ตอนที่แล้วตอนที่ 45: การประเมินที่ต่ำต้อย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 47: หนองน้ำสีดำ

มีสีย้อมและแลคเกอร์อยู่ในสวนสัตว์ ถึงยังไงก็เถอะ สวนสัตว์นั้นก็เป็นของราชวงศ์ เพราะฉะนั้น วัสดุก็จะดีกว่าที่พลเมืองใช้

 

กล่องไม้มีทั้งหมดหกด้าน ด้านล่างถูกวางราบโดยสมบูรณ์แบบ และอีกห้าด้านถูกวางประกบกัน ขี้เลื่อยโปรยจากข้างบน เขากดมันลง และเก็บกวาดทำความสะอาด ด้วยวิธีนี้ทำให้ตาไก่มีขี้เลื่อยเต็มไปหมด

 

ผลไม้ประหลาดถูกใช้เพื่อทำสีย้อมสีน้ำเงินเข้ม ผสมกับสารสกัดจากแลคเกอร์ และทาลงบนพื้นผิว เพราะฉะนั้น ไม้กระดานจึงกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม

 

เหยินปาเชียนตั้งแผ่นกระดานไม้ที่เสร็จสมบูรณ์ไว้อีกด้านหนึ่ง เมื่อดูจากท้องฟ้ามืดมัวลง เขาคิดว่ามันใกล้จะได้เวลาอาหารแล้ว เขาจึงเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน

 

ด้านนอกหลังครัวเป็นลานขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะมากกว่าสิบชุดจัดเรียงรายอยู่

 

นี่คือช่วงเวลาที่คนในสวนสัตว์ส่วนใหญ่จะมารวมตัวกัน

 

ไม่ว่าเพศใดก็ตาม ทุกคนก็จะมารวมตัวกันที่นี่

 

นอกจากนี้ ยังมีเด็ก ๆ เปลือยก้นต่อสู้กัน ผู้ใหญ่จะยืนอยู่ห่าง ๆ และเฝ้าดูพวกเขาอย่างมีความสุข

 

เหยินปาเชียนเห็นเด็กประมาณ 6-7 ขวบล้มลงและไถไปกับหัวเข่าของเขา เขาลุกขึ้นและตะโกนแล้วก็วิ่งเข้าไปอีกครั้ง เขาทำท่าข่มขู่ราวกับปู และท่าทีโดยธรรมชาติของนักเลงตัวน้อยในการต่อสู้เป็นอะไรที่น่าเกรงขามยิ่งนัก

 

เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น จะคุ้นเคยกับพฤติกรรมที่ห้าวหาญเช่นนี้

 

“ท่านผู้ดูแลเหยิน โปรดนั่งตรงนี้” มีใครบางคนเรียกเขา เขาคือเถ่เตานั่นเอง

 

ถึงแม้ว่าเขาจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในสวนสัตว์ แต่เขาก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกับทุกคน เมื่อรวมวันนี้ ก็เป็นแค่ครั้งที่สองเท่านั้นเอง โดยปกติแล้ว ถ้าหากว่าเขาไม่คลุกคลีกับอะไรบางอย่าง เหยินปาเชียนจะอยู่ในพระราชวังและเข้าครัวเพื่อทำอาหารหลังจากที่ฟ้ามืดลง

 

เหยินปาเชียนนั่งกับเถ่เตา พร้อมกับชายสิบคนที่อยู่ภายใต้อำนาจเขา พวกเขานั่งกันอยู่เต็มโต๊ะ อาหารที่มาเสิร์ฟคือขาแกะอบ ซี่โครงแกะอบ เนื้อวัวตุ๋นหั่นเต๋า และยังมีซุปสมุนไพรป่ากับไข่เจียวใส่ผักด้วย

 

เมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว ก็ไม่มีใครให้ความสนใจเหยินปาเชียนอีกเลย ในชั่วพริบตา ไข่เจียวใส่ผักก็หมดแล้ว คนนึงตักซุปสมุนไพรป่าและคนอื่นก็แทะซี่โครงแกะ

 

เหยินปาเชียนกระพริบตาและไม่พูดอะไรอีก เขาเห็นแต่คนสกปรกที่เอามือกวาดไปรอบ ๆ และทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไปในทันที

 

ในต้าเย่า เนื้อสัตว์มีราคาถูกแต่ผักกลับมีราคาแพง อาหารเกือบทุกอย่างจะประกอบด้วยเนื้อสัตว์ และหากมีผักสักจานสองจาน ผักก็จะหายไปในพริบตาเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ พวกเขายังไม่มีวัฒนธรรมการใช้ตะเกียบซึ่งผลิตโดยมหาจักรวรรดิเซี่ย เฉพาะคนรวยและข้าราชการเท่านั้นที่รู้วิธีใช้ แต่ผู้คนที่อยู่ที่นี่ จะใช้มือจับอาหาร

 

เหยินปาเชียนลองชิมซุปสมุนไพรป่า ลองแทะเนื้อแกะ และลองชิมอาหารแห้งของโลกนี้

 

อาหารแห้งชนิดนี้คือข้าวหยาบ ๆ หยาบกร้าน เหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงคอ เปรี้ยวเล็กน้อย

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก็ไม่มีใครบ่นเลย มีข้าวและก๋วยเตี๋ยวชั้นดีอยู่ แต่คนรวยเท่านั้นที่สามารถหาซื้อได้ สิ่งที่สามารถกินได้ นับว่าเหมาะแล้วกับคนในสวนสัตว์ ว่ากันว่าคนในภูเขากินเนื้อสัตว์ทุกวัน เสริมด้วยผลเบอร์รี่และผักป่า

 

ที่ดาวโลก เนื้อถือว่าเป็นอาหารที่ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ที่นี่ มันคืออาหารพื้นฐานที่สุด

 

หากคุณต้องการแลกผักกับเนื้อสัตว์ ก็คงจะมีคนมารับมากมายเลยล่ะ

 

โชคดีที่ต้าเย่าทรัพยากรอีกอย่าง นั่นก็คือใบชาจากต้นชาป่ายังไงล่ะ ซึ่งเติบโตขึ้นเยอะแยะมากมายในภูเขา เพราะฉะนั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องแย่งชิงก้อนชากันเมื่อเทียบกับคนในท้องทุ่ง

 

 

 

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็กลับไปยังที่ที่ถงเจี่ยทำงาน สีย้อมเกือบจะแห้งแล้ว เขาหันแผ่นกระดานคว่ำลงบนพื้นและเคาะด้วยค้อนสองครั้ง เมื่อเขาหยิบแผ่นกระดานขึ้นมาอีกครั้ง เศษก็ร่วงลงมา เผยให้เห็นช่องว่างในสีไม้

 

เขาเพิ่งจะได้เห็นไม้กระดาน เหยินปาเชียนก็สบายใจ ถึงแม้จะยังไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ แต่ขั้นตอนแรกก็บรรลุความคาดหวังของเขาแล้ว

 

ต่อจากนั้น เขาก็จัดไม้กระดานอีกสองสามแผ่น แล้วเรียงไว้ด้วยกัน เหยินปาเชียนไม่แสดงความรู้สึกไปชั่วขณะ

 

บนไม้กระดานสีน้ำเงินเข้มมีดาวสีอ่อน ๆ เส้นทางสองเส้นที่เต็มไปด้วยดวงดาวและเนบิวลาตกแต่งไว้ข้างบน เหมือนกับที่เขาเคยเห็นในท้องฟ้าเมื่อคืนวันก่อน

 

เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปบนท้องฟ้า มันเพิ่งจะมืดลง ดังนั้นจึงมีดาวไม่กี่ดวงเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ ดาวเหล่านั้นกระจัดกระจายและบางตา เหมือนกับรอยแผลฝีดาษ และต่างจากเมื่อวานนี้ที่ดูสวยงามและอลังการ

 

เขาก้มหน้าเพื่อวิเคราะห์กระดานไม้ ปัญหาเดียวคือการกระจายสีที่ไม่สม่ำเสมอ แต่มันเป็นเรื่องเล็ก และการวาดภาพสองชั้นควรแก้ไขให้พอดี เหยินปาเชียนหยิบสีย้อมและวาดอีกชั้นบนพื้นผิว คราวนี้เขาไม่ได้ห่วงเรื่องสีย้อมที่ไหลเข้าไปในรู ตราบใดที่ลักษณะโดยรวมไม่เป็นไรก็น่าจะยอมรับได้อยู่หรอก

 

“พอใช้ได้มั้ย ท่านผู้ดูแลเหยิน ?” ถงเจี่ยเข้ามาหาเหยินปาเชียนและถามออกมาด้วยเสียงอันดัง

 

เหยินปาเชียนล้วงเสื้อ เขาตั้งใจจะหาเงินเพื่อมอบให้ถงเจี่ยเป็นรางวัลสำหรับงานฝีมือของเขา คุณจะไม่สามารถสั่งให้ม้าทำงานได้หากไม่ให้มันกินหญ้า

 

ถึงยังไงก็เถอะ เหยินปาเชียนไม่ได้มีเงินอยู่กับตัว เพราะเขาไม่ได้ใช้ทำอะไรหากเขาไม่ได้คิดจะออกไปนอกพระราชวัง

 

“ดูสวยใช้ได้เลยล่ะ” เหยินปาเชียนยกนิ้วให้

 

“ฝากไว้ที่นี่ก่อนนะ แล้วข้าจะมาเอาพรุ่งนี้” เหยินปาเชียนตบช่างไม้ที่ตัวสูงกว่าครึ่งหัวและมีไหล่สีทองแดงที่กว้างกว่าเขาเบา ๆ

 

“ได้เลย ! ข้าต้องห่อมันมั้ย ?”

 

“ไม่ต้องหรอก แบบนี้น่ะดีแล้ว รอจนกว่าสีจะแห้งก่อนจะเอาเข้าไปในบ้าน พรุ่งนี้จะลงสีเพิ่มอีก” เหยินปาเชียนบอกกับเขา เขาไขว้มือไว้ข้างหลังแล้วก็เดินออกไป

 

เถียนเถี่ยนกำลังนอนเหยียดตัวอยู่ข้างนอก ขณะที่กุ๋นกุ่นกำลังนั่งอยู่บนพื้นหินสูงประมาณ 10 เซนติเมตรกว่า โดยหัวของมันอยู่บนพื้นและขาลอยอยู่ในอากาศ

 

เหยินปาเชียนเข้าหาพวกมันและได้ยินเสียงร้องเบา ๆ เจ้าตัวน้อยทั้งสองก็นอนหงายท้อง เขาตบพวกมันทั้งสองเบา ๆ ขณะที่เขาเดินมา พวกมันร้องออกมา และกลิ้งตัวไปด้านข้าง แล้วก็นอนต่อ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เหยินปาเชียนหยิบแท่งเงินใส่เสื้อของเขา แล้วก็เรียกเถ่เตากับเถิงหูหลุมายกแผ่นไม้ออก

 

เขาเตรียมตัวให้พร้อมที่จะฝังเงินที่หลอมละลายลงไปในช่องว่างซึ่งเรียงตัวกันเหมือนดาวบนท้องฟ้า

 

พื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม แต้มด้วยดวงดาวสีเงิน มันต้องเป็นภาพที่งดงามมากทีเดียว

 

เมื่อมาถึงที่อยู่ของถงเจี่ยแล้ว เหยินปาเชียนก็หยิบเศษเงินออกมา ซึ่งเป็นเงินมูลค่าประมาณหนึ่งชั่ง และส่งให้กับเขา

 

“อันนี้ของท่านนะ รับไว้สิ”

 

“ข้าจะรับเงินได้ยังไงกัน ในเมื่อข้าทำงานให้กับท่านผู้ดูแลเหยิน ? ข้าได้รับเงินเดือนเป็นรายเดือนนะ” ถงเจี่ยยกมือขึ้นเพื่อปฏิเสธข้อเสนอ

 

“นี่คือค่าตอบแทนสำหรับท่าน ไม่ต้องคิดมากหรอก” เหยินปาเชียนโยนเงินที่แยกส่วนโค้งขึ้นไปในอากาศ ถงเจี่ยรับมันไว้ด้วยมือของเขาทันที

 

“ขอบคุณขอรับท่านผู้ดูแลเหยิน” ถงเจี่ยรับเงินไว้และยิ้มอย่างซื่อ ๆ เงินจำนวนนี้มีมูลค่าเกินกว่าเงินเดือนครึ่งเดือนของเขาซะอีก

 

“ไม่เป็นไร !” เหยินปาเชียนพยักหน้าและตรวจดูแผ่นไม้อย่างระมัดระวัง สีย้อมเกือบจะแห้งแล้ว แต่เมื่อเทียบกับสามครั้งก่อนหน้านี้ มันก็สวยขึ้นมากทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีรอยปะที่ไม่สม่ำเสมอเนื่องจากพื้นผิวไม้ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังดูค่อนข้างสวยงามอยู่ดี

 

เมื่อเถ่เตากับเถิงหูหลุตะโกนออกมาแล้ว แต่ละคนก็แบกไม้สองถึงสามแผ่นและเดินตามหลังเหยินปาเชียนไป

 

เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง เหยินปาเชียนก็หยิบเงินออกมาจากด้านหน้าของเสื้อและใส่ลงในกระเป๋าคาดเอว ด้วยเงินที่หนักจึงทำให้รู้สึกหนัก การวางมันไว้ใกล้หน้าอกก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากทีเดียว

 

 

 

พวกเขามาถึงเขตไป๋ฉีแล้ว และไปยังร้านตีเหล็กร้านเดิม

 

“ท่านเจ้าของร้าน หลอมเงินพวกนี้แล้วหยดลงในช่องที ต้องกระจายให้สม่ำเสมอด้วยนะ” เหยินปาเชียนหยิบเงินออกมาและใส่ไว้ในมือของเขา

 

เจ้าของร้านมองดูใกล้ ๆ แล้วก็มองไปที่เงินในมือของเหยินปาเชียน เขาพูออกมาสั้น ๆ “ไม่พอหรอก ต้องใช้เงินอีกหนึ่งชิ้นนะ”

 

เหยินปาเชียนโยนเงินอีกชิ้นหนึ่ง แล้วเจ้าของร้านก็พยักหน้า “ใช้ได้แล้ว อีก 4 ชั่วโมงกลับมาเอานะ”

 

 

 

เหยินปาเชียนพาทั้งสองไปที่ร้านน้ำแข็งใสที่ถนนจิ่งหยาง และตรวจดูความคืบหน้าของร้าน ในที่สุด เมื่อเลี้ยวเข้าไปในถนนจิ่งหยางมาได้ชั่วครู่ พวกเขาก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่โมโหออกมาจากร้านที่อยู่ข้างถนน

 

“หนังชิ้นนี้ต้องใช้ความพยายามในการทำมากนะ นี่คือหนังเสือขาวที่ไร้ตำหนิเลยนะ ทำไมถึงแลกได้แค่เกลือครึ่งโต้ว (斗: Dòu) ล่ะ ?”

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินเสียง เขาก็หันไปมองและได้เห็นร่างคนสองคนที่คุ้นหน้าอยู่ในร้าน หนึ่งในนั้นคือผู้หญิงที่มีชื่อว่าน่ากู่ ส่วนอีกคนน่าจะเป็นพี่ชายของเธอ

 

เขาไม่คิดว่าจะได้พบกับพวกเขาทั้งสองอีกครั้งเมื่อผ่านไปแค่ไม่กี่วัน

 

ในมือของพวกเขาคือม้วนหนังสัตว์ หนังแผ่นหนึ่งถูกฉีกออกเพื่อแสดงคุณภาพของหนัง

 

“ขึ้นอยู่กับพวกท่านทั้งสองแล้วล่ะ ว่าท่านต้องการแลกเปลี่ยนมั้ย ข้าเป็นคนเดียวที่สามารถเสนอราคานี้ได้ ทั้งสองคนสามารถไปตรวจสอบที่ร้านอื่นได้นะ ข้ามั่นใจว่าท่านจะไม่ได้แม้แต่เกลือครึ่งโต้วเลยล่ะ” เจ้าของร้านบอกกับพวกเขาด้วยความมั่นใจ

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...