ตอนที่แล้วตอนที่ 30: จงเรียกข้าว่าท่านเหยิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 32: ความใจกว้างขององค์จักรพรรดินี

เมื่อเก็บเนื้อวัวยี่หร่าและเนื้อตุ๋นน้ำแดงไว้ในที่ที่เหมาะสมแล้ว เหยินปาเชียนก็ต้องการให้พ่อครัวทอดถั่วลิสงต่อ

 

ในครั้งนี้ มีพ่อครัวเสนอตัวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ดูแลโกวสั่งแล้ว

 

ในตอนนี้ ทุกคนอยากให้เหยินปาเชียนบอกพวกเขาว่าเครื่องเทศพวกนี้คืออะไรบ้าง

 

เหยินปาเชียนไม่มีเจตนาที่จะปกปิดเครื่องเทศกับพวกเขา ยังไงซะ มันก็เป็นแค่เครื่องเทศ ตราบใดที่เขาสามารถทำตัวเด่นในห้องครัวหลวงได้ เขาก็ยินดีที่จะแบ่งปัน

 

“นี่คือผงยี่หร่าที่ทุกท่านได้ลิ้มรสมันเมื่อสักครู่นี้ มันสามารถขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเพิ่มความนุ่มของเนื้อได้ ประโยชน์ที่สำคัญมากคือสามารถป้องกันอาหารจากการเน่าเสียได้ ด้วยอากาศที่ร้อนเช่นนี้ ท่านไม่สามารถวางอาหารในที่โล่งได้นานมากนักเมื่อทำเสร็จแล้ว ยี่หร่าสามารถชะลอการเน่าเสียของอาหารได้”

 

ถึงแม้ว่าบางคำที่เหยินปาเชียนใช้ฟังดูแปลกสำหรับทุกคน แต่พวกเขาก็ยังเข้าใจได้อย่างง่ายดายว่าเขาหมายถึงอะไร

 

“พวกเราจะซื้อยี่หร่าพวกนี้ได้จากที่ไหน ?” ใครบางคนได้ถามขึ้นมาทันที

 

ส่วนคนอื่น ๆ ก็มองเหยินปาเชียนด้วยความคาดหวัง

 

พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเหยินปาเชียนจะบอกพวกเขาหรือเปล่า เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นเครื่องเทศชนิดนี้มาก่อน นับว่าเป็นเครื่องเทศที่มีเอกลักษณ์ และใคร ๆ ก็สามารถจินตนาการถึงคุณค่าของมันได้เป็นอย่างดี

 

“ให้ข้าลองปลูกก่อนแล้วดูว่าผลผลิตออกมาเป็นยังไง” เหยินปาเชียนตอบกลับหลังจากคิดถึงเรื่องนั้น

 

“ท่านขายให้พวกเราได้มั้ย ?”

 

“ได้สิ” เหยินปาเชียนกางแขนออกและตอบ “แล้วข้าจะทำอะไรกับมันได้ถ้าข้าไม่ขายมันล่ะ ? ยังไงซะข้าก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นพ่อครัวอยู่แล้ว”

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเหยินปาเชียนบอกพวกเขาเกี่ยวกับเครื่องเทศที่พวกเขาไม่เคยได้ยินพวก เขารู้สึกว่าเหยินปาเชียนนั้นไร้สาระ นอกจากนี้ ดูไม่เหมือนว่าเขามาจากต้าเย่าเพื่อทำให้พวกเขาเกลียดตัวเองมากไปกว่านี้

 

เมื่อเหยินปาเชียนนำเอาเครื่องเทศออกมาโชว์ให้ดู ทัศนคติของพวกเขาต่อเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

 

และเมื่อเหยินปาเชียนตกลงที่จะขายเครื่องเทศให้กับพวกเขา สีหน้าของพวกเขาก็ดูเป็นมิตรขึ้นมากทีเดียว

 

ชาวต้าเย่าเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความป่าเถื่อนและความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าคนพวกนี้ซื่อสัตย์และจริงใจมากทีเดียว

 

เหยินปาเชียนไม่ได้สังเกตุพวกเขาและพูดต่อ “นี่คือโป๊ยกั๊ก…นี่คือลูกจันทน์เทศ…นี่คืออบเชย…นี่คือพริกไทย…”

 

เขาแนะนำเครื่องเทศทุกชิ้นแก่พวกเขา

 

เมื่อเหยินปาเชียนพูดจบแล้ว ทุกคนในห้องครัวหลวงก็ต้องการมอบบรรณาการแก่เขา

 

ในตอนนี้ พวกเขาก็พร้อมใจกันเรียกเขาว่า “มาสเตอร์”

 

เครื่องเทศที่เหยินปาเชียนโชว์ให้พวกเขาดูนั้นได้ขยายขอบเขตความรู้ของพวกเขาแล้ว

 

ด้วยเครื่องเทศเหล่านี้ พวกเขามั่นใจว่าจะทำอาหารได้มากขึ้น และอาหารของพวกเขาจะมีรสชาติดีขึ้นกว่าที่เคยทำซะอีก

 

เมื่อแนะนำเครื่องเทศให้กับพ่อครัวแล้ว เหยินปาเชียนก็มีงานที่ง่ายกว่าที่จะแนะนำให้พวกเขาทำต่อไป

 

พ่อครัวได้บดถั่วลิสงทอดจนละเอียดและผสมผลไม้รสเผ็ดสีเขียวหั่นเต๋าเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ใส่แตงกวาหั่นลงไป สุดท้าย เขาก็ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง ผงชูรส และกระเทียมลงไปและคนให้เข้ากัน

 

เมื่อลองชิมอาหารแล้ว ทุกคนก็ถามเหยินปาเชียนว่ามีเม็ดเล็ก ๆ สีขาวนั่นคืออะไร ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้อธิบายสิ่งเหล่านั้น

 

“นี่คือผงชูรส ข้าเกรงว่าสิ่งนี้จะไม่สามารถผลิตได้ในตอนนี้” เหยินปาเชียนส่ายหน้าและพูดออกมา

 

ทุกคนรู้สึกผิดหวังเมื่อได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็รู้สึกว่าพวกเขาได้ผลประโยชน์มากมายในวันนี้

 

ใครจะไปรู้ตั้งแต่แรกว่าห้องครัวหลวงจะมีแค่ซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชู น้ำตาลทรายแดง เกลือ และผักที่คล้ายคลึงกับต้นหอม ขิง กระเทียม และพริกเท่านั้น

 

ตอนนี้เหยินปาเชียนก็ได้แนะนำเครื่องเทศมากมายให้พวกเขาได้รู้จักแล้ว พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่

 

“ถวายอาหารจานนี้แด่พระองค์” เหยินปาเชียนสั่งการผู้ดูแลโกว

 

ผู้ดูแลโกวคำนับให้เหยินปาเชียนและพูดออกมา “ห้องครัวหลวงขอทำตามคำสั่งของท่านนับจากนี้เป็นต้นไป”

 

จากนั้นเขาก็บอกใครซักคนให้ทำผลไม้ถาด และถวายไปพร้อมกับอาหารแด่จักรพรรดินี

 

เมื่อเหยินปาเชียนหันมาเห็นก้อนน้ำแข็งอยู่ในมุมหนึ่ง เขาจึงบอกกับพ่อครัวที่เหลือ “ไปหากล่องมาใส่ก้อนน้ำแข็ง แล้วก็เอาผัก ผลไม้ และเนื้อใส่กล่องด้วย การทำแบบนี้จะช่วยให้สามารถเก็บรักษาได้เป็นระยะเวลานาน เมื่ออากาศร้อน อาหารก็จะเน่าเสียเร็วขึ้น อุณหภูมิที่ต่ำทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นนะ”

 

ในตอนนี้ ทุกคนแทบจะปฏิบัติต่อเหยินปาเชียนราวกับพระเจ้า เมื่อเหยินปาเชียนพูดจบแล้ว พวกเขาก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว พวกเขาเตรียมหาคนทำกล่อง และทำตามที่เหยินปาเชียนบอก

 

 

 

ผู้ดูแลโกวและลูกน้องของเขามาถึงพระราชวังพร้อมกับอาหาร เมื่อเขาเปิดฝาขึ้น กลิ่นของอาหารก็เข้าจมูกของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นของเนื้อตุ๋นน้ำแดง สามารถได้กลิ่นจากระยะไกล

 

คนรับใช้ทั้งสองด้านข้างจักรพรรดินีแอบกลืนน้ำลาย

 

“ข้าไม่เคยเห็นอาหารชนิดนี้มาก่อนเลย” จักรพรรดินีพูดอย่างเรียบง่ายขณะที่นางมองไปที่จาน

 

“อาหารพวกนี้ผู้ดูแลเหยินเป็นคนทำขอรับ ! พวกเราก็ไม่เคยเห็นอาหารพวกนี้เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นรสชาติก็ดีมากเลยขอรับ” ผู้ดูแลโกวตอบด้วยความจริงใจ

 

“โอ้ว ? ข้าจำได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นสินะ พวกเจ้าทั้งสองมีการเดิมพันใช่มั้ย ? ครั้งล่าสุดเจ้าเรียกเขาว่า ‘ไอ้หนุ่มเหยิน’ แต่ตอนนี้เจ้าเรียกเขาว่า ‘ผู้ดูแลเหยิน’ เพราะฉะนั้น เขาคือผู้ชนะการเดิมพันใช่หรือไม่ ?”

 

“ใช่ขอรับ เขาชนะการเดิมพันด้วยการใช้เครื่องเทศไม่กี่อย่างที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน ฝ่าบาทจะได้ทราบว่าอาหารพวกนี้มีรสชาติดีเพียงใดเมื่อได้ลองชิมขอรับ” ผู้ดูแลโกวพูดออกมา

 

จักรพรรดินีพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อมีคนทดสอบสารพิษในอาหารแล้ว พวกเขาก็ถวายแด่จักรพรรดินี อาหารจานแรกที่นางได้ชิมคือเนื้อตุ๋นน้ำแดง อาหารจานนี้หอมมาก ทำให้นางรู้สึกหิวเล็กน้อย

 

มันดูเลี่ยนเล็กน้อย แต่เมื่อนางกินเข้าไป รสชาติกลับไม่เลี่ยนแต่อย่างใด ปากของนางเต็มไปด้วยซอสเหนียว ๆ ที่มีกลิ่นหอม รสชาติต่าง ๆ จากเครื่องเทศที่นางไม่เคยลิ้มรสมาก่อนทำให้นางพอใจอย่างมาก “อร่อยมากเลย อาหารจานนี้เรียกว่าอะไรรึ ?”

 

“เนื้อตุ๋นน้ำแดงขอรับ” ผู้ดูแลโกวตอบ

 

“เป็นชื่อที่ไม่เอาไหนเลยนะ แต่รสชาตินั้นดีงามจริง ๆ”

 

จากนั้น จักรพรรดินีก็ลองกินเนื้อแกะผัดยี่หร่า ถึงแม้ว่ามันจะดูต่างจากปกติ จักรพรรดินีก็ยังคงยกย่องสู่สวรรค์ เมื่อใส่ยี่หร่าเข้าไปแล้ว มันก็นุ่มยิ่งขึ้น กลิ่นคาวก็ลดลงไปมาก และก็ให้ออกกลิ่นหอมของยี่หร่าด้วย

 

ในวันนี้ จักรพรรดินีได้รับประทานอาหารเป็นจำนวนมาก การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม เมื่อจานว่างแล้ว ผู้ดูแลโกวสามารถพูดได้ว่าจักรพรรดินีเสวยพระกายาหารมากกว่าปรกติโดยดูจากปริมาณอาหารที่เหลือ

 

เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีชอบอาหารใหม่ ๆ พวกนี้มาก

 

“อร่อยมาก อร่อยจริง ๆ วันพรุ่งนี้ขออาหารแบบนี้อีกนะ แล้วก็ ข้าต้องการให้ทุกคนได้เรียนรู้อาหารใหม่ ๆ จากเขาด้วย” จักรพรรดินีสั่งการขณะที่นางลุกขึ้นยืนและก้าวเท้าเล็กน้อย

 

“ขอรับ ฝ่าบาท เหตุใดจึงไม่จัดตำแหน่งผู้ดูแลเหยินให้สังกัดในห้องครัวหลวงล่ะขอรับ ?” ผู้ดูแลโกวแนะนำ ในตอนแรก เขาเกลียดลักษณะท่าทางของเหยินปาเชียน แต่ทว่า เมื่อเหยินปาเชียนนำเอาเครื่องเทศออกมาได้จริง เขาก็พอใจในตัวเขามาก ไม่เพียงแต่เหยินปาเชียนที่คุ้นเคยกับเครื่องเทศต่าง ๆ เท่านั้น แต่เขาก็รู้จักอาหารที่แปลกใหม่มากมายทีเดียว มันคงจะน่าเสียดายหากเขายังคงอยู่ในสวนสัตว์ต่อไป

 

ผู้ดูแลโกวไม่สนใจไม่ว่าเหยินปาเชียนจะเป็นพ่อครัวหรือจะเป็นผู้ช่วยในห้องครัวหลวงก็ตาม

 

“ไม่เป็นไร ข้ามีแผนอื่นสำหรับเขาแล้ว กลับไปบอกให้เขามาเล่าเรื่องต่อที่นี่ ชิงหยวน ตามผู้ดูแลโกวไปและพาเหยินปาเชียนกลับมา”

 

“เจ้าค่ะฝ่าบาท” คนรับใช้ด้านข้างนางตอบ คนรับใช้มีอายุประมาณ 20 ปี เธอตัวสูง ผอมเพรียว และดูน่ารักมากด้วย

 

เมื่อออกจากพระราชวังแล้ว ชิงหยวนก็เปิดฝาขึ้น และเมื่อเห็นว่าไม่มีใครมอง เธอก็ลองกินอาหารที่เหลือ ทันใดนั้น ดวงตาของเธอสว่างขึ้น

 

ในตอนนี้ เธอก็ได้พบอาหารที่มีกลิ่นหอมมากแล้ว เพียงแค่เธอได้ลิ้มรสมัน เธอก็ได้รับรู้ถึงความอร่อย

 

“อื้มม อร่อยจริงด้วยแฮะ” เมื่อแอบกินจนหนำใจแล้ว ชิงหยวนก็เลียมือของเธอจนสะอาด หลังจากนั้น เธอก็ไขว้มือไว้ข้างหลังและมองไปข้างหน้า

 

“ท่าน….เหยิน ฝ่าบาทได้ทรงเรียกท่านให้ไปเล่าเรื่องต่อน่ะ” ผู้ดูแลโกวพูดออกมาเมื่อเขาเดินเข้าไปในลานห้องครัวหลวงและเห็นเหยินปาเชียนนั่งงงงวยอยู่ที่นั่น

 

ชิงหยวนมองไปที่ผู้ดูแลโกวก่อนแล้วจึงมองไปที่เหยินปาเชียน จากนั้น เธอก็ทำปากจู๋พร้อมกับยิ้มออกมา เธอพูดกับเหยินปาเชียนด้วยเสียงอันหวานใส “ก็เรื่องที่ท่านเล่าครั้งที่แล้วไง เรื่องสามก๊กน่ะ”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...