ตอนที่แล้วDND.82 - ตอบโต้ความสิ้นหวัง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDND.84 - ประลองวายุ

DND.83 - สายเลือดแห่งวิหคเพลิงเก้าหาง


“หนีเร็ว!”

ซือหยูตะโกนใส่หลงเสี่ยวยี่และวิ่งอย่าเอาเป็นเอาตายไปยังตีนเขา มีเชือกสองเส้นที่ทำจากเถาวัลย์เตรียมเอาไว้แล้ว

หากปีนเชือกนั้นจะขึ่นจากหุบเขาและหนีออกไปได้ เชือกอีกเส้นแต่เดิมถูกเตรียมไว้ให้เซี่ยจิงหยู แต่ตอนนี้มันต้องใช้เพื่อรักษาชีวิตของหลงเสี่ยวยี่

หลงเสี่่ยวยี่รู้สึกยินดีและคว้าเชือกเอาไว้ นางใช้วิชาตัวเบาของนางปืนขึ้นกำแพงหินอย่างรวดเร็ว

ความตกใจในใจของนางมิอาจบ่งบอกเป็นคำพูด

ไม่เพียงแต่ซือหยูจะวางกับดักไว้สามชั้น...เขายังเตรียมทางหนีไว้อีกด้วย!

ความคิดอ่านล้ำลึกของซือหยูและความที่ยังใจเย็นอยู่ได้นั้นยอดเยี่่ยมมาก!

ซือหยูปีนกำลังเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว...และเขาไม่ได้เยือกเย็นเลย

พิรุณพิษเข้มข้นนั้นคือโลหิตของอสูรเก้าพิษ

ซือหยูฝังร่างอสูรเก้าพิษไว้ใต้พื้นดินและพันไว้อย่างแน่นหนาด้วยไหมพันมังกร หากกลไกทำงาน ไหมพันมังกรจะแน่นขึ้นและซากศพมิอาจทนได้แน่นอน...นั่นจะทำให้เกิดระเบิดพิรุณโลหิตพิษ!

และมันยังเป็นกับดักใต้ดิน ซือหยูมิต้องกังวลว่ามันจะเสื่อมผลเลย

แต่ซือหยูก็ไม่มั่นใจว่าโลหิตนั้นจะสังหารราชันย์เพชรฆาตได้

เพราะยังไงสามกับดักนั้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อสังหารระดับแปดขั้นกลางหรือสูงเท่านั้น ซือหยูมิได้เตรียมพร้อมกับศัตรูระดับเก้าเลย!

“ซือหยู ข้าจะฆ่าเจ้า!”

เสียงอันโกรธเกรี้ยวของราชันย์เพชรฆาตดังก้องไปทั้งหุบเขา!

ตามคาด...เขายังไม่ตาย!

ฟึ่บ--

ร่างกายอันน่าขยะแขยงปีนผาอยู่ด้านหลังซือหยูพร้อมกลิ่นอายของความตายและความเน่าเฟะ

มือทั้งสองของเขาถูกกร่อนไปจนหมด เหลือไว้เพียงกระดูกนิ้วเคลือบโลหิตสีแดงฉาน

กระดูกนิ้วของเขาราวกับเหล็กกล้า มันตัดผ่านหินราวกับเฉือนเนื้อ เขาจิกแทงหน้าผาและปืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดวงตาทั้งสองที่ถูกกัดกร่อนมองซือหยูอย่างอาฆาตแค้น!

ซือหยูรู้สึกตัวเบาขึ้นเมื่อใช้วิชาเงาลอยล่องอย่างเต็มที่!

แม้ราชันย์เพชรฆาตจะตายในอีกไม่นานด้วยพิษร้าย พลังของเขาก็ยังคงเหลือล้น!

ซือหยูในตอนนี้เทียบความเร็วของราชันย์เพชรฆาตไม่ได้เลย!

ฉึก--

ตู้ม--

ราชันย์เพชรฆาตไล่ตามทันและคว้าข้อเท้าของซือหยูด้วยกรงเล็บกระดูกที่เต็มไปด้วยพิษร้ายไว้ได้

“ถึงข้าจะตาย...เจ้าก็ต้องตายไปข้าด้วย! ด้วยสตรีของเจ้า...ข้าจะหานางได้เจอ...แล้วสังหารทิ้งเสีย!”

ราชันย์เพชรฆาตตะโกนและพ่นโลหิตออกจากปาก

ซือหยูจะไปหลบมือของระดับเก้าขั้นกลางได้อย่างไร?

อ๊าก----

โลหิตพิษของอสูรเก้าพิษสัมผัสเข้ากับข้อเท้าของซือหยูและกัดกร่อนผิวหนังทันที...ควันขาวกลิ่นฉุนโชยออกมา!

กรงเล็บกระดูกนั้นแข็งแกร่ง มันกำแน่นจนกระชากเถาวัลย์ในมือซือหยูขาด

ซือหยูร่วงหล่นสู่พื้นจากความสูงสามร้อยศอก

ขามองผืนนภากว้างใหญ่ที่ห่างไกลตัวเขาเรื่อยๆ เหล่าเมฆาบนผืนนภาดูสุขสงบ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

ซือหยูรู้สึกขมขื่น ความตายไล่ตามเขาทันแล้วสินะ…

คิดย้อนกลับไป เขาเริ่มจากศิษย์ระดับเงินอันต่ำต้อย และจบชีวิตลงในฐานะของศิษย์วิหารสวรรค์ ทั้งหมดเกิดขึ้นในไม่กี่เดือน

...แต่มันก็เพียงพอแล้ว

เขามีพ่อตาเป็นดยุคเซี่ยนหยูที่เขาติดหนี้ชีวิตด้วย...และยังมีสหายที่ยอดเยี่ยมอย่างองค์ชายสาม เขายังมีสตรีอีกสองคนที่ไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต คือฉินเซี่ยนเอ๋อที่เป็นคู่หมั้น และเซี่ยจิงหยู...คู่แท้

ชีวิตนี่ยิ่งกว่าถูกเติมเต็ม...แต่ซือหยูยังเสียใจมากนัก

เขาจะไม่ได้เห็นเซี่ยนเอ๋อด้วยตาของเขาอีก...เขาทำได้แค่ให้จิงหยูพบนางแทนเขา

ซือหยูร่วงหล่นจากผา หลงเสี่ยวยี่มองอย่างตกใจ ราชันย์เพชรฆาตหัวเราะ

“ฮ่าๆๆ ข้าจะหาผู้หญิงของเจ้าให้พบและสังหารนางซะ ให้นางตายไปพร้อมเจ้า!”

จิงหยู!

หากเซี่ยจิงหยูตามรอยเท้าของซือหยูไป การได้พบจิงหยูที่หมดสตินั้นเป็นเรื่องง่ายดายนัก!

“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้นแน่!”

ซือหยูปะทุความโกรธออกมา

ครีน--

ความบ้าคลั่งปกคลุมจิตใจ หากเขาจะต้องตาย...เขาจะต้องเอาราชันย์เพชรฆาตกับเขาด้วย!

เขารวมพลังปราณไว้ในมือและยิงไปยังด้านบนหุบเขา

ศิลาใหญ่สิบก้อนแตกออกจากด้านบน

จุดที่พวกเขายืนอยู่นั้นเสี่ยงมาก ก้อนศิลาเหล่านั้นหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ แต่พวกมันถูกหยุดไว้โดยไหมพันมังกร

หากไหมพันมังกรขาด...ทั้งหุบเขาจะถูกทำลายทันที

ศิลาแต่ละก้อนมีรัศมีสามสิบศอก หากตกลงมาจะเกิดแรงปะทะอย่างรุนแรง!

นี่คือสิ่งที่ซือหยูใช้เวลาตลอดสองวันสองคืนเตรียมการเอาไว้ ศิลาเหล่านั้นยากจะตระเตรียม นั่นถือแผนสำรอง...ซือหยูจำต้องทำลายหุบเขา

เพราะนี่คือโอกาสเดียวในการสังหารราชันย์เพชรฆาต!

เขายิงคลื่นพลังตรงไปยังไหมพันมังกร

คริน---

ไหมพันมังกรขาด ศิลายักษ์ทั้งสิบตกลงมา

หลงเสี่ยวยี่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง โชคดีที่นางถึงยอดผาแล้ว

เพราะอีกทางหนึ่งราชันย์เพชรฆาตก็ง่วนกับการไลล่ตามซือหยู เขามิได้หนีรอดทันเวลา เอากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นศิลาที่ร่วงหล่น

อ๊าก----

“ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหน...แม้ข้าจะเป็นผี..อ๊าากกก….”

แม้ว่าเขาจะเป็นราชันย์เพชรฆาต เขาก็มิอาจทนกับแรงกระแทกอันรุนแรงนี้ ราชันย์เพชรฆาตถูกศิลายักษ์กระแทกอย่างแรงทันที ร่างของเขาหล่นมาจากผา

ตู้ม--

ศืลาทั้งสิบตกกระแทกลงมาเสียงดังราวกับฟ้าผ่า!

หุบเขาเล็กๆนี้สั่นอย่างน่ากลัวราวกับเขาสูงจะแตกสลายด้วยแรงระเบิด!

ในพริบตา ยอดเขารอบๆแตกหักลงเช่นกัน...ทั้งเทือกเขาเต็มไปด้วยฝุ่นควัน!

ฝุ่นที่เต็มไปหมดทุกพื้นที่ทำให้หลงเสี่ยวยี่ลืมตาไม่ได้อยู่นาน นางตกตะลึงเมื่อได้เห็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น

หุบเขาถูกกลบมิด โอกาสที่จะรอดเป็นศูนย์! นางเข่าอ่อน หลงเสี่ยวยี่คุกเข่าลงกับพื้นและครวญคราง

“ซือหยู...”

นางโค้งคำนับด้วยความนับถือ อกของหลงเสี่ยวยี่เต็มไปด้วยหลากอารมณ์ นางทั้งรู้สึกเคารพ รู้สึกผิด รู้สึกติดหนี้บุญคุณ

ทันใดนั้นนางก็เห็นคนจากระยะไกลวิ่งมาที่ทางเข้าหุบเขา

นางพบสตรีที่กำลังมองหาบางอย่างด้วยความกังวลใจ

ฟึ่บ--

หลงเสี่ยวยี่ที่รู้สึกผิดบินไปหานางคนนั้นทันทีและหยุดนาง

“เขาตายไปแล้ว เพื่อหยุดราชันย์เพชรฆาตไม่ให้ไล่ตามเจ้า ซือหยูคิดสละชีวิตและให้ราชันย์เพชรฆาตตายไปพร้อมกับเขา เพวกเขาถูกฝังอยู่ในข้างล่างนั่น”

หลงเสี่ยวยี่พูดเบาๆ ความหดหู่สิ้นหวังของนางกลบความยินดีที่เอาชีวิตรอดมาได้จนหมดสิ้น

ความจายของซือหยูทำให้นางรู้สึกผิด ยางจะลบเลือน

ตุบ--

ดวงตาของนางผู้นั้นมืดบอด นางรู้สึกหมดแรง นางคุกเข่าลงกับพื้นด้วยแววตาที่ไร้ชีวิตชีวา

นางผู้นี้คือเซี่ยจิงหยูที่เพิ่งได้สติ นางรู้ทันทีว่าซือหยูทำอะไรไป...นางพุ่งไปยังหุบเขาหลังจากฟื้นสติได้

นางได้พบกับเศษก้อนศิลายักษ์ที่แตกเป็นเสี่ยงๆทับถมกัน ที่แย่ที่สุดคือนางถูกบอกว่าซือหยูตายแล้ว และถูกฝังอยู่ใต้หุบเขานี้!

เซี่ยจิงหยูจดจ้องด้วยจิตใจอันว่างเปล่า

ความทรงจำมากมายถ่าโถมเข้ามา…

พวกเขาพบกันครั้งแรกที่สำนักเซี่ยนหยู...เมื่อซือหยูเป็นเพียงชายหนุ่มที่เชี่ยวชาญวิชาธนู

อีกคราเมื่อนางสำรวจเทือกเขารัตติกาล และได้พบกับเงาลึกลับในชั้นใต้ดินของซากโบราณ

เวลาของพวกเขาในตำหนักดยุค...อ้อมกอดอันอบอุ่นใต้แสงจันทรา

เมื่อครั้งที่อยู่ชานเมืองหลวง...ความอายและประสบการณ์อันไม่มีวันลืมเลือน...เมื่อพวกเขาอิงกายเปลือยเปล่าแนบชิด

และเมื่อพวกเขาเข้ามายังวิหารด้วยกัน พวกเขาร่วมชะตากันฝ่าพันอุปสรรคมากมาย

ภาพต่อภาพ ความทรงจำล้นเอ่อในจิตใจ...กระชากดวงวิญญาณนางจนฉีกออก

ความเจ็บระทมทุกข์จู่โจมหัวใจนาง

นางได้เสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนางไป นางเสียแสงกระจ่างในชีวิต...ที่มิอาจลืมเลือน หรือหวังใจ

“ไม่จริง!”

เมื่อได้สติ ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

“พี่หยูยังไม่ตาย! เขายังไม่ตาย!”

เซี่ยจิงหยูลุกขึ้นยืนและวิ่งไปยังใจกลางหุบเขา นางใช้มืองดงามราวหยกขยับศิลาทีละก้อน

ศิลาที่หยาบและคมเฉือนมือและชุดที่นางสวม

แต่นางต้องการเพียงซือหยูเท่านั้น

นางขุดเส้นทางผ่านศิลาทีละก้อน

ราวกับว่านางเป็นหุ่นเชิดไร้วิญญาณที่สูญเสียพลังชีวิต นางหาร่องรอยของชีวิตซือหยูอย่างบ้าคลั่ง

หลงเสี่ยวยี่ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป

“ศิษย์น้องเซี่ย...ได้โปรด..ใจเย็นลงก่อน!”

นางพูดอย่างขมขื่น

“พี่หยูต้องไม่ตาย!”

เซี่ยจิงหยูเป็นที่รู้จักกันดีว่าเยือกเย็นได้ทุกสถานการณ์ แต่ในตอนนี้นางราวกับเป็นคนละคน ดวงตาอันเยือกเย็นและคมกริบของนางเจาะทะลุหลงเสี่ยวยี่

หลงเสี่ยวยี่มองเซี่ยจิงหยูที่ขยับศิลาตัวเป็นเกลียว

หนึ่งวันผ่านพ้นเป็นวันที่สอง...และกลายเป็นวันที่สาม…

ห้าวันผ่านไปและเซี่ยจิงหยูก็ยังเปราะบางเกินจะเข้าใจ

รูปลักษณ์ของนางที่เคยเทียบได้กับตัวตนอันงดงามในตอนนี้เป็นดั่งขอทานที่อ่อนแอ ดวงตาของนางแห้งเหือดเป็นสีแดงคล้ำ มือคู่นั้นของนางที่งดงามราวหยกมิได้เปล่งปลั่งเช่นแต่ก่อน

และเป็นหัวใจของนาง...ที่มิอาจหยุดโศกเศร้า

ตลอดห้าวัน เซี่ยจิงหยูมิได้พักผ่อนเลย นางมิได้ดื่มน้ำสักหยดหรือกินข้าวสักเม็ด

บางที...เซี่ยจิงหยูอาจจะแตกสลายไปก่อนที่จะได้พบโอกาสเจอร่างซือหยู

ท้ายสุด...พลังกายของนางก็หมดสิ้น นางหมดสติไปกับพื้น

แม้นางจะไร้สติ มือคู่นั้นของนางก็ยังคงจับก้อนศิลาไม่ปล่อย...แม้จะหลับใหล

หลงเสี่ยวยี่ถอนหายใจด้วยความเห็นใจ นางคำนับให้ซือหยูที่ถูกฝังลึกลงไปก่อนที่จะแบกเซี่ยจิงหยูออกจากป่าอสูร

ถูกล้อมด้วยเมฆาและหมอกอันงดงาม มองเห็นแคว้นเฟิงหวงได้เพียงลางๆ ราวกับเป็นสรวงสวรรค์แห่งโลกมนุษย์

ที่นี่คือดินแดนต้องห้ามแห่งแคว้นเฟิงหวง หุบเขาเฟิงหวง!

ลำดับชั้นของมันราวกับวิหารของพันธมิตรเก้าแคว้น ข้างในหุบเขาเฟิงหวงนั้น...เซี่ยนเอ๋อนั่งอยู่ที่ลานฝึก

นางเหงื่อโทรมกาย เซี่ยนเอ๋อจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะพลัง

เซี่ยนเอ๋อในอดีตนั้นซุกซนขี้เล่นและไม่ค่อยเชื่อฟังใคร

เซี่ยนเอ๋อในตอนนี้มั่นคงอยู่กับการฝึกฝน ใบหน้าของนางยังละเอียดอ่อนเช่นเดิม

สตรีอายุสิบแปดสองคนมาที่ลานฝีกอย่างเงียบเชียบ ดวงตาพวกนางชิงชังและขยะแขยง

“สายเลือดวิหคเพลิงเก้าหางทำได้แค่นี้งั้นรึ! ตามตำนานแล้วสายเลือดวิหคเพลิงต้องฝึกฝนอย่างรวดเร็ว แต่หุบเขาเฟิงหวงของเราให้โอสถวิญญาณระดับสวรรค์ที่เราสะสมไว้ทั้งหมดกับเจ้า และเจ้าก็ได้แค่สำเร็จระดับสามขั้นกลางเท่านั้น แย่เหลือเกิน...ไม่น่าเชื่อจริงๆ!”

นางคือหลานของเซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวง สายเลือดพิเศษของนางทำให้นางได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้

โอสถวิญญาณระดับสวรรค์นั้นควรจะได้ให้กับเหล่าผู้ติดตามที่โดดเด่น แต่ทั้งหมดกลับถูกให้เซี่ยนเอ๋อเพียงคนเดียว...เพื่อให้นางได้ดื่ม

แต่...แม้จะได้รับโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ทั้งหมดนั้นไป นางก็ทำได้แค่สำเร็จระดับสามขั้นกลางเท่านั้น

หุบเขาเฟิงหวงที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ติดตามอันเก่งกล้าและผู้อาวุโสต่างครหา

“เจ้าขยะนี่! ถ้าดื่มโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ไปขนาดนั้น...ข้าก็บรรลุระดับแปดไปนานแล้ว!”

“ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ...นางหันหลังให้แคว้นเฟิงหวงมาตลอด และนางก็มาที่หุบเขาเฟิงหวงเพื่อใช้โอสถวิญญาณล้ำค่าของเราไปอย่างไร้ค่า...คนเช่นนี้สมควรตาย!”

เสี่ยงของคนสองคน...แม้จะห่างออกไป...เซี่ยนเอ๋อก็ได้ยิน

เซี่ยนเอ๋อหยุดฝึกและก้มหน้าลง นางขบริมฝีปากอย่างแผ่วเบาและห่อไหล่

ดวงตากลมโตของนางเต็มไปด้วยน้ำตา...ร่างกายและจิตใจอันบอบบางของนางถูกจู่โจมด้วยความเหงาและความลังเลใจ

“ฉินเซี่ยนเอ๋อ ตามข้ามา ตระกูลกำลังรวมตัวกัน และเจ้าจะต้องไปด้วย”

เสียงอันไม่ยี่หระกล่าว

นางงดงาม...แต่ก็มองฉินเซี่ยนเอ๋อด้วยความรังเกียจ

เซี่ยนเอ๋อรู้ว่าการรวมตัวครั้งนี้คือการตัดสินโชคชะตาของนาง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด