ตอนที่แล้วDMWS ตอนที่ 38 คำเชิญจาก โทนี่ สตาร์ก [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDMWS ตอนที่ 40 เรียนรู้เทคนิคการฝึกฝนเพิ่มเติม [ฟรี]

ฟุ่บบ

 

เเจ็คสันนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามโทนี่ ด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ได้วิตกที่ได้พบกับโทนี่ เขารู้อยู่เเล้วว่าที่โทนี่ เรียกเขามาจะต้องมีเหตุผลบางอย่าง

 

“หืม?ถ้าเธอไม่ได้เเสร้งทำฉันก็ขอชื่นชมในความกล้าเผชิญหน้าของเธอ”เห็นการเปลี่ยนเเปลงของ เเจ็คสัน โทนี่ กล่าวอย่างรู้สึก เปลก ๆ

 

ภายใต้สถานการณ์อันกดดันเช่นนี้ ทำให้ เป็ปเปอร์ เองก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา เธอเดินไปนั่งข้าง ๆ โทนี่ อย่างเงียบ ๆ

 

“ได้รับคำชมจากคุณสตาร์ก ถือว่าเป็นเกียรติของผมเลย, ผมชื่นชอบคุณ คุณเป็นไอดอลของผม คุณเป็นบุคคลผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างเเท้จริง”เเจ็คสันยังคงทวนคำพูดกล่าวชื่นชมเหล่านี้เพื่อให้เป้าหมายของเขาเชื่อว่าเขาเป็นเพียงเเฟนคลับเท่านั้น

 

“เเจ็คสัน,เธอมีเป้าหมายอะไรกันเเน่?เเล้วอิทธิพลที่สนับสนุนเธอเบื้องหลังเป็นใคร?”ได้ยินคำพูดชวนขนลุกของ เเจ็คสัน,โทนี่ เริ่มด้วยคำถามสองข้อ เขาคิดว่า เเจ็คสัน มีเป้าหมายบางอย่าง เพราะ ท่าทีที่นิ่งสงบของเขามันดูไม่เหมือนนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา

 

“เป้าหมายของผม?อิทธิพลที่สนับสนุนเบื้องหลัง?คุณสตาร์ก ผมเชื่อว่าคุณเองก็คงพอตรวจสอบประวัติของผมมาบ้างเเล้ว ผมจะไปมีอิทธิพลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังได้อย่างไร?”ได้ยินสองคำถามของโทนี่ เเจ็คสันเชื่อว่าเป้าหมายกำลังสงสัยตัวตนของเขาอยู่เเน่นอนว่ามันทำให้เขารู้สึกตกใจเล็กน้อย

 

“ฉันรู้,เเต่ฉันกำลังสอบสวนเธออยู่”ได้เห็นท่าทีบอกปัดปฏิเสธของ เเจ็คสัน ทำให้ ใบหน้าของ โทนี่ ไม่ได้เเสดงออกถึงท่าทีที่เป็นมิตรอีก เขาเชื่อว่า เเจ็คสัน จะต้องมีอิทธิพลหนุนหลังเเละเป้าหมายเเอบเเฝงอย่างเเน่นอน

 

“เอ่อ,ผมเเค่ขอให้คุณเป็ปเปอร์ช่วยเเนะนำผมให้คุณรู้จัก หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ในที่สุดคุณก็เชิญชวนผมมาที่นี่ในวันนี้ ผมคิดว่าคุณอยากจะพบผมเสียอีก เเต่คุณกลับกำลังสงสัยผมว่าผมมีเป้าหมายบางอย่างเเอบเเฝง?”เเจ็คสัน กล่าวตอบอย่างสงบ

 

เขารับมือกับโทนี่ ด้วยอารมณ์ที่เงียบสงบ เขาไม่ต้องการเเสดงเจตนาเป้าหมายของเขาให้ โทนี่ รู้ เเต่เพราะเจตนาเเท้จริงของเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนกับโทนี่ อยู่ดี มันไม่ได้มีอะไรเเอบเเฝงไปมากกว่านี้

 

“นั่นก็เพราะเธอดูเงียบสงบเกินไป,เเม้ว่าเธอจะบอกกับเป็ปเปอร์ว่าเป็นเเฟนคลับของฉัน เเต่เธอกลับไม่ได้ดูตื่นเต้นจนผิดปกติหรือมีความสุขเหมือนกับเเฟนคลับที่เพิ่งเคยพบเจอไอดอลครั้งเเรก ฉันสังเกตุเธอตั้งเเต่เดินเข้าตึกนี้มาเเล้วมันทำให้ฉันประทับใจในความสามารถการเเสดงของเธอจริง ๆ “โทนี่ กล่าว ตัดสิน เเจ็คสัน เขาเชื่อว่าลางสังหรณ์ของเขาถูกต้อง

 

“อย่างนี้นี่เอง…ผมต้องขอโทษด้วย คุณเป็ปเปอร์ จริง ๆ ผมไม่ใช่เเฟนคลับของคุณสตาร์ก หรอก ผมต้องการเป็นเพื่อนกับเขาเพียงเท่านั้น นี่เป็นเจตนาเเอบเเฝงที่เเท้จริงของผม”เห็นการเเสดงออกที่ผิดปกติของโทนี่ เเจ็คสัน กล่าวตอบในที่สุด

 

“ที่ผมอ้างเป็นเเฟนคลับของคุณสตาร์ก ก็เพราะต้องการให้ คุณเป็ปเปอร์ ช่วย เเนะนำผมให้ คุณสตาร์ก รู้จัก ต้องขอโทษด้วยจริงจริง”เเจ็คสัน กล่าวบอกต่อ

 

“ฉันรู้เรื่องนี้อยู่เเล้ว หลังจากตรวจสอบประวัติของเธอ,ฉันก็พบว่าเธอไม่ได้ชื่นชอบไอดอล หรือ ใครเป็นพิเศษ เธอค่อนข้างฉลาด ฉันเชื่อว่าเธอสามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกาได้ ฉันเชื่ออย่างนั้น เอาละทีนี้จะบอกเป้าหมายของเธอให้ฉันฟังได้หรือยัง?”จ้องมองใบหน้าของ เเจ็คสัน โทนี่ กล่าวบอกเขา

 

“เรื่องที่ผมไม่ได้มีไอดอลในใจนั้นเป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตามผมก็ชื่นชอบคุณจริงจริงนะ คุณสตาร์ก”

 

ได้เห็นคำพูดที่จ้องจะจับผิดของโทนี่ต่อเขา เเจ็คสัน รีบเบี่ยงประเด็นทันที เขาไม่ต้องการเริ่มต้นกับ โทนี่ สตาร์ก ด้วยความกังวลต่อกัน มันจะดีกว่าหากเขาได้เป็นที่ยอมรับที่สามารถเป็นที่ไว้วางใจกับ โทนี่ สตาร์ก ได้

 

เเจ็คสันบอกต่อข้อเท็จจริงมันเป็นเรื่องจริงที่เขาต้องการอาศัยการสนิทสนมกับโทนี่ สตาร์ก ผ่านทางเป็ปเปอร์ เเละมันก็เป็นเรื่องจริงที่เขาค่อนข้างชื่นชอบ สตาร์ก

 

“ผมต้องการเป็นผู้สื่อข่าวส่วนตัวของคุณ”ภายใต้การจ้องอย่างกดดันของ โทนี่ เเจ็คสัน บอกเหตุผลของเขาอีกครั้ง

 

นี่เป็นคำขอที่ค่อนข้างใหญ่มากสำหรับผู้สื่อข่าวหนุ่มที่ไม่เเม้เเต่จะมีชื่อเสียง

 

“เธอพูดอะไร?เธอหมายความว่าเธอต้องการเป็นผู้สื่อข่าวส่วนตัวของฉัน?”ได้เห็นการเเสดงออกของ เเจ็คสัน โทนี่ กล่าวตะลึงเล็กน้อย

 

“ใช่เเล้วนี่เป็นคำขอของผม ผมรู้ว่า คุณ สตาร์กได้สืบสวนประวัติของผมมาหมดเเล้ว เเละคุณก็รู้ว่าผมกำลังฝึกงานอยู่ที่ สำนักพิมพ์เเห่งนึงอยู่ เเต่ผมก็เเค่เด็กหนุ่มผู้สื่อข่าวที่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไร ผมคิดว่าคุณพอจะช่วยผมเรื่องนี้ได้”เเจ็คสัน กล่าวเเก้ตัวโดยธรรมชาติ เขาต้องการเป็นที่ไว้วางใจของโทนี่โดยเร็ว เเละวิธีก็คือสามารถเข้าถึงโทนี่ให้ได้มากที่สุด

 

“ฉันรู้ว่าเธอทำงานเป็นผู้สื่อข่าว อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถตัดสินใจแบบ ลวก ๆ ได้ นอกจากนี้ เธอเป็นคนฉลาด เธอคงไม่เอาอนาคตมาทิ้งกับการเป็นผู้สื่อข่าวที่ต้องวิ่งตามหางานสื่อข่าวหรอกใช่หรือไม่?”ได้ยินคำพูดของ เเจ็คสัน โทนี่ กล่าวอย่างไม่เชื่อว่าเขาต้องการกลายเป็นผู้สื่อข่าว จริงๆ

 

“นี่ไม่ใช่อย่างเเน่นอน,ผมรู้สึกสนใจในอาชีพผู้สื่อข่าวอย่างจริงจัง”เเจ็คสันตอบด้วยท่าทีที่จริงใจ เขาเป็นคนฉลาด เเต่อาชีพผู้สื่อข่าวไม่ดีตรงไหน เขาสามารถใช้เส้นสายจำนวนมากในการหาข้อมูลได้ เห็นได้ชัดว่า โทนี่ นั้นคิดตื้นเกินไป

 

ฟุ่บบ

 

“เธอจริงจัง?”โทนี่ เอนตัวลงพิงบนโซฟาพร้อมกับกล่าวถาม เเจ็คสัน

 

“ผมจริงจังเเละผมคิดว่าคุณคงสามารถช่วยผมได้?”เเจ็คสันกล่าวย้ำถามอีกครั้ง

 

“เธอเเน่ใจว่าเธอเลือกแบบนี้จริง ๆ?”โทนี่ สตาร์ก ยังคงงุนงงกับคำขอของเขา เเน่นอนว่าหลายคนที่หวังจะใกล้ชิดเขาก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้นเเละเขาคิดว่าคำขอของเเจ็คสันนั้นค่อนข้างน้อยเกินไป

 

เป็นผู้สื่อข่าวส่วนตัวเเล้วอย่างไร โทนี่ เองก็ไม่ค่อยได้สนใจการให้สัมภาษณ์เเม้เเต่น้อย โดยทั่วไปเเล้ว เขาเเทบจะไม่มีส่วนร่วมในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เขาเพียงตอบคำถามเล็กน้อยก่อนที่จะขอตัวปลีกเเยกออกไป ตอนนี้เเน่นอนว่าเขามีผู้สื่อข่าวที่ต้องการสัมภาษณ์เขาเป็นการส่วนตัวจำนวนมาก เขาคิดว่าคำขอนี้ก็ไม่ได้เเตกต่างเเละมากเกินไปด้วย

 

ทั้งเเจ็คสัน ยังเป็นเพียงผู้สื่อข่าวเด็กหนุ่มที่ยังไม่มีประสบการณ์ เเม้จะเป็นผู้สื่อข่าวส่วนตัวของเขา เเต่สำหรับ โทนี่ เเล้ว เขาก็ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ โทนี่ เลือกที่จะให้สัมภาษณ์ หรือไม่ให้สัมภาษณ์ ก็ได้

 

“คำขอนี้มากเกินไปงั้นหรอ คุณ สตาร์ก?”ได้ยินคำคำตอบก่อนหน้านี้ของ โทนี่ เเจ็คสัน กล่าวทวนอีกรอบ

 

“ก็ได้,ฉันตกลง ฉันจะให้เธอเป็นผู้สื่อข่าวส่วนตัวของฉัน เเต่ทุกการสัมภาษณ์นั้นจะให้ เป็ปเปอร์ ตัดสินใจ เเละ ฉันสามารถเลือกที่จะให้สัมภาษณ์หรือไม่ให้สัมภาษณ์ก็ได้เเล้วเเต่อารมณ์ของฉัน”

 

“ขอบคุณ,คุณสตาร์ก ผมจะทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวให้ดีที่สุด”เเจ็คสันพยักหน้าอย่างผ่อนคลายในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการใกล้ชิดโทนี่อีกก้าว

 

“ฮืม ฉันได้ยินมาว่าเธอได้สัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวของฉันกับ เป็ปเปอร์ จริงงั้นหรอ?”

 

“เฮ้,เรื่องนั้นมันเป็นเหตุจำเป็น”กล่าวถึงคำถามสัมภาษณ์ของ เเจ็คสัน ก่อนหน้านี้ ทำให้เขารู้สึกค่อนข้างอาย

 

“เเล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเธอรู้ถึงเเผนการของพวกผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร?”หลังจากจบประเด็นคำขอของเเจ็คสัน โทนี่ กล่าวถาม เรื่องที่ เเจ็คสัน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ การช่วยเหลือ เป็ปเปอร์ ได้อย่างไร เขาต้องการรู้คำตอบนี้มากที่สุด

 

“ในวันนั้นผมเพียงเเค่บังเอิญพบเจอ คุณ เป็ปเปอร์ กำลังถูกทำร้ายเพียงเท่านั้น”เเจ็คสันกล่าวตอบ มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ เป็ปเปอร์ ถูกทำร้าย เเต่เหตุผลที่เข้าไปช่วยเหลือนั้นเป็นความตั้งใจของเขา

 

“นี่เป็นเรื่องจริงทั้งหมดผมรับรองได้”

 

“เอาเถอะ อย่างไรฉันก็ขอบคุณเธอมากที่ช่วยเหลือ เลขาส่วนตัวของฉัน”

 

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับคำขอบคุณจากคุณ”

 

“เอาละเรื่องที่ฉันจะถามก็ได้ถามไปหมดเเล้ว,เเล้วเป้าหมายอนาคตของเธอละ?”โทนี่ ยืนขึ้น เขากล่าวถามเจตนาหลังจากนี้ที่เเจ็คสันกำลังจะทำต่อ

 

“ตอนนี้ผมยังไม่คิดหรอกครับ ผมยังคงไม่มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ เเต่ผมก็คิดว่าหลังจากเรียนจบจะตั้งใจมุ่งมั่นหางานในองค์กรทำ”เเจ็คสัน กล่าวตอบอย่างสุภาพ เป้าหมายสูงสุดของเขาก็คือการกลายเป็น ฮีโร่ ที่มีชื่อเสียง

 

“งั้นรึ,เอาละ ฉันเองก็ถามเธอมากเกินไปต้องขอโทษด้วย ฉันได้ให้ เป็ปเปอร์ จัดเตรียมมือค่ำไว้เเล้วหวังว่าเธอจะร่วมรับประทานอาหารกับเราก่อนกลับบ้าน”โทนี่ กล่าวตอบ เเจ็คสัน เขาได้ให้ เป็ปเปอร์ จัดเตรียมมื้ออาหารไว้รอพวกเขาก่อนหน้านี้เเล้ว

 

“ขอบคุณ,คุณ สตาร์ก หลังจากผมกลับไปผมคิดว่าผมมีเรื่องที่จะต้องคุยกับเพื่อน ๆของผมเยอะเลย”

 

โทนี่ เเละ เเจ็คสัน รวมถึง เป็ปเปอร์ ได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน เป็ปเปอร์ เองก็นั่งอย่างสงบ เธอเพียงจ้องมองพวกเขาพร้อมกับฟังบทสนทนาของพวกเขา,หลังจากนั้นเธอก็เตรียมกาเเฟให้ เเจ็คสัน เเต่ดูเหมือนเขาจะไม่ชื่นชอบกาเเฟ ภายใต้การต้อนรับอย่างอบอุ่นนี้ทำให้ที่นี่เป็นมื้ออาหารที่ใหญ่ที่สุดตั้งเเต่ที่ เเจ็คสัน เคยกินมา ธรรมชาติคุณภาพอาหารของ สตาร์ก อินดัสตรีท์ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถที่จะนึกฝันได้เลย

 

“คุณสตาร์ก,คุณเป็ปเปอร์, ถึงเวลาที่ผมจะต้องกลับบ้านเเล้ว ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อเย็นในวันนี้”เเจ็คสันยืนอยู่หน้าทางเข้าลิฟท์เขากล่าวขอบคุณอย่างสุภาพพร้อมกับโบกมืออำลา

 

“ฉันก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอเธอเหมือนกัน”โทนี่กล่าวยื่นมือพร้อมบอกลาเขา

 

ตึง

 

เเจ็คสันได้กดลิฟท์

 

ในที่สุดลิฟท์ประตูก็เปิดเขาได้ก้าวขึ้นลิฟท์ไป

 

“ผมไปก่อนละ”ประตูลิฟท์ค่อย ๆ ปิดลงในท่สุด

 

ตึง

 

จนกระทั่ง เเจ็คสัน หายไปจากสายตาของ โทนี่ เเละ เป็ปเปอร์ รอยยิ้มปั้นหน้าของ โทนี่ ก็หายไปทันที

 

“J.A.R.V.I.S! วิเคราะห์ผลลัพท์ทั้งหมดออกมาได้หรือไม่?”โทนี่ กล่าวตะโกนขึ้นเล็กน้อย

 

“ครับเจ้านาย!,จากคำพูดของคุณ เเจ็คสัน 352 คำ ประมวลผลการวิเคราะห์ความเป็นจริง 350 คำ นอกจากนี้ยังมีผลการประมวลที่ไม่สามารถจัดการวิเคราะห์ได้อีกเเล้วครับ”หลังจากโทนี่ กล่าวตะโกน เสียงของ J.A.R.V.I.S! ก็กล่าวตอบเขาอย่างรวดเร็ว

 

เป้าหมายของโทนี่เเต่เดิมก็คือการซักถาม เเจ็คสัน เพื่อให้ J.A.R.V.I.S! ประมวลผลความเป็นจริง โดยทั่วไปเเล้ว ด้วยปัญญาประดิษฐ์ของเขา มันสามารถตรวจจับน้ำเสียงที่โกหกได้ เเต่ผลการประเมินของ J.A.R.V.I.S! ไม่คาดคิดว่า เเจ็คสันจะกล่าวความจริงเเทบจะทั้งหมด เพราะทางระบบได้ตรวจสอบทั้งอัตราการเต้นของชีพจร เเละ หัวใจ ที่ไม่สามารถโกหกได้

 

“นี่เป็นความจริงงั้นหรอ?”ได้ยินผลการวิเคราะห์ของ J.A.R.V.I.S! ความคิดเดิมของโทนี่ ก็เริ่มเบี่ยงเบนออกไป

 

“โทนี่ ฉันบอกคุณเเล้วว่าเขาก็เป็นเพียงเเค่เด็กหนุ่มที่ดีคนนึง”ภายใต้ความเงียบของโทนี่ เป็ปเปอร์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ

 

“ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญอย่างที่คุณว่ามาจริง ๆ”ความกังวลเเต่เดิมของเขาก็ได้หมดไป ในที่สุด โทนี่ ก็เริ่มเชื่อมั่นในตัวของ เเจ็คสัน ที่มีคำพูดของ เป็ปเปอร์ กล่าวเสริม

 

วิสัยทัศน์ของ โทนี่ จ้องมองไปที่ โต๊ะของเขา มันเป็น พวงกุญเเจหัตถกรรมที่ เเจ็คสันให้ กับ เป็ปเปอร์ ดูเหมือนว่าเขาจะคาดการณ์ผิดทั้งหมด บางทีเขาไม่ควรที่จะสงสัยเด็กหนุ่มคนนั้นเลย จริง ๆ

 

 

 

 

 

 

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...