ตอนที่แล้วตอนที่ 29: กลับไปยังห้องครัวหลวง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 31: เนื้อตุ๋นน้ำแดงและเนื้อแกะผัดยี่หร่า

เมื่อตบกระบาลพ่อครัวคนนั้นแล้ว ผู้ดูแลโกวก็หันกลับมานั่งยอง ๆ ตรงหน้าเหยินปาเชียนด้วยสีหน้าเย็นชา เขาหยิบเอาเครื่องเทศชิ้นเล็ก ๆ ออกมาจากแต่ละถุงและลองชิม ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หลังจากชิมเครื่องเทศชนิดต่าง ๆ ในฐานะพ่อครัว เขารู้สึกว่ามีอย่างน้อยสองชนิดที่สามารถใช้เป็นเครื่องเทศได้

 

แต่ก็จะต้องมีการทดสอบจริง รสชาติแบบไหนจะออกมาจากส่วนผสมเมื่อใส่ลงในหม้อแล้ว ?

 

มีส่วนผสมมากมายหลายรสชาติ แต่ไม่ใช่ทุกชนิดที่สามารถใช้เป็นเครื่องเทศได้

 

เขาลุกขึ้นและมองไปที่เหยินปาเชียนด้วยท่าทางที่สับสนมาก เขาขบฟันเป็นเวลานานแล้วก็พูดออกมาในที่สุด “เจ้าเตรียมเลย พวกเราจะดูจากขอบสนาม ถ้านี่เป็นเครื่องเทศสำหรับการทำอาหารจริง ๆ ล่ะก็ ข้าจะเรียกเจ้าว่าท่านพี่ทุกครั้งที่เจอกันในวันหลัง

 

“ถ้างั้น ทุกท่านจะได้สิทธิ์นั้น” สีหน้าของผู้ดูแลโกวและคนอื่น ๆ มืดมนลงเมื่อเหยินปาเชียนพูดออกมา

 

ทุกคนอยากจะด่าออกมา แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองกันอย่างมากทีเดียว

 

พวกเขากำลังรอเหยินปาเชียนเตรียมอาหารให้เสร็จก่อนที่พวกเขาจะได้ตัดสินคะแนนกับเขา แต่ทว่า หลายคนได้เห็นท่าทางที่ไร้เงื่อนไขของเหยินปาเชียนแล้ว และสงสัยว่าจะไม่มีโอกาสที่จะตัดสินคะแนนได้อีกต่อไป ในครั้งนี้ ห้องครัวหลวงอาจจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบได้เลย

 

เหยินปาเชียนไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป และเดินวนรอบห้องครัวหลวงสองรอบเงียบ ๆ

 

ในที่สุด เขาก็พบขาสัตว์ป่าครึ่งหนึ่งอยู่ที่มุม เขาเคยเห็นเนื้อสัตว์ชนิดนี้ในห้องครัวที่สวนสัตว์มาก่อน มันคือสัตว์ที่ลากรถม้าบนถนน แต่รูปลักษณ์ของมันเหมือนกับแพะที่ขยายร่าง

 

รสชาติคาวกลิ่นเนื้อแกะรุนแรง แต่รสชาติก็ดีมากทีเดียว เขารู้สึกว่าเนื้อแกะนั้นอร่อยกว่าเนื้อของที่นี่เมื่อเทียบกับบนดาวโลก

 

“ใครจะช่วยข้าหั่นเป็นชิ้น ๆ จานเดียวก็เพียงพอแล้ว” เหยินปาเชียนเผชิญหน้ากับทุกคนที่อยู่ตรงประตูและถามออกมา ทักษะการใช้มีดของเขาดูโดดเด่นไม่แพ้พ่อครัวเหล่านี้ และเขาไม่ต้องการแสดงความสามารถของตัวเอง

 

“เจ้า !” ผู้ดูแลโกวกัดฟันไว้ และเขาก็ชี้ไปที่คนหนึ่งในนั้นซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนของเหยินปาเชียน

 

ต่อมา เหยินปาเชียนหยิบเนื้ออีกชิ้นหนึ่ง หันหน้าไปรอบ ๆ และมองไปที่ทุกคน เขาเผยรอยยิ้มอันดีงามซึ่งเขายอมรับว่าจะทำ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขาทุกคนนั้นเข้าใจดี

 

เมื่อเห็นลักษณะท่าทางของเหยินปาเชียนแล้ว ทุกคนต้องรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน

 

ตอนนี้ เขาคือคนที่เดินไปหาเหยินปาเชียน เขาถือมีดทำครัวไว้ในมือและสีหน้าของเขาก็ดูรุนแรงขึ้น หากเขาอยู่บนโลก คงจะดูราวกับว่าเขาเป็นคนที่ต้องการแก้แค้นสังคม เหยินปาเชียนจะซ่อนตัวให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แต่ทว่า ทุกคนในต้าเย่าจะปล่อยความรู้สึกเช่นนั้นออกไป ซึ่งเหยินปาเชียนก็มิได้สนใจ แต่เขาก็เตือนพวกนั้นวนไป “หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นะ ต้องมีชั้นไขมันหนึ่งชั้นและบางชั้นต้องติดหนังนิดหน่อยด้วย”

 

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังหั่นเนื้อ เหยินปาเชียนก็ไปล้างแตงกวาสองผลและวางไว้บนเขียง จากนั้นเขาก็ทุบสองครั้งและหั่นเป็นชิ้น ๆ

 

ใช่เลย ถูกต้องแล้ว เขากำลังจะทำสลัดแตงกวานั่นเอง น่าเสียดายที่ไม่มีที่ปอกเปลือก หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ทอดถั่วลิสงด้วยน้ำมัน ผสมเข้าด้วยกัน และคิดว่ามันแทบจะรับไม่ได้เลย

 

เมื่ออีกฝั่งได้ทำการหั่นและทำความสะอาดเนื้อ เหยินปาเชียนหมักเนื้อแกะกับยี่หร่า เครื่องเทศของโลกนี้ และพริกไทย หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พร้อมที่จะปรุงอาหารสองจานแล้ว ได้แก่ เนื้อแกะผัดยี่หร่า กับเนื้อตุ๋นน้ำแดง

 

ทั้งสองจานนี้เรียกได้ว่าเป็นของขึ้นชื่อเลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาไปหยิบหม้อ เขาก็อุทานว่า “หนักชิบหาย” อยู่ในใจ

 

หม้อนี้มันหนักขนาดนี้จริง ๆ หรอเนี่ย ? มันมีน้ำหนักอย่างน้อย 30-40 ชั่งเลยทีเดียว เขาแทบจะไม่สามารถยกมันด้วยมือข้างเดียว แม้ว่าผู้ใหญ่สามารถเคลื่อนย้ายหม้อได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะพลิกจานด้วยมือข้างเดียวขณะที่ถือหม้อไว้อีกมือนึง

 

นั่นรวมถึงตะหลิวด้วย มันทั้งหนาและหนัก เหยินปาเชียนกะน้ำหนักในมือของเขา มันคงหนักอย่างน้อย 7-8 ชั่ง เขาวางไว้ด้านข้างอย่างเหมาะสม เขารู้ว่าถ้าเขาใช้ตะหลิวอันนี้ มือของเขาจะต้องปวดหลังจากพลิกเพียงไม่กี่ครั้ง

 

เขาหันหน้าไปรอบ ๆ และก็เห็นว่าพ่อครัวสองคนก่อนหน้านี้ที่มาช่วยเขาได้เดินกลับไปที่ขอบสนามแล้ว เหยินปาเชียนส่งสัญญาณให้พวกเขา “ข้าจะสั่งแล้วทั้งสองคนก็ทำตามนะ”

 

“เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะทำอาหารได้แท้ ๆ คนแบบนี้เข้ามาทำอาหารได้ยังไงกัน” ใครบางคนบ่นพึมพำออกมา

 

เหยินปาเชียนแบมือออกไปราวกับว่าช่วยไม่ได้ ทัพพีในโลกนี้หนักเหลือเกิน เขานึกถึงมีดทำครัวที่เขาใช้อยู่ในตอนนี้ นี่ก็หนักไม่เบาเหมือนกัน เขาไม่แน่ใจว่านี่เป็นการฝึกตามปกติหรืออาจเป็นไปได้ว่าของหนัก ๆ ให้ความรู้สึกกับพวกเขาได้ดีกว่า ?

 

เมื่อดูพ่อครัวเหล่านี้ที่ตัวสูงแถมยังมีไขมันรอบเอวที่หนา และแต่ละคนน่าจะมีขนาดร่างกายเป็นสองเท่าของร่ายกายเขาทั้งตัวพอดี เหยินปาเชียนรู้สึกว่าน่าจะเป็นไปได้มากทีเดียว

 

พ่อครัวทั้งสองคนเข้ามาอย่างไม่เต็มใจ เหยินปาเชียนสั่งให้คนหนึ่งเริ่มผัดน้ำตาล พ่อครัวเคี่ยวน้ำตาลทรายแดงและซอสถั่วเหลืองจนขึ้นฟอง จากนั้นเขาก็ใส่เครื่องเทศที่มีลักษณะคล้ายกับต้นหอมและขิง หลังจากนั้น เขาก็ใส่เนื้อสัตว์ลงไปและผัดให้เข้ากัน

 

เหยินปาเชียนพยายามแม้กระทั่งตอนที่เขาใช้มือข้างเดียวถือหม้อเหล็ก ในขณะที่ชาวต้าเย่าถือหม้อไว้ราวกับว่ามันเบาเหมือนกระดาษและพลิกหม้อให้ลอยขึ้นได้อย่างง่ายดาย เรื่องนี้ทำให้เหยินปาเชียนได้ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเขากับชาวต้าเย่า

 

นอกเหนือจากพ่อครัวสองคนแล้ว คนอื่น ๆ กำลังมองจากระยะไกล

 

แม้พวกเขาจะเห็นว่าเหยินปาเชียนนั้นดูขัดตา แต่ในตอนนี้ พวกเขาก็ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำอาหารทั้งหมด

 

เนื่องจากการเคี่ยวน้ำตาลเป็นกระบวนการที่พวกเขาไม่เคยลองมาก่อน

 

เมื่อใส่ลูกจันทน์เทศ โป๊ยกั๊ก และอบเชยลงไปแล้ว กลิ่นหอมก็โชยออกมาจากหม้อ ห้องครัวหลวงทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมนั้น เมื่อสูดดมกลิ่นหอมแล้ว ตาของพ่อครัวรอบ ๆ ก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

 

ไม่จำเป็นต้องบรรยายเลย แค่กลิ่นนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะยั่วยวนผู้คนแล้ว มันมีกลิ่นหอมมากทีเดียว

 

ส่วนผสมอื่น ๆ มาจากห้องครัวของพวกเขาก็จริง แต่พวกเขาก็ไม่เคยทำสิ่งที่มีกลิ่นแบบนั้นเลย พวกเขาสามารถพูดได้ว่าสิ่งที่เหยินปาเชียนนำมาใช้เป็นเครื่องเทศได้จริง นอกจากนี้ เครื่องเทศพวกนี้สามารถเพิ่มพูนคุณภาพของอาหารได้

 

เมื่อเขาใช้ไฟอ่อนเพื่อเคี่ยวเนื้อตุ๋นน้ำแดงในตอนท้าย เหยินปาเชียนก็สั่งการให้พ่อครัวคนอื่น ๆ ผัดเนื้อแกะผัดยี่หร่า

 

เมื่อใส่ยี่หร่าลงในหม้อแล้ว กลิ่นหอมยี่หร่าเข้มข้นก็โชยออกมาในทันที มันเป็นกลิ่นที่พ่อครัวเหล่านี้ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนเลย

 

ในครั้งนี้ ไม่มีใครสามารถยืนนิ่งได้อีกต่อไปและดันกันมาข้างหน้า

 

อย่างแรก เขาตักเนื้อแกะผัดยี่หร่าใส่จานเล็ก ๆ หนึ่งช้อน จากนั้นเขาก็กัดชิม และหลังจากนั้นไม่นาน ก็ยิ้มออกมาและส่งต่อไปให้ผู้ดูแลโกว “ลองดูสิ”

 

ผู้ดูแลโกวรับจานจากเขาอย่างใจเย็น เขารอให้จานเย็นลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วสองนิ้วเพื่อหยิบเนื้อสัตว์และนำเข้าปากเพื่อลิ้มรสชาติ

 

เขาส่งจานต่อไปยังพ่อครัวที่อยู่ด้านหลัง และแต่ละคนก็รีบหยิบชิ้นเนื้อเพื่อลิ้มรสชาติ ตาของพวกเขาเปล่งประกายในทันทีที่พวกเขานำชิ้นเนื้อเข้าปาก

 

กลิ่นของเนื้อสัตว์ถูกทำให้เป็นกลางอย่างมีนัยสำคัญ แถมมันสดและยังรสชาติดีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเพิ่มกลิ่นหอมของยี่หร่าเข้าไปแล้ว ทุกคนก็ชมเชยสิ่งนี้กันอย่างเต็มที่ ทุกคนได้ชิมเพียงชิ้นเดียว และเมื่อพวกเขาต้องการจานที่สอง พวกเขาก็ได้เห็นว่าจานนั้นว่างเปล่าแล้ว

 

“มันเป็นยังไงบ้าง ?” เหยินปาเชียนยิ้มอย่างเต็มที่

 

ผู้ดูแลโกวกัดฟันและจ้องเขม็งที่เหยินปาเชียน ในที่สุดเขาก็ก้มหัวลงและตอบกลับ “ท่านพี่เหยิน !”

 

“ใช้ได้เลย..ใช้ได้ !” เหยินปาเชียนปรบมือและยิ้มให้ จากนั้นเขาก็มองไปที่พ่อครัวคนอื่น ๆ

 

“ท่านพี่เหยิน !” เมื่อเห็นว่าผู้ดูแลโกวตะโกนชื่อของเขาแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเรียกตาม

 

เหยินปาเชียนรู้สึกดีเป็นพิเศษเมื่อเขาได้ยินมาพ่อครัว 70-80 คนเรียกเขาว่าท่านพี่เหยิน “เอาล่ะ อย่าลืมเรียกข้าว่าท่านเหยินเมื่อพวกเราเจอกันทุกครั้งล่ะ ท่านพี่เหยินมันฟังดูแปลก ๆ น่ะ”

 

พ่อครัวในเหตุการณ์เต็มไปด้วยความบูดบึ้ง ว่าแต่ใครล่ะที่แพ้การเดิมพัน ? ผู้ดูแลโกวก็ได้เรียกเขาแล้ว พวกเขาจะไม่ทำตามได้ยังไงกัน ?

 

ที่สำคัญกว่า ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มผู้มาจากสวนสัตว์คนนี้จะนำเครื่องเทศที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนพวกนี้มาได้จริง

 

เมื่อเนื้อตุ๋นน้ำแดงเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนแบ่งออกเป็นชิ้นใหญ่และชิ้นเล็ก เขากัดชิมเองก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้ดูแลโกว

 

เมื่อทุกคนได้กินเนื้อตุ๋นน้ำแดงที่มีกลิ่นหอมหวานละลายในปากแล้ว ข้อข้องใจทั้งหมดของพวกเขาถูกโยนทิ้งไป พวกเขาเพียงแค่ต้องการรู้ว่าเครื่องเทศพวกนี้คืออะไร ? เหยินปาเชียนเอามาจากไหนกันแน่ ?

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...