ตอนที่แล้วตอนที่ 51: สุดยอดจากแดนไกล
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 53: ความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำลายหลักฐาน

“เมื่อกี้นี้ คน ๆ นั้นกำลังพูดถึงสุดยอดสิบอันดับแรกของโลกสินะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?” เหยินปาเชียนถามอีกครั้ง

 

“ว่ากันว่ามีคนจากมหาจักรวรรดิเซี่ยคอยจัดรายชื่อนี้ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี่เป็นสิ่งที่พวกเราไม่ได้เฉียดเลย” ผู้ดูแลฉีพูดคร่าว ๆ

 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่กังวลก็ตาม แต่เหยินปาเชียนก็สนใจเป็นอย่างมาก “ใครเป็นคนจัดรายชื่อหรอ ?”

 

“ข้าไม่แน่ใจว่าใครจัดรายชื่อ ยังไงซะก็มีใครบางคนเป็นคนจัด และข่าวก็กระจายไปถึงทุกคน ข้ารู้เรื่องนี้เพียงเพราะทุกครั้งที่พวกเค้ามา พวกเค้าจะตะโกนดังมาก” ผู้ดูแลฉีหัวเราะเยาะ เห็นได้ชัดว่าชาวต้าเย่าดูถูกเหยียดหยามอีกฝ่าย เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขามาถึง คนทั้งเมืองก็จะตื่นตกใจอยู่เสมอ

 

ถึงยังไงก็เถอะ เหยินปาเชียนรู้สึกว่าผู้ดูแลฉีไม่พอใจอีกฝ่ายเพราะเสียงของอีกฝ่ายยิ่งใหญ่กว่าของพวกเขานั่นเอง

 

“ตามที่ข้าบอก พระองค์ถูกจัดอยู่อันดับที่ 7 แถมยังมีผู้ช่วยทหาร เซอร์หงอู่ ผู้ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 9 อีกด้วย ข้าไม่แน่ใจอันดับอื่นนะ ถึงยังไงก็เถอะ สุดยอด 10 คนส่วนใหญ่มาจากมหาจักรวรรดิเซี่ย แคว้นหยูนและแคว้นเฉินก็มีสุดยอดอยู่ใน 10 อันดับแรกด้วยเหมือนกัน”

 

เหยินปาเชียนรู้สึกมีอารมณ์ร่วม วัยรุ่นคนไหนที่ไม่ใฝ่ฝันที่จะเป็นสุดยอดบ้างล่ะ ? แถมเขายังเป็นคนที่ได้ผ่านช่วงชีวิตนี้อีกด้วย

 

ในอีกมุมหนึ่ง เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าเขาเป็นสุดยอดเฉพาะด้านในฝันของเขา แต่ในความเป็นจริง เขาก็สามารถตะโกนว่า “666” ได้

(666 คือคำแสลงภาษาจีนในโลกออนไลน์ โดยคำว่า 666 เกิดขึ้นมานานแล้ว มันเริ่มเป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในเกมส์ League of Legends ตัวอย่างเช่น หากมีที่คนเล่นในเกมส์ได้ดี ก็สามารถพิมพ์ว่า 666 แทน GGWP (Good Game Well Played) ได้)

 

แม้แต่คำพูดนั้น เหยินปาเชียนก็ยังค่อนข้างสนใจความสามารถในการต่อสู้ในโลกนี้ เขาสงสัยว่าอาจจะมีพลังงานลึกลับหรืออะไรทำนองนี้อยู่ก็เป็นได้

 

ทั้งเหยินปาเชียนและผู้ดูแลฉีก็ติดตามฝูงชนและเดินไปข้างหน้า ขณะที่พวกเขาเดินผ่านเขตเป่ยหง พวกเขาก็ได้เห็นว่าบ้านของข้าราชสำนักส่วนใหญ่จะเปิดประตูไว้ มีชายกล้ามโตส่วนหนึ่งเดินเหยียบขี้ขณะที่มองไปข้างหน้า

 

กำแพงพระราชวังอยู่ในระยะสายตาแล้วในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม มีผู้คนล้นหลามและไม่สามารถมองเห็นผู้ท้าสู้ได้เลย

 

ขณะที่พวกเขามาถึงลานหน้าพระราชวังแล้ว ผู้คนจำนวนมากก็หยุดเดิน

 

เหยินปาเชียนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เนื่องจากมีชายกล้ามโตตัวสูงยืนบังอยู่ตรงหน้า หลังจากที่กระโดดอย่างต่อเนื่องอยู่สักพัก เขาก็สามารถมองเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ลานหน้าประตูพระราชวังเพียงลำพัง

 

“ขอโทษนะ..ขอโทษด้วย..ขอโทษที” เหยินปาเชียนกล่าวขอโทษพร้อมกับพยายามดันไปข้างหน้า แต่ก็ถูกดันกลับ

 

“แม่งเอ๊ย !” เหยินปาเชียนแอบด่าเบา ๆ

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนลังเลว่าเขาควรจะตะโกนว่า “ขี้จะแตกแล้วโว้ย” ดีมั้ย ก็มีทหารหนึ่งแถวกระจายตัวอยู่ทั้งสองด้านของบนกำแพงพระราชวัง หลังจากนั้น หญิงสาวชุดแดงก็ปรากฏตัว

 

“ฝ่าบาท !”

 

“นั่นฝ่าบาทนี่ !”

 

 

ผู้คนรอบข้างตะโกนทีละคน เสียงของพวกเขาดังขึ้นและลอยขึ้นฟ้าพร้อมกัน

 

เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีองค์นี้เป็นที่รักใคร่และสามัญชนให้การนับถือเป็นอย่างมาก

 

“ดูเหมือนว่าวันนี้อารมณ์ของพระองค์จะไม่ดีเท่าไหร่นะ” ผู้ดูแลฉีพูดออกมา

 

“ท่านรู้ได้ไง ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“ถ้าพระองค์อารมณ์ดีล่ะก็ พระองค์ก็จะไม่สนใจคนที่เข้ามาท้าสู้เลย” ผู้ดูแลฉีตอบกลับ

 

เหยินปาเชียนครุ่นคิดไปชั่วขณะหนึ่ง ผู้ดูแลฉีหมายความว่าเมื่อจักรพรรดินีทรงมีพระอารมณ์ที่ไม่ดี นางก็จะระบายความโกรธไปกับผู้ท้าสู้เหล่านั้น เมื่อตอนที่นางมีพระอารมณ์ดี นางจะไม่สนใจพวกเขารึไงกัน ?

 

เขาเพิ่งจะนึกถึงสิ่งที่ผู้ดูแลฉีกล่าว ทุกคนที่เข้ามาท้าสู้พระองค์เมื่อปีที่แล้วถูกซ้อมจนตาย ไม่มีใครรอดชีวิตเลย

 

นั่นหมายความว่าไม่มีผู้ท้าสู้มาท้าสู้ในตอนที่พระองค์ทรงมีพระอารมณ์ดีเหรอ ? เป็นเพราะความโชคร้าย หรือพระองค์ทรงมีพระอารมณ์ไม่ดีบ่อยครั้งกันแน่ ?

 

เป็นที่รู้กันว่าคนเราจะอารมณ์ไม่ดีเป็นเวลา 2-3 วันในแต่ละเดือน ปัญหาก็คือ คนเราจะอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลาได้ยังไงกันล่ะ ?

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกขนลุกตามคอของเขาขึ้นมา

 

ต้องขอบคุณที่เขาไม่ได้ถูกประหารชีวิตในตอนที่เขาเข้าไปในพระราชวัง เขาค่อนข้างโชคดีทีเดียว

 

ชายตรงหน้าฝูงชนนั้นพูดออกมาเมื่อเห็นพระองค์ปรากฏตัวที่กำแพงเมืองในทันที “ฉีจี่เซียว ถึงเจ้าจะเป็นผู้ครองแคว้นก็เถอะ แต่เจ้าก็ยังเป็นสุดยอดหนึ่งในสิบอันดับแรกของโลกอีกด้วย ข้า..หลงว่านหลี่ มาที่นี่ในฐานะผู้ฝึกหัดที่จะมารับประสบการณ์จากเจ้า โปรดทำให้กระจ่างด้วยการมีตัวตนของเจ้าด้วยเถิด”

 

“จองหองยิ่งนัก ! เจ้ากล้าดียังไงบังอาจพูดชื่อของพระองค์” ใครบางคนโวยวายออกมาจากฝูงชน

 

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถท้าสู้กับพระองค์เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการรึ ? ถ้าเจ้าต้องการสู้กับพระองค์ล่ะก็ ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ” ชายร่างกำยำถือดาบเล่มใหญ่เดินออกมาจากฝูงชน

 

“ข้ามศพข้าด้วย”

 

“พวกเจ้าสองคนน่ะอ่อนแอเกินไป ปล่อยให้ข้าจัดการดีกว่า”

 

“เจ้าต้องการทดสอบว่าดาบของข้าคมหรือไม่รึ ?” ชายร่างกำยำคนนั้นจ้องมองพวกเขาด้วยความโกรธเคือง ลึก ๆ แล้ว เขาก็คิดว่าประโยคที่เขาเพิ่งได้ยินนั้นค่อนข้างจะดูสง่างามต่ออีกฝ่าย

 

นายพลในราชสำนักยืนขึ้นทีละคน

 

หลงว่านหลี่ลืมเสียงด่าและความวุ่นวายเบื้องหลังเขา เขาจ้องมองไปที่ชุดสีแดงที่ด้านบนกำแพงพระราชวัง

 

ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายอันน่าเกรงขามก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนที่หลงว่านหลี่จะมาถึง เขาได้ท้าสู้กับสุดยอดคนอื่น ๆ อีก 9 คน และได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง กลิ่นอายของเขาอยู่ที่จุดสุดยอด และสุดยอดบางคนที่เขาท้าสู้ตลอดทางนั้นหลีกเลี่ยงเขาอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หลงว่านหลี่ก็วิ่งไปที่ม้าของเขาและมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ในขณะที่ท้าสู้กับหนึ่งในสิบสุดยอดระดับบนสุดของเขา มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้พบกับคนที่มีความสามารถเทียบเคียงเขา ส่วนสุดยอดคนอื่น ๆ ถ้าไม่อยู่ในที่ไหนสักแห่ง ก็อาจมีส่วนร่วมกับการทหารก็เป็นได้

 

ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีเป็นผู้ครองแคว้น แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ได้ต่อสู้มาหลายต่อหลายครั้ง

 

เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายยกเลิกการท้าสู้ของเขา เขาจึงใช้สถานะผู้ฝึกหัดเพื่อท้าสู้นาง

 

ในตอนนี้ ความกระหายสงครามของเขาพุ่งสูงขึ้น และกลิ่นอายอันน่าเกรงขามของเขาได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว แม้แต่คนที่ใกล้ชิดกับเขาก็อาจรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของ เขาเป็นเหมือนกระบี่ไร้เทียมทาน อย่างหนึ่งคือทุกคนจะรู้ว่าเขาไม่ท้อถอยอย่างแน่นอน

 

หลายคนได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายอันน่าเกรงขามของเขา และก้าวถอยหลังไปทางด้านข้างและด้านหลัง

 

แม้เหยินปาเชียนจะรู้สึกได้ถึงเจตนาที่เฉียบคมมาจากข้างหน้า ดูเหมือนว่าดาบถูกกดดันให้เขาก่อนที่ดวงตาของเขา ทำให้เขาถูกข่มขู่

 

“นั่นคืออะไรน่ะ ?”

 

“กลิ่นอายอันน่าเกรงขาม ความกระหายสงคราม จิตแห่งดาบ ใครก็รู้ว่ามันคืออะไร” ผู้ดูแลฉีตอบอย่างเฉยเมย “เอาเถอะ มันคือสิ่งนั้นแหละ”

 

เหยินปาเชียนสงบสติอารมณ์ และพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางฝูงชน หลังของอีกฝ่ายหันเข้าหาเขา แต่เขารู้สึกว่าจนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหว เขาไม่สามารถรับประกันชีวิตของตัวเองได้แม้ครู่เดียว

 

ความรู้สึกอันตรายถึงชีวิตนี่น่ากลัวจริง ๆ มันแย่มากพอที่เขาจำเป็นต้องจับกระบองช็อตไฟฟ้า ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าไม่มีประโยชน์เลยก็ตาม

 

จักรพรรดินีสวมชุดสีแดงจากหัวจรดปลายเท้า นางยืนอยู่บนยอดหอคอยประตูเมืองและมองลงมา นางยิ้มและส่งสัญญาณให้เขาด้วยการกระดิกนิ้ว

 

ถ้าเป็นที่อื่นและผู้หญิงกระดิกนิ้วเพื่อส่งสัญญาณให้กับผู้ชายล่ะก็ ความคิดของคนส่วนใหญ่จะต้องวิ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่งอย่างแน่นอน

 

แต่ในตอนนี้ ทุกคนที่นี่อาจรู้สึกได้ถึงความรุนแรงที่แผ่ออกมาจากองค์จักรพรรดินี

 

ข้าขี้เกียจจะสนทนากับเจ้าแล้ว

 

เข้ามาเลย

 

กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของหลงว่านหลี่ได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และเขาก็รอการตอบรับขององค์จักรพรรดินี ในตอนนี้ ขณะที่เขาหยิบดาบที่หลังของเขาดังแคร๊ง และดาบก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว เขารวดเร็วราวกับสายฟ้า และฟันไปยังจักรพรรดินี ทุกคนสามารถพบความมุ่งมั่นและความไม่ท้อแท้จากเขาได้

 

“เย็ดเข้ ! นางฟ้าบินผ่านท้องฟ้าล่ะ !” เหยินปาเชียนเห็นได้อย่างชัดเจนและร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง

 

เหยินปาเชียนไม่แน่ใจว่ามันเป็นเหมือนตำนานที่มนุษย์กับดาบรวมกันเป็นหนึ่งมั้ย แต่ในตอนนี้ หลงว่านหลี่ให้กลิ่นอายของเขาแก่เหยินปาเชียน และดาบที่รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แถมเขายังได้ปลดปล่อยจิตแห่งดาบจากหัวจรดปลายเท้า และแรงผลักดันจากเขาทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกราวกับว่ามันมาจากฟากฟ้า

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะกังวลถึงจักรพรรดินีที่อยู่ด้านบนกำแพงพระราชวังก็ตาม

 

ถึงแม้ว่าองค์จักรพรรดิจะเป็นถึงสุดยอด เมื่อไหร่ก็ตามที่เหยินปาเชียนได้พบกับนาง เขาก็คิดว่านางค่อนข้างห่างเหินและกลิ่นอายของนางก็ทำให้อึดอัดเล็กน้อย ตราบใดที่กำลังวังชาของจักรพรรดินีมารวมกัน เขาก็ไม่รู้สึกอะไรจากนางเลย

 

ดังนั้น เมื่อเขาเห็นว่าแรงผลักดันที่ดูราวกับว่ามันมาจากเบื้องบน เหยินปาเชียนอดกังวลกับองค์จักรพรรดินีไม่ได้เลย

 

เมื่อเผชิญหน้ากับความกดดันที่น่าสยดสยองนี้ ใบหน้าของจักรพรรดินีไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ปลายดาบจะชี้ตรงไปที่ดวงตาของนาง นางก็ยื่นมือสีขาวดอกลิลลี่แล้วก็ฟาดอย่างนุ่มนวล

 

“แคร๊ง !” เสียงดังกระหึ่ม

 

ปลายคมดาบลอยขึ้นไปสู่ฟากฟ้า

 

เมื่อส่วนที่เหลือของดาบที่หักถูกกวาดออกไปแล้ว ในขณะเดียวกัน จักรพรรดินีก็ได้ประทับมือสีขาวดอกลิลลี่ของนางบนหน้าอกของหลงว่านหลี่ หลงว่านหลี่ลอยออกไปด้วยความรวดเร็วในทันที เร็วกว่าที่เขาจะเข้าถึงองค์จักรพรรดินี

 

เมื่อเหยินปาเชียนอุทานชื่นชมแล้ว อีกฝ่ายก็ฟื้นตัวจากการกระแทกด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเมื่อเขาบินออกไปจากลูกตบของจักรพรรดินี

 

“ปัง !” หินแตกกระจายไปทั่วทุกแห่ง และเกิดฝุ่นละอองอยู่ในอากาศ

 

หลังจากรอเป็นเวลานานจนฝุ่นกระจายตัวแล้ว หลุมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของแผ่นพื้น หลงว่านหลี่พบกับความตายที่รุนแรง และร่างกายของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ

 

เมื่อฝุ่นละอองหายสนิท สถานการณ์ที่ลานกว้างก็เผยให้เห็น เรือนร่างขององค์จักรพรรดินีที่อยู่ด้านบนของพระราชวังได้หายไปแล้ว

 

ฝูงชนมองไปและมีเสียงแหกปากหัวเราะในทันที ทุกคนรีบแยกย้ายกันออกไปจากที่เกิดเหตุ

 

“ข้าคิดว่าเค้าจะทนได้มากกว่าครั้งเดียวซะอีก ข้าไม่คิดเลยว่าเค้าจะถูกฆ่าตายด้วยลูกตบเดียวนะเนี่ย”

 

“แต่ในที่สุด พวกเราก็ได้เห็นพระองค์ตบอีกครั้งนะ”

 

“ชายคนนี้ไม่ทนทานต่อลูกตบเอาซะเลย พวกเราจะตื่นเต้นกันไปเพื่ออะไรเนี่ย…”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...