ตอนที่แล้วตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 242 เข้าเป็นโรค

ตอนที่ 241 ธาตุุไหเข้าแทรก ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งมารปีศาจ


ตอนที่ 241 ธาตุุไหเข้าแทรก ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งมารปีศาจ

จือโบและเหลิ่งซานจ้องมองหยางไค่ด้วยสยตาที่โง่เขลา พวกเขามองเห็นหยางไค่พุ่งฝ่ามือโดยมีเงาร่างสีแดงเปลวเพลิงแห่งสัตว์อสูรออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะทำลายพวกมันให้แตก่สลาย ในบางครั้งจะมีแสงบางประกายพุ่งออกไป โดยไม่รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร แต่พวกนางทั้งสองถือว่าเป็นศิษย์ที่มีความอัจฉริยะ พวกนางยังพอที่จะเข้าใจ พวกนางทราบดีว่าหยางไค่กำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาที่แปลกประหลาดโดยที่พวกนางทั้งสองต่างไม่เคยพบเห็นเคล็ดวิชาเช่นนี้

แต่ทว่า .การฝึกฝนวิชายุทธุ์อย่างบ้าบิ่นเช่นนี้ จะสูญเสียพลังลมปราณไปมากเท่าใด ?

เจ้าคิดว่า พลังลมปราณภายในร่างกายของเขาจะสามารถปลดปล่อยเคล็ดวิชานี้ออกไปสักกี่ครั้้ง ? จือโบทนไม่ได้จึงถล่าวถามเหลิ่งซานที่อยู่ใกล้เคียง

มากที่สุด เพียง 5 ครั้ง พลังลมปราณในร่างกายคงจะหมดไป !! เหลิ่งซานคิดคำนวนและกล่าวออกมา

ในครั้งนี้จือโบไม่ได้กล่าวโต้แย้ง นางพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ

สตรีทั้งสองสามารถสัมผัสถึงพลังลมปราณที่มากมายมหาศาลในขณะที่เขาพุ่งมันออกมา มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเคล็ดวิชานี้มิใช่เคล็ดวิชาในระดับต่ำ มันต้องเป็นเคล็ดวิชาในระดับสูง แม้ว่าอำนาจพลังของมันจะมากมายมหาศาล แต่พลังลมปราณที่เสียไปก็มากเช่นกัน แม้ว่าทั้งสองจะปลดปล่อยพลังลมปรารอออกมาเช่นเขา อย่างน้อยก็สามารถทำได้เพียง 10 ครั้งเท่านั้น เขตแดนของหยางไค่ไม่สูงมาก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถจะอดทนได้นานไปมากกว่านี้

ทำไม เจ้ามีแผนการ ? เหลิ่งซานหันหน้ามองจือดบ และกล่าวอย่างมีความนัย

จือโบตื่นตกใจ นางตบไปยังทรวงอกของนาง : เจ้าอย่ากล่าวเรื่อยเปื่อย แม้ว่าพลังลมปราณของเขาจะหมดไป เพียงความคิดเดียวของเขาก็สามารถฆ่าพวกเราได้ ทางทีดีเจ้าควรจริงใจต่อเขาหน่อย จิตวิญญานถูกควบคุมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดูซิ ครั้งที่ 5 แล้ว ในขณะที่กล่าว หยางไค่ได้ปลดปล่อยเคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสรออกมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันไม่ประสบความสำเร็จในการผสานรวมเป็นหนึ่ง ตราประทับแห่พยัคฆ์ขาวและเทพวัวต่างแสดงพลังอำนาจของตนเอง เมื่อร่างเงาของสัตว์อสูรทั้ง 2 ปรากฏขึ้น หยางไค่ไม่ได้เร่งรีบ เขาค่อยๆทำลายมันไป และตั้งใจสัมผัสความลึกลับและความอัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ภายใน เพื่อย้อนความรู้สึกในขณะที่พวกมันหลอมรวมกลายเป็น 1 เดียวกัน

จือโบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขายื่นมือเข้าไปในทรวงอกและหยิบขวดยาออกมา 1 ขวด

เจ้าจะทำอะไร ? เหลิ่งซานกล่าวถามและจ้องมองจือโบ

ไปสร้างความสัมพันธุ์อันดีต่อเขาไงล่ะ จือโบเขย่าขวดยาไปมา : นี้คือโอสถในการฟื้นฟูพลังลมปราณของอาณาจักรเทียนหล่าง บนร่างกายของเจ้าน่าจะมี ? ในตอนนี้เขาต้องฟื้นฟูพลังลมปราณ เราไม่ควรที่จะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

น่ารังเกียจ ไร้ยางอาย ขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับความดีความชอบ !! เหลิ่งซานจ้องมองด้วยสีหน้าที่เกลียดชัง

ฮ่าฮ่า ...อย่ากล่าวเช่นนี้สิ จือโบหัวเราะอย่างงดงาม : หากครั้งหน้ามีโอกาส ข้าจะปล่อยโอกาสนั้นให้แก่เจ้า พวกเราแลกเปลี่ยนไปมาจะดีที่สุด

หึ !! เหลิ่งซานสบทเบาๆ นางเก็บเจตนาแห่งความต้องการฆ่าเป็นจำนวนมาก แต่การที่ให้นางไปล่อลวงให้หยางไค่หล่งในเสน่ห์ของนาง นางไม่สามารถที่จะทำได้ แต่หากเป็นการส่งโอสทต่างๆในเวลาที่เหมาะสมนางพอที่จะทำได้

ในตอนนี้เมื่อความเป็นความตายถูกควบคุม เพื่อการอยู่รอดต้องปล่อยวางความหยิ่งยะโส หากว่าถูกจือโบคว้าโอกาสนั้นไปตลอด วันเวลาหลังจากวันนั้นคงไม่มีความสุขอย่างแน่นอน

ข้าไปล่ะ ... จือโบกล่าวและลุกขึ้น แต่ยังมิทันที่นางจะก้าวเท้าออกไป นางได้ยินเสียงและมองเห็นเงาร่างของสัตว์อสูรนั้นอีกครั้ง

เขาปลดปล่อยมันออกมาอีกครั้ง ? จือโบกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตะลึง เหลิ่งซานเองก็ตื่นตลึงไม่แพ้กัน

ตอนนี้พลังลมปราณคงจะแห้งเหือดทั้งหมด ? จือโบกล่าวพึมพำกับตนเอง ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มที่งดงาม นางก้าวเท้าออกไปอีกครั้ง

ในเวลานี้เอง หยางไคไ่ด้ทำลายเงาร่างของจิตวิญญานอสูรและปลดปล่อยเคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูรที่ไม่น่าเชื่อออกมาอีกครั้ง

สำเร็จ !!

ตราประทับพยัคฆ์ขาวและเทพวัวผสานรวมเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ มันหลอมรวมและกลายเป็นคลื่นแสงที่ถูกปลดปล่อยออกไป หากด้านหน้ามีสัตว์อสูรตนหนึ่ง มันต้องถูกตราประทับทาสสัตว์อสูร โจมตี จนอยู่ในการควบคุมของหยางไค่ในที่สุด

ในขณะที่โอกาสได้มาถึง หยางไค่ไม่หยุดที่โบกมือไปมา และปลดปล่อย ตราประทับทาสสัตว์อสูร อีกครั้ง

1 ลมหายใจหยางไค่ปลดปล่อยมันออกไปถึง 4 ครั้ง มี 2 ครั้งที่ล้มเหลว 2 ครั้งที่สำเร็จ หยางไค่รู้สึกว่าตนเองค้นพบความรู้สึกที่ค้นหามานาน แต่มันก็ยังไม่คุ้นเคยกับเขาอยู่ดี

จือโบที่เดินออกไปเริ่มก้าวถอยหลังกลับไปอีกครั้ง นางและเหลิ่งซานต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง สายตาที่โง่เขลาจ้องมองไปยังหยางไค่ เพราะพลังลมปราณที่ไม่แห้งเหือดของหยางไค่เกินกว่าการคาดคิดของพวกเขา

1 วันผ่านไป หยางไค่ยังคงฝึกฝนเคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูรอย่างไม่หยุด

ร่างกายของจือโบและเหลิ่งซานแข็งทื่อ จิตใจของพวกเขาคร่ำครวญอย่างไม่เชื่อ

ร่างกายของบุรุษหนุ่มผู้นี้กักเก็บพลังลมปราณมากแค่ไหน ทำไมเขาถึงสามารถปลดปล่อยเคล็ดวิชาในระยะเวลาที่เนิ่นนานเช่นนี้ ? หรือว่าเคล็ดวิชานี้สูญเสียพลังลมปราณค่อนข้างน้อย ? ไม่เพียงแต่สตรีทั้ง 2 ตื่นตะลึง แม้แต่หยางไค่ยังตื่นตกใจอย่างกะทันหัน เพราะหยดน้ำพลังลมปราณหยางในจุดตันเถียนลดลงถึง 20 หยด !! ในตอนนี้เขาไร้ซึ่งโอสถที่่่มีคุณสมบัติของพลังหยาง หยดน้ำพลังลมปราณหยางที่หลงเหลืออยู่ในจุดตันเถียนต้องใช้อย่างประหยัดมากกว่านี้ หากใช้มันจนหมด คงไม่สามารถที่จะควบคุมพลังแห่งมารปีศาจของกระดูกทองคำ เพราะการปลดปล่อยเคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูร สูญเสียพลังลมปราณค่อนข้างมาก

ไม่เพียงแต่เคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูร หมัดเปลวเพลิงผลาญอัคคี เพลิงปีกอัคคีโลกันย์ ต่างต้องใช้พลังลมปราณเป็นจำนวนมาก หากเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ในเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 8 พวกเขาคงไม่สามารถที่จะใช้กระบวนท่าเหล่านี้ และยิ่งไม่สามารถใช้หยดน้ำพลังลมปรารหยางในการฝึกฝนเคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูร

หยางไค่ขมวดคิ้วเป็นเวลานาน ทันใดนั้นดวงตาของเขาประกายด้วยความสว่าง

ร่างกายของตนเองมีสถานที่กักเก็บพลังถึง 3 แห่ง ห้วงมิติแห่งดวงดาราเป็นสถานที่กักเก็บพลังสำหรับตราผนึกดวงดารา หยดน้ำพลังลมปราณในจุดตันเถียนไม่สามารถที่จะใช้มันอีก แต่ว่าพลังที่กักเก็บอยู่ในกระดูกทองคำสามารถที่จะใช้มันได้ กระดูกทองคำสามารถกักเก็บพลังได้อย่างมหาศาลโดยไม่สามารถคาดคะเนจำนวนของมันได้ ในเวลาทั่วไปมีเพียงการเปิดใช้เคล็ดวิชาแห่งความไร้พ่ายจึงจะปลดปล่อยพลังจากกระดูกทองคำออกมา ในเวลานี้เป็นเวลาที่จะค้นหาวิธีการในการนำพลังที่กักเก็บอยู่ในกระดูกทองคำออกมาใช้ ? หากสามารถทำได้ ความอดทนละพลังของตนเองจะเพิ่มขึ้นอีกขั้น จากนี้ไปคงไม่ต้องกังวลว่าหยดน้ำพลังลมปราณในจุดตันเถียนจะหมดลงเมืี่อใด

เมื่อความคิดนี่้ผุดออกมา หยางไค่เริ่มรู้สึกตื่นเต้น เพราะเขาฝึกฝนเคล็ดวิชาที่มากมาย ไม่มีเคล็ดวิชาไหนที่จะไม่ใช้พลังลมปราณหยาง พวกมันล้วนเป็นเคล็ดวิชาที่ต้องใช้พลังลมปราณทั้งสิ้น หยางไค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงหมุนเวียนพลังลมปราณหยางที่อยู่ในเส้นชีพจรลมปราณไปยังจุดตันเถียน ซึ่งได้ทำให้เส้นชีพจรของตนเองว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์

ความรับรู้ทางจิตวิญญานเชื่อมประสานไปยังกระดูกทองคำ เมื่อเชื่อมผสานกับมัน เขาพยายามที่จะดึงพลังของมันออกมา

หลังจากนั้น กระดูกทองคำเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างช้าๆ พลังจำนวนไม่มากถูกปล่อยออกมาจากกระดูกทองคำ และหมุนเวียนเข้าสู่จุดตันเถียนของตนเอง

กลิ่นอายแห่งความโหดเหี้ยม กลิ่นอายแห่งความกระหายเลือดค่อยๆแพร่กระจายออกมา

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคุณสมบัติเฉพาะของกระดูกทองคำ พลังแห่งมารปีศาจที่่ชั่วร้าย !! มันแตกต่างจากกลิ่นอายแห่งพลังหยางอย่างสิ้นเชิง มันเป็นการดำรงอยู่ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

พลังจากกระดูกทองคำค่อยๆถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของหยางไค่ ทำให้ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นหมอกควันสีดำทะมึน มันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ความโหดเหี้ยม ที่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้จิตใจขอผู้พบเจอต้องทุรุนทุรายกับกลิ่นอายแห่งมารปีศาจที่กระจายไปทั่วบริเวณ

เมื่อจือโบและเหลิ่งซานมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้ จิตใจของพวกนางต่างเต้นกระตุกไปมาด้วยความหวาดกลัว

ธาตุไฟเข้าแทรก ก้าวเข้าสู่เส้นทางมารปีศาจ !! จือโบกล่าวตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตะลึง

เขาก้าวสู่เส้นทางแห่งมารปีศาจจริงหรอ !! เหลิ่ซานลุกขึ้นมาด้วยร่างกายที่สั่นเทา นางมองไปยังหยางไค่ด้วยดวงตาที่สั่นเทา

สตรีทั้งสองสบตาซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างมองเห็นความดีใจและความตื่นเต้นในสายตาของกันและกัน

จากความคิดของพวกนาง เป็นเพราะหยางไค่ฝึกฝนเคล็ดวิชาที่น่าอัศจรรย์มากเกินไป ทำให้พลังลมปราณของเขาหมุนเวียนด้วยความวุ่นวาย จนเกินกว่าที่เขาจะรับไหว เมื่อเขาไม่สามารถควบคุมมันได้ เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น พวกเขาจะไม่สนใจความเป็นความตายของหยางไค่ เพราะพวกนางมองเห็นโอกาสในการมีชีวิตรอดจาการควบคุมของหยางไค่

สภาพของผู้ที่ถูกธาตุไฟเข้าแทรก ก้าวเข้าสู่เส้นทางมารปีศาจ การฝึกฝนวิชายุทธุ์จะถูกทำลาย กลายเป็นคนพิการในที่สุด หรืออาจจะตายในทันที แม้กระทั่งจิตวิญญานก็ถูกทำลาย

ไม่ว่าหยางไค่จะพบกับจุดจบเช่นไร จือโบและเหลิ่งซานต่างยินดีที่จะพบเจอกับเหตุการณ์นั้น

หยางไค่ตายไปจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกนาง !! จิตใจของพวกนางต่างเฝ้่าอธิษฐาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีและความหวัง หากหยางไค่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนเขาถึงแก่ความตาย หากเป็นเช่นนั้นตราประทับแห่งความเป็นนายของเขาจะถูกทำลาย พวกเขาจะได้รับอิสระภาพจากหยางไค่อีกครั้ง

ดวงตาของสตรีทั้งสองต่างจ้องมองหยางไค่โดยไม่กระพริบตา พวกนางทั้งสองไม่สามารถสงบสติอารมณ์ของพวกนางได้ จากหมอกสีดำทะมึนที่ห่อหุ้มร่างกายของหยางไค่ที่แปรเปลี่ยนเป็นความเข้มข้นและความหนาแน่นที่เพิ่มมากขึ้น กลิ่นอายแห่งความโหดเหี้ยมความกระหายเลือดยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้้นเรื่อยๆ

หลังจากที่ธาตุไฟเข้าแทรก สติจะหลุดลอยจนไม่สามารถที่จะควบคุมได้ หากว่าเขาไม่ระวังและทำลายตราประทับของพวกเราล่ะ จะทำอย่างไรต่อไปดี ? เหลิ่งซานคิดถึงปัญหาที่จะตามมา ในตอนนี้หยางไค่ต้องไร้ซึ่งสติ และคงไม่คิดคำนึงถึงปัญหาต่างๆ แม้ว่าสิ่งที่นางคิดจะมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างน้อย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องป้องกันเอาไว้

หากหยางไค่ทำเช่นนี้ขึ้นมา พวกนางคงตายอย่างไร้ซึ่งความยุติธรรม

สีหน้าของจือโบแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน นางเลียริมฝีปากไปมาและจ้องมองเหลิ่งซานด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น : เจ้าต้องการจะทำอะไร ?

กระตุ้นให้รุนแรงยิ่งกว่านี้ เหลิ่งซานกัดริมฝีปากไว้แน่น และกล่าวเสนอด้วยเสียงที่สั่นเทา

จือโบขมวดคิ้วและคิดคำนวนถึงความล้มเลวและความสำเร็จ ก่อนที่นางจะพยักหน้าอย่างช้าๆ : ได้ แต่รออีกสักพัก ข้าไม่รู้ว่าในตอนนี้เขายังมีสติอยู่หรือเปล่า หากสถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้ ..พวกเราค่อยลงมือ

คำกล่าวสุดท้ายเปรียบดั่งตะปูที่ตอกลงไปอย่างมั่นคง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เหลิ่งซานพยักหน้าอย่างช้าๆ นางกัดฟันไว้แน่น และจ้องมองหยางไค่อย่างไม่วางตา นางคิดถึงปัญหาที่จะตามมามากกว่าจือโบ แม้ว่าจะสามารถฆ่าหยางไค่ ทำลายตราประทับที่อยู่ในจิตวิญญาน จือโบยังมีสัตว์อสูรกว่าหลาย 10 ตัวที่ควบคุมเอาไว้ แต่เหลิ่งซานมีเพียงแค่ตัวคนเดียว ดังนั้นนางจึงต้องรักษาโอกาสอันมีค่านี้่ไว้ให้มากที่สุด

ภายใต้การสังเกตุการณ์ของสตรีทั้งสอง ร่องรอยของหยางไค่ถูกธาตุไฟเข้าแทรก เริ่มสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ หมอกควันสีดำที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาเข้มข้นและหนาแน่นยิ่งกว่าเดิมอย่างมาก จนแทบจะมองไม่เห็นร่างกายของหนางไค่ที่อยู่ด้านใน มันเผยให้เห็นเพียงร่างเงาที่เลือนลาง แม้จะอยู่ห่างกันเพียง 10 จ้าง พวกนางทั้งสองก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งมารปีศาจของหมอกควันที่แพร่กระจายออกมาอย่างรุนแรง

พวกนางทั้สองเฝ้ารอจนเวลาผ่านไปเกือบ 1 ก้านธูป จือโบจึงกล่าวขึ้นมา : ดูเหมือนว่า ธาตุไฟเข้าแทรกร่างกายของเขาจนเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งมารปีศาจโดยสมบูรณ์ คงไม่มีทางที่เขาจะรอดออกมาได้

ไปหรือไม่ ? เหลิ่งซานจ้องมองจือโบ

จือโบกัดฟันไว้แน่น และพยักหน้าอย่างช้าๆ

สตรีทั้งสองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พวกนางค่อยๆเดินเข้าไปหาหยางไค่ พลังลมปราณแท้จริงของพวกนางถูกปลดปล่อยออกมา และจ้องมองหยางไค่ด้วยความระมัดระวัง

50 จ้าง 40 จ้าง 30 จ้าง ..

จากระยะทางที่เข้าใกล้เรื่อยๆ หัวใจของทั้งสองเต้นกระตุกไปมาด้วยความรุนแรง สิ่งที่พวกนางกำลังทำเกี่ยวข้องกับอิสระภาพแห่งความเป็นความตายของพวกนาง พวกนางจะกล้าประมาทได้อย่างไร ?

20 จ้าง 10 จ้าง ...

หากเดินไปเพียงอีก 5 จ้าง สตรีทั้งสองจะลงมือพร้อมกัน และฆ่าหยางไค่ในทันที เมื่อฆ่าเขาแล้ว ตราประทับแห่งความเป็นนายจะถูกทำลายในทันที

ราวกับว่าพวกเขามองเห็นอิสระที่อยู่ในมือของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นจือโบหรือเหลิ่งซาน ใบหน้าของพวกนางต่างแดงก่ำและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

ในขณะที่สตรีทั้งสองตัดสินใจที่จะลงมืออย่างโหดเหี้ยม ภายในหมอกควันสีดำทะมึนกลับปรากฏดวงตาสีแดงก่ำอย่างฉับพลัน

ดวงตาคู่นั้น เต็มไปด้วยพลังที่ลึกลับและน่าหวาดกลัว เพียงพริบตาเดียวดวงตาแดงก่ำคู่นั้นมองเห็นความคิดของจือโบและเหลิ่งซานในทันที

ร่างกายของพวกนางทั้งสองหยุดลงอย่างกะทันหัน ร่างกายของพวกนางสั่นเทาอย่างรุนแรง พวกนางมองเห็นความโหดเหี้ยมและความชั่วร้ายที่มากมายในดวงตาคู่นั้น แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความสงบความเย้ยหยันที่น่าหวาดกลัว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด