ตอนที่แล้วตอนที่ 420 เมืองใต้พิภพ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 422 ความทะเยอทะยาน

ตอนที่ 421 ความสำคัญ


แดนทมิฬเป็นเมืองที่ถูกเหยียบย่ำโดยมอนสเตอร์ ทุกหอคอย บ้านและแม้กระทั่งหลังคายังเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ พวกมันหลายตัวเดินไปรอบๆถนนที่ถูกสร้างโดยมนุษย์ ในเขตปลอดภัย ภาพเช่นนี้สามารถเห็นได้จากเมืองที่ถูกบุกโดยฝูงมอนสเตอร์เท่านั้น มอนสเตอร์เหล่านี้จะถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของเมือง บางตัวแม้กระทั่งหลีกเลี่ยงสิ่งก่อสร้างเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย พวกมันดูเหมือนจะชื่นชอบแสงในเมืองเพราะมันนุ่มนวลและไม่ทำร้ายดวงตาเหมือนดวงอาทิตย์

สิ่งก่อสร้างเหล่านี้มีความสูงแตกต่างกันทั้งสองฝั่งถนน ส่วนใหญ่จะถูกห้อมล้อมด้วยพืชพรรณขณะที่มีรอยความเสียหาย มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงกาลเวลา มีรถเก่าหลายคนตามถนนแต่พวกมันก็เป็นเพียงเปลือกเหล็กเมื่อเวลาผ่านไป

“พี่คะ เปลือกเหล็กเหล่านี้คืออะไร?”หลิน ซินถามขณะที่ขี่หมาป่าวิริเดี้ยน

“มันน่าจะเป็นรูปแบบพาหนะในสมัยก่อน”หลิน ฮวงไม่รู้ว่าพวกเขาจะเคยใช้รถยนต์ในโลกนี้ ดังนั้นเขาจึงเรียกพวกมันว่า’พาหนะ’

“พาหนะ?น่าเกลียดจัง?”หลิน ซินกำลังมองเศษซากพวกนั้น แผ่นเหล็กขึ้นสนิมช่างเป็นภาพที่ไม่น่าดูเสียจริง

“พี่คิดว่าพวกมันคงไม่เป็นเช่นนี้เมื่อพวกมันยังไม่พัง หรือบางที ผู้คนในยุคสมัยนั้นคงมีความหมายเรื่องความงามที่แตกต่างกันกับพวกเรา”หลิน ฮวงอธิบาย

“แต่ของพวกนี้ขยับได้ยังไง?”หลิน ซินอยากรู้

“บางทีมันอาจขับเคลื่อนโดยคริสตัลพลังงานบางอย่าง”หลินฮวงไม่รู้ว่ารถยนต์รุ่นเก่าๆทำงานยังไง

หลิน ซินดูเหมือนจะสังเกตว่าเธอถามมากไปเพราะหลิน ฮวงไม่ใช่อาจารย์ประวัติศาสตร์ มันเป็นปกติสำหรับเขาที่จะไม่สามารถตอบคำถามเธอได้ เธอตัดสินใจหยุดถามเพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัด ภายใต้แสงไฟ หมาป่าวิริเดี้ยนพาหลิน ฮวง หลิน ซิน และแลนเซล็อตไปในเมืองโดยไม่ส่งเสียง หลิน ฮวงและหลิน ซินกำลังยืนขณะที่แลนเซล็อตยืนอยู่ด้านหลังหลิน ฮวง เท้ามันติดกับหลังหมาป่าวิริเดี้ยน ไม่สำคัญว่าถนนจะขุรขระแค่ไหน มันก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลอะไรเลย มันกำลังแกว่งดาบดำขณะเดินทาง สังหารมอนสเตอร์ทุกตัวภายในรัศมีอาณาเขตแห่งความตาย

มีมอนสเตอร์ไม่มากตามทาง ส่วนใหญ่จะถูกแลนเซล็อตฆ่าทันที นอกจากซากรถ มันไม่มีสิ่งกีดขวางอะไรมาก หมาป่าวิริเดี้ยนสามารถมองได้ไกล และมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ก็จะพุ่งใส่พวกเขาทันทีที่เห็นมนุษย์บนหลังหมาป่า สำหรับพวกมัน เลือดเนื้อมนุษย์คืออาหารอันโอชะ บางตัวลอบโจมตีเมื่อเห็นพวกเขาจากหน้าต่างแตกในสิ่งก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามเหล่านี้ล้วนถูกจัดการโดยแลนเซล็อตระดับทองสมบูรณ์โดยง่าย แม้มันจะอยู่ในเขตอันตรายระดับกลางซึ่งมีมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้น มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าหลุดพ้น ด้วยความสามารถโจมตีระดับเพลิงขาวของแลนเซล็อต มันไม่จำเป็นต้องแกว่งดาบเป็นครั้งที่สอง มันสามารถฆ่าโดยการยืนอยู่กับที่ ตอนแรก หลิน ซินตื่นตระหนกเมื่อเห็นมอนสเตอร์พุ่งใส่เธอ แต่ในไม่ช้าเธอก็สังเกตว่าไม่มีตัวไหนสามารถเข้าใกล้หมาป่าวิริเดี้ยนได้ถึง20เมตร

“พี่คะ แลนเซล็อตทรงพลังมาก!เขาเป็นมอนสเตอร์ที่ทรงพลังสุดของพี่?”หลิน ซินถามโดยสัญชาตญาณเพราะเธอคิดว่าแลนเซล็อตทรงพลังกว่าไทแรนด์และไคลี่มากสิ่งที่เธอไม่รู้คือไทแรนด์และไคลี่ล้วนอยู่ในระดับเพลิงสวรรค์ขณะที่แลนเซล็อตเป็นเพียงทองสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกันหรือความเร็วของไคลี่ ทั้งคู่ย่อมเหนือกว่าความสามารถการโจมตีของแลนเซล็อตมาก

“ไม่ใช่”หลิน ฮวงหันไปมองและมองแลนเซล็อต

“มันจะอยู่ในอันดับ4หากสามารถกลายพันธ์อีกครั้งเมื่ออยู่ในระดับเพลิงสวรรค์”

สิ่งที่หลิน ฮวงกล่าวคือความจริง เขาครอบครองมอนสเตอร์กลายพันธ์สามครั้ง2ตัวซึ่งคือไป่และมงกุฏราชันย์ ไป่คือสิ่งมีชีวิตเลือดเทพและกลายพันธ์สามครั้ง ดังนั้นมันจึงต้องเป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่ทรงพลังสุดของหลิน ฮวง อันดับ2คือมงกุฏราชันย์ แม้มันจะไม่มีเลือดพิเศษอะไร สติปัญญามันก็สูง และเก่งด้านการควบคุม มันมีความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวและอยู่ในอันดับ2ท่ามกลางการ์ดมอนสเตอร์อื่น

อันดับ3คือชาโคล เมื่อชาโคลปลดผนึกและเลื่อนเป็นเพลิงสวรรค์ มันจะเติบโตและกลายเป็นสุดยอดการ์ดมอนสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นเลือดหรือการกลายพันธ์ ชาโคลโตเต็มวัยจะทรงพลังกว่าก่อนหน้าและสามารถเทียบได้กับไป่

หลิน ฮวงกล่าวว่าแลนเซล็อตจะเป็นอันดับ4หากกลายพันธ์สามครั้งเพราะเขาได้รวมทาสดาบไปด้วย ด้วยทาสดาบทั้ง9 แลนเซล็อตจะล้มมอนสเตอร์ได้ทุกตัว แม้แลนเซล็อตจะเป็นมอนสเตอร์ที่มีฉายา’ไร้ปราณี’ หลิน ฮวงก็ไม่คิดจะอัพเกรดมันเพราะฉายา แลนเซล็อตไม่ได้แสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่หลิน ฮวงกล่าวเพราะมันเข้าใจดี มันรู้เกี่ยวกับไป่และมงกุฏราชัน ทั้งคู่ทรงพลังกว่ามันจริงๆ

“ไม่จริง...”หลิน ซินตกตะลึง สำหรับเธอ แลนเซล็อตนั้นไร้เทียมทาน แต่สำหรับหลิน ฮวง มันจะเป็นแค่อันดับ4เมื่อสามารถกลายพันธ์สามครั้ง

“แลนเซล็อคยังเป็นแค่ระดับทองสมบูรณ์อย่ มันจะต้องใช้เวลานานเพื่อเติบโต”หลิน ฮวงจำได้ว่าเสี่ยว เฮยเคยบอกว่ามอนสเตอร์ที่มีฉายาควรจะฝึกให้ดี นั่นทำให้เขาเริ่มมองหาแลนเซล็อตและไคลี่มากขึ้น

เขามีการ์ดมอนสเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆแต่การ์ดเลื่อนขั้นกลับมีจำกัด ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะฝึกมอนสเตอร์ทั้งหมดในคราเดียว เขาต้องเลือกตัวที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง

หากเจ้าแดงไล่ความสำคัญ ไป่และชาโคลก็ควรจะรองลงมา ตามด้วย3ปีศาจ จากนั้นก็เป็นมงกุฏราชันย์ ทักษะการควบคุวมันเกือบจะไร้เทียมทานขณะที่วิญญาณกระดูกและแม่มดสามารถเกื้อหนุนมันได้ นอกจากนี้ สติปัญญาของเจ้าแดงเองก็ควรจะสำคัญเช่นกัน ไทแรนด์เองก็มีพลังป้องกันสูงสุดท่ามกลางมอนสเตอร์ทั้งหมด เมื่อพิจารณาสิ่งที่เสี่ยว เฮยกล่าว แลนเซล็อตและไคลี่เองก็ควรค่าแก่การฝึกเช่นกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหลิน ฮวงจึงยอมเสียสละเวลาเพื่อปลดผนึกมอนสเตอร์เขาเพราะพวกมันคู่ควร เมื่อหลิน ฮวงกำลังคิดถึงการจัดลำดับความสำคัญมอนสเตอร์เขา หมาป่าวิริเดี้ยนก็ชะลอความเร็วลง

“เราถึงแล้ว?”หลิน ฮวงเงยหน้ามองและมองไปในซอยมืดซึ่งไม่มีแสงไฟ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด