ตอนที่แล้วตอนที่ 60: การเรียนรู้ความรักชาติ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 62: กลับบ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้น เหยินปาเชียนลองสวมเสื้อคลุมที่เพิ่งซักแล้วตากแดด มันทำให้เขารู้สึกดีจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีกระจก แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่าเหมาะพอดีตัวเขาแค่ไหน

 

คนที่แก้เสื้อคลุมของเขาคือภรรยาของคนงาน ทักษะของเธอค่อนข้างดีทีเดียว

 

เมื่อลองใส่แล้ว เขาก็ถอดออก เขาไม่ต้องการให้เหล่าคนเลือดเย็นละเลงเสื้อคลุมของเขาด้วยรอยมืออีกครั้ง

 

แถมเขายังไม่รู้ด้วยว่าชุดข้าราชการสำรองจะส่งมาถึงเมื่อไหร่

 

ในขณะที่เขาว่างอยู่ เขาก็ไปคุยกับเถิงหูหลุและเถ่เตา เขานั่งฟังเรื่องราวเกี่ยวกับที่ปรึกษาทางการทหาร

 

นับตั้งแต่เหยินปาเชียนเริ่มเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล เขาก็ได้เลิกการยกย่องคนดัง เขาพบว่ามันดูเหมือนเด็กมาก ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้เขากำลังยกย่องที่ปรึกษาทางการทหารราวกับเป็นแฟนตัวยง เหยิาปาเชียนสนใจเรื่องสั้นเกี่ยวกับตัวเขามาก

 

มีคนที่ชาญฉลาดอยู่มากมายตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มีหลายคนที่มีชื่อให้จดจำไปตลอด อย่างไรก็ตาม มีน้อยมากที่เป็นเหมือนกับที่ปรึกษาทางการทหารคนนี้

 

น่าเสียดายที่เถิงหูหลุและเถ่เตาไม่รู้จักชื่อของเขา พวกเขารู้แต่เพียงว่าแซ่ของเขาคือฉี ดูเหมือนว่ามีเพียงไม่กี่คนที่พูดถึงชื่อของเขาเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้จึงไม่มีใครรู้จักชื่อเต็มของเขาเลย

 

กล่าวกันว่ามีภาพวาดของที่ปรึกษาทางการทหารอยู่ในพระราชวังหลวง มันถูกวาดโดยอัจฉริยะด้านศิลปะที่มาจากชนเผ่า เหยินปาเชียนต้องการเห็นภาพวาดอย่างมาก เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าที่ปรึกษาทางการทหารมีลักษณะอย่างไร

 

เมื่อเหยินปาเชียนนึกถึงม้วนกระดาษและหนังสือในพระราชวังชิงซินเหล่านั้นแล้ว เขาก็รู้สึกว่าสามารถค้นหาภาพวาดที่นั่นได้

 

 

 

เมื่อรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เหยินปาเชียนก็ใส่เสื้อคลุมและเข้าไปยังพระราชวังหลวง เขาได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพระราชวังหลังจากแสดงเหรียญตราของเขาตรงทางเข้า

 

เมื่อเข้าไปในพระราชวัง เหยินปาเชียนมองไปที่เหรียญตราในมือ ดูเหมือนว่าเหรียญตรานั้นมีประโยชน์มากทีเดียว เขาสามารถเดินเข้าออกจากพระราชวังได้ตามอำเภอใจสินะ ?

 

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะให้สิ่งนี้แก่เขา ซึ่งเป็นคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับขีดความสามารถในการต่อสู้ขององค์จักรพรรดินี เขาก็รู้สึกว่ามันธรรมดาสำหรับนางที่จะไม่สนใจเขาเลย ถึงแม้ว่าเขาจะมีอาวุธอยู่ก็ตาม เขาก็ไม่สามารถปลงพระชนม์นางได้

 

เมื่อเขามาถึงพระราชวังชิงซินแล้ว เขาก็ได้เห็นหลินเฉี่ยวเล่อนั่งเอามือเท้าคางอยู่บนบันไดหิน ราวกับว่าอยู่ในความสะลึมสะลือ ดวงตาของเธอหรี่ลง ราวกับขีดบาง ๆ สองขีด เหยินปาเชียนไม่สามารถบอกได้ว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่รึเปล่า

 

“บรรณารักษ์หลิน” เหยินปาเชียนเข้ามาทักทายเธอใกล้ ๆเมื่อเขาเห็นว่าเธอไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่รบกวนเธอ และปล่อยให้เธออยู่ในโลกแห่งความฝันของตัวเอง

 

เมื่อเขาเดินเข้าไปในพระราชวังชิงซิน เขาก็เห็นหนังสือเล่มอื่นอยู่บนโต๊ะ คราวนี้ หนังสือปกคลุมด้วยหนังสัตว์ มันค่อนข้างเก่าทีเดียว ดูเหมือนว่ามันถูกวางไว้ตรงนั้นเป็นเวลาหลายปี

 

เหยินปาเชียนหยิบมันขึ้นมาแล้วพลิกหน้ากระดาษ ทุกหน้ามีคำอยู่หลายสิบคำ คำทุกคำเหมือนภาพวาด

 

อย่างไรก็ตาม มีคำบางคำที่คล้ายคลึงกับตัวอักษรจีน ตัวอย่างเช่น 三 (3), 日 (วัน), 云 (เมฆ), และ 王 (ราชา) เป็นต้น เขาสงสัยว่าคำเหล่านี้มีความหมายเหมือนกันหรือไม่

 

ในช่วงกลางของหนังสือ มีภาพอยู่บ้างนิดหน่อย เป็นภาพที่อธิบายการเคลื่อนไหวของมนุษย์หลายรูปแบบ

 

“นี่คือหนังสือคู่มือกำลังภายในเหรอเนี่ย ?” ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจของเหยินปาเชียน ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

 

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำให้เขาเป็นสุดยอดอย่างเช่นจักรพรรดินีได้ แต่ก็อาจจะสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขาได้ เขาไม่ต้องการที่จะหลีกทางให้กับคนอื่นเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาไปที่เมือง ทุกคนที่อยู่ในต้าเย่าสามารถฆ่าเขาได้ด้วยฝ่ามือข้างเดียวและนั่นก็ทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี

 

น่าเสียดายที่เขาไม่เข้าใจคำศัพท์ในหนังสือเลย คำส่วนใหญ่ดูคล้ายกันก็จริง แต่เขาก็ไม่สามารถจดจำได้แม้แต่คำเดียว

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็วางหนังสือไว้บนโต๊ะ มันจะดีกว่าถ้าเขาเรียนรู้คำศัพท์ก่อนอ่านอีกครั้ง

 

 

 

และแล้ว ก็ถึงตอนเย็น เหยินปาเชียนถูกเรียกตัวไปที่พระราชวังเพื่อเล่าเรื่องให้กับองค์จักรพรรดินีอีกครั้ง

 

ก่อนที่เขาจะออกไป เสียงของจักรพรรดิก็ดังไปทั่วหัวของเขา “เจ้าคิดจะหายตัวไปในวันพรุ่งนี้อีกรึ ?”

 

เม็ดเหงื่อได้หยดลงบนหน้าผากของเหยินปาเชียน

 

ดูเหมือนว่าเขาจะถูกมนต์สะกดแช่แข็งบนร่างของเขา เขาหันไปทั้งตัวด้วยความยากลำบากและฝืนยิ้มออกมา “ดวงตาของฝ่าบาทนั้นมองเห็นได้ทุกอย่าง ภูมิปัญญาของท่านไม่มีใครเทียบได้ และฝ่าบาททรงมีสติปัญญาเฉียบแหลม ข้ากลัวความยิ่งใหญ่ของท่านยิ่งนัก และข้าก็เคารพท่านจากใจจริงขอรับ”

 

“ความกลัวของเจ้านั้นเป็นของจริง ส่วนเรื่องอื่นของเจ้าน่ะ ข้าไม่สามารถพูดได้อย่างมั่นใจนัก” จักรพรรดินีตอบอย่างเยือกเย็น “ช่างมันเถอะ ข้าเคยพูดมาก่อนแล้วว่า หากเจ้าพยายามเต็มที่เพื่อข้า ข้าก็จะไม่ซักถามเรื่องของเจ้า เจ้าไปได้แล้ว”

 

 

 

เหยินปาเชียนรู้สึกราวกับว่าเขาถูกต่อย ต่อจากนั้น เขาก็วิ่งออกจากพระราชวัง ราวกับว่าเขาได้รับการนิรโทษกรรม เมื่อเขาออกจากพระราชวังหลวงแล้ว เขาก็ถอนหายใจยาว ๆ และเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก

 

ที่วิ่งไปทั้งหมดได้ทำให้หลังของเขาชุ่มเหงื่ออีกครั้ง

 

เมื่อคำพูดขององค์จักรพรรดินีผ่านเข้ามาในใจของเขาอีกครั้ง เขาก็รู้ว่าจักรพรรดินีต้องการเน้นคำว่า “หากเจ้าพยายามเต็มที่เพื่อข้า”

 

ดูเหมือนว่าเขาต้องการที่จะยกเรื่องบ่อเกลือขึ้นมาคุยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ด้วยคุณความดีจากบ่อเกลือและมันเทศ จะทำให้หัวของเขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ในขณะที่เขาเดินไป เขาก็ดึงผมพร้อมกับขบคิด ทันใดนั้น เขาก็กระแทกกำแพงในที่มืด และได้ถอยหลังมาสองก้าว เขาเงยหน้าขึ้นและได้รู้ว่ากำแพงนั้นคือผู้ดูแลฉีนั่นเอง

 

“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ?” ท่านดูเหมือนจะหมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่างนะ” ผู้ดูแลฉีถามออกมา เสียงของเขาทำให้นกที่อยู่รอบ ๆ ตกใจบินหนีไป

 

เหยินปาเชียนเดินถอยหลังอีกสองก้าว เมื่อรวบรวมสติแล้ว เขาจึงตอบ “ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพิ่งจะคิดอะไรบางอย่างน่ะ ร้านน้ำแข็งใสเป็นยังไงบ้าง ?”

 

เมื่อเหยินปาเชียนพูดถึงเรื่องนี้ ผู้ดูแลฉีก็รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขในทันที เขาเดินก้าวไปข้างหน้าสองก้าว และตบไหล่ของเหยินปาเชียน ทำให้เขาสะดุด จากนั้น เขาก็หัวเราะเบา ๆ “ท่านเหยิน ท่านนี่สุดยอดจริง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเราทำตามสิ่งที่ท่านบอก และพวกเราก็มีงานเต็มมือตลอดสองวันที่ผ่านมา”

 

เหยินปาเชียนถูไหล่พร้อมกับทำหน้าบูดบึ้งด้วยความเจ็บปวด เขาต้องการที่จะหลบมือไม้ของผู้ดูแลฉี แต่ก็พลาด ผู้ดูแลฉีนั้นมือไวกว่าเขา

 

“ก็ดีแล้วที่ธุรกิจไปได้สวย แต่ทีหลังอย่าตบข้าอีกนะ” เมื่อเหยินปาเชียนเห็นผู้ดูแลฉียกฝ่ามืออีกครั้ง เขาก็รีบกระโดดหลบฝ่ามือเหมือนกระต่ายตื่นตูม

 

ผู้ดูแลฉีหัวเราะอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสุขมาก เขาแบมือแล้วพูดออกมา “ในช่วงสองวันที่ผ่านมา พวกเราขายน้ำแข็งใสได้ประมาณ 200 ถ้วย นี่แค่ร้านเดียวนะ”

 

1 ถ้วยราคา 5 เหรียญ 100 ถ้วยเป็นเงิน 5 ตำลึง ในตอนนี้ พวกเขาจะได้เงินประมาณ 10 ตำลึงในหนึ่งวัน ในขณะที่กำไรอยู่ที่อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของพวกเขา หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็จะทำกำไรได้ประมาณ 6 ตำลึงต่อวัน ในหนึ่งเดือน พวกเขาจะทำกำไรได้ราว ๆ 180 ตำลึง อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาหักค่าเช่าและค่าจ้างพนักงานแล้ว พวกเขาจะไม่มีเงินเหลืออยู่มากนัก เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็จะเหลืออย่างน้อย 80 ตำลึง

 

ร้านน้ำแข็งใสสองแห่งจะนำมารวมกันเป็น 160 ต่อเดือน เมื่อแบ่งกำไรอย่างเท่าเทียมกัน พวกเขาจะได้คนละ 80 ตำลึง สำหรับผู้ดูแลฉี ซึ่งมีเงินเดือนแค่ 6 ตำลึง จำนวนเงินที่เขาทำจากร้านน้ำแข็งใสเป็นเงินเทียบเท่ากับเงินเดือนของเขาประมาณหนึ่งปี ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขามีความสุขมากขนาดนี้

 

ถึงยังไงก็เถอะ ความสนใจของเหยินปาเชียนอยู่ที่ฝ่ามือของผู้ดูแลฉี ไม่ว่าเขาจะใช้สมองคิดหนักแค่ไหน เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ดูแลฉีถึงชูห้านิ้วในตอนที่เขาพูดถึงจำนวนวันแค่สองวันเท่านั้น

 

ชาวต้าเย่าทุกคนเป็นเหมือนเค้ามั้ยนะ ? พวกเค้าจะชูห้านิ้วไม่ว่าจำนวนที่พวกเค้าพูดถึงจะเป็นเท่าไหร่งั้นเหรอ ?

 

เมื่อฟังคำพูดของผู้ดูแลฉีแล้ว เหยินปาเชียนก็พยักหน้า การทำกำไรอยู่ในความคาดหมายของเขา ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กำไรที่ทำได้ต่ำกว่าที่เขาคาดไว้เล็กน้อย ยังไงซะ ต้าเย่าก็เป็นที่ที่ร้อนและน้ำแข็งใสจะเป็นที่นิยมที่นี่อย่างแน่นอน

 

แม้แต่คนขายไอติมในประเทศจีนก็สามารถหาเงินเป็นจำนวนมากในหนึ่งเดือนได้ นับประสาอะไรกับพวกที่ขายน้ำแข็งใสในที่ที่ร้อนแบบนี้ล่ะ นอกจากนี้ ธุรกิจน้ำแข็งใสเป็นธุรกิจพิเศษเฉพาะ หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับธุรกิจน้ำแข็งใสแล้ว เหยินปาเชียนก็คิดว่าพวกเขาสามารถขายน้ำแข็งใสได้มากขึ้นทุกวัน

 

จนกว่าจะมีคนค้นพบความลับของดินประสิว

 

“จ้างคนอีก 2 คน ข้าคิดว่าธุรกิจนี้สามารถอยู่ได้อีกนาน” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“ข้าจะเชื่อฟังท่าน” ร้านน้ำแข็งใสกำลังทำเงินในตอนนี้ ผู้ดูแลฉีกลายเป็นคนใจกว้างมากขึ้นด้วยเงินของเขาเอง เขาจะทำทุกอย่างที่เหยินปาเชียนบอกเขาโดยที่ไม่ต้องกังวลเลย

 

“จำไว้ว่าต้องให้คนของพวกเราเองทำน้ำแข็งด้วยดินประสิว พวกเราจะต้องพยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่ให้ความลับรั่วไหลได้ทุกเมื่อ”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...