ตอนที่แล้วตอนที่ 32: ความใจกว้างขององค์จักรพรรดินี
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 34: พร้อมเมา

เมื่อเหยินปาเชียนตื่นขึ้นมา เขาก็ได้เห็นห้องที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เขาส่ายหน้าสุดแรงเกิด ในที่สุดก็ได้สติขึ้นมา

 

ช่วงบ่ายของเมื่อวาน เขาได้ไปที่พระราชวังและได้เล่าเรื่องสามก๊กต่อ ในคืนนั้นเขาถูกผู้ดูแลฉีพร้อมกับผู้ดูแลอีกสองคนลากไปดื่มจนถึงเที่ยงคืน

 

ปริมาณแอลกอฮอล์ของเหล้าในโลกนี้ไม่สูงมากนัก แต่มันก็สามารถทำให้พวกเขามึนหัวอย่างหนักได้ เมื่อดื่มมันมากเกินไป ก็จะมีอาการปวดหัวแทบระเบิดเลยทีเดียว

 

เขาเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้า และมองไปที่เงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ในช่วงเวลานี้ สีผิวของเขาก็เริ่มคล้ำขึ้น และร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น

 

เขาไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย ในโลกนั้น เขากินเนื้อแทบทุกวัน และแทบจะไม่ได้กินคาร์โบไฮเดรตกับผักเลย เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของเขาก็โตขึ้นกว่าเดิมอย่างง่ายดายเลยทีเดียว

 

เขาเปิดมือถือขึ้นและเห็นสายที่ไม่ได้รับถึงสามสายด้วยกัน สองสายมาจากเฉินชิ่ง และอีกสายนึงมาจากคนที่เขาคิดไม่ถึง นั่นคือต่งไห่ฉิง ซึ่งได้แลกเบอร์โทรกันกับเขาในวันก่อน

 

“สงสัยจังเลย ว่าเธอโทรหาเราทำไมกันนะ ?” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเอง ดูเหมือนเขาจะจำเรื่องที่ต่งไห่ฉิงพูดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรุ่นได้ เธอน่าจะโทรมาเพราะเรื่องนี้นี่แหละ

 

เขาไม่ได้รีบโทรกลับสายที่ไม่ได้รับ เขาเข้าเน็ตและค้นหาวิธีการฟอกขนสัตว์และหนังสัตว์ เขาเจออยู่สองวิธีด้วยกัน คือ การฟอกด้วยสารส้ม และการฟอกด้วยโครเมียม โดยทั้งสองวิธีนี้ต้องใช้สารส้ม และโซเดียมซัลเฟตตามลำดับ เป็นไปได้ว่าทั้งสารส้ม และโซเดียมซัลเฟตสามารถหาได้ในโลกนั้น อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถนำวัตถุจากดาวโลกไปยังโลกนั้นได้ทุกครั้ง

 

 

 

เมื่อฟ้าสาง เหยินปาเชียนก็ออกไปกินข้าวเช้า ต่อมาเขาก็ขับรถไปซื้อสารส้มกับโซเดียมซัลเฟตมา

 

จากนั้นเขาก็ไปที่ร้านเชื่อมไฟฟ้าเพื่อหาคนที่สามารถสร้างพัดลมธรรมชาติได้

 

เหยินปาเชียนคิดถึงสิ่งนี้เมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตาม คนยุคใหม่ก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับพัดลมเป็นอย่างยิ่ง และก็สามารถทำได้โดยง่าย

 

เขาอาจจะนำสิ่งประดิษฐ์ที่ผลิตเสร็จแล้วกลับไปยังโลกนั้น และใช้เป็นต้นแบบเพื่อให้ใครก็ตามสามารถทำขึ้นมาใหม่ได้อีก

 

เมื่อเข้าไปดูหลาย ๆ ร้านแล้ว ในที่สุดเขาก็พบคนที่ยอมรับงานของเขาด้วยค่าจ้าง 3,000 หยวน เขาสามารถมารับได้ในวันที่สอง คำพูดของเจ้าของร้านทำให้เขาได้คิดถึงสิ่งอื่น พัดลมไอเย็นยังไงล่ะ นี่เป็นอีกสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย เขาต้องการจะติดตั้งกล่องไว้ข้างนอกพัดลมและวางม่านน้ำไว้ข้างหน้าพัดลม

 

เขาไม่จำเป็นต้องสนใจเกี่ยวกับระบบไหลเวียนน้ำ สิ่งที่เขาต้องการทำก็คือวางแท็งก์น้ำไว้ข้างบนและเทน้ำใส่ลงไป มันง่ายกว่าการใช้ระบบไหลเวียนน้ำซะอีก

 

หลังจากนั้น เขาก็ซื้ออาหารกลับบ้าน ทุกครั้งที่เขาตื่นขึ้นมาและได้กลับมายังดาวโลก มันก็เป็นวันที่สิบแล้ว อาหารในตู้เย็นต้องทิ้งและเปลี่ยนทุกครั้งที่เขากลับมา

 

ในวันนี้ ในตู้เย็นของเขามีอาหารง่าย ๆ ที่ไม่แย่จนเกินไปอย่างเช่นไส้กรอก

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนกลับมาถึงบ้านแล้ว มือถือของเขาก็ดังขึ้น เขาเห็นชื่อของคนที่เขาไม่คุ้นเคย นั่นคือต่งไห่ฉิง

 

เขาครุ่นคิดและรับสายเมื่อมือถือดังขึ้นเป็นครั้งที่ห้า

 

“เหยินปาเชียนหรอ ? ใช่นายแปดพันปีป้ะ ?” เสียงของต่งไห่ฉิงทักทายเขาจากปลายสาย

 

(ปาเชียน (八千: Bāqiān) แปลว่าแปดพันในภาษาจีน เธอกำลังล้อชื่อของเหยินปาเชียนอยู่ในตอนที่เธอพูดว่าแปดพันปี)

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินฉายาที่ลืมไปนานแล้ว เขาก็รู้สึกอายนิดหน่อย ตั้งแต่เขายังเด็ก เขาก็ถูกเรียกโดยฉายานี้มาตลอด

 

ไม่ว่าเขาจะเข้าไปอยู่ในสังคมไหน ผู้คนก็จะเรียกเขาด้วยฉายานี้ไม่ช้าก็เร็ว

 

เขาได้แต่ยอมรับว่าผู้คนในสังคมที่แตกต่างกันมักจะมีความคิดแบบเดียวกัน

 

เหยินปาเชียนไม่ได้พูดถึงฉายานี้กับต่งไห่ฉิงเมื่อครั้งล่าสุดที่เขาได้พบกับเธอ เขาคิดว่าเธอจะลืมมันไปแล้วซะอีก และเขาก็ไม่คิดว่าเธอจะจำได้ด้วยซ้ำ

 

“เออเราเอง !”

 

“เราใช้เวลานานมากเลยนะกว่าจะติดต่อนายได้อ่ะ” ต่งไห่ฉิงดูเหมือนจะกำลังยิ้มอย่างสดใสร่าเริงอยู่ที่ปลายสาย

 

“เราเพิ่งจะกลับมาที่เสิ่นเชิงน่ะสิ”

 

“อ๋อ.. นายอยากไปงานเลี้ยงรุ่นมั้ย ? งานจะจัดในคืนนี้นะ เหลือนายแค่คนเดียวในเสิ่นเชิงที่ยังไม่ได้ให้คำตอบเราอ่ะ” ต่งไห่ฉิง พูดออกมา

 

“ใครไปบ้างอ่ะ ?”

 

เมื่อเหยินปาเชียนถามออกมา ต่งไห่ฉิงก็บอกมา 6 ชื่อด้วย หนึ่งในนั้นมีเฉินบิงด้วย เขาไม่คุ้นเคยกับใครเลย ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่คุ้นเคยกับใครตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แม้แต่คนที่มาจากหอพักเดียวกันกับเขา เขาก็รู้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันแบบผิวเผิน

 

“ทำไมล่ะ ? นายต้องการจะดูว่าหญิงสาวในฝันของนายอยู่ในงานเลี้ยงรุ่นก่อนที่จะออกมางั้นเหรอ ? การชวนนายแปดพันปีให้มาร่วมงานเลี้ยงรุ่นนี่มันยุ่งยากจริง ๆ เลยน้า” ต่งไห่ฉิงหยอกล้อเขา

 

“อ่ะ ๆ เราไปก็ได้” เหยินปาเชียนพูดออกมาอย่างหมดหนทาง

 

“อ่ะ..ถ้างั้น.. งานเริ่มตอนหกโมงเย็นนะ ไว้เราจะส่งสถานที่ให้นายทีหลังนะ” ต่งไห่ฉิงวางสายไปเมื่อพูดจบ

 

เหยินปาเชียนเปิดทีวีและเข้าสู่ความงุนงง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เข้าเน็ตและค้นหาข้อมูลที่ครอบคลุมเรื่องราวต่าง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถกลับมาหาข้อมูลในเน็ตได้เมื่อประสบปัญหามาแล้ว

 

โชคดีที่เขาสามารถเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างสองโลกได้ อย่างไรก็ตามเขา ไม่สามารถให้ความมั่นใจได้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกครั้ง มีความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะติดอยู่ในโลกนั้นเหมือนกัน

 

ถ้าเขากำลังจะได้ติดอยู่ในดาวโลกก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าเขากำลังจะไปติดอยู่ในโลกนั้นล่ะก็ เขาก็จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีก

 

 

 

แล้วก็ถึงช่วงบ่ายในไม่ช้า เมื่อเหยินปาเชียนเห็นว่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องไปงานเลี้ยงรุ่น เขาอาบน้ำ ใส่เสื้อยืด แล้วก็ออกจากบ้านไป

 

ภัตตาคารที่มีงานเลี้ยงรุ่นจัดขึ้นนั้นไม่ใหญ่มาก อย่างไรก็ตาม ตอนที่ทุกคนเพิ่งจบการศึกษา พวกเขาก็ยังไม่มีเงินมากนัก

 

เมื่อดูจากภายนอกแล้ว ภัตตาคารก็ดูสวยงามมากทีเดียว

 

ต่งไห่ฉิงและสาวสวยกำลังยืนอยู่ตรงทางเข้า เมื่อต่งไห่ฉิงเห็นรถ Audi A6L ของเหยินปาเชียนแล้ว ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น แล้วเธอก็พูดกับหญิงสาวที่อยู่ข้างเธอ “เขามาแล้ว เราหาโอกาสให้ทั้งสองคนได้เจอกันเลยนะ เธอใช้มันให้เป็นประโยชน์ซะล่ะ ที่ผ่านมา เราพูดไม่ได้จริง ๆ ว่าเหยินปาเชียนมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยน่ะ”

 

ผู้หญิงอีกฝ่าย แน่นอนว่าเธอคือเฉินบิงนั่นเอง สมัยที่เธอยังเรียนอยู่ ก็มีช่วงเวลาที่เธอค่อนข้างสนใจเหยินปาเชียนอยู่เหมือนกัน

 

เธอยังคิดจะติดตามเขาอยู่

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อต่งไห่ฉิงรู้เรื่องนี้ เธอก็บอกกับเฉินบิงว่า “เหยินปาเชียนไม่เห็นจะหล่อตรงไหนเลย แถมยังไม่รวย แล้วก็ไม่มีความสามารถอะไรเลยนะ”

 

เมื่อได้ยินคำพูดนั้นแล้ว เธอก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเอง ในที่สุด ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน

 

ผลไม้ที่ยังไม่สุกในหัวใจของเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นค่อย ๆ เน่าเปื่อยไปอย่างเงียบ ๆ และตกลงไปบนพื้นและหายไปกับสายลม

 

ก่อนงานเลี้ยงรุ่น ต่งไห่ฉิงได้บอกให้เธอใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ และคอยดูว่าเธอกับเหยินปาเชียนจะลงเอยกันได้หรือไม่ ต่งไห่ฉิงได้บอกกับเธอว่าจริง ๆ แล้วเหยินปาเชียนมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย

 

เธอเกิดความรู้สึกซึ่งเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ขึ้นมาในหัวใจ

 

เธอรู้สึกเจ็บปวดและขมขื่นมากราวกับว่าเธอกำลังจะร้องไห้

 

“อ้าว ? แปดพันปี ในที่สุดนายก็มา ถ้าเราชวนนายมาที่นี่ไม่ได้ เราก็อธิบายให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ที่นี่ฟังไม่ได้น่ะสิ” ต่งไห่ฉิงตะคอกใส่เหยินปาเชียนที่กำลังออกจากรถ

 

เมื่อเหยินปาเชียนก้าวออกจากรถแล้ว เขาก็ได้เห็นต่งไห่ฉิงและเฉินบิง เขายกมือขึ้นเพื่อทักทายพวกเธอ

 

“ไม่ได้เจอกันนานเลย ดูเหมือนนายจะตัวใหญ่ขึ้นนะเนี่ย” เฉินบิงทักทายเหยินปาเชียนเมื่อเธอจัดการกับอารมณ์ได้แล้ว

 

เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี เมื่อเดือนที่แล้ว เขายังได้รับเงินเดือน 4,000 หยวนพร้อมกับอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็กอยู่เลย

 

เงินเดือนหนึ่งปีของเขาแทบจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้เลย

 

ตอนนี้เขาได้กลายเป็นคนที่อยู่ในสายตาของผู้อื่นแล้ว เขาไม่สามารถปรับตัวให้ชินกับมันได้เลย

 

“เข้าไปได้แล้ว ทุกคนอยู่ข้างในกันแล้วนะ นายคือคนสุดท้ายที่มาล่ะ” ต่งไห่ฉิงบอกเขา

 

 

 

พวกเขาเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวที่มีคนห้าคนนั่งอยู่ข้างใน โดยมีผู้ชายสามคนและผู้หญิงสองคน

 

เมื่อพวกเขาเห็นเหยินปาเชียน พวกเขาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วคนหนึ่งก็ถามขึ้นมา “นายใช่แปดพันปีป่ะเนี่ย”

 

“หลิวจี่ตงใช่มั้ย ? แค่ปีเดียวตั้งแต่ตอนที่พวกเราเจอกันล่าสุด นายดูอ้วนขึ้นมากเลยนะเนี่ย” เหยินปาเชียนเอื้อมมือไปจับมือชายคนนี้ ชายคนนี้รูปหน้าเหลี่ยมและดูเหมือนว่าเขาจะมีน้ำหนักอย่างน้อย 90 กิโลกรัมเลยทีเดียว เหยินปาเชียนจำได้ว่าเขามีน้ำหนักเพียง 60 กิโลกรัมในตอนที่เรียนอยู่ เขาคิดไม่ถึงว่าหลิวจี่ตงจะอ้วนขึ้นขนาดนี้หลังจากผ่านไปแค่ปีเดียว

 

“เราสูลี่ไง เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับนายมาสี่ปีเลยนะ แต่แปดพันปีคงไม่รู้หรอกว่าเราเป็นใคร สำหรับเรา มันช่างน่าอับอายจริง ๆ” สูลี่หัวเราะตัวเอง แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน

 

ช่วงเวลาต่อมา เหยินปาเชียนก็รู้สึกอับอายด้วย เขาเพิ่งจบการศึกษาเป็นเวลาหนึ่งปี และเขาก็เข้าใจว่าสูลี่เป็นใครก็ไม่รู้มาตลอด

 

อีกสี่คนสวมแว่นตา คนที่สวมแว่นตาเล็ก ๆ ชื่อว่าโกวข่าย ผู้ชายที่ดูสะอาดเหมือนแสงตะวันและทรงผมที่ดูเรียบร้อยชื่อว่าฉีคาย ส่วนผู้หญิงอีกสองคนคือจางเสี่ยวถงและเหมียวเฟยเฟย หน้าตาของทั้งสองคนอยู่ในค่าเฉลี่ย

 

นอกจากสูลี่แล้ว ผู้ชายใส่เสื้อยืดกับกางเกงขายาว ส่วนผู้หญิงนั้นอยู่ในชุดทำงาน ราวกับว่าพวกเขาเพิ่งเลิกงานมา

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...