ตอนที่แล้วDND.55 - การต่อสู่แห่งเกียรติยศ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDND.57 - ความพ่ายแพ้ของเหล่าอัจฉริยะ

DND.56 - พยานปาฏิหาริย์


อีกสิบสองชั่วโมงจะถึงเวลาประหารดยุคเซี่ยนหยู!

ตามกำหนดการ...เช้าวันถัดไปจึงจะรู้ผลการประลอง

ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว!

ซือหยูติดหนี้ชีวิตต่อดยุคเซี่ยนหยู เขาถึงกับหมั้นลูกสาวของเขาให้ซือหยู

หากไม่มีดยุคเซี่ยนหยูซือหยูคงจะถูกฉินเฟิงและฟางฉิงโจวจัดการไปแล้ว และเขาอาจจะยังอยู่ในหลุมลึก มิต้องพูดถึงการเข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์หรือการมีเซี่ยนเอ๋อ...ภรรยาผู้น่าหลงใหล

หากซือหยูไม่ตอบแทนดยุคเซี่ยนหยู...เขาจะหนักใจไปตลอดกาล

ฟึ่บ--

ซือหยูมององค์ชายสามทันที

“องค์ชาย...เป็นไปได้ไหมที่ท่านจะช่วยพ่อตาข้า?”

องค์ชายสามส่ายหัวเบาๆและฝืนยิ้ม

“ดงหลินพ่ายแล้ว ข้าเองก็ป้องกันตัวมิได้...ข้าจะมีพลังอำนาจไปช่วยดยุคได้ยังไง? หากข้ามีพลังช่วยเขาได้ ถึงเจ้าไม่ร้องขอ ข้าก็จะช่วยอยู่ดี”

ซือหยูฝืนยิ้มอย่างโศกเศร้า แม้องค์ชายก็ทำอะไรไม่ได้งั้นหรือ?

ในโลกกว้างนี้...บุรุษผู้เดียวที่จะช่วยดยุคเซี่ยนหยูได้มีเพียงซือหยูเท่านั้น!

องค์ชายสามถอนหายใจ

“ซือหยู หนีไปกับข้าตอนนี้ ข้าจะพาเจ้าหนีไปจากแคว้นด้วยกัน”

“มิได้”

ซือหยูประสานมือขอบคุณและถอนหายใจ

“ถึงข้าจะตาย ข้าก็ต้องประลองต่อไป!”

องค์ชายสามหวั่นไหว

“ทำไมเจ้าถึงดื้อดันจะช่วยดยุคเซี่ยนหยูนัก? เจ้ารู้จักเขาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง”

ซือหยูตาเป็นประกายและหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าติดหนี้บุญคุณกับเขา เพียงเท่านี้”

เพียงบุญคุณก็เพียงพอให้เจ้าผ่านร้อนผ่านหนาวไกลโพ้นเพื่อต่อสู้จนตัวตายงั้นรึ?

องค์ชายสามตกใจ เขาเคยเห็นคนที่ให้ความสำคัญกับผู้คนมากมาย แต่มีเพียงซือหยูผู้เดียวเท่านั้นที่ยอมทำขนาดนี้

แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง--

เสียงระฆังดังขึ้น การประลองสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว!

ฟึ่บ--

ซือหยูประสานมือเคารพ ชุดสีม่วงเขาปลิวไสวและกระโจนสู่ลานประลองทันที

แม้เขาจะอ่อนแอ สิ้นหวัง ไร้ผู้สนับสนุน...เขาก็สุขุมหนักแน่น

เขายินดีสละทุกสิ่งเพื่อชำระหนี้ต่อดยุคเซี่ยนหยู เขายินดีจ่ายชีวิต โลหิต และจิตวิญญาณเพื่อต่อสู้กับพลังราชวงศ์ โชคชะตาอันไร้ซึ่งยุติธรรม และทั้งฟ้าดิน!

จิตวิญญาณอันแน่วแน่ของซือหยูคิดจะก้าวข้ามผ่านคนนับล้านที่มาขวางทาง...นั่นทำให้หัวใจขององค์ชายสามสั่น เขาพบเจอคนมากมาย แต่มีเพียงผู้เดียวที่มีจิตวิญญาณอันมั่นคงเช่นนี้

“นายท่าน ซือหยูไร้ใจไปแล้ว เราหนีกันเถอะ”

หลินเสียวมององค์ชายสามที่มองแผ่นหลังซือหยูอย่างนับถือ

ซือหยูตรงไปตรงมากับทุกผู้คน แม้รู้ว่าจะต้องตาย...แต่ก็ยืนหยัดต่อสู้

จิตวิญญาณ หัวใจและความคิดนี้เขย่าจิตใจของทุกคน!

“ไม่!”

องค์ชายสามตาเป็นประกาย เขามองแผ่นหลังซือหยู

“ปล่อยให้ข้าใช้ตาคู่นี้มองวาระสุดท้ายของบุรุษผู้นี้เถิด”

นี่อาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในชีวิตซือหยู เขาอาจจะได้เป็นดาราที่ฉายสู่ท้องนภาไกลโพ้น หรือได้สลักอยู่ในจิตใจผู้คนไปอีกนานแสนนาน

ผู้ตัดสินเงียบกริบ แม้ซือหยูจะแข็งแกร่งมาก แต่ชะตาของเขาช่างน้อยนิด เขาถูกลิขิตให้ดับมอดในงานนี้

ผู้ตัดสินประกาศ

“รอบจัดลำดับสิบผู้ยิ่งใหญ่...เริ่มได้!”

นี่คือรอบแข่งเพื่อแย่งมงกุฎศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะได้เป็นราชาแห่งโลกใบนี้และเป็นผู้ที่ไร้เทียมทาน

การประลองจะใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน ตามปกติการเริ่มประลองในตอนนี้สื่อถึงเวลาสิ้นสุดการประลองในยามรุ่งสาง...แต่ก็มีกฎที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย

ผู้ตัดสินจะเลือกคนแบบสุ่มเพื่อประลองกับอีกคนในลานประลอง หากชนะเขาจะได้ประลองกับคนที่เหลือ ผู้ชนะจะได้ต่อสู้กับคนที่เหลือไปเรื่อยๆ

หากใครเอาชนะได้ครบทั้งเก้าคนต่อเนื่องจะถือว่าควรค่าแก่การได้รับมงกุฎศักดิ์สิทธิ์

ผู้ตัดสินอธิบายกฎและเริ่มจับฉลากจากกล่องทมิฬ

“หมายเลขยี่สิบ เซิงยี่หลิน! ขึ้นลานประลอง!”

ฟึ่บ-

บุรุษร่างกำยำอายุ 17 ปีจากสำนักเซี่ยนหยู เขากระโดดอย่างมั่นคงขึ้นลานประลอง

ดวงตาหยาบกร้านส่งรังสีแข็งแกร่งไปยังทั่วทุกคน เขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

“การประลองจะเริ่มแล้ว เซิงยี่หลิน เจ้ามีสิทธิ์เลือกคู่ประลอง!”

เซิงยี่หลินกอดอกมองเก้าอัจฉริยะที่หลงเหลือในจุดเตรียมประลอง

เขามองดงหลินที่ฟื้นฟูจากการบาดเจ็บแล้ว

“เซิงยี่หลิน! เจ้าอยากจะประลองกับข้างั้นรึ?”

ดงหลินไม่พอใจที่แพ้ตู้หยุนเทียนและยังต้องประลองอีก หากเขาชนะเซิงยี่หลินและครองลานประลอง เขาจะได้ประลองกับตู้หยุนเทียนอีกครั้ง!

เซิงยี่หลินมองผ่านเขาไปและส่ายหัวอย่างไม่แยแส

“เจ้าอ่อนแอเกินไป มิคู่ควรกับข้า”

เขามองซือหยูด้วยสายตาเย็นชา และมองคนที่อยู่ใกล้ๆซือหยู

ไม่นานเซิงยี่หลินก็ประกายไฟลุกโชติช่วง

“ราชันย์อสูรหนานเฟย! มาประลองกับข้า!”

นานมาแล้วหนานเฟยชนะเซิงยี่หลินอย่างง่ายดาย เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์นั้น

นับจากวันนั้น เขาได้เข้าถึงฎีกาสวรรค์ นั่นทำให้เขามั่นใจและอยากจะลบล้างความอัปยศในอดีต

หนานเฟยหัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆๆ แม้เจ้าจะเคยแพ้ข้า แต่เจ้าก็ยังกล้าเหมือนเคยงั้นรึ? ดี ข้าจะประลองกับเจ้า!”

ฟึ่บ--

หนานเฟยกระโดดขึ้นลานประลองอย่างสง่างาม นิ้วทั้งสองตั้งท่ากระบี่ ร่างทั้งร่างกลายเป็นกระบี่คมกริบที่พร้อมสะบั้นทุกสรรพสิ่ง

เซิงยี่หลินลดแขนลง แววตาเต็มไปด้วยความอัปยศ

เขาไม่มีวันลืมความรู้สึกที่พ่ายแพ้ต่อหนานเฟย

ฟึ่บ--

พวกเขาทั้งสองต่างพุ่งเข้ามาพร้อมกัน!

“ดัชนีกระบี่บัว!”

นิ้วของหนานเฟยปกคลุมด้วยแสงสีมรกต เป็นการโจมตีอันสมดุลและรุนแรง

“หมัดพยัคฆ์พิโรธ!”

เซิงยี่หลินใช้วิชาขั้นกลางที่บ่มเพาะจนถึงระดับสามขั้นกลาง!

หมัดของเขาก่อรูปร่างราวกับศีรษะพยัคฆ์อันทรงพลังในป่าลึกที่พร้อมกลืนกินศัตรูตรงหน้า! สายลมอันรุนแรงกับแรงระเบิดกล้ามเนื้อทำให้พลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ปั้ง ตู้ม แกร๊ก--

ดัชนีและหมัดปะทะกันด้วยพลังที่เท่าเทียม!

แม้เซิงยี่หลินจะมีร่างกายแข็งแรง วิชาดัชนีของหนานเฟยก็พริ้วไหวและจำกัดการเคลื่อนไหวของเซิงยี่หลิน

ตู้ม--

พวกเขาเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง...เงาของพวกเขาโบยบินอยู่บนลานประลอง!

แม้จะผ่านไปห้าสิบกระบวนท่า ก็ยังไม่รู้ผลลัพธ์

พวกเขาต่อสู้กันหนึ่งชั่วโมงเต็ม!

ซือหยูเครียดมาก เหลืออีกสิบชั่วโมงก่อนจะถึงการประหารของดยุคเซี่ยนหยู เมื่อไหร่เขาจะได้ต่อสู้กัน?

เงาทั้งสองร่างแยกออกจากกัน พวกเขาทั้งสองยังคงต่อสู้ได้อย่างดุดัน แต่ก็มิอาจสร้างความเสียหายแก่อีกฝ่ายได้

หนานเฟยตกตะลึง เทียบกับครึ่งปีก่อนแล้วพลังของเซิงยี่หลินเพิ่มขึ้นมามาก!

“ดัชนีกระบี่สวรรค์!”

หนานเฟยใช้วิชาที่เขาภูมิใจที่สุด วิชาดัชนีระดับสูง!

ครึ่งปีก่อนเซิงยี่หลินพ่ายแพ้ด้วยวิชานี้!

นิ้วของหนานเฟยราวกับกระบี่ที่ชี้ท้องนภาตรงไปยังสวรรค์และกรีดตัดผ่านมวลหมู่เมฆา!

เซิงยี่หลินไม่มีทางหนี!

แต่เซิงยี่หลินเติบโตขึ้นหลังจากที่เคยแพ้จากวิชานี้!

เขาเปลี่ยนแปลงร่างกายไปอยู่ในอีกสถานะหนึ่ง

ชั้นจังหวะแบบพิเศษปกคลุมร่างกายของเขา

มองจากไกลๆจะพบว่าร่างของเซิงยี่หลินมีชั้นแสงคดเคี้ยวปกคลุมอยู่

ดวงตาของผู้รับใช้เพลิงที่มิได้สนใจในการต่อสู้เปล่งประกายขึ้น

“ฎีกาสวรรค์!!”

ผู้ประเมินทั้งสิบสองคนนอกจากฟางหยุนตัวสั่น

“ผู้ใช้ฎีกาสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!”

พวกเขามองเซิงยี่หลินด้วยความกลัว!

ไม่แปลกที่ผู้ใช้ฎีกาสวรรค์จะได้เข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้เข้าสู่วิหาร หากเป็นผู้ที่มีฎีกาสวรรค์อยู่แล้วจะได้รับความประทับใจมาก...และตำแหน่งก็จะสูงยิ่งกว่าผู้ประเมิน!

ฟางหยุนมองซือหยูอย่างไม่สบายใจ

ถ้าหากซือหยูเข้าสู่วิหารแล้วจำเรื่องที่ฟางหยุนทำกับเขาได้ล่ะ? ซือหยูก็เป็นผู้ใช้ฎีกาสวรรค์เช่นกัน!

ในตอนนั้นฟางหยุนรู้สึกว่าซือหยูอ่อนแอ และเขาไม่มีโอกาสจะได้เข้าสู่วิหาร แต่ในตอนนี้เขาได้ต่อสู้จนถึงสิบอันดับแรกในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์...มีโอกาสมากที่ซือหยูจะได้เข้าสู่วิหาร

การบรรลุฎีกาสวรรค์จะทำให้ซือหยูได้เป็นคนพิเศษในวิหาร เขาจะมีตำแหน่งสูงกว่าฟางหยุน...นั่นไม่ใช่หายนะของฟางหยุนหรือไงกัน?

ฟางหยุนเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ถ้าเขารู้มาก่อนว่ามันจะเป็นเช่นนี้....เขาคงจะไม่มีทางเชื่อลูกชายและขับซือหยูออกจากสำนัก!

ในตอนนี้เขาทำได้เพียงอย่างเดียวคือหาทางไม่ให้ซือหยูได้เข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์!

ผู้รับใช้เพลิงมองตู้หยุนเทียนก่อนจะมองเซิงยี่หลิน

“ไม่เลว ยังถือว่ายอมรับได้ เขาบรรลุฎีกาสวรรค์”

กลุ่มผู้ประเมินยิ้มประจบประแจงเพราะไม่รู้จะทำอะไร ดูเหมือนว่าผู้รับใช้เพลิงจะไม่พอใจเล็กน้อยที่เซิงยี่หลินแสดงพลังที่น่าจับตามากกว่าศิษย์ของเขา

หรือเขาจะโกรธมากจะจนบอกได้แค่ว่าผู้บรรลุฎีกาสวรรค์เป็นเพียงพวก “ยอมรับได้”

เพราะยังไงตัวผู้รับใช้เพลิงก็ยังไม่บรรลุฎีกาสวรรค์

แม้หลายคนจะรู้ว่าผู้รับใช้เพลิงมีอคติ แต่ก็ไม่มีกล้าขัดเขา

“สิบหมัดเบญกระจ่าง!”

เซิงยี่หลินตาเป็นประกายและปล่อยหมัดเสียงดังก้องสิบครั้ง!

แต่ละหมัดใส่จังหวะขึ้นลงตามศูนย์กลางของฝ่ามือ ด้วยหมัดที่ทำให้เกิดคลื่นแสงนี้ทำให้ยากที่จะบอกทิศทางของหมัดที่แท้จริง!

ปั้ง ปั้ง ปั้ง--

หนานเฟยหน้าถอดสี

“ฎีกาสวรรค์! เจ้าบรรลุฎีกาสวรรค์แล้วงั้นเรอะ!”

หนานเฟยดึงดัชนีกระบี่กลับมาป้องกันเซิงยี่หลินทันที

แต่มันเป็นสิบหมัดที่แปลกมาก พวกมันบิดเบี้ยวจนหนานเฟยมิอาจป้องกันเพราะบอกไม่ได้ว่าเขาโจมตีมาจากทิศทางไหน!

อ๊ากกก--

หลังกันได้สามหมัด หนานเฟยก็ถูกหมัดที่บิดเบี้ยวต่อยใส่หน้าอก หมัดนั้นทำให้เขากระเด็นลอยตกจากลานประลอง...หนานเฟยแพ้!

เซิงยี่หลินยืนอยู่บนลานประลองอย่างเข้มแข็งและมีพลัง เขาใจชื้น ความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นมาก

เซิงยี่หลินกอบกู้ตนเองจากความอัปยศคราวก่อนได้สำเร็จ ต้องขอบคุณฎีกาสวรรค์ของเขา เขาคือผู้ถือครองฎีกาสวรรค์หนึ่งในล้านอัจฉริยะ!

เขาจับจ้องไปยังเซี่ยจิงหยูที่อยู่จุดเตรียมประลอง เขาเชื่อว่าหลังจากแสดงฎีกาสวรรค์ในครั้งนี้แล้วเซี่ยจิงหยูจะได้รู้ว่าบุรุษผู้ใดที่นางควรเลือก!

เซี่ยจิงหยูยังคงมองอย่างไร้อารมณ์ ดวงตาสดใสของนางยังคงไม่รู้สึกสิ่งใดกับฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลิน

เซิงยี่หลินนิ่งเงียบ หรือว่าฎีกาสวรรค์ของเขาจะยังแกร่งไม่พอ?

ใช่สิ...มันยังมีซือหยู! มันคือผู้ใช้ฎีกาสวรรค์อีกคน!

เขามองซือหยูทันที

“ซือหยู! ได้ยินว่าเข้าก็ใช้ฎีกาสวรรค์ได้เหมือนกัน ทำไมไม่มาประลองกับข้าล่ะ? เราจะได้เรียนรู้ด้วยกัน ข้าที่เป็นศิษย์พี่อาจจะได้ชี้แนะเจ้า!”

เซิงยี่หลินยิ้มและพูดเชิญซือหยูอย่างเป็นมิตร

ด้วยพลังของเซิงยี่หลินและฎีกาสวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก...เขามีสิทธิ์จะชี้แนะะซือหยู

ซือหยูเบาใจ...ถึงคราวที่เขาต้องสู้แล้ว!

ฟึ่บ--

ซือหยูลอยขึ้นสู่ลานประลองอย่างมั่นคง เขาตั้งใจจะช่วยชีวิตดยุคเซี่ยนหยู

อีกสิบชั่วโมงก่อนดยุคจะถูกประหาร

มีทางเดียวถ้าหากเขาอยากจะช่วย….และนั่นคือการชนะต่อเนื่องเก้าครั้ง!

เริ่มด้วยเซิงยี่หลิน เขาจะชนะให้หมดทั้งเก้าคน ทั้งตู้หยุนเทียน โดยไม่หยุดแม้แต่ครู่เดียว!

“ข้าขอให้เจ้าแสดงฎีกาสวรรค์สักหน่อย”

เซิงยี่หลินยิ้ม เขาเพียงต้องการจะพิสูจน์ว่าฎีกาสวรรค์ของเขาเหนือกว่าของซือหยูต่อหน้าเซี่ยจิงหยู

ซือหยูยังคงยื่นนิ่ง เขาส่ายหัว

“เจ้าไม่คู่ควรกับฎีกาสวรรค์ของข้า แค่หมัดกับลูกเตะก็เกินพอสำหรับเจ้าแล้ว!”

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด