ตอนที่แล้วตอนที่ 35: หนูไม่ใช่คนใบ้นะคะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 37: ถุงยางช่วยชีวิต

หลังจากอยู่ที่บ้านเป็นเวลาสองวัน วันต่อมาเขาก็ตื่นขึ้นมาเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว

 

เขารู้สึกได้ถึงอากาศที่ไม่ถ่ายเทภายในห้อง เขาจึงรู้แล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

 

เขามองท้องฟ้าข้างนอก แล้วท้องฟ้าก็สว่างขึ้น เขาคาดว่าตอนนี้เวลาประมาณตีสี่ จึงควรจะนอนต่ออีกซักนิด

 

แต่เมื่อนอนอยู่บนเตียงได้ซักพัก เขาก็เหงื่อออกท่วมตัว เขาได้เริ่มโหยหาห้องแอร์ของตัวเองอย่างจริงจัง

 

ในมือของเขามีพัดลมธรรมชาติที่ประกอบเสร็จแล้วพร้อมสายด้านล่าง เขาดึงสายแล้วพัดลมก็เริ่มหมุน เมื่อสายไปสุดเส้นแล้ว มันก็จะดึงกลับโดยอัตโนมัติ แล้วพัดลมก็จะหมุนต่อไปในทิศทางตรงกันข้าม

 

ถึงแม้ว่าระยะเวลาในการหมุนจะสั้น แต่ลมที่เกิดขึ้นมานั้นแรงกว่าพัดซะอีก

 

เมื่อใช้ “พัดลม” ได้ซักพัก เขาก็รู้สึกหายร้อนขึ้นมาบ้าง จากนั้น เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เดินออกไป เขาเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังห้องกักเก็บน้ำแข็งและนำน้ำแข็งกลับมาก้อนนึง

 

ในตอนที่เขาเปิดประตู เขาเห็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่มีลายขาวสลับดำนอนอยู่บนแผ่นพื้นหน้าประตู พวกมันนอนหลับปุ๋ยเชียว

 

เหยินปาเชียนใช้นิ้วแหย่มัน เจ้าตัวน้อยตัวนึงกอดมือเขาไว้เพื่อไม่ให้รบกวนพวกมันอีก แล้วพวกมันก็นอนต่อ

 

เหยินปาเชียนเอามือออกอย่างระมัดระวังและเดินตรงไปยังห้องกักเก็บน้ำแข็ง เขาหยิบก้อนน้ำแข็งกลับมาก้อนนึงแล้ววางไว้ข้างเตียง ในที่สุด เขาก็รู้สึกสบายซักที

 

เขากลับไปนอนหลับพักผ่อน และเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เวลาตอนนั้นก็เกือบจะแปดโมงเช้าแล้ว

 

อย่างแรกที่เขาทำคือการตรวจดูมันเทศ หน่ออ่อน ๆ ก็เติบโตขึ้นจากส่วนที่ได้รับลม ในเวลาไม่กี่วัน มันก็สามารถปลูกลงในแปลงผักได้แล้ว

 

จากนั้น เขาก็เดินเข้าไปในห้องครัวแล้วก็กินข้าวต้ม หลังจากนั้น เขาก็พาคนงานออกไปที่สวน

 

พืชบนที่ดินที่เขาเห็นในวันก่อนนั้นเจริญเต็มที่แล้ว และในวันนี้ เขาได้เห็นว่าพืชได้ถูกถอนไปทั้งหมดแล้ว

 

“ลองไถที่ดินสองแปลงนี้ แล้วปลูกพืชดี ๆ ดูสิ” เหยินปาเชียนบอกกับคนงานจำนวนหนึ่ง

 

“ท่านต้องการแนวใหญ่ขนาดไหนรึ ?” คนงานสูงวัยถาม

 

“พวกเราจะปลูกพืชหลายชนิด เพราะงั้นขนาดของแนวในที่ดินก็ควรจะหลากหลายด้วย สำหรับคนที่เคยทำงานฟาร์มมาก่อน มันคงจะง่ายมาก ๆ ในฐานะที่เป็นคนในเมือง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้เกี่ยวกับการทำฟาร์มน่ะ”

 

หากเหยินปาเชียนไม่ได้อ่านเรื่องการเพาะปลูกในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาล่ะก็ เขาคงจะไม่ค่อยสนใจคำถามนั้นหรอก

 

ก่อนอื่น พวกเขาได้แบ่งที่ดินสองแปลงออกเป็นห้าส่วน จากนั้นเขาก็อธิบายขนาดของแต่ละแปลงต่าง ๆ ที่ต้องการ แล้วทุกคนก็แสดงออกมาว่าพวกเขาเข้าใจแล้ว

 

เมื่อแบ่งงานทั้งหมดให้กับคนงานแล้ว เขาก็เดินกลับไป เขารู้สึกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงอยากเป็นข้าราชสำนัก ตราบใดที่มันเป็นงาน คุณก็สามารถแบ่งให้ใครซักคนทำได้ ความรู้สึกนี้เป็นอะไรที่สุดยอดไปเลย

 

 

 

เมื่อเขากลับมา เขาก็ไปหาผู้ดูแลฉีแล้วก็เห็นว่าเขากำลังยุ่งอยู่ เหยินปาเชียนรออยู่ข้าง ๆ ซักพักหนึ่ง แล้วผู้ดูแลฉีก็ยื่นกระดาษสำหรับออกจากพระราชวัง

 

“พาคนงานสองคนไปด้วยตอนที่ท่านออกจากพระราชวัง อย่าออกไปคนเดียวเด็ดขาด ท่านดูไม่เหมือนชาวต้าเย่า และมีความเป็นไปได้มากที่ท่านจะประสบปัญหาหากท่านออกไปข้างนอกตัวคนเดียว”

 

“มันจะวุ่นวายขนาดนั้นเลยหรอ ?” เหยินปาเชียนตกใจเมื่อได้ยินคำเตือนของผู้ดูแลฉี

 

“ก็ไม่ถึงกับวุ่นวายหรอก แต่แขนขาเล็ก ๆ ของท่านไม่สามารถแม้แต่จะทนต่อการหยิกด้วยซ้ำ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเราก็จะควบคุมไม่ได้น่ะสิ” ผู้ดูแลฉีพูดขณะที่เขากะขนาดตัวของเหยินปาเชียน

 

เหยินปาเชียนคิดอยู่พักหนึ่ง ร่างกายของเขานั้นอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับชาวต้าเย่า

 

คนงานในสวนสัตว์ทุกคนมีร่างที่แข็งแกร่ง แต่ละคนมีขนาดตัวเป็นสองเท่าของเขา เขาคิดว่าต่อให้ตัวเขา 3-5 คนรวมกัน เขาก็ไม่สามารถเทียบกับใครในนั้นได้เลย

 

ยิ่งไปกว่านั้น พ่อครัวที่ห้องครัวหลวงก็สามารถทำให้เขียงขนาด 10 เซนติเมตรแยกออกจากกันได้อย่างง่ายดายด้วยมือเปล่า

 

เขาประทับใจและเชื่อมั่นในทักษะดังกล่าว

 

“ครั้งหน้า เราคงต้องเอาปืนไฟฟ้าเทเซอร์มาด้วยล่ะนะ” เหยินปาเชียนตัดสินใจและหยิบกระดาษกลับไปที่ห้องของเขา

 

ครั้งนี้ เขานำหนังสือเรื่องกายวิภาคศาสตร์ส่วนประกอบของร่างกาย กายวิภาคศาสตร์ระบบร่างกาย แล้วก็ไทฟอยด์และโรค หนังสือพวกนี้เตรียมไว้ให้ร้านขายยาเฉินเป็นของขวัญ

 

อย่างไรก็ตาม มีหนังสือดังกล่าวมากมายบนดาวโลก การที่เขานำหนังสือพวกนี้มายังโลกนี้ และเผยแพร่ความรู้ที่มีอยู่ในหนังสือให้คนอื่นนำไปช่วยชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

 

ความรู้นั้นมีค่ามากและยิ่งล้ำค่ามากในโลกนี้ แต่ตราบใดที่เหยินปาเชียนนำมาให้พวกเขา เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ เขายังได้นำถุงยางอนามัยหนึ่งพันถุง เข็มฉีดยา และหลอดสวนมาให้อีกด้วย

 

เขาได้อ่านข่าวในเน็ตก่อนที่เขาจะมาถึง เขาบอกว่าอัตราความสำเร็จจากการใช้ถุงยางอนามัยที่ประกอบด้วยน้ำเกลือเพื่อยับยั้งการตกเลือดหลังคลอดบุตรในผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรนั้นอยู่ที่ประมาณ 99% มันสามารถเรียนรู้ได้ง่ายและไม่มีผลกระทบเลยแม้แต่นิดเดียว

 

การคลอดบุตรนั้นถูกเปรียบเทียบกับการเดินข้ามประตูนรกอยู่เสมอ

 

ซึ่งการตกเลือดหลังคลอดบุตรนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตนั่นเอง

 

วิธีการช่วยชีวิตคนง่าย ๆ ได้นับไม่ถ้วน ทำไมถึงไม่ทำ ? เมื่อเหยินปาเชียนได้เห็นข่าวนั้น เขารู้สึกว่าน่าเสียดายเพราะทุกคนยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวอยู่เลย แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในประเทศจีนยุคโบราณ อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะยังเกิดขึ้นในยุคใหม่ได้อีก

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็คิดถึงต้าเย่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานนัก แต่ยังไงซะพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน หากเขาสามารถช่วยชีวิตคนได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก เขาก็คงจะทำ นี่เป็นเหตุผลเดียวกันกับการที่เขานำหนังสือไทฟอยด์และโรคมาด้วย

 

เหยินปาเชียนคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ได้ตระหนักขึ้นมาทันทีว่าตัวเขานั้นเป็นคนดีแค่ไหน ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกแบบนี้

 

เพราะฉะนั้น เขาจึงซื้อถุงยางอนามัยมา เขายังจำดวงตาของหญิงสาวในร้านขายยาได้ เขาเชื่อว่าเธอต้องคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดีแน่นอน

 

คนปกติธรรมดามักจะไม่ซื้อถุงยางอนามัยจำนวนมาก ๆ ในครั้งเดียว

 

นอกจากนั้น เขาก็ได้ซื้อสารส้มและโซเดียมซัลเฟตที่ใช้ในการฟอกหนังสัตว์มาด้วย

 

อาหารของชาวต้าเย่าส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อ เช่น เนื้อวัวกับเนื้อแพะ เป็นต้น มีหนังวัวและหนังแพะราคาถูกมากมายอยู่ในสวนสัตว์ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นโซฟาได้เมื่อนำหนังไปฟอกแล้ว

 

เมื่อแยกสิ่งของทั้งหมดแล้ว เหยินปาเชียนก็พบคนงานรูปร่างกำยำสองคน

 

คนนึงชื่อว่าเถิงหูหลุ และอีกคนนึงชื่อว่าเถ่เตา พวกเขาทั้งสองเป็นคนที่ขยันขันแข็งและซื่อสัตย์ แต่พวกเขาไม่ได้ฉลาดมากนัก

 

ทั้งเถิงหูหลุและเถ่เตาได้ถือของและเดินตามหลังเขา ทั้งสามคนเดินตรงไปยังร้านขายยาเฉิน

 

เมื่อเดินเข้าเมืองไปได้ไม่ไม่นานนัก เหยินปาเชียนก็ได้เห็นคนจำนวนหนึ่งต่อสู้กันอยู่ข้างหน้า แถมยังมีผู้ชมหลายคนคอยเชียร์อีกด้วย

 

“ต่อยช้าไปนะ กลับไปแดกนมไป๊ !”

 

“ต่อยไปที่คาง ! แล้วก็อัดท้องแม่งเลย !”

 

“เอ้า ! พลาดอีกแล้ว ? ทำไมโง่จังวะ ?”

 

เหยินปาเชียนเดินผ่านไปแล้วก็ได้ยินเสียงคนเหล่านั้นตะโกนออกมา เขาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

คนพวกนี้โหดร้ายจริง ๆ

 

แต่ทว่า ชาวต้าเย่าก็คุ้นเคยกับมันแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องรอบ ๆ

 

เหยินปาเชียนยังคงติดอยู่ในฝูงชน เขาได้ยินคนตะโกนจากข้างหน้าและเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณโดยรอบ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาก็ได้เห็นคนนึงพุ่งมาทางเขา

 

“ไอ้…” ก่อนที่เหยินปาเชียนจะด่าออกมา เขาก็ถูกใครบางคนพุ่งเข้าใส่แล้วก็ล้มลงกับพื้น

 

คนที่พุ่งเข้าใส่เขาคือหญิงสาว เธอสวมเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสัตว์ไม่มีแขน และเธอก็ถักเปียเล็ก ๆ ไว้หลายเส้น เขาแทบจะไม่ทันเหลือบมองหน้าเธอ แต่ก็เหมือนจะดูดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม ขอบตาของเธอดูเหมือนจะฟกช้ำเล็กน้อย ราวกับว่าเธอเพิ่งโดนใครต่อยมา

 

เมื่อหญิงสาวคนนั้นพุ่งเข้าใส่เขาแล้ว เธอก็กลิ้งไปกับพื้นแล้วก็ลุกขึ้นยืน เธอสบถออกมาแล้วก็พุ่งกลับเข้าไปในฝูงชน

 

เหยินปาเชียนเอามือปิดหน้าของตัวเองไว้แล้วก็หายใจออกมาเบา ๆ ก่อนหน้านี้ เธอคนนั้นพุ่งตรงไปที่ใบหน้าเขาด้วยริมฝีปากของเธอนั่นเอง

 

เขาแทบจะไม่รู้สึกถึงความมีเสน่ห์หรือความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย มีแต่รอยบวมบนใบหน้าเท่านั้น

 

“ท่านผู้ดูแลเหยิน เป็นอะไรรึเปล่า ?” เถิงหูหลุและเถ่เตาถามขณะที่พวกเขาดึงเหยินปาเชียนขึ้นมา

 

เหยินปาเชียนนวดหน้าของตัวเองและคิดกับตัวเองว่า “ทำไมถึงซวยแบบนี้วะเนี่ย”

 

เขาต้องการจะดูว่าหญิงสาวที่ชนเขาล้มหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ในฝูงชนก็เต็มไปด้วยผู้ชายที่ตัวสูงและกล้ามโต มันเป็นเหมือนกำแพงทำให้เขาไม่เห็นอะไรเลย เขาได้ยินแค่เสียงโวยวายและคำด่ากราดออกมาจากข้างในเท่านั้น

 

“ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ” เหยินปาเชียนปิดหน้าแล้วก็บอกกับพวกเขา

 

เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งกับคนป่าเถื่อนพวกนี้

 

 

 

เมื่อเดินไปได้สักระยะ เหยินปาเชียนก็มองไปที่มือขวาของตัวเอง ในตอนที่เขาพยายามจะป้องกันตัวเอง ดูเหมือนว่าเขาจะได้สัมผัสกับอะไรนุ่ม ๆ เขาเชื่อว่านี่ต้องเป็นรางวัลปลอบใจอย่างแน่นอน

 

เมื่อมาถึงร้านขายยาเฉิน ยังคงมีผู้คนจำนวนมากรอเข้าพบหมอ หรือบางทีอาจจะเข้ารักษาอาการบาดเจ็บก็เป็นได้ เขาเห็นคนจำนวนหนึ่งดูอ่อนแอ ตลอดจนผู้ได้รับบาดเจ็บ เลือดตกยางออก และมีรอยฟกช้ำอย่างรุนแรง บางคนยังประคองแผลบนหัวขณะพูดคุยกันเสียงดัง หากไม่ใช่ว่าเลือดออกจากกะโหลกศีรษะมากเกินไปล่ะก็ ลองคิดถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาสิ ใครจะไปคิดล่ะว่าพวกเขาก็ยังต้องการการรักษาทางการแพทย์ด้วยเหมือนกัน ?

 

เฉินจี่เซิงกำลังนั่งทำแผลของผู้บาดเจ็บอยู่ เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนเดินเข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้น ขณะที่เขากำลังทายาและทำแผลให้ผู้บาดเจ็บอยู่ เขาก็พูดกับเหยินปาเชียน “ท่านเหยิน โปรดนั่งรอข้างในซักครู่ ข้ายังต้องใช้เวลาอีกซักพัก”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...