ตอนที่แล้วตอนที่ 26: เพื่อนร่วมรุ่น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 28: ยาเพนิซิลลิน

“ทำไมเธอถึงมาอยู่ในเสิ่นเฉิงล่ะ ?” เหยินปาเชียนถามด้วยความแปลกใจ

 

“ตอนนี้เราทำงานอยู่ที่นี่น่ะ” ต่งไห่ฉิงยิ้มและพูดต่อ “เราไม่คิดว่าจะได้มาเจอนายที่นี่นะเนี่ย”

 

“เอาล่ะ ไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ” เฉินชิ่งโอบแขนไว้รอบเอวของต่งไห่ฉิง และใช้มืออีกงหนึ่งเพื่อดันหลังเหยินปาเชียน

 

เมื่อพวกเขาสั่งอาหารในห้องอาหารส่วนตัวแล้ว ต่งไห่ฉิงได้ถามเหยินปาเชียนออกมา “ตอนนี้นายทำงานอยู่ที่ไหนอ่ะ ?”

 

“ทำที่บ้าน !” เหยินปาเชียนตอบออกมาง่าย ๆ

 

“เราล่ะอิจฉาชีวิตสโลว์ไลฟ์ของนายจริง ๆ” ต่งไห่ฉิงยิ้มให้เขา

 

หากเขามีรถดี ๆ ขับ และนั่งรับประทานอาหารในภัตตาคารหรูในขณะที่อยู่แต่ในบ้านได้ล่ะก็ นั่นหมายความว่าครอบครัวของเขาคงค่อนงมีฐานะทีเดียว เหมือนอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด

 

“ยังมีเพื่อนร่วมรุ่นมหาลัยของพวกเราอยู่ในเสิ่นเฉิงอีกนะ วันหลังนายอยากเจอพวกเขามั้ยล่ะ”

 

“เอาไว้คิดทีหลังละกัน ปกติเรามักจะออกไปนอกเมืองอยู่บ่อย ๆ น่ะ” เหยินปาเชียนตอบกลับ นอกจากนี้ เขาไม่มีความสนใจในการรวมตัวศิษย์เก่าเลย

 

เขาแทบไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนร่วมรุ่นจากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

 

“ถ้ามีการรวมตัวล่ะก็ เราจะบอกนายละกัน ถ้านายว่างนายต้องมาให้ได้นะเว้ย” ต่งไห่ฉิงจีบปากและยิ้มออกมา

 

ท่าทางของเธอนั้นดูเฟรนลี่จริง ๆ ต่างกับเธอสมัยที่พวกเขาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง

 

หากพวกเขายังเป็นนักศึกษาอยู่ และต่งไห่ฉิงปฏิบัติกับเขาแบบนี้ล่ะก็ เขาคงจะมีความสุขมากและคงจะเพ้อถึงเธอด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเสู่สังคมจริงเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว เขาเใจแล้วว่าทำไมเธอถึงปฏิบัติกับเขาเช่นนี้

 

“นายยังจำเฉินบิงได้มั้ย ?” ต่งไห่ฉิงถามอีกครั้ง

 

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เหยินปาเชียนพบว่าชื่อนี้ค่อนงคุ้นเคยทีเดียว เฉินบิงเป็นผู้หญิงที่ค่อนงดูดี จุดด้อยของเธอคือขาสั้นไปหน่อย

 

เมื่อเธอนั่งบนเก้าอี้ เธอดูราวกับว่าเธอสูง 165 เซนติเมตร แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอสูงเพียง 158 เซนติเมตรเท่านั้น

 

เหยินปาเชียนพยักหน้ารับ

 

“เมื่อก่อนนางชอบนายมากเลยนะ” ต่งไห่ฉิงหัวเราะเบา ๆ

 

เหยินปาเชียนตกตะลึงเล็กน้อยกับคำพูดของต่งไห่ฉิง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินเรื่องนี้

 

“แต่ตอนนั้นนายไม่ได้ทำอะไรเลย และตัวนางเองก็ไม่เริ่มเหมือนกัน เพราะงั้นจึงไม่มีความคืบหน้าระหว่างพวกนายสองคนยังไงล่ะ ตอนนี้นางก็อยู่ในเสิ่นเฉิงด้วยนะ” ต่งไห่ฉิงอธิบาย ในความเป็นจริงแล้ว เฉินบิงได้พยายามที่จะทำอะไรซักอย่าง แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่ต่งไห่ฉิงพูดออกมา เธอก็ได้ยอมแพ้ไปในที่สุด

 

หากเธอสามารถเป็นสื่อกลางระหว่างเฉินชิ่งกับเหยินปาเชียนได้ล่ะก็ จะเป็นประโยชน์กับเธอเช่นกัน เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยมีความมั่นใจที่จะควงชายหนุ่มที่ร่ำรวยที่อยู่งเธอในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ความสูง รูปร่างหน้าตา และพื้นฐานครอบครัวของเขาตรงสเปคของเธอเป็นอย่างมาก

 

ด้วยการที่เธอไม่มีความมั่นใจ เธอก็สามารถใช้เหยินปาเชียนได้ มันอาจจะเป็นประโยชน์กับเธอได้ ถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์ในตอนท้ายก็ตาม ถ้าเฉินบิงกับเหยินปาเชียนลงเอยกันได้ล่ะก็ พวกเขาคงจะไม่ลืมบทบาทของเธอในการเป็นแม่สื่อให้กับพวกเขาใช่ไหม ? เหยินปาเชียนน่าจะช่วยให้เธอคืบหน้าขึ้นได้

 

หากเหยินปาเชียนรู้ว่าต่งไห่ฉิงกำลังวางแผนล่ะก็ เขาคงจะกลัวจนขนลุกเลยทีเดียว ตอนนี้เธอกำลังวางแผนเกี่ยวกับเขาอยู่

 

นอกจากนี้ ผู้หญิงที่สวยใสดั่งเช่นเธอ ซึ่งใครหลายคนได้หมายตาในมหาวิทยาลัย ได้เปลี่ยนเป็นคนแบบนี้หลังจากเสู่สังคมจริงเพียงแค่ปีเดียว

 

เมื่อได้รับเบอร์มือถือของเหยินปาเชียนแล้ว เธอก็ให้ความสนใจกับเฉินชิ่งอีกครั้ง

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจด้วยความผ่อนคลาย เขาไม่ค่อยมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกับเฉินบิงเท่าไรนัก ถ้าต่งไห่ฉิงต้องการเป็นแม่สื่อให้เขากับเฉินบิงจริง ๆ ล่ะก็ เขาคงจะปวดหัวมากเลยทีเดียว

 

เพราะว่าเหยินปาเชียนนั้นไม่เก่งในเรื่องการปฏิเสธคนนั่นเอง

 

จากนั้น เหยินปาเชียนก็ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟังการพูดคุยกันระหว่างเฉินชิ่งและต่งไห่ฉิง บางครั้งเขาก็จะขัดจังหวะการพูดคุยของพวกเขาเป็นพัก ๆ

 

ส่วนตัวต่งไห่ฉิง มีหลายเรื่องที่พวกเขารู้ว่าไม่ควรที่จะพูดถึงมัน ดังนั้น พวกเขาจึงคุยได้แค่เรื่องทั่วไปเท่านั้น

 

เมื่อพวกเขาออกจากภัตตาคารแล้ว เหยินปาเชียนได้ปฏิเสธคำเชิญชวนของเฉินชิ่งที่จะไปดื่มที่บาร์ เขามองเฉินชิ่งและต่งไห่ฉิงเดินขึ้นรถ จากนั้น เขาก็ขับรถของตัวเองกลับบ้านไป

 

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เหยินปาเชียนนำเงิน เครื่องเทศ และมันเทศใส่ไว้ในถุง และวางกระเป๋าไว้บนหลัง หลังจากเล่นเน็ตไปได้ซักพัก เขาก็กอดกระเป๋าไว้และนอนลงบนเตียง โดยที่เขาระแวงว่าเขาจะคลายแขนออก และทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นี่ เขาไม่กล้าที่จะหลับตาเลย

 

สิ่งเหล่านี้สำคัญมากสำหรับเขาเมื่อเขากลับไปยังโลกนั้นในครั้งนี้ เงินจำเป็นต้องใช้ในการเช่าร้าน เครื่องเทศจำเป็นต้องใช้ในการเดิมพันของเขากับห้องครัวหลวง และมันเทศก็มีจุดประสงค์ที่สำคัญยิ่งกว่า เมื่อเขากลับไปยังโลกนั้นแล้ว เขาต้องหาคนมาหั่นให้เป็นชิ้น ๆ เพื่อนำไปปลูกต่อ แล้วเขาก็ต้องหาที่ดินเพื่อปลูกพืชเหล่านั้นด้วย

 

หลังจากนอนบนเตียงเป็นเวลานาน เหยินปาเชียนแทบจะไม่ลืมตา แล้วสภาพแวดล้อมของเขาก็ได้เปลี่ยนไป หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้กลับมาที่ห้องนอนในสวนสัตว์

 

มีเสียงร้องออกมาจากงนอกประตูพร้อมด้วยกลิ่นอับ ๆ

 

เหยินปาเชียนเปลี่ยนเสื้อผ้าและเปิดประตูออกมา เมื่อหมีแพนด้าทั้งสองเห็นเขา พวกมันกอดขาของเขาอย่างเหนียวแน่นในทันทีโดยไม่คิดจะปล่อย

 

และพวกมันก็ยังคงส่งเสียงร้องอย่างไม่หยุดยั้ง

 

“เป็นอะไรกันหรอ ?” เหยินปาเชียนอยู่ในความงุนงง เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีใบไผ่ในตะกร้าที่อยู่ใกล้ ๆ เหลือแล้ว และพื้นที่เต็มไปด้วยขี้ของหมีแพนด้า เขารู้ว่าทั้งสองตัวจะหิวกันมากเลย

 

ในช่วงที่เขาหายไปวันนึง ไม่มีใครดูแลเจ้าตัวน้อยทั้งสองเลย

 

ไม่มีใครให้ใบไผ่กับน้ำมันเลย ไม่แปลกที่พวกมันดูน่าสงสารมาก ๆ

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหยินปาเชียนรีบไปตักน้ำจากที่ใกล้ ๆ ก่อนที่เขาจะเทน้ำลงไปในถาดอาหาร พวกมันก็ได้ดื่มจากถังแล้ว

 

ด้วยอากาศที่แสนร้อนอบอ้าว และไม่มีใครดูแลพวกมันเลย เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยทั้งสองกระหายน้ำเป็นอย่างมาก

 

เหยินปาเชียน เทน้ำอีกถังหนึ่งให้พวกมัน และวิ่งไปที่คลังอาหารสัตว์เพื่อเอาตะกร้าใบไผ่ขนาดใหญ่มาให้พวกมัน

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองกระโดดลงไปในตะกร้าไม้ไผ่โดยไม่สนใจเขา เขาก็ลูบหัวของพวกมันด้วยความเอ็นดู

 

โชคดีที่เขาหายไปแค่วันเดียว หากเขาหายไปซักสามวันล่ะก็ พวกมันต้องแย่แน่ ๆ

 

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาคนมาดูแลพวกมันแล้วล่ะ

 

เหยินปาเชียนไม่ได้นอนหลับเลยทั้งคืน เมื่อเขาเห็นท้องฟ้ายังไม่สว่าง เขาก็เดาได้ว่าตอนนี้เวลาประมาณตี 2 เขากลับไปที่บ้านของเขา เก็บของทุกชิ้นที่เอามาจากโลกไว้ใต้เตียง นอนลงบนเตียง แล้วก็งีบหลับไป

 

เช้าวันถัดไป เหยินปาเชียนถูกผู้ดูแลฉีปลุก เสียงอึกทึกคึกโครมของเขาดังเหูของเหยินปาเชียน “เมื่อวานท่านหายไปไหนมา ? พยายามตามหาท่านตลอดทั้งวันเลยนะ !”

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?” เหยินปาเชียนพยายามที่จะลืมตาขึ้น สีหน้าของเขายังคงมึนงงอยู่

 

“พระองค์ได้สั่งการให้จัดการที่ดินในสวนสัตว์ให้ว่าง แล้วก็เรื่องเช่าร้าน ข้าได้รวบรวมเงิน 70 ตำลึงแล้ว พวกเราจะไปลงนามในสัญญาทีหลัง มิฉะนั้น เงิน 20 ตำลึงของพวกเราจะสูญเปล่า” ผู้ดูแลฉีดึงเหยินปาเชียนลงจากเตียง

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะความสูง 175 เซนติเมตรก็ตาม แต่เขาก็เหมือนเด็กเมื่ออยู่ในมือของผู้ดูแลฉี

 

ในครั้งนี้ เหยินปาเชียนตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ เขาพูดด้วยเสียงงัวเงีย “ขออีกแป๊บนึง พร้อมแล้วจะตามไป”

 

ขณะที่เหยินปาเชียนเปลี่ยนเสื้อผ้า ผู้ดูแลฉีก็ถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “วันนี้ท่านยังจะนุ่งผ้าเตี่ยวอีกเหรอ”

 

เหยินปาเชียนรู้ว่าผู้ดูแลฉีกำลังพูดถึงกางเกงในของเขา

 

เหยินปาเชียนดึงกางเกงขึ้นอย่างเรียบร้อย แล้วก็มองไปที่ผู้ดูแลฉีด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “แล้วท่านไม่นุ่งผ้าเตี่ยวเหรอ ?”

 

“ร้อนจะตายชัก อยู่แบบนี้เย็นสบายกว่าเป็นไหน ๆ” ผู้ดูแลฉีตอบอย่างง่าย ๆ

 

เหยินปาเชียนอึ้งจนพูดไม่ออก

 

เมื่อพวกเขาออกจากสวนสัตว์ ตอนนั้นก็เริ่มสายแล้ว อย่างน้อยก็น่าจะ 8 โมงแล้ว

 

คนในโลกนี้ตื่นนอนและนอนหลับเร็ว คนที่นี่นอนหลับตอน 2 ทุ่ม และตื่นนอนตอนตี 5

 

พวกเขาเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เมื่อพ่อครัวเห็นเหยินปาเชียน เขาก็ยิ้มกว้างออกมา “ท่านผู้ดูแลเหยิน เมื่อไหร่ท่านจะมาสอนข้าล่ะ ?”

 

“มะรืนนี้ก็แล้วกัน” เหยินปาเชียนยกมือขึ้น เขาไม่มีเวลาเลยในช่วงสองวันนี้ เขานำอาหารที่ไม่รู้จักออกมา ตักซุปผักใส่ถ้วย เมื่อกินเสร็จแล้ว เขาก็ไปเอาเงินจากห้องของเขา และตามผู้ดูแลฉีไปที่ร้านบนถนนจิ่งหยวน

 

“ข้าได้เอาสิ่งของของข้าทั้งหมดและเงินยืมเงินเพื่อธุรกิจนี้มาแล้ว” ผู้ดูแลฉีถอนหายใจไปพร้อมกับความรู้สึกเสียดาย

 

“อันที่จริง ข้าสามารถนำเงินของข้าเองมาลงทุนในธุรกิจด้วยได้นะ” เหยินปาเชียนตอบกลับ

 

“ไม่เป็นไรหรอก ท่านช่วยเหลือข้ามามากแล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านเข้ามาเสี่ยงได้ อย่างน้อยที่สุด ข้าสามารถใช้ผลกำไรที่ได้รับจากอีกสองร้านมาจ่ายเงินส่วนนี้ได้ ข้าไม่คิดว่าข้าจะขาดทุนมากมายเท่าไหร่หรอก”

 

เหยินปาเชียนยิ้มออกมา ผู้ดูแลฉีเป็นคนดีจริง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม คนดีมักจะพบกับความโชคดี ร้านนี้จะต้องมีกำไรอย่างแน่นอน

 

เมื่อสองคนได้มาถึงร้านแล้ว พวกเขาได้ยินเสียงออกมาจากด้านข้าง “โอ้ว ท่านมาแล้ว”

 

เขาหันไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร เขาคือชายหนวดวัยกลางคนนั่นเอง

 

เหยินปาเชียนคำนับและพูดออกมา “พวกเรามาเพื่อจ่ายเงิน”

 

“ดูเหมือนว่าพวกท่านตัดสินใจแล้ว พวกเราก็คงต้องไป” ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างขมขื่น

 

เมื่อเขาคำนับเพื่ออำลาแล้ว ชายวัยกลางคนก็เดินจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ดของเขาทั้งสอง ก่อนที่เขาจะเดินจากไป เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเขาเห็นว่าเหยินปาเชียนเดินทางมาในวันนี้ เขารู้ว่าเหยินปาเชียนได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลให้เขาอยู่ที่นี่อีกต่อไป

คะแนน 3.8
กรุณารอสักครู่...