ตอนที่แล้วDMWS ตอนที่ 54 ปฏิเสธ [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDMWS ตอนที่ 56 ซุ่มโจมตีอีกครั้ง [ฟรี]

“คุณช่วยพาผมไปเยี่ยมชมชุดเกราะเหล็กนั่นหน่อยได้หรือไม่?นอกจากนี้จะเป็นไปได้มั้ยที่ผมจะขอลองขยับมันดู…”เเจ็คสันกล่าวอย่างจริงจังในใจของเขาปราถนาที่จะลองขับเคลื่อนชุดเกราะของโทนี่

 

“พาเธอไปเยี่ยมดูนั้นไม่เป็นปัญหาอย่างเเน่นอน เเต่ก็ยังมีบางสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่หากจะให้เธอลองขยับมัน เพราะชุดเกราะอย่างเเรกเลยมันไม่ง่ายนักที่จะควบคุม สอง ทางกองทัพได้ให้ความสนใจเเละจะเริ่มเจรจาธุรกิจเรื่องนี้กับฉัน”ได้ยินคำขอของเเจ็คสัน โทนี่ กล่าวตอบอย่างไม่เเปลกใจ

 

ในฐานะชุดเกราะเทคโนโลยีระดับสูงเเน่นอนว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าของโทนี่ เเละ การปรากฏตัวของมัน ก็กระตุ้นต่อมสนใจของกองทัพสหรัฐเข้าเเม้กระทั่งถือว่ามันเป็นอากาศยานที่ทั่วทั้งโลกจับตามองเเต่เพราะโทนี่รู้สึกถึงเเผลเก่าของสงครามทำให้เขายังลังเลที่จะส่งมอบมันให้กับกองทัพในตอนนี้

 

“อืม?ชุดเกราะทางการทหารงั้นหรอ?ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยว่าไหมคุณสตาร์ก”ได้ยินคำตอบของโทนี่ เเจ็คสันกล่าวพูดออกมา เเน่นอนว่าชุดเกราะไอรอนเเมนนี้มีผลประโยชน์ต่อสงครามอย่างมากมันจะทำให้สงครามไม่เกิดความสมดุลขึ้น

 

“เป็นเช่นนั้น ฉันได้สั่งปิดสายงานผลิตอาวุธของสตาร์กอินดัสตรีท์ไปเเล้ว เเละคิดว่าจะไม่ส่งมอบขายเกราะเหล็กเหล่านี้ให้กับกองทัพ เเต่ทางกองทัพเองก็เข้ากดดันฉันอย่างหนักเหมือนกัน”โทนี่กล่าวยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง เดิมทีเขาไม่ต้องการผลิตขีปนาวุธให้กับกองทัพอีกเเล้ว เเต่เพราะชุดเกราะนี้มีศักยภาพที่ดีกว่าขีปนาวุธทำให้ทางกองทัพกดดันเขาอย่างหนัก

 

เเจ็คสันเองก็รู้เรื่องนี้ดี ข่าวการต่อสู้ของ โอบาไดห์ เเละ โทนี่ นั้นได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของกองทัพ ตอนนี้ โอบาไดห์ ได้บาดเจ็บหนักเเละนอนพักรักษาตัวในคุกที่มีการป้องกันที่หนาเเน่นที่สุด ถ้าโทนี่ยืนกรานว่าจะไม่มอบชุดเกราะเพื่อใช้ทางการทหารนี้มาพวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะยื่นสิทธิ์ให้กับ โอบาไดห์ เพื่อล้วงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตอาวุธชุดเกราะเหล็กขึ้นเอง

 

“เช่นนั้นทำไมคุณไม่ลองหาวิธีประนีประนอมที่ได้ประโยชน์เเละเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย”ได้ยินโทนี่ กล่าวเช่นนั้น เเจ็คสัน กล่าวเสนอความคิดของเขา

 

“หืม?เธอหมายความว่าอย่างไรประนีประนอม?”คำพูดของ เเจ็คสันนั้น ได้กระตุ้นความสนใจของ โทนี่ เขากล่าวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“คุณสตาร์ก,ทางกองทัพ ต้องการชุดเกราะของคุณเพื่อใช้ในการสงครามใช่หรือไม่?เเต่เพราะอภิสิทธิ์การผลิตชุดเกราะนั้นอยู่ในมือคุณ ,คุณไม่คิดงั้นหรอว่าทางกองทัพเเละสภาจะต้องถามความเห็นของคุณก่อน คุณก็เพียงสร้างเงื่อนไขที่เป็นที่ยอมรับสำหรับคุณขึ้นมาก็เพียงพอเเล้ว”เเจ็คสันกล่าวบอกโทนี่

 

“เงื่อนไขที่เป็นที่ยอมรับ?มันคืออะไร?”โทนี่ไม่คิดว่าทางสภาจะเห็นด้วยกับความเห็นของเขา

 

“เงื่อนไขที่ว่าก็คือคุณส่งมอบชุดเกราะให้กับพวกเขา เเต่ก็จำกัดปริมาณที่จะให้รวมถึงสิทธิ์ที่จะเข้าถึงอย่างผู้ใช้จะต้องผ่านการอนุมัติจากคุณ พวกเขาจะสามารถใช้ชุดเกราะไอรอน-เเมน ได้ก็ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์พิเศษขึ้นเท่านั้น ,ไม่สามารถนำมันไปทำศึกสงคราม ผมคิดว่าข้อเสนอนี้อาจทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจก็เป็นได้”เเจ็คสันกล่าวบอกโทนี่ถึงข้อเสนอของเขา

 

“จำกัดปริมาณสิทธิ์เข้าถึงเเละการเคลื่อนไหว?ความคิดนี่ค่อนข้างไม่เลวบางทีทางสภาจะเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้เเม้จะไม่เต็มใจยอมรับเเต่พวกเขาจะต้องตกลงอย่างเเน่นอนพวกเขาคงไม่คิดว่าการหันไปพึ่งลุงของฉันเป็นทางเลือกที่ดีนักหรอก”ได้ยินคำเเนะนำของ เเจ็คสัน ดวงตาของโทนี่เผยเเววสว่างวาบทันที ในที่สุดเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา

 

“คุณสตาร์ก,ผมคิดว่าทางสภาเองคงจะไม่เห็นด้วยง่ายขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าคุณมีเเรงสนับสนุนที่ดีเเล้วหรอกหรอด้วยสถานะของคุณ,คุณสตาร์กคุณจะต้องสามารถกดดันให้สภายอมจำนนต่อคำร้องขอนี้ได้อย่างเเน่นอน”เห็นโทนี่ กล่าวตื่นเต้น เเจ็คสัน กล่าวเตือนเขา

 

เเจ็คสันไม่รู้ว่าตอนนี้ นิค ฟิวรี่ ,ผ.อ. หน่วย S.H.I.E.L.D. ได้เข้ามาผูกสัมพันธ์กับโทนี่ เเล้ว หรือไม่ เเต่หากกล่าวถึงเรื่องพันธมิตรของ โทนี่ ก็ต้อง อเวนเจอร์ส ก่อนหน้าที่ โทนี่ จะเข้าสังกัด อเวนเจอร์ส เขาจะต้องถูกทดสอบว่ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ เเต่หาก โทนี่ ได้เเรงสนับสนุนจากตรงนี้ เเน่นอนว่าบางทีเขาอาจจะประสบความสำเร็จในคำขอของเขา

 

หลังจากที่เเจ็คสันพูดประโยคนี้ออกมามันก็ทำให้โทนี่ใช้ความคิดทันทีเขากำลังครุ่นคิดถึงชายคนนึงที่บุกบ้านเขาวันนั้นพร้อมกับยื่นข้อเสนอบางอย่างให้ เพียงเเต่ว่าเขาก็ไม่ได้คิดอะไรในช่วงนั้น พอเเจ็คสันได้เตือนเขาถึง เเรงสนับสนุนบางอย่างมันทำให้เขานึกถึงชายคนนั้น ชายที่สวมผ้าปิดตาข้างเดียว เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครเลยเเม้เเต่คนเดียวเขาไม่รู้ว่าเเจ็คสันพยายามสื่อถึงบุคคลนี้หรือไม่

 

“เเจ็คสัน เธอเป็นใครกันเเน่?”เบื้องหน้าของเขาเป็นเด็กหนุ่มที่เขาคุ้นเคยเเต่ความลึกลับของ เเจ็คสัน กลับทำให้โทนี่ รู้สึกสงสัยอยู่ตลอดเวลา

 

“ผม?ผมก็คือ เเจ็คสัน หลิน,ผู้สื่อข่าวส่วนตัวของคุณ,คุณสตาร์ก”เห็นการเปลี่ยนเปลี่ยงของ โทนี่ เเจ็คสัน กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม เเน่นอนว่าโทนี่ ไม่ได้ตั้งใจถามว่าเขาเป็นใคร มันเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากจิตใต้สำนึกของโทนี่

 

“ฉันคาดเดาความคิดของเธอไม่ออกจริงจริง,เอาละ เธอคิดว่าเธอมีข้อเสนอคิดเห็นเกี่ยวกับเเผนที่เธอบอกมาอย่างไรบ้าง?”เห็นท่าทีที่ชวนไร้เดียงสาของ เเจ็คสัน โทนี่ นั่งลงก่อนที่จะเปลี่ยนคำถามทันที

 

“ผมคิดว่าคุณควรจะเริ่มมองหาคนใกล้ตัวก่อน”

 

“คนที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ,ผมคิดว่าคุณก็คงมีอยู่คนนึงเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ พันเอก โรดส์ เขาจะเป็นตัวเเทนของกองทัพที่ใช้ชุดเกราะทางการทหาร ผมคิดว่าพันเอก โรดส์ จะเป็นตัวเเทนที่ได้รับความไว้วางใจจากคุณเเละสภาอย่างเเน่นอน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเพียงทำได้เเค่เเนะนำ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับที่คุณสตาร์กจะตัดสินใจ”เเจ็คสันกล่าวถึงผู้สมัครที่คู่ควร

 

“ฉันรู้,ฉันเองก็คิดว่า โรดส์ นั้นคู่ควรที่จะมาทำหน้าที่นี้”โทนี่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

“คุณสตาร์ก เกี่ยวกับเรื่องที่ผมเพิ่งพูดไป”เห็นโทนี่กล่าวคลายปัญหาเเจ็คสัน กล่าวถามขึ้นอีกครั้ง

 

“เรื่องอะไร?”โทนี่กล่าวถามเขาลืมว่าเเจ็คสันหมายถึงเรื่องอะไร

 

“ก็เรื่อง,เยี่ยมชมชุดเกราะคุณ..เเละให้ผมลองขยับมันสักเล็กน้อย”เเจ็คสันกล่าวเตือนเล็กน้อย

 

โทนี่”…”

 

“ตกลง,ขึ้นไปชั้นบน ฉันจะให้ J.A.R.V.I.S สอนวิธีการขยับชุดเกราะให้กับเธอ เเต่อย่าได้หลงระเริงเกินไป”โทนี่กล่าวตอบคำขอของเเจ็คสัน

 

“ขอบคุณ,คุณสตาร์ก”เเจ็คสันกล่าวรู้สึกเบิกบานในใจนี่เป็นความรู้สึกที่เเท้จริงของเขา

 

ปั้งง

 

หลังจากนั้นหลายนาที โทนี่ เเละ เเจ็คสัน ก็ควบชุดเกราะเหล็กไอรอน-เเมนออกไปข้างนอก,ซึ่งเเจ็คสันเองก็ได้ลองขยับเเละบินเล่นอยู่ภายในพื้นที่อย่างยากลำบาก

 

 

ตั้งเเต่วันนั้นที่เเจ็คสันไปเยี่ยมบ้านโทนี่ ก็ผ่านไป หนึ่งสัปดาห์ เขายังคงรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย เกี่ยวกับการได้บินบนท้องฟ้า สิ่งนี้ทำให้เเจ็คสันรู้สึกสนใจอย่างมาก ด้วยเทคนิคการฝึกฝนของเขามันไม่สามารถทำให้เขาบินบนฟ้าได้ หากเป็นไปได้เขาก็ต้องการชุดเกราะไอรอน-เเมนของโทนี่สักชุด เเต่โทนี่คงไม่สามารถให้ชุดเกราะเขาได้อย่างเเน่นอน

 

สัปดาห์นี้ เเจ็คสัน ได้รับข้อมูลมากมาย ปีเตอร์ เองก็ได้ช่วย ดร.คอนนอร์ส ในการวิจัยทดลองยีนส์พันธุกรรม ขั้นสุดท้าย หลังจากนั้น 3 วันเขาก็ไม่พบเจอ ปีเตอร์เลย คาดว่า ปีเตอร์ ควรจะถูกเเมงมุมกัดเเล้ว เเละ อีกไม่นาน สไปเดอร์-เเมน ก็จะปรากฏตัวขึ้น

 

เเจ็คสันเฝ้ารอให้ สไปเดอร์เเมนปรากฏตัวขึ้นอย่างมีความหวัง ส่วนเรื่องออสคอร์ป เเละ เเฮร์รี่ นั้นเขาก็รับรู้มาว่าหุ้นส่วนของบริษัท เเฮร์รี่ เองก็เข้ากดดัน เเฮร์รี่ อย่างหนัก ไม่ช้า เเฮร์รี่ ก็จะทนเเรงกดดันไม่ไหวเเละกลายเป็น กรีนก็อบลิน ในที่สุด

 

ในวันนี้ เเจ็คสัน เเละ เเมตต์ ได้ออกไปทลายพวกเเก๊งค้ายาเสพติดในเเมนฮัตตัน หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้กลับไปที่ฐานลับ เกี่ยวกับข้อมูล เเก๊ง เจสเตอร์ เเละ มาเฟีย วิลสัน เองก็ยังไม่ได้ข้อมูลเงื่อนงำอะไร เเจ็คสัน เเละ เเมตต์ วิงวอนว่าจะได้รับข่าวพวกมันในเร็ว ๆ นี้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าพวกมันคงไม่ซ่อนตัวอยู่ตลอด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาเพียงเท่านั้น

 

“เเมตต์,คุณคิดว่าพวกมันกำลังเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้เราหรือไม่?”เเจ็คสันกล่าวถามเเมตต์ ตอนนี้ พวกเขาอยู่ในฐานลับส่วนตัว

 

“มันก็ไม่เเน่นอนเพราะเรากลับไม่ได้รับข้อมูลอะไรของพวกมันเเม้เเต่น้อย”เเมตต์ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้

 

“หรือว่า,พวกมันจะกลัวเรา?”เเจ็คสัน กล่าวความคิดที่เป็นไปได้ยากที่สุด

 

ตู๊ดดด

 

หลังจาก เเจ็คสัน นั่งถอนหายใจบนโซฟา เขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกเข้า

 

ตู๊ดดดด

 

เเจ็คสัน เปิดโทรศัพท์ขึ้นมันเป็นเบอร์เเปลกเเต่เขาก็รู้ว่า ใครเป็นคนโทรมา

 

“ฮ่าฮ่า,ผมรู้อยู่เเล้วว่าคุณต้องโทรมา”

 

“สวัสดี,เวด วิลสัน?คุณเปลี่ยนใจเเล้วใช่หรือไม่?”เเจ็คสันกล่าวถามออกไป

 

“ใช่,ฉันเปลี่ยนใจเเล้ว”เสียงตอบกลับปลายสาย เป็นเสียงของ เวด นั่นเอง

 

 

 

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...