ตอนที่แล้วตอนที่ 47: หนองน้ำสีดำ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 49: การทดสอบความต้านทานไฟฟ้าของชาวต้าเย่า

เหยินปาเชียนเริ่มมั่นใจเมื่อได้ฟังคำพูดของน่ากู่

 

เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการที่เขาได้ยินเรื่องน้ำเค็มที่มีพิษ ถึงแม้ว่าจะมีพิษ แต่ทุกสิ่งในโลกนี้เกิดขึ้นจากไอออนกับอะตอม และอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีเมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม

 

กล่าวคือ เกลือสามารถสกัดได้จากน้ำ และอาจนำสารพิษออกได้

 

น้ำเค็มที่มีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นไข่เน่านั้น เป็นปรากฏการณ์ใต้ดินที่สามารถพบได้บนดาวโลกด้วยเช่นกัน ประมาณสองพันปีที่แล้ว คนยุคโบราณได้ใช้ความรู้เพื่อสกัดเกลือจากแหล่งน้ำเค็มใต้ดินเหล่านี้

 

นี่คือต้นกำเนิดของ “เกลือดี” อันลือชื่อ เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้มากขึ้นแล้ว เหยินปาเชียนก็ได้กลับไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกลือดี สิ่งที่เขาพบคือสามารถเก็บเกี่ยวเกลือได้ในที่ที่ห่างไกลจากทะเล และสามารถหาเกลือได้ในที่ลึกลงไปในชายฝั่งได้ด้วย

 

มีหลายวิธีที่จะทำสิ่งนั้น การตากน้ำเค็มให้แห้งและการวางดินเค็มไว้ใต้อาทิตย์นั้น เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการผลิตเกลือ ส่วนวิธีอื่นมีอยู่ในที่ที่ไม่สามารถหาแหล่งที่มาได้ และการได้รับเกลือดีก็เป็นหนึ่งในวิธีนั้น

 

บ่อเกลือนั้นมีหลายประเภท รวมทั้งบ่อเกลือสีดำด บ่อเกลือสีเหลือง และบ่อหินด้วย ประเด็นหลักที่อยู่เบื้องหลังวิธีการดังกล่าว คือการได้รับน้ำทะเลที่ถูกขังอยู่ใต้เปลือกโลกหลังการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา เป็นเหมือนเป็นการเก็บน้ำทะเลที่ดูแย่ไปเลย

 

บ่อเกลือสีดำคือแหล่งที่มีน้ำเค็มสีดำที่มีพิษ น้ำเค็มประเภทนี้มักพบอยู่ใต้พื้นดิน 300 เมตร แต่ยังสามารถนำขึ้นสู่ผิวน้ำเป็นน้ำพุหรือหนองน้ำได้โดยการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา

 

เพราะเขารู้เรื่องทั้งหมดนี้ เหยินปาเชียนจึงพูดขึ้นระหว่างการพูดถึงน้ำเกลือที่มีพิษ

 

“แล้วน้ำสีน้ำตาลล่ะ ที่นั่นมีรึเปล่า ? มันเค็มและมีพิษเหมือนกันนะ” เหยินปาเชียนถามทันที

 

เขาถามเรื่องนี้เพราะน้ำเกลือสีดำมีกรดกำมะถันจำนวนมาก ในขณะที่น้ำเกลือสีเหลืองมีธาตุแบเรียม ทั้งสองมีพิษต่อร่างกายมนุษย์ แต่สามารถตกผลึกเป็นแบเรียมซัลเฟตเมื่อผสมในสัดส่วนที่เหมาะสมได้ การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดความมีพิษและทำให้สามารถสกัดเกลือดีได้

 

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่ว่า หนองน้ำสีดำเต็มไปด้วยน้ำเกลือสีดำ และไม่มีสารพิษอื่นใดอีก

 

จากที่เหยินปาเชียนได้ยินมา เขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือน้ำเค็มสีดำ มันมีพิษหรือไม่นั้นก็เป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยแน่ใจนัก

 

“ไม่มี” ชายร่างโตคนนั้นพูดอย่างเยือกเย็น การที่เหยินปาเชียนบอกให้รู้ว่าเขาทำงานที่สวนสัตว์เพียงเพื่อลดความเกลียดชังของชายร่างโตที่มีต่อเหยินปาเชียน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปฏิบัติกับเหยินปาเชียนอย่างเป็นมิตร เมื่อเห็นร่างซูบผอมของเหยินปาเชียน ทำให้เขานึกถึงชาวหยูน และชาวเซี่ย ความไม่พอใจของเขาที่มีต่อผู้คนดังกล่าวได้ถูกสลักไว้ลึกเข้าไปในกระดูกเลยทีเดียว

 

“ใช่แล้ว !” น่ากู่ตอบราวกับว่าหล่อนมีแรงบันดาลใจเปล่งประกายขึ้นมาโดยฉับพลัน “ก่อนหน้านี้พวกเราพบมันในภูเขา ต้ากงหิวน้ำมากจนดื่มเข้าไปเต็ม ๆ และรู้สึกเฉื่อยชาขึ้นมา เค้าได้เห็นสัตว์ที่มีเขี้ยวบนหน้า หลังจากนั้นเค้าก็เกือบถูกมันฆ่า น้ำที่ว่านั่นใช่สิ่งที่ชายคนนี้พูดถึงรึเปล่า ?”

 

“ฮึ่ย” ชายร่างโตถอนหายใจพร้อมกับหันหลังไป

 

น่ากู่มองไปที่เหยินปาเชียนแล้วก็พูดออกมา “รอยแยกขนาดเล็กบนภูเขามีน้ำที่เจ้าเล่ามา มันมีสีน้ำตาลอ่อนแล้วก็ดื่มไม่ได้นะ”

 

เหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้

 

เขาไม่ได้ตั้งใจจะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบดังกล่าวด้วย

 

“ข้าขอถามได้มั้ยว่าที่มั่นของท่านอยู่ที่ไหน ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“เจ้าจะรู้ไปทำไม ?” น่ากู่กระแทกเสียง เห็นได้ชัดว่าหล่อนเตรียมป้องกัน

 

“แล้วข้าจะหาหนองน้ำสีดำและน้ำสีน้ำตาลนี้ได้ยังไงถ้าข้าไม่รู้ว่าที่มั่นของท่านอยู่ที่ไหน ?” เหยินปาเชียนกดดัน

 

“ท่านจะหาสิ่งนั้นไปทำไม ? ท่านคิดว่ามันใช้เป็นเกลือได้จริง ๆ รึ ? ข้าคิดว่ามันเห็นได้ชัดเลยนะว่ามันมีพิษน่ะ” น่ากู่จ้องมองเหยินปาเชียนด้วยความหวาดระแวง

 

“พิษทั้งหมดสามารถลบล้างได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีด้านตรงข้ามอยู่แล้ว”

 

“ฮึ่ย..ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก !” น่ากู่ตอบทันที

 

“พวกเราไม่รู้หรอกจนกว่าพวกเราจะได้ลอง ข้าจะจ้างท่านให้เป็นผู้นำทางของข้าเพื่อที่พวกเราจะได้ไปดูมัน แล้วข้าจะให้เกลือท่าน คิดว่าไงล่ะ ?” เหยินปาเชียนพยายามชักจูงหล่อนด้วยรางวัล

 

น่ากู่กรอกตาแล้วก็ชูนิ้วให้เหยินปาเชียน “ข้าเป็นนักล่าที่มีฝีมือ ข้าจะไม่ยอมรับสิ่งใดก็ตามที่น้อยกว่าเกลือครึ่งชั่ง”

 

เหยินปาเชียนมองไปที่นิ้วที่ชูขึ้นมาและเกิดสงสัยว่าหล่อนน่าจะหมายถึงหนึ่งชั่ง แต่หล่อนชูสองนิ้วเนี่ยนะ ?

 

ณ จุดจุดนี้ เหยินปาเชียนครุ่นคิดถึงสองนิ้วที่ยื่นมาและถามออกไป “เท่าไหร่กันแน่ ?”

 

น่ากู่รู้สึกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่หล่อนตอบอย่างโกรธเคือง “เจ้าจะหลอกข้ารึ ?” หล่อนชูกำปั้นที่ใหญ่กว่าผู้หญิงบนดาวโลกสองเท่าและพุ่งไปที่เหยินปาเชียนเหมือนแมวที่โดนปลุกปั่น

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่าชาวต้าเย่ามีความแข็งแรงและเมื่อมองไปที่กำปั้นของน่ากู่แล้ว ตับของเขาอาจจะลอยออกจากปากของเขาได้หากถูกของใหญ่ ๆ กระทุ้งเข้าที่หน้าอกอย่างเต็มเหนี่ยว

 

“เกลือครึ่งชั่งใช่มั้ย ตกลง” เหยินปาเชียนพูดออกมาทันที

 

“หืมม ? อื้มม เป็นโชคดีของเจ้าเลยนะที่จะมีนักล่าที่มีฝีมือเหมือนข้าเป็นผู้นำทางของเจ้า !” น่ากู่พูดออกมา หล่อนเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจขึ้น และเชิดหน้าอกของหล่อนขึ้นพร้อมกับชูกำปั้นออกมา

 

“เจ้ามาจากสวนสัตว์จริง ๆ เหรอ ?” น่ากู่คิดอย่างหนักแล้วก็ถามออกมา

 

เหยินปาเชียนหยิบเอาแผ่นกระดาษขึ้นมาจากเสื้อของเขา “ดูเอาเองละกัน”

 

“ไม่รู้จัก ไม่รู้โว้ย” น่ากู่แผ่มือออกอย่างไม่แยแส

 

“ข้าว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วนะว่าท่านคือผู้ดูแลเหยินแห่งสวนสัตว์ เจ้าคิดว่าพวกเราจะพยายามหลอกลวงเจ้ารึไง ?” เถ่เตาโต้แย้ง

 

น่ากู่เหลือบมองไปที่เถ่เตา แล้วก็เหลือบมองไปที่เหยินปาเชียน แล้วหล่อนก็ตอบกลับ “ข้าจะลองเชื่อละกัน ที่มั่นของพวกเราอยู่ที่ภูเขาเก้ายอด เมื่อออกจากเมืองแล้ว มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ และเจ้าน่าจะมาถึงภายในหนึ่งวัน มีเขาโล่วเวิง (洛翁角: Luò Wēng Jiǎo) อยู่ด้านล่างภูเขา เจ้าควรใช้มันเพื่อบอกให้ข้ารู้ด้วย”

 

“เขาอะไรนะที่อยู่ด้านล่างภูเขา ? แล้วข้าจะหามันได้ยังไง ?” เหยินปาเชียนถามพร้อมกับยื่นมือออกไป เขาจะหาเขาที่ด้านล่างภูเขาได้อย่างไร ? แล้วมันจะแตกต่างจากการค้นหาเข็มในกองหญ้าอย่างไร ?

 

“ไม่ใช่แค่เขาทั่วไป มันคือเขาโล่วเวิง เจ้าไม่รู้หรอว่าเขาโล่วเวิงคืออะไร ? มันคือเขาที่แขวนไว้บนเสาที่ด้านล่างภูเขายังไงล่ะ” ตาของน่ากู่เปิดกว้างพร้อมกับจ้องไปที่เหยินปาเชียน

 

เมื่อเห็นน่ากู่มองเขาราวกับว่าเขาเป็นคนต่างด้าวแล้ว เหยินปาเชียนก็มองไปที่เถ่เตาเพื่อหาคำตอบ “เขาโล่วเวิงคืออะไรหรอ ?”

 

“โล่วเวิงเป็นสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนภูเขา มีเขาอันเดียวและว่องไวราวกับฟ้าแลบ เมื่อถอดเขาออกมาแล้ว จะสามารถเป่าเสียงที่สามารถได้ยินไกลถึง 5 กิโลเมตรเลยล่ะ” เถ่เตา อธิบาย

 

“5 กิโลเมตร จริงเหรอเนี่ย ?” เหยินปาเชียนอ้าปากค้างด้วยความที่ยากที่จะเชื่อได้ เป่าลมเข้าไปในเขาอีท่าไหนถึงทำให้เสียงที่ได้ยินไกลถึง 5 กิโลเมตรเลยเนี่ย ? 5 กิโลเมตรจะใช้เวลาคนเดินโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง

 

แม้แต่ในถิ่นทุรกันดารที่รกร้างว่างเปล่า เสียงแบบนั้นต้องดังอย่างน้อย 120 หรือ 30 เดซิเบล

 

เสียงต้องดังเกือบจะเท่ากับเสียงเครื่องบินขึ้นบินหรือเสียงฟ้าผ่าอย่างแน่นอน

 

เหยินปาเชียนไม่สามารถทำให้ตัวเขาเองเชื่อได้ว่าการเป่าเขาสัตว์สามารถทำให้เกิดเสียงดังกังวาลได้ขนาดนั้น

 

จากที่คุยกับเถ่เตา คนที่อาศัยอยู่ในฐานที่มั่นบนภูเขามักจะมีหูกว้างเหมือนลิงหรือสัตว์ที่คล้ายกัน สัตว์เหล่านี้สามารถรับเสียงเขาโล่วเวิงจากที่ที่ไกลออกไป เป็นการแจ้งให้ที่มั่นรู้ว่ามีผู้มาเยือน

 

ในที่สุดเหยินปาเชียนก็เข้าใจถึงการทำงาน

 

เขาหันหน้าไปและต้องการถามตำแหน่งที่แน่นอนของเขากับน่ากู่ แต่คงไม่ใช่ปัญหาในท้ายที่สุด เขาค่อนข้างมั่นใจว่าหล่อนไม่สามารถให้คำอธิบายดี ๆ ได้ลย

 

“เอาล่ะ พวกเราขอตัวก่อน แล้วเจอกันที่ภูเขาเก้ายอดในตอนที่พวกเราไปดูหนองน้ำสีดำกัน”

 

“อย่าลืมเอาเกลือมาด้วยล่ะ” น่ากู่กล่าวเตือน

 

“ข้าไม่ลืมหรอก แล้วเจอกันนะ” เหยินปาเชียนคำนับอำลา

 

 

 

เมื่อเดินมาได้สักพัก เถิงหูหลุได้ถามออกมา “ท่านผู้ดูแลเหยิน จริง ๆ แล้วเกลือสามารถขุดลอกออกจากหนองน้ำสีดำได้มั้ย ?”

 

“สกัดเอา ไม่ต้องขุดลอก ส่วนเรื่องการสกัดเกลือนั้นจะมีพิษหรือไม่ พวกเราจะต้องรอดู” เหยินปาเชียนพูดออกมา เขาไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องนี้นัก

 

“จะดีมากเลยถ้าสามารถได้รับเกลือได้จริง ๆ” เถิงหูหลุตื่นเต้นมาก

 

“พวกเราจะต้องได้รับการอนุมัติจากพระองค์ก่อนนะ” เหยินปาเชียนประกาศอย่างไม่รีรอ

 

“ตราบใดที่เป็นท่านผู้ดูแลเหยิน พระองค์ต้องอนุมัติอย่างแน่นอน” เถิงหูหลุตอบ “แล้วท่านก็จะได้รับตำแหน่งข้าราชการด้วยอย่างแน่นอน”

 

เหยินปาเชียนขยับปากไปมา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาได้ถามเกี่ยวกับหนองน้ำสีดำ การถูกเคลื่อนย้ายทั้งหมดที่นี่ เขาอาจไม่สามารถอยู่ในสวนสัตว์ในฐานะผู้ดูแลตลอดไป บางทีการหารายได้จากการขายเครื่องปั้นดินเผาของเขาก็เพียงพอแล้ว

 

ถ้าหากว่าเขาอยู่ในโลกที่คล้ายคลึงกับจีนยุคโบราณล่ะก็ เขาก็อาจจะทำเช่นนั้น ชีวิตที่หมดห่วงนั้นฟังดูดีเลยล่ะ

 

โลกนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลายสิ่งไม่สามารถเข้าใจให้ถูกต้องได้หากไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า

 

ตัวอย่างเช่นการเลี้ยงกิเลน เขาไม่ได้เห็นสัตว์ที่งดงามนั่นอีกเลย ถึงแม้ว่าเขาจะได้ยินว่ามีคนเอาดูแลอย่างจริงจังก็ตาม

 

การอาศัยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนที่แข็งแกร่งอย่างมากทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคง การได้ตำแหน่งที่สูงเป็นวิธีเดียวที่เขาจะสามารถได้รับความปลอดภัยได้

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...