ตอนที่แล้วตอนที่ 38: ห้ามเข้ามากอดคุณหมอเด็ดขาด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 40: เมนูพิเศษจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“รอสักครู่..ท่านเหยิน นี่คือสูตรครีมโคลนดำ และนี่ก็คือเมล็ดพันธุ์ ท่านจำเป็นต้องมีส่วนผสมจากสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ แต่ท่านก็สามารถหาได้ด้วยตัวท่านเอง”

 

“ท่านไม่ระแวงข้าเหรอ ข้าอาจจะโกหกท่านเกี่ยวกับยาเพนิซิลลินก็ได้นะ ?” เหยินปาเชียนถามแล้วก็หัวเราะออกมา

 

“ด้วยความใจกว้างของท่านเหยิน ทำให้ข้ามั่นใจว่าท่านจะไม่โกหกข้าอย่างแน่นอน” เฉินจี่เซิงตอบอย่างจริงจัง “แค่วิธีการช่วยชีวิตของท่านเพียงอย่างเดียวก็สามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมายนับไม่ถ้วนแล้วในอนาคต”

 

“ขอบคุณมาก” เหยินปาเชียนยิ้มให้แล้วก็หยิบกระดาษมาจากเฉินจี่เซิง เขารู้สึกดีที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น เขาก้มหน้าลงแล้วก็อ่านกระดาษผ่าน ๆ แน่นอน เขาไม่เข้าใจแม้แต่ประโยคเดียว

 

“ท่านเฉิน ท่านบอกสูตรมาแล้วข้าก็จดตามจะดีกว่ามั้ย ?” เหยินปาเชียนกล่าวอย่างหมดหนทาง

 

เมื่อบอกให้ใครบางคนไปหยิบดินสอที่ทำด้วยถ่านแล้ว เหยินปาเชียนก็ตั้งใจฟังเฉินจี่เซิงและจดสูตรลงในกระดาษ

 

ส่วนแรกของสูตรนั้นไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับพืช ซึ่งเฉินจี่เซิงได้เตรียมเมล็ดพันธุ์ไว้ให้เขาแล้ว

 

แต่ทว่า ส่วนหลังของสูตรนั้นทำให้เหยินปาเชียนต้องตกตะลึง

 

มีส่วนผสมอย่างนึงเกี่ยวกับการตากแห้งมังกรหกเหลี่ยมด้วยแสงอาทิตย์แล้วก็บดให้เป็นผง เมื่อได้ยินเรื่องนี้ หัวของเหยินปาเชียนก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

 

มังกรหกเหลี่ยมคืออะไรหว่า ? อย่าบอกนะว่าหมายถึงมังกรตัวเป็น ๆ น่ะ ?

 

ส่วนผสมอย่างอื่นเกี่ยวกับการบดมังกรดินให้เป็นผง เหยินปาเชียนรู้ว่ามังกรดินคืออะไร มังกรดินก็คือไส้เดือนใช่มั้ยล่ะ ? แต่ว่าเขาไม่รู้ว่าไส้เดือนในโลกนี้ต่างกับไส้เดือนในดาวโลกอย่างไรบ้าง ถ้าให้ดี มันไม่ควรจะหายากจนเกินไป

 

ที่สำคัญที่สุด เขาสามารถเอากลับไปยังดาวโลกและให้ใครซักคนมาเลี้ยงดูพวกมันได้

 

ส่วนผสมสุดท้ายคือน้ำลายของคางคกสีเขียว

 

“มีอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย ?” เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นถาม

 

“หมดแล้ว มีแค่นั้นแหละ”

 

“ท่านเฉิน มีอะไรที่ใช้แทนส่วนผสมพวกนี้ได้บ้างมั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

เฉินจี่เซิงลูบหนวดแล้วก็ถามออกมา “ส่วนผสมอันไหนที่ท่านจะใช้แทนงั้นรึ ?”

 

“นอกจากมังกรดินแล้ว มีอะไรที่สามารถใช้แทนส่วนผสมสองอย่างนี้ได้บ้างมั้ย ?” เหยินปาเชียนใช้นิ้วชี้ไปที่คางคกสีเขียวกับมังกรหกเหลี่ยม

 

“ส่วนผสมเหล่านี้หาได้ไม่ยากหรอก เพียงแต่ใช้เวลาในการเพาะปลูกนานมาก ๆ และอัตราการมีชีวิตรอดของมันต่ำมาก ๆ ด้วย อีกอย่างคือการผลิตนั้นยุ่งยากมาก” เฉินจี่เซิงกล่าวด้วยความคลางแคลงใจ

 

เหยินปาเชียนยังคงรู้สึกว่ามันคงจะดีกว่าที่จะถามเฉินจี่เซิงเกี่ยวกับสิ่งทดแทนส่วนผสมทั้งสองอย่าง ยังไงซะ เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตในโลกนี้กับดาวโลกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง หากเขามีสิ่งทดแทนมากกว่านี้ เขาก็จะมีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต

 

“อันที่จริงก็มีสิ่งทดแทนอยู่หรอก แต่ประสิทธิภาพของยาจะลดลงมากเลยนะ” เฉินจี่เซิงอธิบาย

 

“ไม่เป็นไร” เหยินปาเชียนตอบ เขาไม่ได้กลัวเรื่องการลดลงของประสิทธิภาพ เมื่อใช้ครีมโคลนดำ แผลที่มักจะใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนในการรักษาก็สามารถหายได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะลดลงหรืออาจใช้เวลาสองถึงสามวันในการรักษาบาดแผลก็ตาม แต่ก็ยังเป็นที่ยอมรับได้

 

เฉินจี่เซิงบอกสิ่งทดแทนส่วนผสมทั้งสองอย่าง และเหยินปาเชียนก็จดไว้ จากนั้นเขาก็เก็บสิ่งที่จดไว้ในเสื้อด้วยความระมัดระวัง

 

“ข้าเห็นอักษรที่ท่านจดกับอักษรในหนังสือที่ท่านให้มานั้นค่อนข้างคล้ายกันเลย ข้าไม่เคยเห็นอักษรพวกนี้มาก่อนเลย บอกข้าได้มั้ยว่าท่านเหยินมาจากที่ไหน” เฉินจี่เซิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำถามนี้เป็นเวลาเกือบวัน แล้วเขาก็ได้ถามคำถามนี้ออกมา

 

“ข้ามาจากประเทศจีนน่ะ ท่านไม่รู้จักที่นั่นหรอก” เหยินปาเชียนตอบลวก ๆ

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เฉินจี่เซิงก็นึกไม่ออกเลยว่าที่ไหนกันที่เรียกว่าประเทศจีน

 

“ท่านเฉิน ตอนนี้ท่านมีมังกรดิน มังกรหกเหลี่ยม และคางคกสีเขียวอยู่กับท่านมั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา เนื่องจากครีมโคลนดำนั้นผลิตโดยร้านขายยาเฉิน จึงมีความเป็นไปได้มากว่าส่วนผสมจะมีพร้อมที่นี่

 

“มีสิ” เฉินจี่เซิงตอบตามสิ่งที่เหยินปาเชียนคิดไว้ แล้วเขาก็เดินตามเฉินจี่เซิงไปที่สวนหลังบ้าน

 

เป็นไปตามที่เหยินปาเชียนคิดไว้เลย มังกรดินนั่นคือไส้เดือนจริง ๆ ด้วย เฉินจี่เซิงได้ทำการตากแห้งด้วยแสงอาทิตย์แล้ว และเหยินปาเชียนก็ไม่จำเป็นต้องนำมันกลับมาด้วย เขาต้องการจะดูก่อนว่าไส้เดือนบนดาวโลกจะใช้ได้หรือเปล่า

 

ในขณะเดียวกัน มังกรหกเหลี่ยมถูกกักเก็บไว้ในไหที่มีน้ำ ตัวมันมีสีทองอมเหลือง มีสี่ขา มีเขาหกอันบนหัว แล้วก็มีหาง ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสองเพศ หลังจากที่จ้องมองอยู่ค่อนข้างนาน เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่ามันดูคล้ายกับซาลาแมนเดอร์ท้องแดง แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเท่าไรนัก

 

คางคกสีเขียวมีขนาดเท่าสองฝ่ามือ ตัวมันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และหลังของมันยื่นออกมา ในตอนที่เหยินปาเชียนได้ยินชื่อครั้งแรก เขาก็คิดว่ามันจะมีสีเขียว มันกลับมีสีน้ำตาลซะงั้น ก่อนที่จะโตเต็มที่ ตัวมันจะมีสีเขียว มันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อโตเต็มที่แล้ว

 

“ข้าขอมังกรมังกรหกเหลี่ยมกับคางคกสีเขียวตัวนี้ได้มั้ย ? เหยินปาเชียนถามออกมา

 

เฉินจี่เซิงลูบเคราแล้วก็ตอบกลับ “ไม่มีปัญหา แต่ทว่า ท่านเหยิน ท่านจะต้องรู้ว่าถ้าหากผิวส่วนไหนของท่านสัมผัสกับคางคกสีเขียวแล้ว ท่านจะมีรอยแดงเกิดขึ้นในบริเวณนั้น และมันจะมีอาการเจ็บปวดและคันจนแทบทนไม่ไหวได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา ให้บดดอกไนน์วูด (九木花: Jiǔ mù huā: Ninewood Flower) ชงในน้ำแล้วก็นำไปใช้กับจุดที่เกิดรอย มันก็จะหายเร็วขึ้น มิฉะนั้น ท่านจะต้องรอหนึ่งเดือนกว่ารอยนั้นจะหายได้เอง ถ้าท่านต้องการเก็บน้ำลายของคางคกสีเขียวล่ะก็ ให้ทาน้ำผึ้งลงบนไม้และปล่อยให้มันเลีย เมื่อมันเลียน้ำผึ้งเสร็จแล้ว ท่านก็จะได้รับน้ำลายของมัน”

 

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากเลย” ใบหน้าของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความสุข

 

เขาไม่คิดว่าเขาจะได้รับสูตรกับส่วนผสมครีมโคลนดำมาอย่างง่ายดาย

 

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการส่งไปให้เฉินชิ่งเมื่อเขากลับไปยังดาวโลก

 

งานที่เหลือก็จะขึ้นอยู่กับการศึกษาค้นคว้าของพวกเขา

 

“เอาล่ะ พวกเราต้องกลับแล้ว ไว้ข้าจะมาสอนทุกสิ่งทุกอย่างในหนังสือพวกนั้นให้ท่านอีกในวันหลัง ท่านสามารถลองพัฒนายาเพนิซิลลินและทำการทดสอบหาผลลัพท์ก่อน ยิ่งท่านพัฒนายาได้เร็วเท่าไหร่ ผู้คนที่ท่านสามารถช่วยได้ก็มากขึ้นเท่านั้น” เหยินปาเชียนบอกให้เถิงหูหลุกับเถ่เตาแบกไหที่มีส่วนผสมอยู่ข้างใน ขอดอกไนน์วูดจากเฉินจี่เซิง แล้วก็ถามเถิงหูหลุกับเถ่เตาว่าอยากจะกินอะไรในมื้อค่ำ

 

“ข้าไม่มีอะไรนอกจากการยกย่องชมเชยความเมตตากรุณาของท่านเหยิน” เฉินจี่เซิงพูดออกมา

 

“ข้าแค่อยากจะช่วยชีวิตผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ชีวิตของคนเราน่ะมีค่ามากนะ” เหยินปาเชียนตอบกลับ เขาไม่ได้สังเกตเห็นความชื่นชมบนใบหน้าของเถิงหูหลุกับเถ่เตา

 

พวกเขาได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ และแน่นอน พวกเขารู้กระบวนการพัฒนาทั้งหมดด้วย

 

เมื่อรู้ว่าเหยินปาเชียนสอนความรู้ของตัวเองให้กับใครบางคนคนอื่นเพื่อที่เขาจะสามารถช่วยคนที่ไม่รู้จัก ทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรนอกจากความเคารพต่อเหยินปาเชียน

 

 

 

ระหว่างทางกลับ เถิงหูหลุกับเถ่เตา ผู้ซึ่งถือไหที่มีส่วนผสม พวกเขามองหน้ากันแล้วก็ตะโกนออกมา “ท่านผู้ดูแลเหยิน !”

 

“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ?” เหยินปาเชียนรู้สึกค่อนข้างดี เขาไม่เพียงแต่ได้รับสูตรครีมโคลนดำเท่านั้น แต่เขายังได้ช่วยชีวิตผู้คนอีกด้วย

 

คนธรรมดาจะไม่เคยนึกว่าตัวเองจะช่วยชีวิตได้ในหนึ่งวัน ในตอนที่เหยินปาเชียนคิดถึงวิธีการที่เขาช่วยชีวิตและครอบครัวได้ เขารู้สึกสบายใจและมีความสุข

 

“ถ้าท่านต้องการความช่วยเหลือในอนาคตล่ะก็ เพียงแค่บอกพวกเรามา และพวกเราจะทำให้ออกมาดีอย่างแน่นอน” เถ่เตาพูดออกมา

 

“หมายถึงสิ่งที่ข้าทำที่ร้านขายยาในวันนี้น่ะเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามขณะที่เอียงคอ

 

“พวกเราพูดไม่ถูก แต่พวกเรารู้ว่าท่านผู้ดูแลเหยินเป็นคนที่มีความสามารถที่ใส่ใจต่อชีวิตของผู้คน พวกเรายินดีที่จะทำงานให้กับคนอย่างท่านผู้ดูแลเหยิน” เถ่เตาพยักหน้าและพูดต่อ

 

“ใช่แล้ว ท่านผู้ดูแลเหยินน่ะเป็นคนดี” เถิงหูหลุเห็นด้วย

 

“ฮ่า ๆ งั้นเหรอ” เหยินปาเชียนตอบอย่างร่าเริง เขาตบบ่าทั้งสองคน เขาจะพูดถึงรายละเอียดที่แน่นอนในอนาคต

 

 

 

ระหว่างทาง เหยินปาเชียนมองดูดาบสั้นที่อยู่ในมือ

 

ดาบชนิดนี้เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ ? บางทีชายคนนั้นได้ให้ดาบที่สามารถตัดโลหะได้เหมือนการตัดเนยก็เป็นได้

 

เมื่อเหยินปาเชียนนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็ชักดาบออกมา ดาบนั้นมีสีดำ หนาครึ่งนิ้ว และก็มีสนิม ไม่ว่าเหยินปาเชียนจะมองดูอย่างไร มันก็ดูไม่เหมือนอาวุธศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย

 

ด้วยความหวังสุดท้าย เขาไปที่ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ และใช้ดาบฟัน ผิดกับที่เขาคิดไว้ ต้นไม้ไม่แยกออกจากกัน ไม่มีอะไรเลยนอกจากรอยดาบเท่านั้น เขาก็รู้ในทันทีว่าเขาคิดมากเกินไป

 

นอกจากความหนากับสีดำแล้ว มันดูไม่แตกต่างจากมีดที่สามารถซื้อได้ด้วยเงินสิบหยวนบนดาวโลก

 

อะไรก็ตามที่ถูกกล่าวถึงในเทพนิยายล้วนเป็นเรื่องโกหก

 

 

 

เมื่อทั้งสามคนกลับมาที่สวนสัตว์และไปที่ห้องครัว ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย

 

เถิงหูหลุกับเถ่เตาวางไหที่มีส่วนผสมไว้ที่บ้านของเหยินปาเชียน ขณะที่เหยินปาเชียนไปปลุกพ่อครัวจากเตียงของเขา “ตื่นก่อน ข้าต้องการแสดงให้ท่านเห็นอะไรดี ๆ”

 

“มันคืออะไรงั้นรึ ? “พ่อครัวกำลังงุนงงในขณะที่เขาเดินตามเหยินปาเชียนออกจากบ้านของเขา

 

“ไปที่ห้องครัวและเตรียมเนื้อก่อน ข้าต้องไปหาอะไรบางอย่าง” เหยินปาเชียนตบหลังพ่อครัวแล้วก็เดินไปที่ห้องของเขาและหยิบถุงเครื่องเทศออกมา

 

จากนั้นเขาก็ไปที่ห้องครัวและวางมันไว้บนโต๊ะ

 

“ดูนี่สิ นี่เป็นวัตถุดิบที่ดีนะ”

 

“นี่เป็นเครื่องเทศที่ท่านผู้ดูแลเหยินใช้ในห้องครัวหลวงงั้นรึ ?” พ่อครัวพูดด้วยความประหลาดใจในขณะที่เขาเปิดถุงและเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

“โอ้ว ท่านรู้เรื่องนี้ด้วยหรอ” เหยินปาเชียนพูดขณะที่ตบหลังพ่อครัว

 

“นี่ ข้ามีเพื่อนทำงานในห้องครัวหลวงนะ แล้วเขาก็ถามเกี่ยวกับท่านในวันนี้ด้วย” พ่อครัวหัวเราะเจื่อน ๆ ขณะที่เขาลูบท้ายทอยอยู่

 

“เอาล่ะ ข้าจะสอนวิธีใช้เครื่องเทศเหล่านี้ นี่คือโป๊ยกั๊ก ใช้สำหรับต้มผัก นี่คือยี่หร่า ใช้สำหรับเนื้อย่าง นี่คือพริกไทย ใช้สำหรับ…” เหยินปาเชียนสอนวิธีใช้เครื่องเทศเหล่านี้แก่พ่อครัว จากนั้นเขาก็เตือนพ่อครัวอีกครั้ง “ใช้เท่าที่จำเป็นนะ มันใช้เวลานานกว่าพวกเราจะปลูกมันได้อีก เมื่อใช้หมดแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากแล้วล่ะ”

 

“ปลูกเองเหรอ ?” พ่อครัวตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

“ใช่แล้ว เครื่องเทศเหล่านี้ไม่สามารถซื้อได้ทุกที่ ถ้าพวกเราไม่ปลูกเอง พวกเราจะหามาจากไหนได้ล่ะ ? เหยินปาเชียนตอบกลับ

 

“แต่ทว่า เมื่อข้าปลูกมันสำเร็จแล้ว ข้าจะแบ่งให้ท่านกับห้องครัวหลวงด้วย ส่วนที่เหลือจะเป็นของข้า ข้ายังต้องเอามันไปขายเพื่อเอาเงิน”

 

“ฮ่าๆๆๆ” พ่อครัวหัวเราะเจื่อน ๆ กับตัวเอง เขาจะไม่รังเกียจเลยตราบใดที่บางคนมอบให้กับเขา

 

เมื่อพูดจบ เหยินปาเชียนก็บอกกับเถิงหูหลุกับเถ่เตา “ท่านได้ยินไหม ข้ากำลังเตรียมที่ดินสองแปลงเพื่อปลูกเครื่องเทศ ถ้าท่านทั้งสองว่างล่ะก็ ฝากดูพวกมันด้วย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคนงานทำงานกันอย่างหนัก”

 

“ท่านผู้ดูแลเหยิน ไม่ต้องกังวลไป ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยเตือนพวกเรา แต่พวกเราก็จะทำให้ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก” ทั้งสองคนทุบหน้าอกและตอบกลับ

 

เหยินปาเชียนเชื่อในคำพูดของพวกเขา หลังจากที่ใช้เวลากับพวกเขาหลายวัน เขาก็ยังไม่พบคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือขี้เกียจเลย

 

เขาต้องยอมรับว่าชาวต้าเย่ามีความขยันและซื่อสัตย์จริง ๆ

 

 

 

เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมง หม้อก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วก่อนที่เนื้อจะสุก เพียงแค่ได้กลิ่น ทุกคนก็ถึงกับหิวเลยทีเดียว

 

“ท่านผู้ดูแลเหยิน ท่านไปไหนมางั้นรึ ? ข้าไม่เห็นท่านตลอดทั้งวันเลย” ผู้ดูแลฉีพูดขณะที่เดินเข้าไปในห้องครัว

 

“ข้ายุ่งตลอดทั้งวันน่ะ ท่านมาทำอะไรที่นี่หรอ ?”

 

“ข้ามาที่นี่เพื่อหาของกิน ท่านทำอะไรน่ะ ทำไมมันถึงมีกลิ่นหอมแบบนี้ ? ข้าได้กลิ่นโชยมาตั้งแต่ไกล” ตาของผู้ดูแลฉีจับจ้องอยู่บนหม้อนึ่ง

 

เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ดูแลฉีมาที่นี่เพื่อหาอาหาร “ตอนนี้ท่านโชคดีแล้ว”

 

ทุกคนกำลังรอเนื้อในหม้อสุกอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็ตักเนื้อตุ๋นใส่ถ้วย ด้วยกลิ่นหอมฉุย ไม่มีใครรอเนื้อตุ๋นให้เย็นก่อนเอาเข้าปาก

 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกเนื้อตุ๋นลวกปากและตะโกนด้วยความเจ็บปวด พวกเขาก็ยังทนกินเนื้อตุ๋น

 

เมื่อเห็นพวกเขามีพฤติกรรมเช่นนี้ ความอยากอาหารของเหยินปาเชียนก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื้อนี้มีกลิ่นหอมน่าจะอร่อยเหาะเลยทีเดียว

 

 

 

เมื่อพวกเขารับประทานอาหารเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนกับผู้ดูแลฉีก็นั่งคุยกันที่หน้าประตู

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นผู้ดูแลฉีที่ยังคงถือถ้วยเนื้อตุ๋นและกำลังกินอยู่ เขาอดยกย่องในตัวเขาไม่ได้ สำหรับอาหารมื้อนี้ พวกเขากินเนื้ออย่างน้อยสามชั่ง บางคนกินจนถึงขาหลังเลยทีเดียว

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมชาวต้าเย่ามีรูปร่างที่ใหญ่เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ารูปร่างที่ใหญ่โตของพวกเขามาจากความอยากอาหารที่ยอดเยี่ยมของพวกเขานั่นเอง

 

“ท่านเหยิน ถ้าใครบังอาจทำลายที่ดินของท่าน ข้าจะสับหัวมันและเอามาให้ท่านเตะเล่น” ผู้ดูแลฉีมองมาที่เหยินปาเชียนและบอกกับเขา เมื่อได้รู้ว่าเขากำลังจะปลูกเครื่องเทศ เสียงอึกทึกของเขาทำให้หูของเหยินปาเชียนถึงกับชาเลยทีเดียว เหยินปาเชียนทำได้แค่เอามือปิดหูและหันหน้าหนีจากผู้ดูแลฉี

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...