ตอนที่แล้วตอนที่ 61: ความกลัว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 63: ผู้ดูแลฉี ผู้ซึ่งต่อสู้กับคนแปดคนด้วยตัวคนเดียว

หลังจากที่นอนหลับสนิทตลอดคืนแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้กลับมายังห้องนอนของเขาที่ประเทศจีนอีกครั้ง

 

“เมื่อไหร่จะจบซักทีเนี่ย” เหยินปาเชียนปาดหน้าของตัวเองด้วยมือ แล้วก็ลุกขึ้นยืนบนเตียงของเขาในทันที

 

เขาไม่จำเป็นต้องกังวลในฝั่งดาวโลกมากนัก การร่วมมือกันในเรื่องของสูตรครีมโคลนดำกับตระกูลเฉิน จะทำให้เขาสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดชีวิต

 

ในปัจจุบัน เหยินปาเชียนจะต้องรักษาเสถียรภาพในตำแหน่งของเขาที่ต้าเย่า อย่างน้อยที่สุด เขาก็ไม่ต้องเสี่ยงหัวหายในทุก ๆ วันแล้ว

 

เขานั่งอยู่บนเตียงแล้วจ้องมองไปชั่วขณะหนึ่ง เหยินปาเชียนมองออกไปข้างนอกแล้วสังเกตเห็นว่ามันเริ่มสว่างแล้ว เขาจึงเปิดหน้าต่าง ลมหนาวได้พัดเข้ามาในห้อง

 

“ที่นี่ค่อนข้างเย็นกว่าอีกโลกเลยนะเนี่ย” เหยินปาเชียนพึมพำออกมา

 

การหมุนของเวลานั้นแตกต่างกันไปในทั้งสองโลก โดยทั่วไปแล้ว การเดินทางไปกลับจะต้องใช้เวลา 12-13 วัน และเดินทางไปกลับ 3 ครั้งจะใช้เวลามากกว่า 1 เดือน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเพิ่งจะผ่านไปได้แค่ 10 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลาได้ผ่านไปแล้ว 1 เดือน

 

เพราะฉะนั้น ความผันแปรของสภาพภูมิอากาศจะทำให้เขารู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

 

นอกจากนี้ เมื่อกลับมาจากอีกโลก เขาก็รู้สึกว่าอากาศในเมืองมีมลพิษมากเป็นพิเศษ และมี กลิ่นฉุนเล็กน้อย สิ่งนี้ยังทำให้เขาขี้เกียจออกไปข้างนอกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

เขายืนอยู่ด้านหน้าหน้าต่าง และเดินเข้าไปด้วยความมึนงง เหยินปาเชียนกำลังคิดว่าจะดีแค่ไหนถ้าเขาสามารถได้รับกำไรจากธุรกิจครีมโคลนดำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะซื้อเกาะและอาศัยอยู่บนเกาะนั้น แล้วเขาก็ไม่ต้องทนกับอากาศที่ขุ่นมัวในเมืองอีกต่อไป

 

แต่เขารู้ดีว่าธุรกิจครีมโคลนดำเป็นการลงทุนระยะยาว และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับผลตอบแทนในเวลาระยะสั้นได้

 

3-5 ปีนั้นถือว่าเป็นระยะสั้น

 

การสร้างโรงงานผลิตยาตั้งแต่เริ่มต้นนั้นไม่ใช่งานที่ง่าย แล้วนับประสาอะไรกับการวิจัยและพัฒนายา และการติดตามผลการทดลองที่จำเป็น

 

ดูเหมือนว่าเขายังต้องคิดถึงวิธีอื่นที่จะได้รับเงินเพื่อการดำรงชีพ

 

น้ำจากภูเขาไม่สามารถดับความกระหายของผู้คนในปัจจุบันได้

 

หลังจากคิดมาสักพักหนึ่ง ไม่มีอะไรที่เขาพบเจอในต้าเย่าแล้วสามารถขายเป็นเงินบนดาวโลกได้เลย

 

หมีแพนด้ายักษ์ล่ะ เขาจะกล้าขายมันมั้ยนะ ?

 

เหยินปาเชียนไม่กล้าขายหนังของเสือเขี้ยวดาบ เนื่องจากไม่มีสิ่งมีชีวิตแบบนั้นอยู่บนดาวโลกสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงที่สุดของเสือเขี้ยวดาบก็น่าจะเป็นสไมโลดอน ซึ่งได้สูญพันธุ์ไปแล้วนับแสนล้านปี

 

โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งใดก็ตามที่มีอยู่ในดาวโลก เหยินปาเชียนไม่กล้าที่จะเอามันไปขาย หรือต่อให้เขาเอามันไปขาย มันก็ไม่มีมูลค่าเลยแม้แต่น้อย ส่วนสิ่งใดก็ตามที่ไม่ได้มีอยู่บนดาวโลก เขาก็ยิ่งกลัวที่จะเอามันไปขาย

 

เว้นเสียแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เหมือนกับสูตรยา แต่การได้รับผลกำไรนั้นช้ามาก

 

การขายเงินอาจเป็นไอเดียที่เป็นไปได้ เงินเดือนของเหยินปาเชียนเป็นเงินประมาณ 80 ตำลึง นอกจากนั้น ร้านน้ำแข็งใสซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การปรับปรุงจะได้รับเงินประมาณกว่า 100 ตำลึง โดยเทียบเท่ากับเงินหยวนประมาณ 400,000 – 500,000 หยวน นอกจากนี้ ยังสามารถได้รับเงินจากเครื่องทำความเย็นอีกด้วย

 

เพียงเท่านี้ ก็จะมีความเสี่ยงในการขายเงินจำนวนมากในระยะยาว นอกจากนี้ ในบุคคลธรรมดา 400 – 500 หยวนนั้นเป็นเงินก้อนใหญ่ ตราบใดที่เหยินปาเชียนกังวลอยู่ เงินจำนวนนี้ก็ไม่เพียงพอสำหรับเขา

 

มันเหมือนกับว่าเขาขายเฮโรอีนและมีรายได้จากตรงนี้

 

จู่ ๆ เหยินปาเชียนก็นึกขึ้นได้ว่ามีอัญมณีมากมายในต้าเย่า เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานการณ์ บางทีเขาอาจจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อเขากลับไปยังอีกโลก การรวบรวมอัญมณีและขายบนดาวโลกจะเป็นไอเดียที่เป็นไปได้มากกว่า มันจะดีที่สุดถ้าเขาสามารถรวบรวมอัญมณีที่หายากเหล่านั้นซึ่งมีมูลค่ามาก

 

 

 

แล้วเหยินปาเชียนก็อยู่ในความงุนงงอีกครั้ง เขาได้เปิดมือถือที่ถูกปิดในไม่กี่วันที่ผ่านมา และเห็นว่ามีข้อความจำนวนหนึ่งที่ระบุว่ามีสายที่ไม่ได้รับ มีสายที่ไม่ได้รับมาจากเฉินชิ่งสองสาย มาจากต่งไห่ฉิงหนึ่งสาย และมาจากเฉินบิงหนึ่งสายด้วยเช่นกัน แถมยังมีสายที่ไม่ได้รับมาจากที่บ้านอีกด้วย

 

เขาโทรไปยังเบอร์บ้าน และผ่านไปสักพัก เขาก็ได้ยินว่ามีใครบางคนกำลังพูดออกมา “นี่แกยังรู้จักวิธีโทรมาที่บ้านอยู่หรอ ? แม่โทรหาแกก่อนหน้านี้ แต่มือถือของแกก็ถูกปิดตลอดเลย แม่ติดต่อแกไม่ได้เลย ถ้าขืนแกยังไม่ได้โทรหาแม่ล่ะก็ แม่จะแจ้งไปยังตำรวจว่าแกหายไป…”

 

เหยินปาเชียนถือมือถือไว้ห่างจากหู และเมื่อผ่านไปได้สักพัก ในที่สุดอีกฝ่ายก็หยุดโวยวาย แล้วเขาก็พูดออกมา “ช่วงนี้ที่บริษัทยุ่งมาก และต้องทำงานล่วงเวลาทุกวัน ผมไม่ได้สังเกตว่ามือถือของผมแบตหมดน่ะแม่ ในที่สุด งานของผมก็เสร็จแล้ว ก็เลยโทรหาแม่ทันทีเพื่อแสดงความคิดถึงไงครับแม่”

 

“อุ๊ยต๊ายตาย นี่แกยังรู้จักวิธีพูดอยู่หรอเนี่ย ?” แม่ของเหยินปาเชียนพึมพำกับตัวเองแล้วก็ถามเขา “สถานการณ์ในบริษัทเป็นยังไงบ้างล่ะ ?”

 

“ก็ดีเลยแม่ เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน” เหยินปาเชียนพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย

 

“ช่างมันเถอะ แม่ไม่รู้อะไรที่เกี่ยวกับแกเลย วันนี้เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์นะ แกจะกลับมามั้ย ? แกยังมาทันนะถ้าแกขับรถมาน่ะ”

 

“วันนี้เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์หรอแม่ ?” เหยินปาเชียนถาม

 

“แกนี่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยที่ไม่รู้อะไรเลยหรอ ? แม้แต่วันที่แกก็ไม่รู้รึไง ?”

 

“อ้อ พอดีช่วงผมยุ่งมาก และไม่ได้สังเกตุวันที่เลยแม่ เดี๋ยวผมจะออกเดินทางไปถึงที่นั่นตอนเที่ยงนะแม่” เหยินปาเชียนตอบอย่างรวดเร็ว

 

“ต้องอย่างงั้นสิ รีบกลับมาล่ะ”

 

เมื่อเขาวางสายไป เหยินปาเชียนก็หายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกว่าผ่านไปได้เพียงไม่กี่วัน แต่ก็นี่ผ่านไปแล้ว 2 เดือน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกเสียใจกับสถานการณ์ของเขา เขาสงสัยว่าเมื่อไหร่เรื่องทั้งหมดนี้ถึงจะจบลง

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนได้คิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ถ้าหากเขาเคลื่อนย้ายกลับไปยังอีกโลก และไม่กลับมายังดาวโลกอีก เขาก็สงสัยว่าครอบครัวของเขาจะเสียใจมากแค่ไหน ยังไงซะ ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เลวร้ายมากนัก

 

เหยินปาเชียนมองดูสายที่ไม่ได้รับของเฉินชิ่ง แล้วก็นึกถึงวันหมั้นของเขาซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทันที น่าเสียดายที่เขาไม่มีอะไรพิเศษเพื่อให้เขาเป็นของขวัญ เฉินชิ่งมีเงินอยู่ทั้งโลก และเขาก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไรเลย

 

 

 

หลังจากที่คิดอยู่พักหนึ่ง เหยินปาเชียนก็ตัดสินใจที่จะไม่โทรหาเฉินชิ่ง เขาไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดใหม่ แล้วก็ขับรถกลับบ้าน

 

บ้านเกิดของเหยินปาเชียนอยู่ห่างจากบ้านในปัจจุบันราว 300 กิโลเมตร ในตอนเที่ยง เขาก็มาถึงละแวกบ้านซึ่งบ้านของเขาตั้งอยู่ที่นี่

 

เมื่อมองไปที่ละแวกบ้านที่คุ้นเคยและดูทรุดโทรมเล็กน้อย เหยินปาเชียนก็รู้สึกปลดปล่อยอย่างบอกไม่ถูก นี่คือความรู้สึกที่ได้กลับบ้าน

 

“พี่ชาย พี่ !” เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังตะโกน เขาก็เห็นน้องชายของเขาโบกมือให้เขาจากหน้าต่างในบ้านของเขาเอง

 

รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนหน้าของเหยินปาเชียน เขาล็อคประตูรถ ขึ้นไปชั้นบน แล้วก็กดกระดิ่ง

 

“รถออดี้ที่อยู่ด้านล่างของลูกใช่มั้ย ?” พ่อของเหยินปาเชียนถามทันทีที่เขาเปิดประตู

 

“พ่อนี่สายตาดีจริง ๆ เลยนะ” เหยินปาเชียนยกนิ้วให้เขา

 

“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่เหมือนแกหรอกที่ไม่รู้ว่าพ่อสายตายาว” พ่อของเหยินปาเชียนตบหน้าผาก “ขอกุญแจหน่อย พ่อว่าจะลองขับ”

 

เหยินปาเชียนยิ้มแล้วโยนกุญแจไปทางพ่อของเขา เขารู้ว่าพ่อของเขาสนใจรถยนต์อยู่เสมอ ถึงยังไงก็เถอะ เขาก็ยังคงต้องเลี้ยงดูเด็กสองคน และแม้แต่จะซื้อเพียงแค่รถซูซูกิ อัลโต้ มือสองก็ยังลำบาก เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการตื่นเต้นอย่างมากเมื่อได้เห็นรถออดี้ของเหยินปาเชียน

 

“ดูท่าทางของพ่อสิ ทุกคันก็คือรถ อะไรคือความแตกต่างในการขับขี่หรอ ?” เสียงของแม่ของเหยินปาเชียนดังมาจากห้องครัว

 

พ่อของเหยินปาเชียนไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหยิบกุญแจจากเหยินปาเชียน แล้ววิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น

 

“พี่ มีของฝากของผมมั้ย ?” เมื่อพ่อของเขาออกไป น้องชายของเหยินปาเชียนก็ล้อมเขาไว้

 

เหยินว่านเหนียน น้องชายของเหยินปาเชียน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีนี้ แต่ตัวสูงกว่าเขามาก ว่านเหนียนมีรูปร่างหน้าตาที่ดี ผลการเรียนดีกว่าปาเชียน และเขาก็เป็นคนร่าเริงแจ่มใส มันดูเหมือนว่ายีนบวกทุกตัวในครอบครัวถูกรวบรวมไว้ที่เขา

 

แต่ทว่า พี่ชายถูกตั้งชื่อเหยินปาเชียน (任八千: Rèn Bāqiān: แปดพัน) และน้องชายถูกตั้งชื่อว่าเหยินว่านเหนียน (任万年: Rèn Wànnián: หมื่นปี) แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่หวังในตัวพวกเขามากแค่ไหน ส่วนความหวังที่สูงเช่นนั้น เหยินปาเชียนก็อยากจะบอกพวกเขาว่า “ผมทำให้สำเร็จไม่ได้หรอก”

 

“พี่ว่าจะซื้อมือถือให้นายในวันพรุ่งนี้น่ะ” เหยินปาเชียนมองดูความสูงของน้องชายของเขา แถมหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาซึ่งอาจช่วยให้เขาหาเลี้ยงชีพได้ เขาไม่เพียงแค่อิจฉาน้องชายเท่านั้น แต่ยังอยากได้อีกด้วย

 

“ขอบคุณมากเลยครับพี่” เหยินว่านเหนียนฉีกยิ้มจนถึงใบหูในทันที

 

 

 

เหยินปาเชียนวางของลงแล้วก็เข้าไปในห้องครัว เขาเหลือบตามองและสังเกตเห็นว่าทุกอย่างเป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ ดูเหมือนว่าทุกอย่างเพิ่งทำเสร็จเพียงไม่กี่นาทีที่แล้ว

 

เขาสันนิษฐานว่าแม่ของเขาใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดเพื่อเตรียมอาหาร และรอให้เขากลับมาก่อนทำอาหารเสร็จ เธอเป็นห่วงว่าเขาจะไม่สามารถกินอาหารจานร้อนได้

 

“เพราะแกกลับมา ก็ไปอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าทำตัวเกะกะที่นี่ล่ะ” หนึ่งประโยคจากแม่ของเหยินปาเชียนได้ทำลายความรู้สึกอบอุ่นที่เขารู้สึกเมื่อสักครู่นี้ เขาถูจมูกแล้วไปนั่งบนโซฟา

 

“พี่ทำอะไรที่บริษัทหรอ ?” เหยินว่านเหนียนมารวมตัวกับเหยินปาเชียนแล้วถามออกมา

 

“ทำยาน่ะ”

 

“ยาหรอ ? พี่มีความรู้เรื่องยาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?” เหยินว่านเหนียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“พี่ชายของนายน่ะมีความรู้มากเลยนะ” เหยินปาเชียนนั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

 

“ครับ.. !”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...