ตอนที่แล้วDMWS ตอนที่ 40 เรียนรู้เทคนิคการฝึกฝนเพิ่มเติม [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDMWS ตอนที่ 42 บอกลา โทนี่ สตาร์ก [ฟรี]

หลังจากเเจ็คสันกลับถึงบ้านเขาก็จัดเตรียมของใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดเล็กก่อนที่จะเดินไปขออนุญาติพ่อกับเเม่ของเขา วันนี้เขามีนัดกับเเมตต์ ในการร่วมจัดการสร้างฐานลับด้วยกัน

 

“ที่รัก,ลูกของเราใช่กำลังอยู่ช่วงวัยเเห่งความรักใช่มั้ย?”เห็นท่าทีที่มีความสุขของเเจ็คสันก่อนที่จะเดินออกไป เเมรี่ หันไปกล่าวถามสามีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

 

“คงจะใช่ละมั้ง?”ภายใต้น้ำเสียงของ เเมรี่ ,หลิน ไฮ่ กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“เอาละ”

 

เเจ็คสันได้เดินออกจากบ้านไปนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปยังที่ตั้งฐานลับของเขา เขาใช้วิธีการเดินทางแบบคนธรรมดาที่ดูเหมือนกำลังไปเที่ยวพักผ่อน เเจ็คสัน ได้เดินเลาะไปตามริมขอบเเม่น้ำ เป็นเวลากว่า ครึ่งชั่วโมง สถานที่เเถวนั้นไร้ซุ้มเสียงวี่เเววเเละผู้คน เเจ็คสันได้ใส่ชุด ภูติมายา อย่างรวดเร็ว

 

ฟุ่บบบ

 

เเจ็คสันได้เร่งความเร็วของเขาหายลับไปใกล้ชายฝั่งเเม่น้ำ เเม้ว่าบางคนจะสามารถเห็นเขาได้ พวกเขาก็เพียงได้รู้สึกคิดเเต่ว่าตัวเองนั้นคงจะตาฟาดไป

 

ตึก ตึก ตึก

 

เเจ็คสันไช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที เขามาอยู่ที่ริมฝั่งเเม่น้ำที่ห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตร นี่เป็นทางเข้าฐานลับของเขา พื้นที่ด้านหน้านั้นค่อนข้างสะอาดทั้งวัชพืชจำนวนมากก็ถูกถอนออกไป เห็นได้ชัดว่า เเมตต์ ได้มาถึง ก่อนเขาเเล้ว เเจ็คสัน ได้เดินเข้าไป

 

ตึก ตึก

 

สองสามวันที่ผ่านมานั้นพื้นที่เเห่งนี้ค่อนข้างสกปรกเเละส่งกลิ่นเหม็นอับ เเต่ในเวลานี้มุมบางส่วนได้ถูกเช็ดทำความสะอาดทั้งส่วนผุกร่อนก็ยังได้รับการซ่อมเเซม ทั้งยังได้รับการติดตั้งเเสงสว่างเพิ่มเข้าไปด้วย

 

“เฮ้,เเดร์เดวิล คุณมาถึงนานรึยัง?”เเจ็คสัน กล่าวออกมา ภายใต้เเสงสว่างภายในฐานของเขา เเจ็คสัน เดินเข้าไปหาเเมตต์ที่กำลังประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง

 

ฟุ่บบบ

 

“มิราจไนท์,นายมาเเล้วงั้นหรอ?ดูเหมือนว่านายจะดูเเตกต่างจากครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน”เเมตต์หันศีรษะกล่าวถามเล็กน้อย เขาได้ยิน เสียงของ เเจ็คสัน เเน่นอนว่าเเมตต์ได้วางงานที่ทำอยู่ชั่วคราวเพื่อกล่าวทักทาย เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนเเปลงบางอย่างจากการสัมผัส เเจ็คสัน ในคราวนี้ เเต่เขาไม่สามารถอธิบายเป็นรูปธรรมได้

 

“เป็นเพราะฉันได้ฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้บางอย่างเมื่อวานนี้หนะ”เเจ็คสันหัวเราะเบา ๆ

 

“จริงงั้นหรือ?”

 

“ไม่ใช่ว่าคุณจัดการรื้อฟื้นฐานเเห่งนี้ไปส่วนใหญ่ ๆ เลยงั้นหรอ จริง ๆ คุณเเค่รอให้ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือคุณก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องทำคนเดียว”เห็นรูปลักษณ์ของฐานภายใน เเจ็คสัน รู้ว่า เเมตต์ ได้ใช้เวลามาทำความสะอาดเเละจัดเตรียมความพร้อมรอเขาอยู่ก่อนเเล้ว สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อก็คือ เเมตต์ นั้นมองไม่เห็น เรื่องเหล่านี้อาจจะเป็นปัญหาต่อเขาก็ได้

 

“เเม้ว่าฉันจะมองไม่เห็น เเต่ประสาทการรับรู้ของฉันก็สามารถสัมผัสได้ ฉันคิดว่า นายก็คงจะรู้ดี ถึงตาฉันจะมองไม่เห็น เเต่ฉันก็มีเรื่องบางอย่างที่ต้องบอกกับนาย”ได้ยินคำตอบของ เเจ็คสัน เเมตต์ กล่าวออกมาโดยไม่เเยเเสเล็กน้อย

 

“หืม?เรื่องอะไรงั้นหรอ?”เเจ็คสันกล่าวถามทันที

 

“เวลาอยู่กับฉัน นายไม่จำเป็นจะต้องสวมใส่ชุดปฏิบัติการก็ได้ เพราะถึงอย่างไรฉันก็ไม่สามารถมองเห็น เเม้ว่านายจะใส่หรือไม่ใส่ฉันก็เเทบจะไม่สามารถเเยกเเยะได้อยู่เเล้ว”เเมตต์ กล่าวยิ้ม เหมือนเเมตต์ เเม้ว่าตอนนี้เขาจะสวมชุดของตัวเอง เเต่เขาก็ไม่ได้สวมหน้ากากปิดบัง

 

“คุณพูดแบบนี้ก็ออกจะเกินไปหน่อย?จะว่ายังไงดี ฉันค่อนข้างเคยชินกับมันเเล้วหนะ”ได้ยินคำพูดของ เเมตต์ เเจ็คสัน กล่าวตอบสนอง ชุด สูท ภูติมายานั้นไม่ใช่ชุดธรรมดา อาจเป็นเพราะ เเจ็คสัน เคยชินกับมัน เเละ มันสามารถทำให้เขาเตรียมพร้อมออกปฏิบัติการได้ทุกเวลา

 

ฟุ่บบบ

 

อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ทำให้เเมตต์มองเขาเป็นคนนอก เเจ็คสัน ได้ทำให้หน้ากากที่ปิดใบหน้าของเขาหายไปโดยอัตโนมัติ ตอนนี้ ใบหน้าของเขาได้เผยออกมา เขาเชื่อว่าเเมตต์ ย่อมสัมผัสได้ เเม้ว่าเเมตต์จะไม่เห็นใบหน้าของเขาก็ตาม

 

“แบบนี้พอได้หรือไม่?จริง ๆ เเล้วฉันคิดว่าเพียงเเค่ถอดหน้ากากอย่างเดียวก็พอเเล้วมั้งเพราะถึงอย่างไรหากมีวิกฤติด่วนเข้ามาจริงเราก็จะสามารถเตรียมพร้อมออกหน้าสถานการณ์ได้ในทันที”เเจ็คสัน กล่าวอธิบายอย่างรวดเร็ว

 

“อ่า,ก็ดี”เเม้จะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของ เเจ็คสัน เเต่ เเมตต์ ก็เชื่อว่านี่เป็นความก้าวหน้าด้านความสัมพันธ์ของพวกเขา

 

“เอาละ ที่นี้พวกเราก็มาเริ่มงานกันเถอะ พวกเราจำต้องจัดเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่ก่อนเป็นอันดับเเรก เอาละคุณมีเเผนว่าอย่างไรมั้ง?”เเจ็คสันถอดกระเป๋าเป้สะพายของเขาออกมา

 

“ฉันได้เอาเครื่องปั่นไฟมา 2 ตัว มันคงจะเพียงพอสำหรับเราตอนนี้ เพียงเเต่หากเราต้องการจัดสร้างฐานให้พัฒนาไปในทางที่ดีในอนาคต เราจำเป็นจะต้องมีเเหล่งพลังงานขนาดใหญ่”เเมตต์กล่าวเริ่มต้นเสนอหัวข้อความคิดของเขา

 

“อืม,เรื่องนี้ฉันจะพยายามหาทางออกดู,ฉันต้องการสร้างที่นี่ให้กลายเป็นเหมือนอาณาจักรพื้นที่ของเรา”เเจ็คสันจำได้ว่าเขามีแบบเเปลนเรือเหาะสงครามที่ได้รับรางวัลมาจาก เควส ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าภายในระบบร้านค้าจะต้องมีวัสดุที่สามารถใช้ร่วมได้อย่างเเน่นอน

 

“อาณาจักรของเรา?”ได้ยินคำพูดของ เเจ็คสัน เเมตต์ กล่าวถามด้วยความสงสัย

 

“ใช่อาณาจักรของเรา,ฉันวางเเผนที่จะเเปลงฐานลับฮีโร่เเห่งนี้ให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น เผื่อภายหลังจะมี ฮีโร่ คนอื่น มาเข้าร่วมกับเรา ดังนั้นไม่ใช่ว่าเราควรเตรียมความพร้อมเผื่ออนาคต?”เเจ็คสันตอบเกี่ยวกับคำถามของ เเมตต์ เขารู้เเน่นอนว่าในอนาคต ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ จะกลายเป็น เพื่อนบ้านสไปเดอร์-เเมน บางทีเมื่อถึงเวลาเขาอาจจะสามารถชักชวนเเละเปิดเผยตัวตนให้ปีเตอร์รับรู้

 

“ฉันเห็นด้วยกับความคิดของนาย เเต่เราควรที่จะเริ่มต้นจากพื้นฐานเสียก่อน”ได้ยินคำพูดของ เเจ็คสัน เเมตต์ กล่าวเห็นด้วย เเต่เเผนการนี้ค่อนข้างใหญ่ มันจำต้องใช้เวลาเตรียมการที่ยาวนาน ทั้งยังต้องสร้างระบบความปลอดภัยเพื่อคุ้มกันฐานอีกด้วย

 

“เอาล่ะ,เสร็จเเล้วเราควรเริ่มตรงไหนต่อดี”หลังจากใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการเก็บกวาดทำความสะอาดใต้ดินจนเสร็จ เเจ็คสัน กล่าวถามอย่างตื่นเต้น

 

“ประการเเรกฉันคิดว่าเราควรมีพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นที่ทำงานของเรา เราคงไม่อาจนั่งติดพื้นไปได้ตลอด ฉันคิดว่าควรจะมีโซฟา เเละ โต๊ะ บางตัวเพื่อตั้งเตรียมพร้อมเอาไว้ “ไม่ต้องรอให้ เเมตต์ กล่าวตอบ เเจ็คสัน กล่าวเสนอความคิดก่อน

 

“ฉันคิดว่าเราควรจะมีโต๊ะสองตัวเเละโต๊ะนั้นจะต้องเป็นโต๊ะเนื้อไม้เเข็งเพื่อให้ประยุกต์ใช้สำหรับชีวิตประจำวันได้”

 

“อืม,เข้าท่า ทั้งยังต้องมีพื้นที่จัดวางอุปกรณ์เเละอาวุธของเรา เเม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้มีอุปกรณ์จำนวนมากที่จะจัดวางในตอนนี้ เเต่เตรียมเผื่อไว้ในอนาคตก็ยังดีกว่า”

 

“เห็นด้วย,!”

 

“ตำเเหน่งนี้เหมาะสำหรับตั้งโทรทัศน์ขนาดใหญ่จริงจริง นอกจากนี้ เรายังสามารถมีพื้นที่พอไว้ตั้งเครื่องเกมด้วย ไม่รู้ว่าสถานที่เเถวนี้จะมีคลื่นสัญญาณโทรทัศน์หรือไม่”เเจ็คสันกล่าวออกมาเขาครุ่นคิดเกี่ยวกับอนาคตที่ได้ปีเตอร์มาร่วมทีมด้วย

 

เเมตต์,”….”

 

“เอาล่ะฉันก็ได้เสนอความคิดไปหลายอย่างเเล้ว เเมตต์ คุณมีอะไรจะเสนอหรือไม่ เเม้ว่าตอนนี้ที่นี่จะเป็นฐานฐานชั่วคราวของพวกเรา เเต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมให้มากที่สุด”เเจ็คสันกล่าวเสนอไอเดียของเขาออกไปจนหมด เขาหันไปกล่าวถาม เเมตต์

 

“ฉันไม่มี,หากนายคิดว่าอะไรสมควรมีเพิ่มเติมก็ลองเสนอเเนะนำไอเดียดู”เเมตต์กล่าวสั่นศีรษะเขาไม่มีอะไรจะเสริม

 

“เอ่อใช่,เเหล่งพลังงาน,เกี่ยวกับเรื่องเเหล่งพลังงานฉันจะพยายามค่อยคิดหาทางออก,ทั้งวันนี้ฉันยังนำของบางอย่างติดตัวมาด้วย”เเจ็คสันได้หยิบกระเป๋าเป้สะพายของเขาขึ้นมาพร้อมกับเปิดมันออก

 

ฟื๊ดดด

 

เเจ็คสันได้ดึงซิปอย่างรวดเร็วภายในกระเป๋าเป้นั้นมีชิ้นส่วนสิ่งของที่กระจัดกระจายกันอยู่เขาได้ดึงมันออกมาวางใกล้หน้าของเเมตต์

 

ฟุ่บบบ

 

“หืม,ระเบิดควัน?”เเมตต์ยื่นมือไปจับเล็กน้อยก่อนที่เขาจะสำรวจพบระเบิดควัน เเละ ปืนกระบอกเล็ก ๆ จำนวนนึง

 

“นี่เป็นอุปกรณ์เล็กเล็ก น้อย ๆ ของฉัน”เเจ็คสัน กล่าวตอบ เบา ๆ หลังจากดึงของออกจากกระเป๋าเป้สะพายของเขา

 

“ปืนสั้น 3 กระบอก,ระเบิดควัน 5 ลูก เเละเงิน 80,000 ดอลล่าห์ “เเจ็คสันกล่าวตอบเล็กน้อยเขาเเนะนำของทั้งหมดกับ เเมตต์

 

“80,000 ดอลล่าร์! นายไปเอาเงินจำนวนมากเหล่านี้มาจากไหนกัน?”หลังจากได้ยินคำตอบของ เเจ็คสัน เเมตต์ ก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย 80,000 ดอลล่าห์ ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ อาชีพ ฮีโร่ นั้นไม่ใช่อาชีพที่เป็นทางการ เเน่นอนว่าคนที่ร่ำรวยที่สามารถเสวยสุขได้ พวกเขาย่อมไม่ลดตัวมาเป็นฮีโร่ข้างถนนเช่นพวกเขาอย่างเเน่นอน

 

“นี่เป็นสิ่งของที่ฉันยึดมาจากพวกเเก๊งค้ายาเสพติด รวมถึงเงินนั่นด้วย จริงจริง เเล้วก็ยังมีพวกยาเสพติดที่ยึดมาได้จำนวนนึงเเต่ฉันก็ได้เผามันทิ้งไปเเล้ว”เเจ็คสันกล่าวตอบความจริง

 

เขาได้ยึดสิ่งของเเละเงินเหล่านี้มาจากพวกเเก๊งเจสเตอร์ มันก็ยังมีเงินบางส่วนที่เขาบริจาคให้กับมูลนิธิคนไร้บ้านโดยไม่ประสงค์ออกนาม เเต่เนื่องเพราะเขาต้องการสร้างฐานลับของเขา เงินจำนวน 80,000 ดอลล่าห์นั้นถือเป็นเงินก้อนสำคัญ

 

“ฉันคิดว่าเราสามารถใช้เงินจำนวนเหล่านี้เพื่อลงทุนกับอาณาจักรของพวกเราได้ เเต่ส่วนเรื่องจะใช้จ่ายอย่างไรฉันจะปล่อยให้คุณเป็นคนตัดสินใจ”เเจ็คสันกล่าววางเงิน 80,000 ดอลล่าห์เอาไว้

 

“อืม,เงินเหล่านี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์อย่างมาก

 

“เอาล่ะวันนี้พอเเค่นี้ก่อนดีกว่า,ถือว่าเราเริ่มต้นกันได้ดี”หลังจากมองเห็นความสำเร็จเบื้องต้นของฐานเเจ็คสันกล่าวพูดออกมาอย่างผ่อนคลาย

 

“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ”เเมตต์กล่าวพูดชื่นชมเเจ็คสัน

 

“ในอนาคตเเน่นอนว่าฉันจะต้องทำให้ดีกว่านี้!”

 

“เอ่อใช่,เเมตต์ ฉันมีเรื่องที่จะถามคุณ”หลังจากจัดการฐานเบื้องต้นจนเสร็จสิ้นเเละพักชั่วคราว เเจ็คสันก็พึ่งนึกถึงเรื่องที่เขาวางเเผนไว้ออก

 

“หืม,เรื่องอะไรงั้นหรอ?”เเมตต์กล่าวถาม เเจ็คสัน ในทันที

 

“คุณได้ฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้อะไรงั้นหรอ?มันใช่เทคนิคพิเศษที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพร่างกายให้เเข็งเเกร่งขึ้นหรือไม่?”

 

เเจ็คสันกล่าวถามออกไป ในความทรงจำของ เเจ็คสัน,เขาจำได้ว่า เเดร์เดวิล ได้มีการเคลื่อนไหวเเละทักษะต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา ดังนั้น เขาจึงคิดว่านั่นอาจเป็นเทคนิคการต่อสู้เเขนงนึง

 

“คุณกำลังพูดถึงพวกเทคนิคต่อสู้กำลังภายในงั้นหรอ?ป่าวเลยฉันไม่ได้ฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้แบบนั้นฉันเพียงเเค่ฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้แบบทั่วไปเท่านั้น”ได้ยินคำถามของ เเจ็คสัน เเมตต์ กล่าวตอบ

 

“ง่ายดายขนาดนั้นเชียว?”ได้ยินคำตอบของ เเมตต์ เเจ็คสัน หลุดถาออกไป

 

“ง่ายดาย?”

 

“ก่อนหน้านี้ฉันได้รับเทคนิคการฝึกฝนบางอย่างมา ฉันสามารถสอนมันให้กับคุณได้ ฉันเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยให้คุณเเข็งเเกร่งขึ้นได้อย่างเเน่นอน”เเจ็คสันกล่าวบอกความในใจของเขา เขาต้องการสอนเทคนิคการฝึกฝนของเขาให้ เเมต์ รู้

 

“เทคนิคกำลังภายในงั้นหรอ?นายจะสอนสิ่งเหล่านั้นให้ฉัน?”ได้ยินคำพูดของเเจ็คสัน เเมตต์ รู้สึกประหลาดใจ ในความเห็นของเขา ร่างกายของเขาเองก็ได้มาถึงขีดจำกัดเเล้ว

 

“ใช่ฉันคิดว่าคุณน่าจะสนใจ,มันค่อนข้างเหมาะสมกับคุณเเละสามารถช่วยให้คุณเเข็งเเกร่งขึ้นได้เพราะภายหลังเราอาจจะต้องเจอศัตรูที่เเข็งเเกร่งมากขึ้น มันจะดีกว่าหากพวกเราเตรียมพร้อมกันไว้ก่อน “เเจ็คสัน หยิบ หนังสือเล่มนึงออกมาจากกระเป๋าของชุดสูทภูติมายาพร้อมยื่นส่งให้กับเเมตต์ หนังสือเล่มนี้เป็นข้อมูลการฝึกฝน «วิถีมังกรทะยาน» เเจ็คสันได้จัดทำขึ้นแบบพิเศษโดยใช้อักษรเบรลล์

 

“นายพูดถูกฉันค่อนข้างสนใจมันมากเลย!”ได้ยิน เเจ็คสัน กล่าวเช่นนั้น เเมตต์ ยื่นมือออกไปรับในทันที

 

“ฮ่าฮ่า,เอ่อใช่ฉันมีธุระที่ต้องจัดการ ไว้เจอกันนะ”เเจ็คสันหลังจากเสร็จสิ้นเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ เขากล่าวทักทาย เเมตต์ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินออกไป

 

“อืม,เเล้วเจอกัน”

 

 

 

 

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...