ตอนที่แล้วตอนที่ 41: ความอัปยศอดสูของมนุษย์โลก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 43: ศาสตราจารย์เหนือชั้นกว่านักบุญอีกระดับ

เหยินปาเชียนกลับไปที่บ้านของตัวเองในสวนสัตว์เมื่อพลบค่ำ เขาถือไหอยู่ในมือแต่ละข้าง ไหใบหนึ่งมีมังกรหกเหลี่ยม และอีกใบหนึ่งมีคางคกสีเขียว

 

ทั้งสูตรครีมโคลนดำและเมล็ดพันธุ์ถูกยัดลงบนหน้าอกของเขา แล้วเขาก็งีบหลับไปทั้ง ๆ แบบนั้นเลย

 

เขาไม่รู้ว่าท่านอนของตัวเองจบด้วยท่าไหน เหยินปาเชียนได้หันกลับไปด้านข้างและกระแทกเข้ากับไหทั้งสองใบ เขาจึงตื่นขึ้นในทันที

 

เหยินปาเชียนลืมตาขึ้น และแม้ว่าสภาพโดยรอบจะมืดสนิท เขาก็ยังมองดูแสงข้างนอก จึงทำให้เขารู้ว่าเขาอยู่ในห้องนอนของตัวเองในประเทศจีนแล้ว

 

เมื่อวางไหทั้งสองใบไว้ด้านข้างแล้ว เหยินปาเชียนก็เปิดไฟและเปิดฝาตาข่ายที่ด้านบนของไหเพื่อระบายอากาศ เมื่อเห็นว่าสิ่งมีชีวิตทั้งสองยังคงกระโดดโลดเต้นอยู่ ในที่สุดเขาก็สบายใจได้แล้ว

 

เหยินปาเชียนปิดฝาอีกครั้งและมองดูเวลา ยังไม่ถึงตีสี่ด้วยซ้ำ เพราะว่าเขานอนไม่หลับแล้ว เขาจึงไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วก็เปิดทีวีเพื่อดูหนัง

 

เมื่อเช้าแล้ว เขาก็คิดจะออกไปกินข้าวเช้า และหลังจากนั้นเขาก็ได้รู้สึกถึงความเย็นข้างนอกบ้าน

 

เหยินปาเชียนมองดูวันที่ แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเขาเองได้เคลื่อนย้ายไปยังต่างโลกแล้ว 5 ครั้งด้วยกัน เขามักจะใช้เวลา 9 วันบนโลกนั้น และใช้เวลาอีก 3 วันบนดาวโลก รวมกันเป็น 12 วัน การเคลื่อนย้าย 5 ครั้งนั้นใช้เวลา 2 เดือน และตอนนี้ก็ถึงเดือนกันยายนแล้ว

 

เมื่อเหยินปาเชียนกลับบ้าน เขาก็เห็นเสื้อแจ็กเก็ตตัวเก่าและหยิบขึ้นมาใส่ เขารู้สึกว่ามันแน่นเกินไปแล้ว ดูเหมือนว่าช่วงนี้เขาจะน้ำหนักขึ้นล่ะมั้ง

 

เหยินปาเชียนมองตัวเองในกระจก และสังเกตเห็นว่าหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ร่างกายของเขาก็ดูเปลี่ยนไปจริง ๆ

 

จากนั้นเขาก็ออกไปกินข้าวเช้าก่อนที่จะโทรหาเฉินชิ่ง ในช่วงวันที่ผ่านมา เฉินชิ่งโทรหาเขาสองครั้ง แต่ก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่มีใครรับสายเช่นเคย นอกจากสายของเฉินชิ่งที่ไม่ได้รับแล้ว ยังมีอีกสายที่เฉินบิงเป็นคนโทรมาด้วย

 

“นี่เพื่อน นายหายตัวไปหลายวันอีกแล้วนะ ยิ่งเดาไม่ถูกไปกันใหญ่เลยว่านายหายหัวไปไหนมา…” เฉินชิ่งยิงคำถามมากมายที่เขา

 

“เราได้สูตรครีมโคลนดำมาแล้วนะ” เหยินปาเชียนแจ้งข่าวโดยไม่สนใจคำพูดของเฉินชิ่ง

 

“ใช่หรอ ? ตอนนี้นายอยู่ไหน ?” เมื่อได้ยินข่าวนี้ เขาก็ยอมหยุดบ่นและถามเหยินปาเชียนกลับทันที

 

“เดี๋ยวเราจะส่งไปที่ออฟฟิศของพ่อนาย พอพูดถึงการวิจัยครีมโคลนดำแล้ว มีการจัดตั้งทีมงานแล้วหรอ ?”

 

“เราไม่รู้รายละเอียดมากนักหรอก เพราะเราก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจนี้ซะด้วยสิ ถึงยังไงก็เถอะ ทีมวิจัยคนสำคัญถูกคัดมาแล้ว น่าจะเรียบร้อยเร็ว ๆ นี้แหละนะ เมื่อพวกเราได้สูตรของนายมาแล้ว เราคิดว่าพวกเราสามารถดำเนินการวิจัยต่อไปได้

 

“ดีเลย เราจะไปที่นั่นแป๊บนึงละกัน” เหยินปาเชียนวางสายหลังจากเขาพูดเสร็จ เขากลับไปเอาของทุกอย่างขึ้นรถและขับไปที่ร้านค้าแบรนด์ต่างชาติเพื่อซื้อชุดลำลอง เหยินปาเชียนหยิบมาใส่และมุ่งตรงไปที่บริษัทของพ่อของเฉินชิ่ง

 

เฉินชิ่งพุ่งเข้าไปกอดเหยินปาเชียนแน่นแบบหมีทันทีที่เขาก้าวออกจากรถ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถามด้วยความสงสัยว่า “นายขุนน้ำหนักตัวรอฤดูใบไม้ร่วงหรอ ? ตอนนี้นายดูแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะเนี่ย”

 

เหยินปาเชียนยิ้มกว้าง “เราอ้วนขึ้นนิดหน่อยว่ะ”

 

เขามองไปที่เฉินชิ่งซึ่งยังคงเหมือนเดิม เหยินปาเชียนหยอกล้อเขา “นายกับเจียงหนานกำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ อย่าหลอกคนอื่นไปทั่วจะดีกว่านะเพื่อน”

 

“ไม่ต้องห่วง เรารู้เรื่องนั้นดี แพทย์จีนคนหนึ่งจ่ายยาให้เรา และเราก็ต้องกินยานี้ไปอีกครึ่งปีเลยล่ะ” เฉินชิ่งหัวเราะออกมาเต็มที่

 

เหยินปาเชียนทำใจยกนิ้วให้ “ตามที่คิดไว้เลย นายต้องคิดไปไกลจริงด้วย”

 

“นายเอาของทุกอย่างมาแล้วใช่มั้ย ? ขึ้นไปกันเถอะ” เฉินชิ่งพูดพร้อมกับดึงเหยินปาเชียน

 

“เดี๋ยวก่อน ในรถยังมีอีก” เหยินปาเชียนหันไปเปิดฝากระโปรงรถตัวเอง เขาหยิบกล่องที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษเหลือใช้ เขาหยิบไหจากกล่องออกมาสองใบ และส่งให้เฉินชิ่ง “ถือไว้นะ ระวังด้วยล่ะ”

 

“มันคืออะไรเนี่ย ?” เฉินชิ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

เหยินปาเชียนถือไหอีกใบไปด้วย แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในตึก

 

พ่อของเฉินชิ่งกำลังรอทั้งคู่อยู่ที่ออฟฟิศ นอกจากเขาแล้ว ยังมีชายและหญิงวัยกลางคนอีกด้วย

 

“พ่อเฉิน สวัสดีครับ” เหยินปาเชียนกล่าวทักทายพร้อมกับเดินเข้าไปในประตูออฟฟิศ

 

“เอาล่ะ ปาเชียนมาถึงแล้ว พ่อจะแนะนำให้รู้จักนะ ท่านนี้คือศาสตราจารย์ซุนชิง ส่วนท่านนี้คือศาสตราจารย์สูซาน ทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เมื่อได้ยินเรื่องประสิทธิภาพของครีมโคลนดำแล้ว พวกเค้าก็สนใจมาก เพราะงั้นพวกเค้าจึงกลับมาจากองค์กรต่างประเทศ”

 

“ยินดีที่ได้พบพวกคุณทั้งสองนะครับ” เหยินปาเชียนโค้งคำนับต่อศาสตราจารย์ทั้งสองคน สูซานยิ้มรับ ในทางกลับกัน ซุนชิงยังครุ่นคิดถึงสิ่งอื่นอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังพ่อของเฉินชิ่งพูด และเหยินปาเชียนก็ไม่ได้สนใจเลย

 

เหยินปาเชียนไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกเมินแต่อย่างใด เขาได้ยินมาว่าผู้ที่พัวพันกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มักจะเป็นคนแปลก ๆ นอกจากนี้ พวกเขายังไม่คุ้นเคยกับวิถีทางของโลกซักเท่าไหร่ ซุนชิงอาจจะเป็นคนแบบนั้นก็เป็นได้

 

เฉินชิ่งและเหยินปาเชียนวางไหไว้บนโต๊ะ

 

“มันคืออะไรเหรอ ?” พ่อของเฉินชิ่งถาม

 

“ส่วนผสมทั้งสองที่ใช้ในการทำครีมโคลนดำครับ ผมเอาสูตรกับเมล็ดมาด้วยนะครับ” เหยินปาเชียนหยิบสูตรออกจากเสื้อของเขาและวางไว้บนโต๊ะ

 

เฉินชิ่งเหลือบมองอย่างรวดเร็ว เขาร้อง “เอ๊ะ” เบา ๆ แล้วก็พูดออกมา “พวกนี้คืออะไรเนี่ย ? หญ้าสดหรอ ? หรือว่าจะเป็นดอกไม้ปีศาจ ?”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินชิ่งแล้ว สูซานก็เดินออกมาด้วย เธอถามออกมา “ดิชั้นขอดูหน่อยได้มั้ยคะ ?”

 

เหยินปาเชียนเหลือบมองพ่อของเฉินชิ่ง พ่อของเฉินชิ่งพยักหน้า “ได้เลยครับ พวกเราได้ลงนามในสัญญากันแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องปกปิดคุณอีก มันจะถูกส่งให้กับคุณไม่ช้าก็เร็ว”

 

สูซานหยิบสูตรขึ้นมาดู สีหน้าของเธอดูสับสน “สิ่งเหล่านี้คืออะไรหรอคะ ?”

 

โดยปกติแล้ว เหยินปาเชียนรู้จักสิ่งที่ถูกเขียนในสูตร ส่วนสิ่งที่เขียนไว้ในนั้น เขาก็ไม่รู้จักเช่นกัน หากเหยินปาเชียนไม่นำส่วนผสมที่จับต้องได้กลับมาล่ะก็ สูตรนี้ก็จะถือว่าไร้ค่าไปเลย

 

เหยินปาเชียนหยิบถุงกระดาษออกมาจากกระเป๋า ภายในถุงกระดาษมีถุงที่มีขนาดเล็กกว่า 6-7 โดยมีคำเขียนอยู่

 

“ของพวกนี้น่าจะมีชื่อที่แตกต่างกัน ก็เหมือนกับหมูที่มีคำเรียกมากมาย ผมได้นำเมล็ดกลับมา และพวกเราจะรู้ได้ว่ามันคือส่วนผสมอะไรก็ต่อเมื่อมันโตขึ้นนะครับ”

 

ทุกคนเห็นด้วยกับคำอธิบายของเหยินปาเชียน

 

พวกเขาเทียบชื่อที่เขียนอยู่บนถุงกระดาษกับสูตร เมล็ดพืชทุกชนิดถูกจับคู่ได้อย่างถูกต้อง

 

ส่วนผสมที่เหลืออีก 3 ชนิดเกี่ยวข้องกับสัตว์ “มังกรดินในที่นี้หมายถึงไส้เดือนหรอคะ ?” สูซานเงยหน้าขึ้นมองเหยินปาเชียน

 

“ถูกต้องครับ ส่วนผสมอีกสองอย่างอยู่ในไหเหล่านี้” เหยินปาเชียนบอก

 

“มังกรหกเหลี่ยมน่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราเรียกกันว่าเป็นซาลาแมนเดอร์นะ หลายคนเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยง ทำไมมันถึงไปอยู่ในสูตรได้ล่ะ ? นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่พบในประเทศเม็กซิโกและพักนี้ก็หาไม่ได้แล้ว ดูเหมือนว่าสูตรนี้น่าจะหายไปนานแล้ว แต่ทว่า ทำไมคนที่เขียนสูตรถึงเก็บสูตรไว้กับตัวเองล่ะ ? เราไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสูตรนี้มาก่อนเลย”

 

หากสมมุติว่าสูตรนี้ถูกสร้างขึ้นโดยคนยุคโบราณ และเพิ่งจะถูกมนุษย์ค้นพบแล้วก็เผยแพร่ให้คนทั่วไป มันก็มีความเป็นไปได้อยู่หรอก แต่หากเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา ทำไมถึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้ล่ะ ? คงจะทำให้ผู้คนสับสนกันมาก

 

“ลองดูที่มังกรหกเหลี่ยมนี้ และดูว่าเป็นสิ่งที่คุณกำลังพูดถึงรึเปล่า ?” เหยินปาเชียนเปิดฝาไห และเฉินชิ่งก็พูดโดยไม่จำเป็นต้องให้สูซานพูดอะไร

 

“นี่ไม่ใช่แอกโซลอเติลที่คนมักเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงหรอกเรอะ ! โดยปกติจะเลี้ยงไว้ดูเพื่อความเพลิดเพลิน แล้วมันจะนำมาใช้ทำยาได้จริงเหรอ ?”

(เกร็ดความรู้: แอกโซลอเติล (Axolotl) เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกซาลาแมนเดอร์ มีลักษณะใกล้เคียงกับซาลาแมนเดอร์ มีขนาดเล็ก มีถิ่นที่อยู่ค่อนข้างจำกัด โดยมักจะพบได้เฉพาะทะเลสาบหรือพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้กับกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโกเท่านั้น สิ่งมหัศจรรย์ของแอกโซลอเติล คือ เมื่ออวัยวะไม่ว่าส่วนใดของร่างกายขาดหายไปจะสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะภายนอกหรืออวัยวะสำคัญภายในร่างกายก็ตาม)

 

“นั่นสิคะ” สูซานเห็นด้วย

 

เหยินปาเชียนคิดเล็กน้อยแล้วพูดออกมา “มังกรหกเหลี่ยมเป็นสิ่งทดแทน ก่อนหน้านี้ พวกเขาจะใช้สัตว์ที่เรียกว่าผิงโข่วหยวน (平口源: Píngkǒuyuán) หลังจากนั้น พวกเขาก็ค้นพบว่าผลการรักษาของมังกรหกเหลี่ยมนั้นดีกว่า จากนั้นจึงรวมมังกรหกเหลี่ยมเข้าเป็นส่วนประกอบหลัก มันเขียนไว้ที่ด้านหลังของสูตร ผิงโข่วหยวนคือสูตรก่อนหน้านี้”

 

เหยินปาเชียนได้แลกเปลี่ยนส่วนผสมดั้งเดิมกับส่วนผสมทดแทนได้ทันที ยังไงซะ เขาก็ไม่ได้จดบันทึกส่วนประกอบดั้งเดิมหรือส่วนผสมทดแทนมาเลย

 

ตามที่คิดไว้ สูซานเห็นว่าผิงโข่วหยวนเขียนอยู่ด้านหลัง ในที่สุดเธอก็รู้สึกสบายใจ

 

“ความสามารถในการฟื้นฟูของมังกรหกเหลี่ยมมีพลังมาก เหมือนกับมังกรดิน การใช้ส่วนผสมพิเศษเหล่านี้เพื่อใช้ในทางการแพทย์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงค่ะ” สีหน้าของสูซาน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งในความคิดของเธอ

 

“แต่..เรายังขาดแคลนคางคกสีเขียวสินะ มันคืออะไรเหรอ ?”

 

เหยินปาเชียนเปิดฝาไหที่ใหญ่ที่สุด มีบางตัวกระโดดพุ่งขึ้นมา พวกเขาเห็นเพียงแค่สายพันธุ์คางคกสีน้ำตาลที่มีขนาดประมาณสองฝ่ามือ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงแค่คางคกตัวใหญ่เท่านั้น

 

“นี่คือคางคกสีเขียวเหรอ ?”

 

“ใช่แล้วครับ แต่เราต้องระมัดระวังมากเพราะว่าคางคกพวกนี้เนี่ยหาได้ยากและเกือบสูญพันธุ์แล้ว กว่าผมได้รับมันมาลำบากมากเลยล่ะครับ คางคกพวกนี้ชอบกินน้ำผึ้ง ใช้แท่งไม้จุ่มน้ำผึ้ง เมื่อพวกมันเลียน้ำผึ้งแล้ว คุณก็จะได้น้ำลายของพวกมัน แล้วก็นะ คุณต้องระมัดระวังมาก ๆ เพราะมันมีพิษเยอะ”

 

“มันมีพิษแค่ไหนเหรอ ? ในบรรดาสายพันธุ์คางคก คางคกสายพันธุ์ที่มีสีสันสดใสมักจะมีพิษ ถึงแม้ว่าขนาดของคางคกสีเขียวนี้จะใหญ่กว่าปกตินิดหน่อย แต่ดูเหมือนว่ามันไม่มีพิษมากนัก” ซุนชิงพูดขณะที่เขาเดินไปทางด้านข้างโดยไม่รู้ตัว

 

“โดยทั่วไป นอกจากความหายากแล้ว สิ่งมีชีวิตที่มีพิษส่วนใหญ่มักจะมีสีสันเยอะเพื่อเป็นการเตือนผู้ล่าว่า ‘เห็นมั้ย ชั้นอันตรายนะ’ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและอ่อนแอเท่านั้นที่จะพรางตัวไปกับสิ่งแวดล้อม มันคือทางเลือกในการวิวัฒนาการทางชีวภาพเป็นเวลาหลายพันปีน่ะครับ” ซุนชิงอธิบายให้คนอื่นฟังขณะที่เขาล้วงมือเข้าไปในไหที่ใส่คางคกสีเขียว ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างมั่นใจในความรู้ของตัวเองทีเดียว

 

เห็นได้ชัดว่าความเข้าใจของตัวเองไม่ได้รวมถึงคางคกสีเขียวที่มีพิษมากในไหนี้

 

“คางคกชนิดนี้มีพิษจริง ๆ นะครับ” เหยินปาเชียนเตือน

 

“มั่นใจได้เลย ถึงแม้ว่ามันจะมีพิษจริง ๆ ก็คงไม่เป็นไร ตราบใดที่ไม่มีแผลที่มือก็พอ” ซุนชิงค่อย ๆ ใช้มือล้วงลงไปในไหหลังจากที่เขาพูดจบ เขาแตะหลังของคางคกสีเขียว แล้วมันก็เดินไปรอบ ๆ คางคกก็ร้องเบา ๆ คล้าย ๆ กับเสียงฟ้าร้อง

 

เหยินปาเชียนมองไปที่ซุนชิงและไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

 

อืมม..คุณเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลม ในฐานะศาสตราจารย์ คุณจะต้องเป็นคนตัดสิน

 

อย่างไรก็ตาม พิษของคางคกสีเขียวไม่น่าจะคร่าชีวิตใคร จากสิ่งที่เกิดขึ้น เขาจะเป็นพยานถึงผลกระทบของพิษของคางคกกับมนุษย์โลก หรือไม่ก็เป็นไปตามสิ่งที่เฉินจี่เซิงได้อธิบายไว้

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...