ตอนที่แล้วDND.47 - เพราะข้าแกร่งกว่าเจ้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDND.49 - พบปะมังกร

DND.48 - สมบัติลับราชวงศ์


“เจ้าเนี่ยนะ?”

หลินเสี่่ยวหัวเราะ

“งั้นให้ข้าลองประมือกับเจ้า ให้ข้าเห็นว่าลูกเขยของดยุคเซี่ยนหยูเป็นยังไง!”

ร่างของหลินเสี่ยวกลายเป็นเงาพยัคฆ์ทมิฬที่เกรี้ยวกราดเต็มไปด้วยพลัง!

“ค้อนทลายผา!”

เงาหลินเสี่ยวกำหมัดทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะและโจมตีด้วยแรงปะทะดังกึกก้อง!

เงามรกตหนาปกคลุมหมัดทั้งสองข้างดั่งค้อนที่ตกมาจากสวรรค์

ซือหยูยังคงใจเย็นและเงาร่างของเขาก็หายไป ก่อนหน้านี้เขายังคงนั่งอยู่กับเก้าอี้ แต่ตอนนี้เขาได้หายไปแล้ว!

“สายฟ้าดาราม่วง!”

หลังจากที่เขาฟื้นตัวจากบาดแผลก็ทำให้พลังของเขาอยู่ในระดับสี่ขั้นสูง พลังปราณที่เพิ่มขึ้นมาทำให้พลังของสายฟ้าดาราม่วงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ!

นี่คือสายฟ้าดาราม่วงที่เคยต่อกรกับผู้มีพลังระดับห้าขั้นสูงอย่างยากลำบาก แต่ตอนนี้พลังของมันเพียงพอแล้ว!

สายฟ้าหนาสีม่วงส่องสว่างเปล่งประกาย

ตู้ม--

ซือหยูโจมตีเข้าไปตรงๆ!

ค้อนและหมัดปะทะกัน ผลของมันทำให้เกิดคลื่นลมกรรโชกแรง! สายลมเย็นกระจายไปทั่วทิศทาง พลังของค้อนที่ทุบเข้ามาน่ากลัวมาก!

พวกเขาทั้งสองยังคงอยู่ในที่เดิม ไม่มีใครกระเด็นถอยเลย!

หลินเสี่ยวตกตะลึง! เขาที่มีพลังระดับห้าขั้นสูงถูกซือหยูป้องกันโดยสมบูรณ์! ดวงตาที่เคยหม่นหมองขององค์ชายลำดับสามเริ่มเปล่งประกาย

วันนั้นที่ตำหนักเซี่ยนหยู ซือหยูเกือบตายเมื่อโดนการโจมตีขององค์ชายลำดับหนึ่งที่มีพลังระดับห้าขั้นสูง! แต่ไม่นานเขาก็รับมือกับพลังระดับนั้นได้แล้ว!

“ไม่เลวนี่! แต่มันก็ยังอ่อนเกินไป!”

หลินเสี่ยวยังไม่ล้มเลิก เขาจะยอมแพ้ต่อหน้าองค์ชายได้อย่างไร?

“รูปแบบทลายสามภพ!”

รูปแบบทลายสามภพเป็นวิชาบ่มเพาะขั้นกลาง! ในตอนนี้มีค้อนยักษ์ตกลงมาจากฟากฟ้า พลังของมันทุบภูผาและแม่น้ำได้เป็นเสี่ยงๆ!

ชั้นมรกตหนารูปลักษณ์เพลิงอันน่ากลัวที่โอบล้อมหมัดอันทรงพลังกำลังพุ่งเข้ามา! ในตอนนี้ซือหยูยังคงนิ่งดุจวารี

“ดัชนีสวรรค์!”

ซือหยูที่เจอการโจมตีอันรุนแรงยกนิ้วขึ้นกรีดนภา

ร่างของเขาเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติราวกับชายแก่ในภาพเขียน

เขากรีดนิ้วลงมา นี่ไม่ใช่วิชาที่งดงามหรือมีท่าทางดูดี เป็นเพียงดัชนีธรรมดา แต่ดัชนีเต็มไปด้วยความลับยากหยั่งถึง รูปแบบดัชนีนี้ต้องตาทุกผู้คน

หลินเสี่ยวรู้สึกถึงพลังยิ่งใหญ่ที่ตรงเข้ามาโดยไร้ทางหนี! เขารีบใช้วิชาป้องกันทันที

เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างมากที่แขน พลังไร้ลักษณ์อันรุนแรงทำให้เขากระเด็นไปชนกับเสาศิลา!

กลิ่นโลหิตคละคลุ้งในลำคอหลินเสี่ยว เขาชักสีหน้า! เขาแพ้การสวนกลับของซือหยู!

องค์ชายลำดับสามตาเป็นประกายด้วยความยินดี แค่เพียง 10 วัน ซือหยูก็ชนะผู้มีพลังระดับห้าขั้นสูงได้แล้ว!

หลินเสี่ยวยังคงไม่พอใจและกำลังจะใช้กระบวนท่าต่อ

“พอแล้ว เจ้าไม่มีทางชนะซือหยูหรอก”

องค์ชายลำดับสามหยุดการประลอง

หลินเสี่ยวที่ไม่พอใจกลับไปหาองค์ชายอย่างยากลำบาก

“เป็นไงล่ะ องค์ชายสาม? ข้ามีสิทธิ์เข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?”

องค์ชายลำดับสามหันไปมองซือหยูอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ดวงตาแน่วแน่มั่นคงของซือหยูทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์

องค์ชายลำดับสามตัดสินใจและพยักหน้า

“ดีล่ะ! ข้าจะพนันข้างเจ้าเพิ่มแล้วกัน!”

เพิ่มงั้นรึ? ซือหยูครุ่นคิด

“ข้าจะช่วยให้เจ้าได้มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเจ้าทำสำเร็จ เจ้าจะต้องช่วยข้าแย่งบัลลังก์!”

ซือหยูมององค์ชายและพยักหน้า

“ตามนั้น!”

“หลินเสี่ยว เตรียมห้องบ่มเพาะที่ดีที่สุด โอสถที่ดีที่สุด อาจาย์ที่ดีที่สุด และคู่ฝึกที่ดีที่สุดให้ซือหยูเดี๋ยวนี้!”

องค์ชายลำดับสามกล้าหาญกว่าคนปกติ เขายอมยื่นมือช่วยซือหยูและยังเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา

“นำวัตถุดิบบ่มเพาะที่ดีที่สุดมายังตำหนักองค์ชาย! ถ้ามีอะไรที่ซือหยูต้องการ เจ้าต้องหามาให้เขาทั้งหมด ถ้าตำหนักองค์ชายไม่มี พวกเจ้าจงไปหาซื้อในตลาด หากในตลาดไม่มีก็ส่งคนไปหาในเมืองหลวง! พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?”

หลินเสี่ยวตื่นตระหนก องค์ชายลำดับสามกำลังจะมุ่งความหวังทั้งหมดไปที่ซือหยูงั้นหรือ?

หลินเสี่ยวที่ภักดีต่อองค์ชายลำดับสามเข้าใจสถานการณ์ดี หากองค์ชายลำดับสามมิได้ขึ้นเป็นกษัตริย์จะต้องถูกองค์ชายลำดับหนึ่งสังหาร! เขาเข้าใจว่าองค์ชายลำดับสามต้องคว้าทุกแสงแห่งความหวังเอาไว้

แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์ชายจึงมุ่งหวังทั้งหมดแก่ซือหยู...เด็กหนุ่มที่มิคุ้นเคยผู้นี้

ไม่นานซือหยูก็ปิดประตูฝึกตนและบ่มเพาะพลังทันที!

หลินเสี่ยวกลับไปรายงานองค์ชายลำดับสามหลักจากทำหน้าที่เสร็จ เขามิอาจปกปิดความสงสัย

“นายท่าน ท่านเชื่อใจซือหยูมากเช่นนี้เชียวหรือ? ให้ข้าบอกความจริงกับท่านเถิด แม้พลังซือหยูจะมากกว่าข้า แต่การที่เขาจะได้มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้สาระ นายท่านใจร้อนไปหรือไม่ที่มุ่งหวังทั้งมวลกับเขา?”

องค์ชายลำดับสามถอนหายใจเบาๆ

“ใครกันบอกว่าข้าหวังกับเขาคนเดียว?”

หลินเสี่ยวไม่เข้าใจ

“นายท่าน แล้วเช่นนั้นใยจึงให้วัตถุดิบบ่มเพาะที่ดีที่สุดกับเขา? สิ่งล้ำค่าเช่นนี้ใช้บ่มเพาะองครักษ์ลับได้อีกมากมายที่มีค่ากว่าซือหยู การให้ทุกอย่างกับเขาเช่นนี้ไม่ต่างกับการไม่ได้อะไรเลยในท้ายสุด”

องค์ชายลำดับสามหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจและนึกถึงอดีต

“ตลอดชีวิตข้าเจอผู้คนมากมาย สหายนับร้อยพัน แต่เขาคือผู้เดียวที่คู่ควรกับข้า”

หลินเสี่ยวโล่งใจ องค์ชายลำดับสามกับซือหยูนับถือแต่ละฝ่ายอย่างสูงและปฏิบัติต่อกันด้วยความนับถือ พวกเขาทั้งสองปราดเปรื่องกว่าคนทั่วไป พวกเขาทั้งสองผ่านทั้งจุดสุดยอดและตกต่ำ และพวกเขามาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่!

“ข้ามิคาดหวังให้เขาตอบแทนข้า วัตถุดิบพวกนั้นถือเป็นของขวัญจากข้าผู้ที่ได้ใกล้ชิดกับเขา หากเขามีโชคได้มงกุฎก็เป็นเรื่องดี หากเขามิได้มงกุฎนั่นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ข้าจะเตรียมการอื่นในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ที่ใกล้เข้ามานนี้ นี่คือโอกาสที่แท้จริงของข้าที่จะกลับสู่สังเวียน”

องค์ชายสามหัวเราะ

หลังจากบ่มเพาะพลัง 10 วัน ซือหยูใช้พลังปราณไปเกือบหมด หากคนอื่นมองจะพบว่าเขาเติบโตมาเล็กน้อย และใกล้จะถึงขอบเขตระดับห้า

องค์ชายลำดับสามให้วัตถุดิบบ่มเพาะที่ดีที่สุดกับซือหยู ใช้อำนาจทั้งหมดเพื่อฝึกฝนซือหยูจนซือหยูใกล้จะบรรลุระดับห้า! เขารู้สึกถึงพลังปราณที่แผ่ขยายอย่างต่อเนื่อง!

เมื่อร่างสั่น พลังปราณของเขาก็ขยายเต็มที่และราวกับจะทำลายเส้นกั้นของระดับสี่สู่ระดับห้า

ครึ่งวันผ่านไป…

ซือหยูได้ยินเสียงระเบิดในหัว เขาหายใจรุนแรง พลังปราณของเขาเพิ่มเป็นสองเท่า! ซือหยูก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้ว!

ซือหยูรู้สึกถึงพลังปราณมหาศาลของระดับห้าที่แข็งแกร่งกว่าระดับสี่สองเท่า ซือหยูตระหนักได้ว่าการที่เขาชนะผู้มีพลังระดับห้าในตอนที่มีพลังระดับสี่ได้นั้นช่างน่าประทับใจ หากเขาได้ประลองกับหลินเสี่ยวอีกครั้งจะต้องชนะอย่างหมดจดแน่นอน

แต่ซือหยูเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี พลังของเขายังไม่สูงพอ! ยังห่างไกลนัก!

เป็นเรื่องไร้สาระที่เขาจะได้ลำดับหนึ่งด้วยพลังตอนนี้ ยังเหลือเวลาอีกสามวันก่อนงานประชุมศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มขึ้น เขาต้องทุ่มเทบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่ง!

เขาต้องฝึกสามวิชาเป็นหลัก

อย่างแรกคือวายุกระหน่ำที่ตอนนี้บรรลุเพียงระดับสามขั้นต้น ยังมีช่องว่างให้บ่มเพาะอีกมาก!

วิชาที่สองคือสายฟ้าดาราม่วง วิชาระดับสวรรค์ที่เพิ่งเปิดประตูสู่วิชาเท่านั้น การพัฒนาเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มพลังได้มากโข

และฎีกาสวรรค์! เขาไม่รู้ว่าเขาบรรลุมาแล้วกี่ขั้น แต่เขาสังเกตพลังอยู่เสมอ หากเข้าใจฎีกาสวรรค์เพิ่มแม้เพียงเล็กน้อย เขาจะเพิ่มพลังมันได้อีกขั้น!

“อีกสามวัน ข้าจะเร่งเวลาและบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่งด้วยเวลาที่เร็วกว่าโลกจริงสามสิบเท่า!”

ในสามวันนี้ซือหยูจะได้บ่มเพาะ 99 วัน เทียบเท่ากับสามเดือน! เวลากระชั้นชิด ซือหยูหลับตาและบ่มเพาะพลังทันที!

พิราบส่งสารมายังตำหนักองค์ชายหนึ่ง เขาอ่านข้อความและแผ่จิตสังหารออกมา

ใบหน้าด้านขวามีรอยแผลเป็นยาวน่ากลัวราวกับตะขาบ เขาสวมที่ปิดตาขวาและดูป่าเถื่อนยิ่งกว่าในอดีต

“ทำได้ดีน้องชาย! ซือหยูอยู่ในมือเจ้าแล้วสินะ!”

องค์ชายหนึ่งกำหมัดด้วยความชิงชัง

การตายขององค์ชายสองและความเจ็บปวดจากใบหน้าที่ขยะแขยงฝังความชิงชังลึกเข้าไปในใจขององค์ชายหนึ่งและไม่หายไปง่ายๆ เขาไม่มีวันสบายใจหากซือหยูยังมีชีวิตอยู่!

แต่ซือหยูได้ไปยังตำหนักองค์ชายสามทำให้องค์ชายหนึ่งลอบสังหารเขาไม่ได้ การลอบสังหารซือหยูไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าหากองค์ชายสามใช้โอกาสนี้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น วิหารศักดิ์สิทธิ์คงจะส่งคนมาสังหารเขาทันที ก่อนงานประชุมศักดิ์สิทธิ์จบลงเขาจะใจร้อนไม่ได้

“ไป่ชี่เซียง สั่งองครักษ์เมืองหลวงทุกคนให้จับตาดูในเมืองเอาไว้! หลังงานประชุมศักดิ์สิทธิ์จบลงทุกคนจะต้องตามล่าซือหยู เจอมันที่ไหนให้ฆ่ามันที่นั่น!”

องค์ชายหนึ่งสั่งอย่างเยือกเย็น

หลังงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ปิดม่านลง บัญชาศักดิ์สิทธิ์จะหายไป เขาจะฆ่าซือหยูต่อหน้าผู้คนได้อย่างเปิดเผย!

ไป่ชี่เซียงเหงื่อแตกพลั่ก ซือหยูรอดพ้นสายตาเขามายังเมืองหลวงได้ยังไงกัน?

“เข้าใจแล้ว! ข้าจะสั่งการลงไปทันที!”

ไป่ชี่เซียงรีบหันไปเพราะอยากจะแก้ตัวจากความผิดพลาด

“เดี๋ยวก่อน!”

“เพราะเจ้าพลาด ข้าเกือบถูกเปิดโปง! ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าแก้ตัว”

ไป่ชี่เซียงคุกเข่าด้วยความตระหนก

“ข้าทำภารกิจที่แล้วไม่สำเร็จ โปรดลงโทษข้า!”

“ข้าไม่ต้องลงโทษเจ้าที่เจ้าฆ่าซือหยูไม่สำเร็จหรอก ยังมีโอกาสให้เจ้าแก้ตัวอยู่ แต่เจ้าต้องจัดการเรื่องนี้!”

องค์ชายหนึ่งพูดอย่างเย็นชา

“สังหารองครักษ์เฉินที่ทำภารกิจร่วมกับเจ้าซะ”

องครักษ์เฉินเห็นธาตุแท้ของไป่ชี่เซียงแล้ว เขาจะต้องรู้ด้วยว่าไป่ชี่เซียงภักดีต่อองค์ชายหนึ่ง

ในตอนที่ซือหยูยังมีชีวิตอยู่ องครักษ์เฉินต้องตายเพื่อทำลายหลักฐาน!

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

ไป่ชี่เซียงเช็ดเหงื่อ

“อีกหนึ่งเรื่อง!”

“เจ้าบ่มเพาะวิชาที่ข้าให้ไปถึงไหนแล้ว?”

ไป่ชี่เซียงสั่นด้วยความกลัว เขาหยิบม้วนกระดาษให้องค์ชายหนึ่งด้วยสองมือ

“องค์ชายหนึ่ง โปรดดูนี่”

องค์ชายรับม้วนกระดาษขึ้นมาดู ดวงตาเขาลุกเป็นไฟ

“ไม่เลว เกือบจะสำเร็จแล้ว เจ้าจงจำไว้ อย่าเผยแพร่วิชานี้ให้ผู้ใด!”

ไป่ชี่เซียงโค้งคำนับและรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

“อาจารย์!!”

องค์ชายหนึ่งเรียกและโค้งคำนับ ชายแก่สวมชุดแดงลงมาจากด้านบนราวกับภูติผี เขาคืออาจารย์ขององค์ชายหนึ่งที่มีพลังระดับเจ็ดขั้นสูง! องค์ชายหนึ่งยื่นม้วนกระดาษให้ชายแก่

ชายแก่มองดูม้วนกระดาษที่เขียนความเข้าใจในวิชาเงาลอยล่องของไป่ชี่เซียงด้วยความพอใจ

“ไม่เลว อัจฉริยะที่ได้อันดับสิบเอ็ดเมื่อห้าสิบปีก่อนเข้าใจวิชาระดับสวรรค์ของตระกูลราชวงศ์มาถึงขั้นนี้แล้ว!”

องค์ชายหนึ่งหัวเราะอย่างเย็นชา

“ไป่ชี่เซียงอาจจะยังไม่รู้ วิชาที่ข้าให้เขาเป็นวิชาของตระกูลราชวงศ์ วิชาระดับสวรรค์เงาลอยล่อง! อัจฉริยะเช่นเขาเท่านั้นที่จะเข้าใจมันได้!”

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด