ตอนที่แล้วตอนที่ 28: ยาเพนิซิลลิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 30: จงเรียกข้าว่าท่านเหยิน

“เตรียมผลไม้และนำมาวางทิ้งไว้ เมื่อเวลาผ่านไปผลไม้ก็จะขึ้นรา ต่อมาให้รวบรวมเชื้อราสีเขียวจากผิวของผลไม้ เมื่อท่านได้รวบรวมเชื้อราแล้ว ข้าก็จะบอกเกี่ยวกับวิธีการสกัดต่อไป” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

“เอาล่ะ เพนิซิลลินที่ท่านกำลังพูดถึงเป็นสารที่เกิดขึ้นเมื่อผลไม้เน่าเปื่อยใช่มั้ย ?” เฉินจี่เซิงถามออกมา ก่อนที่เหยินปาเชียนจะตอบกลับ เขาก็ถามต่ออีก “ข้าไม่เคยได้ยินคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ท่านพูดมาเลย ท่านเรียนรู้มาจากไหนกัน ?”

 

“นี่คือทักษะความรู้ทางการแพทย์จากตะวันตกไกล พวกเราเรียกมันว่ายาแผนตะวันตกยังไงล่ะ” เหยินปาเชียนตอบกลับ “ถ้าท่านต้องการเรียนรู้มันล่ะก็ ข้าจะนำหนังสือสองเล่มที่เกี่ยวกับยาแผนตะวันตกมาให้ท่านอ่านก็ได้นะ”

 

เมื่อเฉินจี่เซิงได้ฟังสิ่งที่เขาพูด เขาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความปีติยินดีและกล่าวขอบคุณต่อเหยินปาเชียนในทันที เขาพูดออกมา “ขอบคุณมากขอรับท่าน”

 

เหยินปาเชียนยกมือขึ้น ต่อมา จิตใจของเขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนแรก เขากำลังเตรียมที่จะพูดเรื่องอื่นอีก แต่เขากลืนคำพูดของตัวเองเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

 

ไทฟอยด์เป็นโรคที่รักษาได้ยากซึ่งอัตราการเสียชีวิตนั้นสูงที่สุดในยุคโบราณ แม้แต่ในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากก็เสียชีวิตจากโรคนี้เพราะรักษาไม่ทันการณ์

 

ในยุคปัจจุบัน การรักษาหลัก ๆ ของไทฟอยด์คือคลอแรมเฟนิคอล แต่ทว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะผลิตได้ในโลกนี้เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยเท่าไรนัก

 

ในตอนแรก เหยินปาเชียนได้เตรียมที่จะนำหนังสือทางการแพทย์สองเล่ม ทั้งทฤษฎีไทฟอยด์และไทฟอยด์และโรคติดมือมาด้วย เผื่อกรณีที่วิธีการสกัดเพนิซิลลินนั้นไม่เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับสูตรครีมโคลนดำ

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้วิธีการสกัดเพนิซิลลินก็เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนสูตรครีมโคลนดำแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องนำหนังสือทั้งสองเล่มอีก ร้านขายยาเฉินมักเพลิดเพลินไปกับชื่อเสียงที่ดีในเมืองหลาน และค่ารักษาที่เรียกเก็บจากชาวบ้านก็อยู่ในระดับที่ต่ำมากด้วย เหยินปาเชียนพร้อมที่จะมอบหนังสือทั้งสองเล่มแก่เฉินจี่เซิงด้วยความหวังที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้โลกใบนี้

 

“ผมจะนำหนังสือทางการแพทย์ทั้งสองเล่มมาให้คุณวันหลังนะครับ” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเอง สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ แม้ว่าคนในโลกนี้จะพูดภาษาเดียวกับประเทศจีน แต่ตัวอักษรของคำนั้นไม่เหมือนกันเลย ดังนั้น เหยินปาเชียนจะต้องอ่านหนังสือทั้งสองเล่มให้เฉินจี่เซิงฟัง

 

“พวกเราขอตัวก่อน ข้าจะเตรียมของและเอามาที่นี่ในอีก 4-5 วันข้างหน้านะ” เหยินปาเชียนลุกขึ้นยืนและเตรียมเดินออกไป

 

เฉินจี่เซิงไปส่งเหยินปาเชียนกับผู้ดูแลฉีหน้าบ้าน

 

“ท่านรักษาบาดทะยักได้เหรอ ?” ผู้ดูแลฉีถามเหยินปาเชียน เมื่อพวกเขาเดินออกมาจากร้านขายยาเฉินแล้ว

 

“ข้ามีวิธีรักษาก็แล้วกัน” เหยินปาเชียนตอบพร้อมกับพยักหน้า

 

“คงจะดีนะถ้าท่านอยู่ที่นี่ตั้งแต่สิบปีที่แล้วน่ะ !” ผู้ดูแลฉีถอนหายใจออกมา

 

เมื่อเหยินปาเชียนได้ยินเข้า เขาก็รู้ทันทีว่าผู้ดูแลฉีเคยมีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่เสียชีวิตจากโรคบาดทะยักมาแล้ว

 

“แต่ว่าข้าจะอายุเท่าไหร่เมื่อสิบปีก่อนล่ะ ? ตอนนั้นข้าไม่รู้อะไรเลยนะ”

 

“ก็จริงล่ะนะ ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอก” ผู้ดูแลฉีฝืนยิ้มและพูดออกมา

 

หลังจากนั้น ผู้ดูแลฉีก็ไม่รู้สึกอยากพูดคุยอีกเลย

 

เหยินปาเชียนไปยังร้านตีเหล็กซึ่งก่อนหน้านี้เขาสั่งทำกล่องโลหะ และสั่งซื้อใบพัดลมกับแบริ่ง เขาต้องการสิ่งของเหล่านี้เพื่อผลิตพัดลมธรรมชาติ

 

เขาเขียนสิ่งที่เขาต้องการลงบนกระดาษและโชว์ให้ช่างตีเหล็กดู ช่างตีเหล็กตอบในทันที “ของพวกนี้ทำง่ายนะ อีกสองวันกลับมาเอาได้เลย”

 

 

 

เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนไปที่ห้องเก็บน้ำแข็งเพื่อมาตรวจดู

 

เขาเป็นผู้รับผิดชอบห้องกักเก็บน้ำแข็งแต่ก็ไม่ได้เข้ามาดูบ่อยนัก โชคดีที่คนงานที่ผู้ดูแลฉีจัดให้เขาทำงานกันอย่างขยันขันแข็งและมีความสามารถสูง ช่วยประหยัดเวลาและความพยายามของเขาได้

 

ในตอนนี้ห้องกักเก็บน้ำแข็งมีน้ำแข็งเต็มไปหมด ส่วนคนงานก็กำลังพักกันอยู่ เหยินปาเชียนยกมือขึ้นและพูดออกมา “ทุกคน เอาน้ำแข็งไปวางไว้ใต้เตียงคนละก้อนนะ จะได้นอนหลับสบาย”

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาต้องการทำทั้งหมดก็เพื่อให้แน่ใจว่าห้องกักเก็บน้ำแข็งเต็มไปด้วยน้ำแข็งจริง ๆ ดังนั้น เขาจะใช้ประโยชน์จากทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

“ขอบคุณขอรับ ท่านผู้ดูแลเหยิน” คนงานทั้งสิบคนหัวเราะและพูดออกมา นี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเขาทีเดียว

 

เมื่อเดินไปรอบ ๆ ห้องกักเก็บน้ำแข็ง เหยินปาเชียนเห็นว่าไม่มีอะไรเหลือให้เขาทำมากนัก เขาจึงเรียกคนงานจำนวนหนึ่งให้ตามเขาไปปลูกมันเทศ

 

เมื่อเขากลับมา เขาเห็นเจ้าหมีแพนด้าตัวเล็กทั้งสองตัวนอนอยู่ในบริเวณที่ร่มรื่น พวกมันคงร้อนมากจนดูเหมือนว่าไม่อยากลุกขึ้นไปไหน

 

เหยินปาเชียนได้เติมน้ำใส่กะละมังและโยนเจ้าตัวน้อยทั้งสองเข้าไปในนั้น

 

เจ้าตัวน้อยทั้งสองก็ร้องและปีนออกจากลุ่มน้ำทันที ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ชอบแช่น้ำในกะละมังเท่าไหร่

 

พวกมันคลานไปมาบนพื้นและตัวของพวกมันก็ปกคลุมไปด้วยโคลน

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองกำลังจะมาถูเขา เขาจึงรีบถอยหลังไปสองก้าว

 

เถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่นร้องและคลานกลับไปยังบริเวณที่ร่มรื่นเพื่อนอนต่อ หลังจากนั้นสักพัก ขนบนตัวพวกมันก็แห้งสนิท

 

จากนั้น เจ้าตัวน้อยทั้งสองก็สะบัดหัวและปีนกลับขึ้นไปในกะละมัง เมื่อได้แช่ตัวลงไปในน้ำแล้ว พวกมันก็ลุกขึ้นจากกะละมังอีกครั้ง

 

เขาต้องยอมรับว่าเจ้าตัวน้อยทั้งสองตัวนี้ฉลาดดี

 

“ท่านผู้ดูแลเหยิน เนื้อพวกมันกินไม่อร่อยหรอกนะ ท่านจะเลี้ยงพวกมันไว้ทำไมกัน” คนที่พูดคือเถิงตี้หลง เขาเป็นคนเรียบง่ายและซื่อสัตย์ผู้ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาพูดว่าเนื้อของเจ้าตัวน้อยทั้งสองกินไม่อร่อย เหยินปาเชียนรู้สึกเหมือนโดนเตะเข้าอย่างจัง

 

นอกจากการกินหมีแพนด้าแล้ว ท่านใช้ประโยชน์อย่างอื่นจากมันไม่ได้เลยเหรอ ?

 

“ข้าเลี้ยงมันไว้เพื่อความเพลิดเพลินน่ะ” เหยินปาเชียนตอบอย่างง่าย ๆ “เมื่อข้าไม่ได้อยู่ในสวนสัตว์ครั้งหน้า ทุกคนต้องดูแลเจ้าตัวน้อยทั้งสองนี้แทนข้านะ ให้น้ำและใบไผ่พวกมันด้วย ท่านรู้ใช่มั้ยว่าจะหาใบไผ่ได้จากที่ไหน ?”

 

“ได้เลยขอรับ ไม่ต้องกังวลไป ท่านผู้ดูแลเหยิน” พวกเขาพูดออกมา

 

หลังจากนั้น เหยินปาเชียนก็ไปดึงถุงมันเทศออกจากใต้เตียง

 

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ แนะนำสิ่งที่จะให้ทำแก่คนงาน

 

อย่างแรก ให้ตัดมันเทศออกครึ่งหนึ่ง

 

ต่อมา นำกะละมังที่มีน้ำเต็มใบมา และใส่มันเทศลงในแต่ละใบโดยให้มันเทศครึ่งหนึ่งจมอยู่ใต้น้ำและอีกครึ่งหนึ่งลอยอยู่เหนือน้ำ

 

ใช้แท่งไม้ถือมันเทศไว้ให้เข้าที่

 

เมื่อมันงอกแล้ว ก็สามารถนำมาปลูกเป็นมันเทศได้

 

เมื่อเขาสอนทุกอย่างให้แก่คนงานแล้ว ก็มีคนจากพระราชวังเข้ามาในเวลาที่เหมาะสมเพื่อเรียกเขาไปที่พระราชวัง

 

คนที่มาในครั้งนี้คือฉีฮู เขาดึงเหยินปาเชียนไปอีกด้านหนึ่งและถามออกมา “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเดิมพันกับคนในห้องครัวหลวงจริงรึ ?”

 

“ท่านจะเรียกมันว่าการเดิมพันก็ย่อมได้ จุดสำคัญของการเดิมพันครั้งนี้คือการขยายขอบเขตความรู้ของพวกเขายังไงล่ะ” เหยินปาเชียนกล่าวด้วยความยินดี เขาหันกลับไปหยิบถุงขึ้นมา เขาหยิบเครื่องเทศออกมาจากถุงและห่อด้วยผ้าชิ้นหนึ่ง จากนั้นเขาก็แบกห่อนั้นไว้บนแขนและเดินทางออกจากสวนสัตว์ไป

 

“นี่คือสิ่งที่เจ้าเตรียมมางั้นรึ ?” ฉีฮูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นในตอนที่เขามองไปที่ห่อบนแขนของเหยินปาเชียน

 

เขาได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ห้องครัวหลวงมาแล้ว

 

ตามเหตุผลแล้ว ห้องครัวหลวงมีพ่อครัวที่เก่งที่สุดในแคว้น สิ่งที่พวกเขาพูดออกมาคงจะถูกต้อง

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนเป็นคนที่โผล่ออกมาจากอากาศบาง ๆ ท่ามกลางการเดินขบวนของกองทัพ และสามารถทำน้ำแข็งภายในสภาพอากาศที่ร้อนแรงเช่นนี้ได้ ฉีฮูรู้สึกว่าเขาเป็นคนลึกลับมาก และโอกาสในการชนะการเดิมพันค่อนข้างสูงทีเดียว

 

เมื่อฉีฮูเห็นถุงเครื่องเทศใบเล็กแล้ว เขาก็รู้ว่าเหยินปาเชียนต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเดิมพันของเขา

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ได้มาถึงห้องครัวหลวง เมื่อทุกคนในห้องครัวหลวงเห็นว่าเหยินปาเชียนมาถึง พวกเขาก็หยุดทำสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่และก้าวออกมาข้างหน้า ก่อนหน้านี้ หลังจากที่เหยินปาเชียนทำการเดิมพันแล้ว ทุกคนก็มาอยู่ตรงนี้ คนเหล่านี้กำลังรอที่จะมอบบทเรียนแก่เหยินปาเชียน วันนี้ก็ได้มาถึงในที่สุด

 

“ผู้ดูแลเหยิน แสดงเครื่องเทศที่เจ้าพูดถึงในวันนั้นให้ข้าดูสิ ถ้าเจ้าไม่สามารถแสดงได้ล่ะก็ ข้าจะหักขาเจ้าและแขวนเจ้าไว้บนกำแพงเมือง” ผู้ดูแลโกวพูดด้วยใบหน้าที่รุนแรง

 

เขาไม่เชื่อว่าเหยินปาเชียนจะหาเครื่องเทศที่เขาไม่รู้จักมาให้ได้

 

สำหรับเขาแล้ว เครื่องเทศที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดก็อยู่ในห้องครัวหลวงแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องเทศบางอย่างที่เขาไม่รู้จัก แต่มันก็มักจะอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่รู้จักหรืออยู่ในสถานที่ห่างไกลมาก

 

เหยินปาเชียนจะสามารถแสดงเครื่องเทศที่เขาไม่รู้จักในเวลาเพียงไม่กี่วันได้หรือไม่ ?

 

ผู้ดูแลโกวไม่เชื่ออย่างนั้น พ่อครัวคนอื่นกำลังรอคอยการแสดง พวกเขาต้องการสอนบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวให้กับคนปากดีคนนี้

 

“นี่ ๆ ข้าขอขยายขอบเขตความรู้ของทุกท่านหน่อยนะ เมื่อทุกท่านเจอข้าในวันหลัง พวกท่านก็จะยืนตรงแล้วก็เรียกข้าว่า ‘ท่าน'” เหยินปาเชียนปั่นหัวพวกเขากลับโดยไม่รู้สึกโกรธเลย

 

เมื่อพูดจบ เขาก็แกะห่อและหยิบเอาถุงเครื่องเทศใบเล็กออกมา

 

“พวกท่านเห็นนี่มั้ย ? นี่คือโป๊ยกั๊ก นี่คืออบเชย นี่คือผงชูรส นี่คือยี่หร่า นี่คือพริกไทย และนี่คือเครื่องเทศ 13 อย่าง พวกท่านเคยเห็นของพวกนี้มาก่อนมั้ยล่ะ ?” เหยินปาเชียนบอกเครื่องเทศทีละอย่าง

 

เมื่อทุกคนเห็นเหยินปาเชียนนำเครื่องเทศจำนวนมากออกมา สีหน้าของพวกเขาก็แสดงความรังเกียจออกมา ทันใดนั้นก็มีคนพูดออกมา “ใครรู้บ้างว่าของพวกนี้เป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่ ?”

 

ขณะที่เขาคนนั้นพูดจบ ผู้ดูแลโกวก็ตบกระบาลเขาอย่างแรงและพูดออกมา “มึงโง่รึเปล่าวะ ?”

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...