวนท่านไปบอกเค้าหน่อยว่าเหยินปาเชียนมาที่นี่เพื่อรายงานได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“รายงานรึ ?” ชายคนนั้นตรวจสอบเหยินปาเชียนด้วยความคลางแคลงใจแล้วพูดต่อ “รอตรงนี้ก่อน”

 

อีกคนได้หันกลับมาแล้วเดินเข้าไปในลาน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาควรสวมชุดข้าราชการมา เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องสวมมาในวันที่เขาจะเดินทางมาที่สำนักหงหลู เขาไม่คิดว่าจะได้เผชิญกับปัญหาทุกที่ที่เดินทางไป เมื่อก่อน ตอนที่เขากำลังเดินอยู่ในเมือง เขาก็ไม่ได้ตระหนักเลยว่าปัญหากำลังตามเขาไปไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็ตาม ในที่สุด วันนี้เขาก็ได้ตระหนักแล้ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน คนนั้นก็กลับมาแล้วพูดออกมา “เข้าไปได้ เซอร์กู่กำลังรอเจ้าอยู่”

 

“ขอบคุณมาก” เหยินปาเชียนขันกำมือไว้แล้วตอบกลับ จากนั้น เขาก็พาเถิงหูหลุกับเถ่เตาเข้าไปในสำนัก

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...