ตอนที่แล้วตอนที่ 27: นำเอาสิ่งของกลับมา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 29: กลับไปยังห้องครัวหลวง

เมื่อรอได้สักครู่ ชายกำยำร่างสูงก็โผล่มาที่หน้าประตู เขาเหลือบตามองและได้เห็นทั้งสองคนพยักหน้าให้พวกเขา และหันกลับมาเปิดประตูให้

 

เหยินปาเชียนยื่นห่อที่เขาถือไว้ให้กับชายคนนั้น ข้างในนั้นมีเงิน 130 ตำลึง ซึ่งเขากับผู้ดูแลฉีใส่รวมกันไว้ มันลำบากมากในการแบกเงินกว่า 10 ชั่งไว้เป็นเวลาเกือบชั่วโมง

 

เมื่อตรวจสอบเงินแล้ว ชายร่างกำยำก็รีบวิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองและพยักหน้าให้ ในที่สุด เขาก็ได้ยิ้มออกมาแล้ว

 

ผู้ดูแลฉีได้หยิบกระดาษและดินเหนียวสีแดงออกมาซึ่งเขาเตรียมมาก่อนแล้ว เมื่อตรวจดูผ่าน ๆ แล้ว ชายคนนั้นก็กดนิ้วหัวแม่มือของเขาลงบนดินเหนียวสีแดง ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ร้านจะเป็นของเหยินปาเชียนกับผู้ดูแลฉีตลอด 1 ปี

 

“พวกควรจะเรียกท่านว่าอย่างไรดี ? ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมา พวกเราจะไปหาท่านได้ที่ไหนบ้างเหรอ ?” เมื่อเห็นว่าเขาประทับตราลงสัญญาแล้ว เหยินปาเชียนก็ยิ้มออกมาอย่างเต็มที่

 

“มาที่บ้านพักผู้พิชิตแห่งตะวันออก เรียกหาผู้ดูแลซีได้เลยถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นล่ะก็นะ” ชายกำยำร่างสูงบอกกับเหยินปาเชียน ยกมือขึ้นและโยนกุญแจให้กับเขา

 

เมื่อชายกำยำร่างสูงเดินจากไปแล้ว ผู้ดูแลฉีก็พูดออกมา “กลับกลายเป็นว่าที่แห่งนี้เป็นของผู้พิชิตแห่งตะวันออกซะอย่างงั้น”

 

เหยินปาเชียนนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอำมาตย์ในต้าเย่าเลย แต่มีบางอย่างที่เขาจำได้ ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นแม่ทัพจะมีทักษะในการสู้รบ หากใครที่ต้องการขึ้นสู่ตำแหน่งที่คล้ายคลึงกับผู้พิชิตแห่งตะวันออก ก็จะต้องสู้รบกันอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว

 

“ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่แห่งผู้พิชิตแห่งตะวันออกพวกนั้นอยู่ในตำแหน่งไหนเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมาด้วยความอยากรู้

 

“ตำแหน่งเจิ้งเอ้อผิ่น” ผู้ดูแลฉีชูนิ้วให้เขาดู

(เจิ้งเอ้อผิ่น (正二品: Zhèng’èr Pǐn) คือ ตำแหน่งมาตรฐานขั้นที่ 2 ระบบราชการเก้าขั้นนั้นมีไว้เพื่อจำแนกประเภทของข้าราชการในจักรวรรดิจีน เป็นวิธีการจัดระบบอำมาตยาธิปไตยของรัฐและรับสมัครบุคลากรตามความเหมาะสม ระบบราชการเก้าขั้นนั้นได้แบ่งเป็นชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่าง แต่ละชั้นจะมีสามขั้น รวมเป็น 9 ขั้นด้วยกัน แต่ละขั้นจะแบ่งเป็นตำแหน่งมาตรฐานและตำแหน่งสำรอง ทำให้ทั้งระบบมี 18 ขั้นด้วยกัน เจิ้งเอ้อผิ่นอยู่ในตำแหน่งมาตรฐาน และเป็นขั้นที่ 2 เนื่องจาก “Èr” ซึ่งมีหมายความว่าสองในภาษาจีนนั่นเอง)

 

“แล้วท่านฉีล่ะ อยู่ในตำแหน่งอะไรหรอ ?”

 

“ตำแหน่งสงจิ่วผิ่น”

(สงจิ่วผิ่น (从九品: Cóng Jiǔ Pǐn) คือ ตำแหน่งสำรองขั้นที่ 9)

 

“แล้วข้าในฐานะผู้ดูแล ไม่ได้ถือว่าเป็นตำแหน่งสำรองขั้นที่ 9 หรอกเหรอ ?”

 

“ในต้าเย่าและมหาจักรวรรดิเซี่ยนั้นเป็นเหมือนกันหมด พวกเราถูกกำกับดูแลโดยระบบราชการเก้าขั้น ซึ่งมีทั้งหมด 18 ขั้นด้วยกัน อย่างท่านจะเรียกว่าเว่ยยู่หลิว” ผู้ดูแลอธิบาย

(เว่ยยู่หลิว (未入流: Wèi Rù Liú) หมายถึงเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ได้บรรจุในระบบราชการเก้าขั้น)

 

เหยินปาเชียนเบะปาก ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมีโอกาสได้เป็นผู้ดูแลเลย แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขาก็มีชายสิบคนอยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว

 

นอกจากนี้ เขามีของดี ๆ อยู่ในมือหลายอย่าง เขามั่นใจว่าเขาจะมุ่งมั่นที่จะเข้ารับตำแหน่งข้าราชการอย่างแน่นอน

 

ต้าเย่านั้นภูมิใจกับความสามารถทางการทหารของพวกเขาเอง ถ้าเขานำหนังสือทหารสมัยโบราณมา เขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงหนังสือดี ๆ เล่มอื่น ๆ ได้สินะ ?

 

“แล้ว ? พวกเราควรจะทำอะไรต่อดี ?” ผู้ดูแลฉีถามออกมา

 

“พวกเราควรจะจ้างคนและทำร้านกันก่อน ท่านฉี ท่านเกลียดชังชาวหยูนพวกนั้นใช่มั้ย ? ต่อไป ชาวต้าเย่าและชาวหยูนจะต้องจ่ายเงินในราคาที่ต่างกัน”

 

“เอ้อ เอาตามที่ท่านพูดเลย” ผู้ดูแลฉีรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“สิ่งอื่นนั้นจัดการได้ง่าย และการทำน้ำแข็งใสก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ท่านยังเพิ่มความหลากหลายของรสชาติให้มากกว่านี้ได้โดยใช้ผลไม้ประเภทต่าง ๆ อีกด้วยนะ ถ้าเป็นไปได้ อย่าเปิดเผยขั้นตอนการใช้เครื่องทำดินประสิวเพื่อผลิตน้ำแข็งล่ะ” เหยินปาเชียนย้ำเตือน นอกจากนี้ ยิ่งพวกเขาสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งสามารถสร้างรายได้ได้นานขึ้นตลอดช่วงเวลานี้

 

เมื่อทั้งถนนเต็มไปด้วยน้ำแข็งแล้ว ก็จะไม่สามารถทำกำไรได้อีกต่อไป

 

“เข้าใจแล้ว ! ข้าจะไม่ทำให้เสียเรื่องอย่างแน่นอน” ผู้ดูแลฉีให้การรับรอง

 

ทั้งคู่เดินไปรอบ ๆ ห้อง เหยินปาเชียนมีไอเดียที่จะตั้งเคาน์เตอร์บาร์ไว้ตรงมุมและเพิ่มแถวที่นั่งไว้ทางด้านขวา โต๊ะและเก้าอี้สามารถวางเพิ่มในช่องว่างที่เหลือได้

 

ด้วยวิธีนี้ ผู้ที่มาซื้อน้ำแข็งใสไม่เพียงแต่นั่งกินได้เท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถพักผ่อนและรอสั่งอาหารกลับได้อีกด้วย

 

ไม่ค่อยเหลืออะไรให้พวกเขาทำมากนัก

 

“ท่านฉี พวกเราจะขายน้ำแข็งด้วย น้ำแข็งใส 1 ถ้วยจะขายที่ 5 เหรียญ ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่พวกเราเก็บไว้ในห้องกักเก็บน้ำแข็งนั้น พวกเราจะขายที่ 30 เหรียญนะ”

 

“สวยเลย !”

 

“ชาวหยูนจะต้องจ่ายเป็นสองเท่า !”

 

 

 

เมื่อตกลงทุกสิ่งทุกอย่างกันได้แล้ว พวกเขาก็เดินตรงไปยังร้านขายยาเฉิน ซึ่งเขาได้เห็นมาก่อนแล้ว

 

ร้านนั้นไม่ใหญ่ก็จริง แต่ก็มีคนเยอะทีเดียว เขาได้เห็นคนพื้นเมืองจำนวนมากเข้าออกทางประตูของร้าน บางคนได้รับบาดเจ็บมา บางคนก็ดูเหมือนจะป่วยมา

 

ภายในนั้น ชายวัยกลางคนตรวจร่างกายผู้ป่วย โดยมีผู้ช่วยอีก 3-4 คน

 

“ท่านเป็นเจ้าของร้านเหรอ ?” เหยินปาเชียนยืนอยู่ข้าง ๆ และรอให้เขาสั่งจ่ายยาเสร็จก่อนที่เขาจะถามออกมา

 

“มีอะไรรึ ?” คนคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเหยินปาเชียนอย่างรวดเร็ว และตะโกนออกมาโดยไม่สนใจเขา “คนต่อไป”

 

“ข้าสนใจจะพูดคุยแลกเปลี่ยนทางธุรกิจกับท่านน่ะ”

 

“ข้าจะดูแลคนไข้ที่นี่เท่านั้น และจะไม่ยุ่งกับธุรกิจอื่นใดอีกแล้ว”

 

“แต่มันเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนไข้นะ” เหยินปาเชียนไม่ได้กังวลใจเลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อชายวัยกลางคนตรวจดูคนไข้อีกสองรายเสร็จและเห็นว่าไม่มีใครรอคิวแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองเหยินปาเชียนและพูดออกมา “ต้องการอะไรล่ะ ? ไหนว่ามาสิ”

 

“ข้าต้องการใช้สูตรยาของข้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับสูตรยาของท่าน สูตรยาของข้าสามารถรักษาบาดทะยักได้ดีเยี่ยม ซึ่งนั่นก็คือผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิดนั่นเอง”

 

เมื่อได้ฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดแล้ว ท่าทางของชายวัยกลางคนก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้นมา แล้วเขาพูดกับเขาทั้งสอง “ตามเข้ามาคุยกันข้างในนะ”

 

มีเก้าอี้สองตัวและโต๊ะตัวนึงอยู่ภายในบ้าน ชายวัยกลางคนชี้ให้เขาทั้งสองคนไปนั่งที่เก้าอี้สองตัว หลังจากนั้น เขาก็นั่งลงบนที่นั่งของตัวเอง

 

“ข้าควรจะเรียกท่านยังไงดีล่ะ ?” ชายวัยกลางคนถามอย่างง่าย ๆ

 

“ข้าชื่อเหยินปาเชียน ส่วนคนที่อยู่ข้างข้าเป็นคู่หูของข้าเอง แล้วให้ข้าเรียกท่านยังไงดี ?” เหยินปาเชียนตอบ จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ชื่อเต็มของผู้ดูแลฉี ซึ่งเขาแนะนำให้เรียกแค่ท่านฉีเท่านั้น

 

“ข้าชื่อเฉินจี่เซิง บอกข้ามาสิว่ายาสูตรไหนที่ท่านต้องการจะแลกเปลี่ยน ?” เฉินจี่เซิงถามออกมา

 

“ข้าอยากได้สูตรครีมโคลนดำ !” เหยินปาเชียนมองไปที่เฉินจี่เซิงอย่างมุ่งมั่นขณะที่พูดออกมา ตราบใดที่อีกฝ่ายยินดีที่จะแลกเปลี่ยนสูตร เขาก็จะนำสิ่งที่จะทำให้เขาพอใจมาแลก เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับเขา ซึ่งนั่นคงจะลำบากเลยทีเดียว

 

เฉินจี่เซิงพึมพำกับตัวเอง และในที่สุดก็พูดออกมา “สูตรครีมโคลนดำนั้นถูกส่งผ่านรุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษตระกูลเฉิน ถึงจำนวนผลผลิตจะไม่สูงมาก แต่ผลลัพท์ก็เป็นอะไรที่น่าทึ่งทีเดียว แต่ว่ายานี้น่ะใช้สำหรับรักษาคน ไม่ใช่ว่าข้าไม่เต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนสูตรกับท่านนะ แต่สิ่งที่ท่านจะนำมาแลกต้องเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เทียบเท่ากันได้ และจะต้องไม่ใช่สูตรที่แพร่กระจายไปทั่วโลกนะ”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินจี่เซิงพูดออกมาแล้ว เขาก็รู้สึกดีใจอย่างมากทีเดียว

 

ตราบใดที่เขายินดีที่จะแลกเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกยื่นไป

 

ในยุคปัจจุบัน มียาหลายชนิดตั้งแต่ยาแผนโบราณจนถึงยาแบบตะวันตก นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเหนือกว่าจินตนาการของเฉินจี่เซิง เขามั่นใจว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เขาสามารถแลกเปลี่ยนกันได้

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะเป็นความพยายามของคนรุ่นอื่นในการผลิตยาดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ของเขาแต่อย่างใด

 

“ข้าขออธิบายถึงสิ่งที่ข้าจะแลกเปลี่ยน มันคือยาเพนิซิลลิน สามารถใช้เป็นยาปฏิชีวนะได้ มันสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคชนิดต่าง ๆ ได้ ซึ่งรวมถึง*ชียี่เฟิง การที่ผู้คนป่วยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการแทรกซึมของเชื้อแบคทีเรียซึ่งนำไปสู่การอักเสบ ส่วนใหญ่จะมีอาการแดง บวม ร้อน ปวด รวมถึงทำให้ความสามารถของมนุษย์บกพร่อง การสังเกตที่ตรงจุดที่สุดคือแผลอักเสบนั่นเอง

ต่อมา ยังมีประสิทธิภาพต่อภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ อาการเจ็บคอ อาการไอ โรคปอดบวม และโรคหลอดลมอักเสบ

หลัก ๆ ก็คือสามารถรักษาแผลและใช้ประโยชน์ได้กับแรงงานหญิง มันสามารถลดโอกาสในการอักเสบและการเป็น*ชียี่เฟิงได้อย่างดีเยี่ยม

ยาประเภทนี้ผลิตได้ไม่ยากเลย ใช้เวลาในการผลิตน้อยและสามารถแพร่หลายได้มาก นอกเหนือจากตัวข้าเองแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แล้วล่ะ ข้าเชื่อว่ามันมีคุณค่าที่คู่ควรพอจะแลกกับครีมโคลนดำ”

 

เมื่อเหยินปาเชียนพูดเสร็จ เฉินจี่เซิงก็ได้สอบถามถึงโรคบางอย่างที่เหยินปาเชียนพูดถึง เพราะเขาไม่เข้าใจคำศัพท์ส่วนใหญ่ที่เหยินปาเชียนพูด แต่เมื่อรวมประสบการณ์หลายปีของเขาในการถามเหยินปาเชียนถึงเรื่องเหล่านี้ซึ่งยากที่จะเข้าใจได้ แต่เขาก็เข้าใจทุกอย่าง

 

ไม่ต้องสงสัยถึงยาที่เหยินปาเชียนได้กล่าวถึง ผลการรักษาของครีมโคลนดำนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่คุณค่าที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการรักษาแผลที่รวดเร็ว หรือที่เรียกว่ากัน*ชียี่เฟิงก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น ด้วยระยะเวลาที่จะใช้เวลาในการฟื้นตัวสมบูรณ์นั้น ถือเป็นเรื่องรองในมุมมองของเขา

 

เพราะตัวเขานั้นเป็นหมอ ไม่ใช่พ่อค้า

 

ข้อเสียของครีมโคลนดำคือวัตถุดิบนั้นหายากและมีราคาที่แพง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกระจายสินค้าให้กว้างขวาง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถจ่ายค่าครีมโคลนดำได้มักจะเสียชีวิต ไม่ก็ต้องตัดแขนขาออกเนื่องจากการติดเชื้อและ*ชียี่เฟิง

 

ยาที่เหยินปาเชียนแนะนำนี้ได้แทนที่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของครีมโคลนดำเป็นในมุมมองของเฉินจี่เซิง นอกจากนี้ ยังง่ายต่อการผลิต วัตถุดิบนั้นมีราคาถูก และสามารถกระจายสินค้าได้ในปริมาณมาก

 

เฉินจี่เซิงครุ่นคิดมาเป็นเวลานาน และในที่สุดเขาก็ถามออกมา “ความยุ่งยากในการผลิตยาชนิดนี้คืออะไรรึ ?”

 

“ผลิตได้ไม่ยากเลย ข้าสามารถให้ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับยาเพนิซิลลิน การจำแนก และวิธีการผลิตให้กับท่านได้นะ”

 

“ถ้าสิ่งที่ท่านพูดออกมาเป็นความจริง ข้าก็จะแลกสูตรกับท่าน” ในที่สุด เฉินจี่เซิงก็พยักหน้ารับ

 

เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้ายอมรับแล้ว เหยินปาเชียนนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...