ตอนที่แล้วตอนที่ 65: งานลึกลับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 67: การเรียนรู้เพื่อการเอาหน้า

เหยินปาเชียนเข้าใจทันทีที่ผู้ดูแลฉีอธิบาย

 

อาชีพ: จักรพรรดินี
ความแข็งแกร่ง: อันดับที่ 7 ของโลก
ความร่ำรวย: รวยเท่ากับทั่วทั้งแคว้น
ลักษณะภายนอก: ผิวขาวอย่างน่าดึงดูดและสวยอย่างน่าหลงใหล
ไม่ว่านางจะไปที่ไหนก็ตาม นางก็ยังคงเป็นคนที่สวยและร่ำรวยที่สุดของทุกคนอยู่ดี

 

การที่ผู้คนพยายามจะตามหลังจักรพรรดินีเป็นเหตุการณ์ที่ปกติมาก

 

เพราะฉะนั้น ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของจักรพรรดินีนั้น จะมีคนที่มีฐานะและอิทธิพล หรือผู้ปรารถนาดีมากมายจากทั้งสามแคว้นหลั่งไหลกันเข้ามาในต้าเย่า ทุกคนก็เหมือนกับสัตว์ที่ตัณหาจัดที่พยายามจะมารับของขวัญจากจักรพรรดินี

 

เพราะนี่เป็นครั้งเดียวที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเข้าใกล้องค์จักรพรรดินี

 

เหยินปาเชียนยังเข้าใจด้วยว่าทำไมจักรพรรดินีจึงเลือกให้เขาคอยช่วยเหลือแผนกต้อนรับส่วนหน้า ถึงยังไงก็เถอะ คนเหล่านี้ก็นำของขวัญมาให้ แล้วนางก็ไม่สามารถหวังให้พวกเขาอยู่ในที่พักแขกได้ การจัดเตรียมจะต้องมีท่าทางที่เป็นมิตร และผู้ปกครองแคว้นก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้

 

ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะมาที่นี่เพื่อมอบของขวัญแด่พระองค์ แต่ก็มักจะมีบางคนที่มาก่อความรำคาญให้จักรพรรดินี และนางก็ต้องการจะตบหลายครั้ง ด้วยเหตุผลบางอย่าง นางจึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้มากนัก และดังนั้นจึงพูดสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

 

เหตุผลนั้นชัดเจนมาก ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถทำให้ต้าเย่าเสื่อมเสียได้เลย

 

ถ้อยคำนี้ค่อนข้างคลุมเครือ อะไรบ้างที่นับว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของต้าเย่า ?

 

ถ้าหากคุณยอมให้ชนเผ่าทำภารกิจนี้ เขาคิดว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดถึงบทกวี ชนเผ่าก็จะเปรียบเทียบขนาดของกำปั้นตัวเอง และถ้าพวกเขาพูดถึงทิวทัศน์ที่สวยงามล่ะก็ ชนเผ่าจะเปรียบเทียบความใหญ่ของขาตัวเอง

 

ยังไงซะ นี่คือวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ และต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง

 

ด้วยเหตุนี้ “บุคคลที่มีความสามารถ” อย่างเหยินปาเชียนที่ปรากฏตัวต่อหน้าองค์จักรพรรดินี ก็ถูกจับให้มาเป็นผู้มีความสามารถในการช่วยเหลือนาง นางไม่สนใจว่าเขาจะทำได้ตามมาตรฐานหรือไม่

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกปีก็เป็นเหมือนกัน เหยินปาเชียนคิดว่าไม่ว่าเขาจะแย่สักแค่ไหน ผลลัพธ์คงจะไม่เลวร้ายไปกว่าปีที่แล้ว เขาอาจจะทำให้ดีขึ้นซะด้วยซ้ำ

 

เมื่อคิดถึงคนที่อาจจะมา เหยินปาเชียนเดาได้ว่าอาจจะเป็นกลุ่มชนชั้นสูงจากหลายแคว้น ผู้ที่ไว้วางใจไม่ได้ก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมางานนี้อย่างแน่นอน องค์จักรพรรดินีได้มอบอำนาจในการปราบปรามคนเหล่านี้จริงเหรอเนี่ย ?

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าพวกนั้นไม่เล่นงานเขาก่อน

 

ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถจัดการกับพวกนั้นได้ พวกเขาก็จะใช้เหยินปาเชียนเป็นเครื่องมือหรือก้อนหินเพื่อเอาหน้า

 

ในไม่ช้า เหยินปาเชียนก็ไม่เหลือความรู้สึกดีอีกต่อไป

 

เมื่อคิดถึงสิ่งที่จักรพรรดินีพูดไว้ เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าถ้าหากว่าเขากลายเป็นก้อนหินล่ะก็ เขากลัวว่าจักรพรรดินีจะทำให้เขาเป็นก้อนหินไปชั่วชีวิต เป็นหินที่ใช้ในการเจาะรูและฝังไว้ข้างใต้

 

เมื่อคิดถึงผลดังกล่าว…

 

“โถ่เว้ย กูจะสู้กับพวกแม่งให้ตายกันไปข้างนึงเลย” เหยินปาเชียนกล่าวด้วยเจตนาอาฆาต

 

“ท่านกำลังจะสู้กับอะไรรึ ?” ผู้ดูแลฉีเงยหน้ามองเหยินปาเชียนด้วยความงงงวย

 

“วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์คือวันไหนหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“น่าจะอีกประมาณหนึ่งเดือนนะ” ผู้ดูแลฉีกล่าวด้วยความไม่แน่ใจ “พระองค์ได้ทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ยังไงบ้าง ?”

 

“พระองค์ทรงบอกให้ข้าคอยรับแขกที่แผนกต้อนรับน่ะสิ” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“ฮ่าฮ่า รับแขกงั้นรึ ก็แค่เตรียมที่พักที่ดีให้พวกเค้า แค่นั้นก็เรียบร้อยแล้วล่ะ” ผู้ดูแลกล่าวอย่างเฉยเมย

 

“พระองค์ยังกล่าวด้วยว่าพวกเราห้ามทำลายภาพลักษณ์ของต้าเย่าเด็ดขาด” เหยินปาเชียนแสดงความไม่พอใจ

 

“มันไม่ง่ายหรอกรึ ? แค่จัดการกับคนที่ไม่พอใจท่าน และคนที่มองท่านอย่างไม่พอใจเอง แล้วก็จัดการกับคนที่ท่านเห็นว่าเกะกะลูกตา จัดการพวกมันทุกคนจนกว่าพวกมันจะไม่สามารถอ้าปากพูดได้” ผู้ดูแลฉีหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดัง

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจเบา ๆ ตามที่คิดไว้ นี่แหละสไตล์ของชนเผ่า

 

ไม่พูดซะยังจะดีกว่า เหยินปาเชียนอาจต้องพานักสู้ไปด้วยสองคน ในโลกนี้ ไม่ใช่แค่ชนเผ่าที่สามารถต่อสู้ได้เท่านั้น ถ้าจักรพรรดินีไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ของหลงว่านหลี่ เหยินปาเชียนคงคิดว่าหลงว่านหลี่อาจแสดงทักษะของเขาบางอย่างก็เป็นได้

 

 

 

เหยินปาเชียนกล่าวลาแลผู้ดูแลฉี แล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เจ้าตัวน้อยทั้งสองกำลังกอดกันและนอนหลับปุ๋ย เหยินปาเชียนกระโดดลงเตียงแล้วเริ่มครุ่นคิด

 

สถานะของคนที่มาเยือนเป็นที่รู้กัน

 

ถึงยังไงก็เถอะ ไม่ว่าพวกเขาจะเก่งกาจแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เก่งเท่าจักรพรรดินีหรอก

 

ความสามารถของแต่ละคนสามารถวัดได้ตามทักษะกำลังภายใน ความสามารถทางวรรณกรรม ความมีคารมคมคาย และลักษณะทางกายภาพพิเศษ

 

เห็นได้ชัดว่าผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้พิเศษจะไม่สามารถแสดงมันออกมาได้

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเปรียบเทียบกับความสามารถขององค์จักรพรรดินีที่เหนือกว่าได้เลย

 

มีสุดยอดเพียง 6 คนในโลกที่แข็งแกร่งกว่านาง และเขาคิดว่าพวกเขาจะไม่มา

 

ยังไงซะ เหล่าสุดยอดก็รู้วิธีรักษาสถานะของตัวเอง และพวกเขาคงจะไม่ทำตัวเหมือนโคแก่กินหญ้าอ่อนหรอกมั้ง ?

 

สำหรับบรรดาคนที่มีความสามารถด้านวรรณกรรมพิเศษ จักรพรรดินีจงใจพูดถึงทักษะบทกวีและทักษะการร้องเพลง

 

ความตั้งใจของจักรพรรดินีคือการให้เขาปราบปรามกลุ่มคนเหล่านี้

 

ต้าเย่าสร้างผู้มีความสามารถพิเศษทางวรรณกรรมเพียงไม่กี่คน กลุ่มคนเหล่านี้มายังต้าเย่าทุกปีเพื่ออวดความสามารถของพวกเขา และได้ก่อความรำคาญให้กับองค์จักรพรรดินีมาเป็นเวลานานแล้ว

 

เหยินปาเชียนคิดอยู่พักหนึ่ง ถ้าหากคนจบปริญญาเอกหรือศาสตราจารย์ทุกคนไม่มีอะไรที่ดีกว่าที่จะทำมากกว่าเพียงแค่ การคุยโวเกี่ยวกับอาชีพของตัวเองเป็นประจำทุกวันล่ะก็ เขาก็จะยิ่งไม่เคารพพวกเขาดั่งคลื่นน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่เขาจะรู้สึกเหมือนได้ใช้รองเท้าเพียงข้างเดียวตบหน้าพวกนั้น

 

เขาเชื่อว่าจักรพรรดินีก็รู้สึกแบบนี้ด้วยเหมือนกัน

 

ถ้อยคำที่ว่า “นายกกังวลเมื่อพระราชาทรงกังวล นายกสมควรตายมากกว่าปล่อยให้พระราชาถูกทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ” เกิดขึ้นมาได้ยังไงนะ ? ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนในคริสต์ศตวรรษที่ 21 แต่ผู้บังคับบัญชาของเขาก็คือจักรพรรดินี จักรพรรดินีสามารถตบหน้าของพวกเขาด้วยเท้าได้ทุกเมื่อที่นางต้องการ และเขาจะเป็นคนแรกที่ปฏิบัติภารกิจนี้

 

เมื่อทำความเข้าใจแล้ว เหยินปาเชียนก็มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

 

ถึงแม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นชนชั้นสูงที่มาจากแคว้นต่าง ๆ แต่ตัวเขาก็จบมหาวิทยาลัย และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ควรพ่ายแพ้ให้กับชนชั้นสูงในสังคมศักดินา

 

โอ้ว เรายังมีเวลาอยู่

 

ครั้งต่อไปที่กลับไปยังดาวโลก เราจะต้องไปจำบทกวีจากราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ่งให้ได้ซัก 30 บท

 

เราไม่เชื่อหรอกว่าภูมิปัญญาของอารยธรรมโบราณนั้น ไม่สามารถล้ำหน้ากว่าความรู้ของชนชั้นสูงจากตระกูลที่มีชื่อเสียง

 

เรากลัวว่าถึงแม้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ของเราจะทำให้ดวงตาของพวกนั้นเบิกกว้าง แต่มันก็เหมือนไก่คุยกับเป็ดซึ่งก็ไร้ความหมายอยู่ดี

 

 

 

วันต่อมา เหยินปาเชียนมาถึงที่พระราชวังชิงซิน แล้วมองอย่างไม่พอใจเมื่อได้เห็นหลินเฉี่ยวเล่อ เขาสงสัยว่าเขาควรจะเอาขี้ที่มีกลิ่นเหมือนช็อกโกแลต หรือขี้รสช็อคโกแล็ตมาในครั้งต่อไปดีมั้ย

 

“ทำไมเจ้าถึงมองมาที่ข้าแบบนั้นล่ะ ?” หลินเฉี่ยวเล่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของเหยินปาเชียน แล้วพูดอย่างเฉื่อยชา

 

เหยินปาเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจว่าไม่พูดอะไรดีกว่า สุภาพบุรุษไม่ควรจะคิดคำนวณกับสาวน้อย หรือใครก็ตามที่เห็นว่ายุแหย่ด้วยสายตามากจนเกินไป เหยินปาเชียนเป็นคนที่ค่อนข้างขี้ขลาดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

เขาตัดสินใจ เอาเป็นขี้รสช็อกโกแลตก็แล้วกัน

 

อีกฝ่ายนั้นไม่ได้โง่ และจะต้องไม่กินช็อกโกแลตที่มีกลิ่นเหมือนขี้อย่างแน่นอน

 

“มาต่อกันเถอะ” เหยินปาเชียนดึงเก้าอี้แล้วนั่งตรงข้ามเธอ หลินเฉี่ยวเล่อรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยและรู้สึกสับสนกับความรู้สึกเช่นนี้

 

เหยินปาเชียนได้เรียนรู้คำไม่กี่สิบคำในตอนบ่าย และทบทวนสิ่งที่เขาได้เรียนรู้เมื่อหมดวัน เขาค่อนข้างพอใจที่เขาไม่ลืมคำศัพท์เลย เหยินปาเชียนพอใจกับตัวเองอย่างถึงที่สุด

 

 

 

เย็นวันนั้น เขาเดินเข้าไปในพระราชวังเพื่อเล่าเรื่องตามปกติ และนำถุงลูกอมครีมตรากระต่ายขาวมาด้วย องค์จักรพรรดินีมีความสุขกับเหยินปาเชียนที่เขาเริ่มรู้วิธีการเรียนรู้หนังสือดี ๆ และในสายตาของนางก็ดูพอใจมากขึ้น

 

กลุ่มคนที่แข็งแกร่งและรุนแรงในราชสำนักสามารถนำทัพไปสู้ได้ง่าย แต่ก็เป็นการยากที่จะทำให้พวกเขามีไหวพริบและมีน้ำใจ

 

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการจุติของนาจา การควักกระดูกของตนเพื่อแสดงความกตัญญูกับบิดาของเขา หลังจากนั้น เขาก็ได้พูดถึงการจุติในกอบัว เจียงจื่อหยาที่กำลังผจญภัยในภูเขา และการเผาไหม้ของภูตพิณหยกได้คลี่คลายลงอย่างช้า ๆ เรื่องราวได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเหยินปาเชียนเล่าต่อไป

 

แม้แต่จักรพรรดินีแทบจะไม่ขัดจังหวะและจดจ่ออยู่กับการฟังเรื่องเล่า ในบางครั้ง นางก็นำลูกอมครีมตรากระต่ายขาวชิ้นโตใส่ปากของนาง

 

หนึ่งคนพูดและสามคนฟังขณะที่แสงไฟในพระราชวังริบหรี่ในสายลมในตอนนั้น

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าบรรยากาศค่อนข้างเหมาะสำหรับการเล่าเรื่องผี

 

เขาตัดสินใจเก็บความคิดนี้ไว้ทีหลังทันทีที่นึกถึงความสามารถในการต่อสู้ของจักรพรรดินี

 

ผู้หญิงคนอื่นกลัวที่จะฟังเรื่องผี และทำตัวเหมือนนกน้อยขี้กลัว ไม่เป็นไรหรอกถ้าจักรพรรดินีไม่กลัว แต่ถ้านางกลัวจริง ๆ นางอาจตบเขาและส่งเขาลอยขึ้นไปได้ เพราะงั้น วันนี้ในปีหน้าอาจจะเป็นวันครบรอบการตายของเขาก็เป็นได้

 

ในคืนนั้น เรื่องห้องสินดำเนินเรื่องช้ากว่าปกติ แต่จักรพรรดินีก็ไม่ได้พูดอะไร เหยินปาเชียนเล่าต่อจนถึงตอนที่ป๋ออี้เข่าส่งบรรณาการไปยังเฉาเกอ และสุดท้ายก็เข้าไปในคุก แล้วจักรพรรดิก็ตัดสินใจที่จะปล่อยเขาไป

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เหยินปาเชียนพาเถิงหูหลุและเถ่เตาออกไปเดินเล่น เมื่อเขากลับมายังดาวโลกในคืนนั้น ก็จะถึงวันแต่งงานของเฉินชิ่งในวันต่อไป เขาต้องการซื้อของขวัญที่ดีให้เฉินชิ่ง

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะตระหนักถึงความขาดแคลนสินค้าในต้าเย่า แต่หลังจากที่เขาไปที่ร้านค้าบนถนนจิ่งหยาง เขาก็ได้รู้ว่ามันแย่กว่าที่เขาคาดไว้ซะอีก

 

สินค้าในร้านส่วนใหญ่มีข้าวและก๋วยเตี๋ยว ไวน์ เกลือ เสื้อผ้า และสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากนี้ ราคาก็ไม่เบาเลยล่ะ

 

มีร้านค้าจำนวนน้อยที่ขายผ้าสีสันสดใส ผ้าไหม หรือเครื่องถ้วยชามเป็นอาทิ อย่างไรก็ตาม ราคานั้นเกือบทำให้เหยินปาเชียนหลอดเลือดสมองแตกเลยทีเดียว

 

ความตั้งใจในตอนแรกของเขาคือการหาของขวัญให้เฉินชิ่ง แต่เมื่อหาประมาณครึ่งวัน เขาก็หาอะไรที่เหมาะสมไม่ได้เลย

 

เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับแล้ว เขาไม่เต็มใจที่จะกลับไป

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...