ตอนที่แล้วตอนที่ 33: งานเลี้ยงรุ่น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 35: หนูไม่ใช่คนใบ้นะคะ

ทุกคนนั่งคุยกันขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ พวกเขานึกถึงตอนสมัยเรียนที่นับว่าค่อนข้างกลมกลืนทีเดียว ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนนั้นไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนมากมาย แต่ชื่อและฉายาของเขาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะและจดจำได้ง่าย และด้วยเหตุนี้ ทำให้ทุกคนยังคงจดจำเขาได้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ค่อยมีความประทับใจจากคนอื่นเท่าไรนัก

 

ไม่มีเรื่องการอวดเก่งหรือความรุนแรงเหมือนในนิยาย

 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็เพิ่งจบการศึกษา และช่องว่างระหว่างกันถือว่าไม่ห่างเท่าไหร่

 

ด้วยความช่วยเหลือของครอบครัวเขา สูลี่ได้เปิดร้านขายอาหารทะเลและทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว ส่วนคนอื่นที่เหลือก็เป็นพนักงานออฟฟิศกันหมด

 

เมื่อจานกับอาหารมาเสิร์ฟ แล้วทุกคนก็มากันพร้อมหน้า ต่งไห่ฉิงหยิบแก้วขึ้นมาและดื่มฉลอง “พวกเราน่ะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมาสี่ปี และได้เรียนจบมาแล้วหนึ่งปี ตอนนี้พวกเราก็ได้กลับมารวมตัวกันที่นี่แล้ว พวกเราทุกคนกลับมารวมตัวกันด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต ต่อไปนี้ พวกเรามาติดต่อกันบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้มิตรภาพของพวกเราห่างหายกันเถอะ”

 

เมื่อพูดจบแล้ว เธอก็ยกเหล้าดื่มจนหมดแก้ว

 

เมื่อเห็นว่าเธอนั้นช่างตรงไปตรงมาเหลือเกิน ทุกคนก็รู้สึกเขินอายจนต้องหันหน้าหนี แล้วทุกคนก็ยกเหล้าดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน

 

เมื่อดื่มหมดไปแก้วนึงแล้ว ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน

 

เหยินปาเชียนนั่งฟังจากขอบโต๊ะและไม่ค่อยพูดแทรกระหว่างการพูดคุยของพวกเขา ส่วนกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้มีส่วนร่วมเลยและไม่ค่อยมีอะไรให้พูดคุยมากนัก

 

ในทางกลับกัน ต่งไห่ฉิงและเฉินบิงนั้นถามเกี่ยวกับตัวเขาอยู่บ่อย ๆ พวกเธออยากให้เขามีส่วนร่วมในการพูดคุยด้วย

 

แต่น่าเสียดาย เหยินปาเชียนนั้นไม่มีอะไรจะพูดจริง ๆ เขาพูดแค่ประโยคสองประโยคแล้วก็หยุดพูดไป

 

เมื่อชนแก้วรอบที่สามแล้ว โกวข่าย ผู้ซึ่งคออ่อนต่อแอลกอฮอล์ที่สุดก็เริ่มพูดเกี่ยวกับเป้าหมายของบริษัทอย่างไม่หยุดยั้ง และยังบอกด้วยว่าหัวหน้าของเขาได้ประเมินค่าเขาไว้สูงแค่ไหน

 

สูลี่ ฉีคาย เหมียวเฟยเฟย และคนอื่นก็ได้ตอบกลับเป็นครั้งคราว ซึ่งทำให้โกวข่ายพูดด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้ามากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ จางเสี่ยวถงได้ใช้มือของเธอเพื่อรองหัวของตัวเองแล้ว เธอไม่ได้พูดอะไรอีก ดูเหมือนว่าเธอไม่ค่อยได้ดื่มเท่าไหร่ และปริมาณเหล้าที่เธอได้รับในวันนี้เกินขีดจำกัดของเธอแล้ว

 

เหยินปาเชียนสามารถบอกได้ว่าสายตาของโกวข่ายจ้องมาที่เฉินบิงอยู่ตลอด ซึ่งกำลังนั่งอยู่ด้านข้างเขานั่นเอง

 

ต่งไห่ฉิงนั้นสวยก็จริง แต่เป็นไปได้ว่าโกวข่ายนั้นไม่ได้อยู่ในสเปคเธอด้วยซ้ำ เฉินบิงหน้าตาก็ดีเช่นกัน เธอมีกลิ่นอายที่กระชุ่มกระชวยและบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ

 

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีความเตี้ยเป็นจุดอ่อน แต่เธอก็สามารถกลบเกลื่อนได้โดยการสวมกระโปรงยาว ๆ เธออาจจะถูกใครหลายคนจับตามองในขณะที่เดินอยู่บนถนนก็เป็นได้

 

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่โกวข่ายจะสนใจในตัวเธอ

 

ในอาณาจักรสัตว์ เมื่อนกจะหาคู่ พวกมันจะต้องโชว์ขนที่สวยงามออกมา สัตว์ต้องใช้กรงเล็บและฟันเพื่อแย่งชิงกับสัตว์ตัวผู้ตัวอื่น ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์ก็มีความคล้ายคลึงกันไม่มากก็น้อย หากไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์ ความสูง ลักษณะนิสัย ทักษะเฉพาะ อนาคต หรือแม้กระทั่งเรื่องเงิน มนุษย์ก็ไม่มีความแตกต่างจากนกที่โชว์ขนของมันเลย

 

นั่นก็คือคนบางคนให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตามากกว่า ในขณะที่คนบางคนให้ความสำคัญกับลักษณะนิสัยมากกว่า ในขณะที่คนบางคนให้ความสำคัญกับความสามารถ คนบางคนก็แสดงออกมาว่าให้ความสำคัญกับเรื่องเงินเท่านั้น

 

เหยินปาเชียนครุ่นคิดถึงความคิดดังกล่าวและมองไปที่คนอื่นซึ่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับการพูดคุยแล้ว

 

โกวข่ายกำลังโชว์ขนออกมา แต่ความสนใจของเฉินบิงก็ไม่เคยอยู่ที่เขาเลย ในบางครั้ง เธอก็เอนตัวไปคุยกับเหยินปาเชียนเกี่ยวกับรายละเอียดที่น่าสนใจในชีวิตการทำงานของเธอ แต่เหยินปาเชียนนั้นหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

เมื่อได้เห็นทั้งสองคนมีพฤติกรรมที่สนิทสนมกัน (จากมุมมองของโกวข่าย): ไม่มีจุดยืนให้เราแล้วสินะ ในตอนแรกไอ้เราก็คิดว่าเราจะมีโอกาสซักนิดจากการรวมตัวเพื่อนเก่าแท้ ๆ แต่ดูเหมือนว่าเฉินบิงจะสนใจเหยินปาเชียนมากกว่าเราสินะ รู้สึกไม่ชอบใจเลยว่ะ

 

มันมีอะไรที่เราไม่มีวะ ? มันก็ไม่ได้ดูดีกว่าเราเลยไม่ใช่รึไง ? ในสังคมเพื่อนฝูง การมีความสามารถและมีความสัมพันธ์ที่ดีนั้นมีความสำคัญมากกว่าหน้าตาดีสินะ หรือให้พูดง่าย ๆ เงินก็เป็นปัจจัยสำคัญ ถึงเราจะไม่มีเงินมากนัก แต่ก็มั่นใจว่าอนาคตของเราจะต้องสดใสกว่าเหยินปาเชียนแน่นอน

 

ใช่เลย นั่นแหละ ถึงเหยินปาเชียนจะไม่ได้หน้าหล่อเหมือนดาราดัง แต่ก็ถือว่าวางตัวดีและดูสุภาพเรียบร้อยล่ะนะ เขามีท่าทีที่ง่ายต่อการพัฒนาความชอบพอกัน

 

เมื่อเฉินบิงกระซิบกับเหยินปาเชียนอีกครั้ง โกวข่ายก็อดถามไม่ได้ “นี่แปดพันปี ช่วงนี้นายทำอะไรอยู่หรอ ?”

 

เหยินปาเชียนเอนหัวไปด้านข้าง เขาได้ตอบคำถามนี้ไปแล้วเมื่อครู่นี้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังมองเขาอยู่ เขาก็ตอบกลับ “ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่บ้านไปวัน ๆ และใช้เงินเก็บไปเรื่อย ๆ น่ะ”

 

“อ่อ..งั้นเหรอ” โกวข่ายพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก แต่ทว่า เขาได้ก้าวเข้าสู่สังคมและเขาก็ไม่ใช่คนโง่ซะทีเดียว เขาไม่คิดจะปักใจเชื่อในคำพูดของเหยินปาเชียน

 

สิ่งที่เขาต้องการก็คือให้เหยินปาเชียนพูดออกมาอีกครั้งนึง

 

เหยินปาเชียนหัวเราะเบา ๆ ด้วยเช่นกัน เขาเองก็รู้ความคิดของอีกฝ่ายดี

 

แต่เมื่อมองไปที่หน้าของโกวข่าย หน้าของเขาแดงก่ำ เหยินปาเชียนก็ได้รู้ว่าเขาเมาแล้ว

 

ต่งไห่ฉิงมองไปที่โกวข่ายแล้วก็มองไปที่เหยินปาเชียน เธอไม่ได้เปิดเผยว่าเหยินปาเชียนนั้นเป็นคนรวย ถึงแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยที่บ้าน แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่เขาจะมีบางสิ่งบางอย่างเหมือนกับคนที่ทำงานตลอดชีวิต

 

ยังไงซะ เขาก็เป็นบุตรชายรุ่นที่สองของคนที่ร่ำรวย แถมเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเธออีกด้วย เขาเป็นคนที่หาได้ยากทีเดียว

 

เธอได้เล่าให้เฉินบิงฟังราวกับว่าเธอไม่ได้เป็นคนวางแผนแต่อย่างใด ดังนั้นจึงง่ายต่อการเป่าหูเธอ หากเฉินบิงและเหยินปาเชียนลงเอยกันได้ เธอก็จะได้รับผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างมากทีเดียว

 

ส่วนคนอื่น ๆ ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องเล่าเกี่ยวกับภูมิหลังของเหยินปาเชียนให้พวกเขาฟัง

 

คนอื่นนั้นปฏิบัติกับเหยินปาเชียนเหมือนกับตอนที่เขาเรียนอยู่ ซึ่งเขาเป็นนักเรียนธรรมดาที่ไม่มีความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม ไม่สามารถทำดีได้มากกว่านี้แล้ว

 

พวกเขาดื่มเหล้าอีกนิดหน่อย โกวข่ายนั้นถึงขีดจำกัดแล้ว แต่เขาก็ยังคงดื่มอย่างไม่หยุดยั้ง ตัวเขาเอียงไปเอียงมาถึงแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่กับที่ก็ตาม แล้วต่งไห่ฉิงพูดออกมา “ดูเหมือนว่าทุกคนได้ดื่มกันเต็มที่แล้ว และทุกคนก็ยังต้องไปทำงานในพรุ่งนี้ วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน ไว้ค่อยมาเจอกันใหม่วันหลัง ทุกคน แลกเบอร์โทรกันหน่อย จะได้ติดต่อกันได้ในวันหลังเนอะ”

 

“เพราะว่าทุกคนเพิ่งจะเริ่มทำงาน งั้นเรามาหารกันเถอะ เดี๋ยวจะไปดูบิลให้แป๊บนึง”

 

“อย่าว่ากันนะ แต่การหารกันเหมือนเป็นการดูถูกความสามารถของเพื่อนผู้ชายนี่หว่า เดี๋ยวมื้อนี้เราจัดการเองละกัน” สูลี่ตอบกลับ

 

“ไม่เป็นไร เราดีใจมากเลยนะที่ได้พบเพื่อนเก่าในวันนี้ เราขอให้เกียรติเลี้ยงอาหารมื้อนี้นะ ใครก็ตามที่จะมาแย่งบิลไปจากเรา เราจะโยนมันออกไปพร้อมกันเลย” โกวข่ายพูดออกมาในขณะที่เขาผลักสูลี่ไปด้านข้าง เขาลุกขึ้นและรีบวิ่งไปเอาบิล

 

ไม่ว่ายังไงก็ตาม เหยินปาเชียนไม่สนใจว่าพวกเขาจะตัดสินใจกันยังไง เขาพอใจทั้งการหารและการเลี้ยง อย่างไรก็ตาม เพราะโกวข่ายได้ยืนยันที่จะจ่ายเงิน เขาก็เลยนั่งเงียบ ๆ อยู่ที่เดิม ในสายตาของคนอื่น ๆ ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มีความคิดที่จะไปจ่ายเงินและรอให้จัดการแล้วเสร็จ

 

เมื่อโกวข่ายและสูลี่กลับไปแล้ว เหยินปาเชียนก็มองไปที่เพื่อนร่วมรุ่นที่เหลือ มีแค่จางเสี่ยวถงเท่านั้นที่ต้องการคนมาดูแล ส่วนคนอื่นนั้นไม่เป็นอะไร แล้วเขาก็เดินตามหลังออกจากห้องส่วนตัวไป

 

“อะไรของคุณ ? ท่านั้นหมายความว่าไง ?”

 

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในห้องโถง พวกเขาก็ได้ยินเสียงโวยวายของโกวข่าย

 

โกวข่ายและสูลี่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ คนที่พวกเขาพูดด้วยคือหญิงสาวซึ่งกำลังแสดงท่าทางให้พวกเขาดูอย่างร้อนรนใจ

 

“นั่นมันภาษามือหนิ ?” เหยินปาเชียนชำเลืองมอง แคชเชียร์ของภัตตาคารคนพิการเหรอเนี่ย ? หาได้ค่อนข้างยากเลยนะ

 

เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนพิการก็ต้องการทำงานด้วยเหมือนกัน เขาไม่ค่อยได้เห็นคนพิการในสถานที่ต่าง ๆ เช่นภัตตาคาร แถมคนนี้ยังเป็นแคชเชียร์อีกด้วย

 

“ผมบอกคุณหลายรอบว่าผมต้องการจ่ายเงิน แต่คุณก็แสดงออกมาราวกับว่าคุณฟังไม่รู้เรื่อง ? แล้วคุณก็โชว์สัญญาณมือเนี่ยนะ คุณกำลังแสดงเป็นคนใบ้หรอ ?” โกวข่ายดื่มเหล้ามากเกินไป และหน้าของเขาก็แดงก่ำ เขาทุบเคาเตอร์และตะคอกเสียงดังลั่น เสียงของโกวข่ายฟังดูมึนเมาและพูดออกมาได้ไม่ชัดเจน แต่ประเด็นของสิ่งที่เขาพูดก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าคนอื่น ๆ ในภัตตาคาร

 

“ขออภัยด้วยครับคุณลูกค้า การได้ยินของอันเฟยนั้นบกพร่อง ในวันนี้เครื่องช่วยฟังของเธอไม่ทำงาน และทำให้เธอได้ยินสิ่งที่คุณลูกค้าพูดได้ไม่ชัด” พนักงานเสิร์ฟวัยยี่สิบเข้ามาอธิบายเมื่อเขาได้ยินเสียงโวยวายในทันที

 

หญิงสาวที่ชื่ออันเฟยได้หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่งและเขียนว่า “ขอโทษค่ะ” จากนั้น เธอก็ยกกระดาษแผ่นนั้นขึ้น

 

“พอได้แล้ว..พอเลย” สูลี่ดึงโกวข่ายออกไปเพื่อหยุดการโต้เถียง

 

โกวข่ายสะบัดสูลี่ออกและพูดออกมา “เห้ย..นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอคนที่ไม่ใช่แค่หูหนวกธรรมดา ๆ แต่ยังเป็นคนใบ้ที่ทำงานหน้าเคาน์เตอร์อีกด้วย ภัตตาคารของคุณเนี่ยค่อนข้างสร้างสรรค์เลยนะ”

 

“แต่..ความคิดสร้างสรรค์น่ะ..ไม่ควรนำมาใช้ในที่แบบนี้ป่ะวะ ? แผนกต้อนรับส่วนหน้าใช้เพื่อรับแขกนะ ทำไมคนใบ้ถึงถูกจ้างให้มาอยู่ในแผนกต้อนรับล่ะ ?”

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...